เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 439 ยอดสุรากระตุ้นจิตสังหาร

บทที่ 439 ยอดสุรากระตุ้นจิตสังหาร

บทที่ 439 ยอดสุรากระตุ้นจิตสังหาร


บทที่ 439 ยอดสุรากระตุ้นจิตสังหาร

"ผู้อาวุโส ขอสุราที่ดีที่สุดให้ข้าสองไหที "

เสียงชัดเจนก็เกิดขึ้น จากระยะไกล ร่างใหญ่ของชายหนุ่มดวงตาสดใส ข้ายาวประบ่าสีดำ และเสื้อสีดำก็เดินมาหลังเขา เผ่าเงือกทั้งหกคนก็ก้าวเดินมาทีละก้าวด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

เถ้าแก่สีหน้าก็ประหลาดใจ มองไปรอบๆ ถนนร้างแห่งนี้ไม่มีร้านเปิดยกเว้นร้ายแห่งนี้ ชายคนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนนอก และดูเหมือนจะไม่ได้ที่จะได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเมืองใต้บาดาลวันนี้

" น้องชาย เจ้าพึ่งมาเมืองใต้บาดาลรึ ?" เถ้าแก่มองไปรอบ ๆและรีบพูดด้วยเสียงต่ำ โดยไม่รอให้เขาเข้ามา " เจ้าควรไปซะ สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับเรือนตระกูลหยาง เจ้าไม่ควรอยู่นาน "

ด้วยความกลัวเผ่าเงือกทั้งหกเขาจึงพูดเบาๆ เพื่อไม่ให้พวกเขาทั้งหกได้ยินสิ่งที่เขาพูด

ชายหนุ่มยิ้มจนเห็นฟัน และดูเหมือนจะรู้ถึงสิ่งที่เถ้าแก่กลัว . เขามานั่งที่โต๊ะที่หมิงไห่ , ฟู่ฮาว หยานเฟิง , จิ่วหลันซินเคยนั่งก่อนหา้นี้ หลังจากนั่งลง เขาก็โบกมือส่งสัญญาณเผ่าเงือกทั้งหกคนไม่ต้องเข้ามาและเขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม " ข้าได้ยินท่านพูดถึงตระกูลหยาง ท่านสามารถบอกข้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้หรือไม่?

เถ้าแก่หน้าชะงัก เขารีบส่ายหัว " ไม่ ไม่ ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย ท่านฟังผิดแล้ว " .

" ข้าเป็นหนึ่งในตระกูลหยาง "

" . . . . . . . "

ใบหน้าของเถ้าแก่และเสี่ยวเอ้อ ทั้งเปลี่ยนเป็นตกใจ ดู

" อย่ากังวลไปเลย ข้าจะไม่บอกใครเรื่องนี้ " ชายหนุ่มยิ้มและพูดกับเสี่ยวเอ้อ“นำสุรา ที่ดีที่สุดมาให้ข้าสองไห”

เสี่ยวเอ้อมองเถ้าแก่

เถ้าแก่แวบดูลังเล เขาคิดสักพักแล้วพยักหน้ากับเสี่ยวเอ้อ

เขาหันไปรอบ ๆและรีบนำสุราสองไหมาวางไว้บนโต๊ะ เขายังนำอาหารจานเนื้อมาด้วยและกล่าวว่า " ไม่ว่าใครตอนนี้ต่างก็เห็นใจตระกูลหยาง จานนี้ข้าให้ท่านฟรี เถ้าแก่ท่านคงไม่ว่าข้านะ "

เถ้าแก่ถอนหายใจและพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก

" ดูเหมือนพวกท่านจะไม่ชอบหมิงไห่ และคนอื่น ๆนะ มันเป็นความจริงรึที่หลายคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ปกครองเมืองใต้บาดาลอีก ท่านผู้อาวุโส ไม่ต้องกังวล แค่บอกสิ่งที่ท่านรู้มา ข้าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร ดังนั้นท่านสามารถพูดได้ " ชายหนุ่มยิ้ม ดึงหินผลึกและโยนมันให้เสี่ยวเอ้อ จากนั้นเขาก็นั่งอยู่ตรงนั้นรินสุราในไหและดื่มมัน

