เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 464 เห็นไหม ? เจ้าหนะยังแข็งแกร่งไม่พอ

บทที่ 464 เห็นไหม ? เจ้าหนะยังแข็งแกร่งไม่พอ

บทที่ 464 เห็นไหม ? เจ้าหนะยังแข็งแกร่งไม่พอ


บทที่ 464 เห็นไหม ? เจ้าหนะยังแข็งแกร่งไม่พอ

นอกป้อมปราการหินเงิน กลุ่มของฉาวจื่อหลานทั้งหกคนก็รออย่างเงียบๆ

สองนักรบระดับพระเจ้า สองนักระดับนภา และนักรบที่มีพรสวรรค์แต่ระดับการบ่มเพาะต่ำ  , ฉาวจื่อหลานและพานโจว กลุ่มนี้นับได้ว่าเป็นกลุ่มนักรบที่แข็งแกร่งของทะเลไม่มีสิ้นสุด ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าคอแยพวกเขา

แม้ว่าพวกเขากำลังรอ ฉื่อหยาน , แต่พวกเขากลับไม่ได้มีสีหน้าผ่อนคลายเลย พวกเขามีสีหน้าจริงจังจลอดเวลาราวกับกำลังเผชิญหน้าอยู่กับศัตรูตัวฉกาจของพวกเขา

ชื่อของฉื่อหยานนั้นได้แพร่กระจายไปทั่วทะเลไม่มีสิ้นสุดอย่างรวดเร็ว ด้วยความโหดเหี้ยมและแข็งแกร่งของเขา เขาสามารถทำให้โมจีต้าได้รับบาดเจ็บสาหัสและทำให้ ชิงหมิง ราชินีนภาและกษัตริย์ปฐพี ได้รับความอับอาย  ข่าวนี้ได้แพร่กระจายผ่านทะเลไม่มีที่สิ้นสุด  ด้วยการกระทำเหล่านี้ทำให้คนเหล่านั้นยอมรับว่าต่อให้ระดับการบ่มเพาะของฉื่อหยานจะไม่สูง แต่เขานั้นอันตรายเป็นอย่างมาก หากไม่มี จั่วเยว่เฟิงและเสินตู่เจีย พวกเขาคงไม่กล้าที่จะยุ่งกับฉื่อหยาน

" จากนี้ระวังให้ดี . " ฉาวจื่อหลานพูดด้วยเสียงต่ำและใบหน้าจริงจัง " ดูเหมือนว่าระดับการบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นทุกวี่วันอย่างรวดเร็ว ครั้งก่อนตอนที่เขาอยู่ในทะเลกว้างใหญ่ เขาอยู่ในระดับรู้แจ้ง แต่ตอนนี้ เขากลับทะลวงเข้าสู่ระดับนภาแล้ว ตอนนั้น เขาสามารถรับมือกับชิงหมิงและอีกสองคนได้ พวกเขาต่างก็อยู่ในระดับพระเจ้า ตอนนี้เขาอยู่ในระดับนภาแล้ว คงไม่ง่ายที่จะจัดการกับเขา " .

" ไม่ต้องห่วง " จั่วเยว่เฟิงโก่งขมวดคิ้ว และยิ้มอย่างเย็นชา " ราชินีนภาและกษัตริย์ปฐพีนั้นถึงจะอยู่ในระดับวิญญาน แต่พลังระดับพระเจ้าของพวกเขาในการต่อสู้นั้นไม่แข็งแกร่งนัก เสิ่นตู่เจียและข้านั้นอยู่ในระดับพระเจ้าได้จากการฝึกฝนที่หนักหน่วง . เราแตกต่างจากราชินีนภา และกษัตริย์ปฐพี ถ้าเราร่วมมือกันโจมตี แม้ว่าเจ้าเด็กนนั้นจะมีพลังลึกลับหรือได้แข็งแกร่งขึ้นแล้วก็ตาม เราก็สามารถฆ่าเขาให้ตกตายใต้ทะเลได้ "เสินตู่เจีย ยิ้ม“เมื่อตอนที่เราอยู่เกาะสุริยัน , ข้าเคยลองมาแล้ว แม้ว่าเด็กนั้นจะสามารถยืมพลังจากภายนอก มันก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงระดับพลังที่แท้จริงของเขา ห้วงจิตสำนึกของเขานั้นอ่อนแอและต่ำกว่าเรา ถ้าเราร่วมมือกันโจมตีไปที่จุดนั้น เราจะสามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้ และจากนั้นเขาก็หนีเราไม่พ้น”