เถ้าแก่ก็แปลกใจ

เสี่ยวเอ้อก็ตกใจเช่นกัน

" นี้มันมีค่ามากเกินไป . " เถ้าแก่รีบเดินออกมา หยิบคริสตัลเหล่านั้นจากมือเสี่ยวเอ้อ เขากล่าวอย่างจริงจัง" สุราสองไหนี้ไม่คุ้มค่าของคริสตัลเหล่านี้ น้องชาย เจ้าจะซื้อร้านของข้างั้นรึ ? "

ชายหนุ่มหัวเราะลั่น และโบกมือ " ผู้อาวุโส ท่านไม่ต้องเป็นกังวล เท่านเพียงแค่บอกข้าเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมืองใต้บาดาล ข้ามีหินคริสตัลเหล่านี้อยู่มากมาย ท่านสามารถเก็บมันไว้ได้ "

เถ้าแก่มองอย่างแปลกใจ มองเขาสักพัก เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

" เอาล่ะ เอาล่ะ ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นหนึ่งในตระกูลหยาง ข้าก็ให้ความสำคัญกับความเป็นความตาย " ชายหนุ่มพูดเช่นนี้ก็เพื่อไม่ต้องการให้เถ้าแก่ระวังจนเกินไป." ท่านบอกว่าเมื่อตระกูลหยางปกครองเมืองใต้บาดาลแห่งนี้ เหล่าคนค้าขายต่างก็เคารพพวกเขาเป็นอย่างมาก พวกเขายังช่วยพวกท่านจัดการคนจากเผ่าทะเล นั่นจริงรึ ? "

เถ้าแก่พยักหน้าและบอกว่า " ทั้งสี่กองกำลังได้ครอบครองพื้นที่สี่ที่สำคัญของเมือและทำเรื่องโง่ ๆ โดนปล่อยให้คนจากเผ่าทะเลกดขี่พวกเรา พ่อค้าหลายคนไม่พอใจ แต่ไม่กล้าพูดอะไร พวกเขากำลังพิจารณาที่จะออกจากสถานที่นี้ อืม ถ้าไม่ใช่เพราะเรามีศัตรูในโลกภายนอก และไม่ควรอยู่ในทะเลไม่มีสิ้นสุด เราคงไม่อยู่ในเมืองใต้บาดาลแห่งนี้ให้ชีวิตตกต่ำลงหลอก "

เห็นผู้ชายคนนั้นพูดคุยด้วยง่าย เสี่ยวเอ้อก็รีบพูดเกี่ยวกับหมิงไห่ และคนอื่นๆ เขาขบฟันของเขาด้วยความโกรธ เขารู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถทำให้คนพวกนั้นตายเร็วๆได้

ชายหนุ่มยังคงพยักหน้าในขณะที่ฟังและถามรายละเอียดบางอย่างเพิ่มเติม จากนั้นเขาก็โบกมือส่งสัญญาณให้พวกเขาสองคนไป

,เผ่าเงือกก็เข้ามา

" ถึงแม้เจ้าถามพวกเขาหลายสิ่งหลายอย่าง แล้วเจ้าจะได้ประโยชน์อะไร ? " เฟยหยาขมวดคิ้วเข้าหากัน " หมิงไห่ และคนอื่น ๆ นั้นได้ปกป้องผลประโยชน์ของเผ่าทะเล ดังนั้น เผ่าทะเลจึงพอใจอยู่แล้ว หากพวกเขาสามารถเผชิญหน้ากับเรา และไล่เราออกจากเมืองใต้บาดาลได้  เราก็จะไป ชีวิตก็แบบนี้คนที่แข็งแกร่งจะมีอำนาจมากกว่า . "