" ใช่ " จงหลี่ต้วนพยักหน้า " มันยากที่จะเปลี่ยนห้วงจิตสำนึก ถ้าเราใช้กานโจมตีทางวิญญานและบุกรุกห้วงจิตสำนึกของเขา เขา เขาจะไม่สามารถรับมือได้แน่นอน ถ้าเราสามารถโจมตีได้เร็วพอ ข้าคิดว่า เขาคงไม่มีเวลาที่จะยืมพลังจากภายนอก เราจะสามารถแยกห้วงจิตสำนึกและทำลายวิญญานของเขาได้"

" ความสามารถของเขาในการใช้พลังวิญญานนั้นไม่ธรรมดา เราต้องระวังให้มาก "

พานโจวส่ายศีรษะและฝืนยิ้ม " ปีนั้น เมื่อเราอยู่ในดินแดนแห้งแล้งที่หุบเหวสนามรบ เขาได้เรียนรู้เคล็ดวิชาวิญญานมากมายจากเผ่าเสียงอสูร ความเข้าใจของเขาที่มีต่อวิญญานของเขานั้นลึกซึ้งมากกว่าคนทั่วไป เฮ้อ ตอนนั้นข้าเองก็เป็นเหยื่อ ความรู้ของเขาในด้านวิญญาณนั้นลึกลับจริงๆ พวกท่านอย่าได้ประมาทเด็ดขาด "

" พวกเรา 6 คน รอเขาอยู่ที่นี่ ข้าคิดว่าเขาคงไม่กล้าออกมาจากป้อมปราการหินเงินแน่ " จงหลี่ต้วน แสยะยิ้ม " ถ้าเขาไม่โง่พอ เขาจะต้องอยู่ในป้อมปราการหินเงิน และเห็นว่าเรานั้นเกรงใจเผ่าฉลามเงินเลยไม่กล้ายุ่งกับเขา ข้าเชื่อว่าเขาไม่ออกมาแน่ "

" ไม่พึ่งแน่ใจไป "

ดวงตาที่งดงามของฉาวจื่อหลานก็ส่องแสงระยิบระยับเมื่อนางถอนหายใจเบาๆ " . ชายคนนี้กล้าหาญมากกว่าคนทั่วไป ข้าเดาว่าเขาจะต้องออกมาแน่นอน "

" พวกเจ้าประเมินเขาสูงไปแล้ว " จงหลี่ต้วนพูดดูถูกเหยียดหยาม

" เขากำลังมาที่นี่ !

เสินตู่เจีย ดวงตาก็ประกายเย็นชาอย่างรุนแรง เขาไม่สามารถช่วยได้ที่จะตะโกนว่า " เขาออกมาจากประตูหลักแล้ว เจ้านี่ช่างหยิ่งพยองนัก ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เห็นเราอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ เขารู้ว่าเรากำลังรอเขาอยู่ แต่เขาก็ยังกล้าที่จะมา หึ เจ้าเด็กนี่อยากตายนักใช่ไหม "

" บางทีเขาอาจจะไม่กลัวก็เป็นได้ . . . . . . . " พานโจวสีหน้าก็แปลกไป

จากประตูหลักของป้อมปราการหินเงิน ชายหนุ่มลอยผ่านพื้นที่ว่างเปล่า ดูราวกับว่าเขาไม่รู้ว่ามีคนรอเขาอยู่

ข้างหลังเขาคือนักรบที่แข็งแกร่งของชนเผ่าทะเลที่กำลังดูสถานการณ์อยู่ ทุกคนต่างก็รู้ว่าจะมีการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น แม้แต่นักรบระดับพระเจ้าสองคนจากเผ่าฉลามเงิน หยินหุ่ยและอาวุโสกู่ก็ยื่นอยู่บนตึกสูงมองรอบๆ

ไห่หลัวยืนข้างๆอาวุโสกู่ ฟังพ่อของนางพูด ดวงตาคู่สวยของนางส่องประกายแวววาวเหมือนไข่มุกเงางาม และริมฝีปากฉ่ำของนางก็ขยับไปตามอารมณ์

สมาชิกชนเผ่าทะเลกำลังสังเกตพวกเขาจากระยะไกล

"ช่างเป็นเด็กที่โอหังนัก " อาวุโสกู่ส่ายหัวแล้วขมวดคิ้ว " . นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเคยเจอคนที่หยิ่งหยองเช่นนี้ ข้ามั่นใจเลยว่าจะได้ดูการแสดงดีๆ "

" ถ้าเขาสามารถออกไปได้เหมือนสายลมที่พัดผ่าน ข้าคิดว่าเขาจะต้องอยู่บนจุดสูงสุดของทะเลไม่มีสิ้นสุดในอนาคตแน่นอน " หยินหุ้ยกำลังประเมินด้วยสีหน้าจริงจัง" อนาคตของคนหนุ่มสาวนี้ไม่อาจรู้ล่วงหน้าก่อนได้ ถ้าเขามีเวลามากพอที่จะเติบโต ฉาวเชี่ยวเต้า หยางอี้เทียน หรือ จักพรรดิหยางเทียน ก็ไม่อาจเทียบเขาได้ "

"ประมุข ท่านไม่คิดว่าประเมินเขาสูงเกินไปรึ ? " อาวุโสกู่แปลกใจ

" ตามข้อมูลที่ข้ามี เมื่อจักพรรดิหยางเทียนอายุเท่าเขา เขาอยู่ในระดับปฐพีเท่านั้น ต่อให้ถึงแม้ว่าตอนนี้จักพรรดิหยางเทียนอยู่ในระดับนภา ข้าก็ไม่คิดว่าเขาจะหยิ่งพยองเช่นนี้ " ภายใต้การจ้องมองของนักรบระดับพระเจ้า หยินหุ้ยก็ยิ้ม " รอดูไปก่อน ถ้าเขาสามารถออกจากที่นี่อย่างปลอดภัย ยุคสมัยในอนาคตจะต้องเป็นของเขา !

อาวุโสกู่และไห่หลัว ดวงตาก็ส่องประกาย

" ข้าขอโทษที่ปล่อยพวกเจ้าให้รอนาน " นอกป้อมปราการฉื่อหยานก็ยิ้มแล้วถอนหายใจ " . เสียใจด้วยสำหรับเวลาที่เีสยไป  ถ้าเจ้าต้องการที่จะจัดการกับ ข้าคิดว่าต้องให้ฉาวเชี่ยวเต้าหรือไม่ก็หยางอี้เทียนมาเองดีกว่า เพียงจั่วเยว่เฟิงกับเสินตู่เจีย คงไม่เพียงพอ "

" เด็กคนนี้คำพูดช่างใหญ่โตโอ้อวดนัก !

จั่วเยว่เฟิงสูดลมหายใจเข้า และยิ้มอย่างเย็นชา " เจ้าคิดว่าสิ่งที่เจ้าคิดถูกแล้วงั้นรึ ? เจ้านั้นเป็นเพียงนักรบระดับนภา เจ้าคิดว่ามันมากพอที่จะหยอกล้อกับยอดฝีมืองั้นรึ ? วันนี้ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าสถานการณ์ที่แท้จริงของไม่มีที่สิ้นสุดนั้นไม่เป็นอย่างที่เจ้าคิด ต่อให้เจ้ามีความสามารถมากกว่านี้ ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักหลอก "

" เอ๋ ? "

ฉื่อหยานก็สวมใบหน้าล้อเลียนแล้ว ส่ายหัวพร้อมกับพูดอย่างเย็นชา " ข้ารอดูอยู่นะว่าเจ้าจะทำอะไรข้า "

3 พลังประหลาดของเปลวเหมันเยือกแข็ง จิตวิญญานพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และ แกนเพลิง ก็หลอมรวมกันที่ประกายแสงพลังปราณลึกลับของเขา เกิดเป็นพลังที่รุนแรงและแข็งแกร่ง มันเป็นเหมือนกับสายน้ำไหลผ่านไปทั่วร่างของเขา  ห่วงโซ่ของความคิดกระหายเลือดก็ไม่สามารถช่วยได้ที่จะถูกกระตุ้นขึ้นมาในจิตใจของเขา

หมอกสีขาวขุ่นก็ออกมาจากรูขุมขนบนร่างกายทั้งหมดของเขา กลายเป็นหนาครอบคลุมร่างกายของเขาอย่างมิดชิด

กลิ่นอายที่รุนแรงและชั่วร้ายเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งก็กระจายปกคลุมไปทั่วพื้นที่ กีดกันน้ำทะเลที่อยู่รอบๆตัวเขาราวกับเป็นม่านพลัง

" ออกมา ! "

เขาส่งเสียงเรียกไปที่แหวนสายโลหิต แลดาบยักษ์ลึกลับก็ลอยออกมา ในเวลาเดียวกัน ,ราชาแมลงอสูรและตัวไหมสีทองก็กลายเป็นก้อนแสงสองก้อนลอยอยู่เหนือไหล่ของเขาทั้งสองข้าง พวกมันลืมตาขึ้นมองไปยังกลุ่มของจั่วเยว่เฟิงอย่างเย็นชา

เป็นคนของเผ่าทะเลที่รู้สึกพลังชั่วร้ายที่ระเบิดออกมาจากฉื่อหยาน พวกเขาสีหน้าต่างก็เปลี่ยนไปเป็นหวาดกลัว ที่ด้านหน้าของประตูหลักป้อมปราการ เด็กสาวจากตระกูลหอยหยกก็เอามือคลุมปากด้วยความตกใจ ดวงตาของนางส่องประกายตื่นเต้น

ก่อนหน้านี้ นางเคยล้อเลียน ฉื่อหยาน ทั้งๆที่นางยังไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงผู้อาวุโสกู่ด้วยซ้ำ ดังนั้น หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา นางก็พบคนที่นางรู้จักที่ประตู

แต่นางก็ไม่ได้มีเวลาที่จะคิดเท่าไหร่ เมื่อนางเห็นเขา ร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยพลังที่รุนแรงปลดปล่อยออกมา คนนั้นคือฉื่อหยาน

ภายใต้ความผันผวนของพลังที่น่ากลัว นางรู้สึกว่าตัวนางเล็กราวกับมด รู้สึกท้อแท้เพียงแค่มองผ่าน ระดับการบ่มเพาะของนางกับฉื่อหยานั้นต่างกันเป็นอย่างมาก มากเสียจนไม่อาจเทียบได้แม้แต่ไรฝุ่น

ตอนนี้ นางรู้แล้วว่าฉื่อหยานเป็นใคร เขาอันตรายอย่างยิ่ง นางเอานิ้วมือปิดปากของคนด้วยความกลัวิอ นางนึกถึงเวลาที่นาง ไม่เคารพเขา นางรู้สึกกลัว และรีบถอยเข้าไปในเมือง นางกังวลว่า ฉื่อหยานจะมาหานาง

" เขาไม่ได้มีแต่ชื่อจริงๆ ! "

ภายในป้อมหินเงิน อาวุโสกู่สีหน้าก็เปลี่ยนไป ดวงตาก็หดลง เขาก็พยักหน้าด้วยความตกใจ

" เช่นนั้น เจ้ารู้แล้วใช่หรือไม่เหตุใดข้าถึงได้ชื่นชมเขา" หยินหุ้ยยิ้ม

อาวุโสกู่พยักหน้า " หากชายหนุ่มผู้นี้เติบโตมากกว่านี้หละก็ เขาจะต้องเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในทะเลไม่มีสิ้นสุดแน่นอน   ! เฮ้อ ในที่สุดข้าก็รู้ว่าทำไมท่านประมุขถึงได้ประเมินเขาสูงเช่นนี้ จักพรรดิหยางเทียนนับว่ามีโชคลาภนักที่มีเขาเป็นทายาม เขาช่างโดดเด่นจริงๆ " โดดเด่นจริงๆ

" อย่าได้ดูถูกพวกตระกูลหยางเป็นอันขาด "

หยินหุ้ยสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง" นู่หลางเคยบอกว่าในทะเลกว้างใหญ่ จักพรรดิหยางเทียนนับได้ว่าเป็นอุปสรรคที่ก้าวผ่านได้ยากที่สุด   ถ้าเจ้ายังไม่เคยเห็นเค้าตายด้วยตาของเจ้าเอง นั่นหมายความว่าเขาจะต้องมีชีวิตอยู่แน่นอน เผ่าทะเลของเราอยู่กันอย่างสงบก็เพราะหวาดกลัวจักพรรดิหยางเทียน กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมา " .

" ตระกูลหยางนับได้ว่าเป็นปัญหาที่ยากจะกำจัดจริงๆ " อาวุโสกู่อุทานออกมา

“อย่าปล่อยให้มันเขาเตรียมตัวเด็ดขาด !”  จงหลี่ต้วนก็ตะโกนออกมา

เส้นสายจิตสำนึกวิญญานมากมายก็แผ่ออกมาจากเสินตู่เจี่ยเหมือนกับหนวด , มันพุ่งออกไปโดยมีเป้าหมายเป็นห้วงจิตสำนึกของฉื่อหยาน

จั่วเยว่เฟิงก็ไม่กล้าลังเลและเรียกจิตสำนึกวิญญานของเขา กลายเป็นแสงสีเงินพุ่งออกไป เฉือนลงไปที่ฉื่อหยานจากฟากฟ้า

ในเส้นแสงสีเงินนั้นสามารถเห็นประกายสายฟ้าเล็กๆได้จากภายใน

รูปลักษณ์จิตสำนึกวิญญาน !

ด้วยการที่มีพลังสายฟ้าอยู่ข้างในจิตสำนึกวิญญาณของเขา นี่เห็นได้ว่าเป็นวิชาวิญญานที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก

ดวงตาของจั่วเยว่เฟิงก็สว่างเหมือนดวงดาว พลังปราณลึกลับและพลังวิญญานหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง เขาหลอมรวมมันเข้ากับเส้นสายจิตสำนึกวิญญานจำนวนมาก ควบคุมให้มันกลายเป็นเหมือนกับหอกอัศนีเทพเจ้าที่มีพลังของสายฟ้ารุนแรง หมายมุ่งจะเอาชีวิตฉื่อหยานภายในการโจมตีครั้งเดียว

เก้าอัศนีสวรรค์ นับได้ว่าเป็นจุดอ่อนของดวงวิญญานทั้งหมด เมื่อสายฟ้านี้ผ่าลงห้วงจิตสำนึกและ สัมผัสกับวิญญาณ แม้แต่วิญญานของนักรบระดับพระเจ้าก็ไม่อาจทนได้

หอกอัศนีเทพเจ้า ของจั่วเยว่เฟิงนี้เป็นวิชาสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา ด้วยวิชานี้ เขาจึงได้รับการยอมรับในทะเลไม่มีสิ้นสุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้แต่ฉาวเชี่ยวเต้าก็เคยได้รับบาดเจ็บเพราะ หอกอัศนีเทพเจ้า นี้มาแล้ว

เมื่อการโจมตีปรากฏออกมา นักรบที่แข็งแกร่งของเผ่าฉลามเงินที่อยู่ในป้อม ที่สามารถใช้จิตสำนึกวิญญาณได้ จู่ๆพวกเขาสีหน้าก็กลายเป็นซีดเซียว

ฉื่อหยาน ที่ตกเป็นเป้าหมาย จู่ๆเขาก็หลับตาของเขาลง

ในห้วงจิตสำนึก ที่วิญญานหลักของเขา ดวงตาที่สามของเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานก็ลืมขึ้น มันปลดปล่อยเปลวไฟแปลกประหลาดออกมาทั่วห้วงจิตสำนึกของเขา ในขณะที่จิตสำนึกวิญญานเสินตู่เจีย และจั่วเยว่เฟิงโจมตีมาที่ห้วงจิตสำนึกของเขาอย่างรุนแรง

กลุ่มก้อนเปลวไฟก็พุ่งออกมาราวกับว่าพวกมันได้กลิ่นเลือด , มันเผาผลายจิตสำนึกวิญญานทั้งหมดที่บุกเข้ามาในห้วงจิตสำนึกของฉื่อหยาน

ซู่ !

ภายใต้เปลวไฟของ เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญาน จิตสำนึกวิญญานที่เหมือนหนวดของเสินตู่เจี่ยและหอกอัศนีเทพเจ้าของจั่วเยว่เฟิงก็กลายเป็นว่างเปล่าหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เสินตู่เจี่ยและจั่วเยว่เฟิงก็กระอักเลือดออกมา เพราะจิตสำนึกวิญญานของพวกเขาได้รับการบาดเจ็บอย่างรุนแรง

" ข้าบอกพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอ "

ฉื่อหยานสแยะยิ้มแล้วพูดว่า " เสินตู่เจีย , ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นใคร จิตสำนึกวิญญาณของเจ้าเคยบุกเข้ามาในร่างข้าเมื่อตอนที่อยู่บนเกาะสุรยัน . ข้าจำมันได้เมื่อตอนนั้นเจ้าได้ปล่อยจิตสำนึกวิญญานมาที่ข่า  ฮ่าๆๆ ดี ดี ถึงเวลาที่ข้าจะแก้แค้นเสียที ! "

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 464 เห็นไหม ? เจ้าหนะยังแข็งแกร่งไม่พอ

คัดลอกลิงก์แล้ว