ฉื่อหยาน ยิ้มในขณะที่เขาเอาแต่ดื่มสุรา เขาไม่ได้ใช้พลังปราณลึกลับของเขาเพื่อกันพิษของสุราเลย จากผลกระทบของแอลกอฮอล์ ใบหน้าของเขาค่อยๆ กลายเป็นสีแดง

"กลุ่มของหมิงไห่ ได้เริ่มลงมือแล้ว ท่านไม่อยากช่วยตระกูลหยางรึ ? ดังนั้นทำไมท่านยังอ้อยอิ่งอยู่ที่นี่ อีก? "

" ไม่ต้องรีบ "

ฉื่อหยานดวงตาแดงขึ้นเล็กน้อย มองไปยังอาคารตระกูลหยางอย่างซับซ้อนและเขาก็กล่าวอย่างใจเย็น " พวกเขายังไม่ได้เริ่มเลย การต่อสู้ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นข้าไม่ต้องการที่จะออกไปเร็วๆนี้ รอจนกว่าพวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถทำลายตระกูลหยางได้เสียก่อน ตอนนี้ข้าจะปรากฏตัวขึ้นและทำให้พวกมันเสียใจ "

" พวกเขาทั้งสี่คนนั้นล้วนแต่มีระดับการบ่มเพาะที่ระดับนภา . หมิงไห่ นั้นอยู่ในนภาที่สองระดับนภา ส่วนที่เหลืออีกสามคนอยู่ในนภาแรกระดับนภา พวกเขามีจิตวิญญานต่อสู้และสมบัติลับ พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังที่แข็งแกร่งจำนวนมากในเมืองใต้บาดาล เจ้าคิดว่า เจ้าคนเดียวจะสามารถช่วยตระกูลหยางได้งั้นรึ ?"

เฟยหยาเห็นได้ชัดว่ารู้สึกไม่เชื่อในสิ่งที่เขาจะทำ นางนิ่งสักครู่และกล่าวว่า " เท่าที่ข้ารู้ จิ่วหลันซินมีความสัมพันธ์อันดีกับประมุขของตระกูลแมงป่องน้ำ เปาเหวิน จริงๆแล้ว นางเป็นคนรักของเปาเหวิน  และเปาเหวินก็ดูเหมือนจะชอบนางมาก เขาให้การสนับสนุนนางมากมาย นั่นเป็นเหตุผลที่จิ่วหลันซินกล้าที่จะเผชิญหน้ากับหมิงไห่ แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าระดับการบ่มเพาะของเปาเหวินเป็นเช่นไร " ?

ฉื่อหยานชะงักสักครู่และกล่าวว่า "ทำไมรึ ? คือว่า เปาเหวินแข็งแกร่งมากงั้นรึ " ?

" นภาแรก ระดับ พระเจ้า " เฟยหยา พูดออกมาทีละคำด้วยสีหน้าที่จริงจัง ดูเหมือนนางกำลังต่อการตอบสนองของเขา

เกินความคาดหมายของนาง หลังจากที่ฉื่อหยานได้ยินว่าเปาเหวินนั้นอยู่ในนภาแรกระดับพระเจ้า เขากลับพูดแค่คำว่า โอ้ โดยไม่แสดงความหวาดกลัวใด ๆออกมา ราวกับว่าเปาเหวินเป็นเพียงนักรบธรรมดา และไม่สามารถทำอะไรเขาได้

" ระดับพระเจ้านะ " ! เฟยหยาพูดซ้ำ

ฉื่อหยานกล่าวอย่างหงุดหงิด " ข้ารู้แล้ว แล้วมันยังไงรึ ? "

" ต่อให้เต้าสามารถจัดการกับจิ่วหลันซินได้ แต่เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถจัดการกับเปาเหวินได้งั้นรึ ? " เฟยหยา มองเขาอย่างน่าเวทนา " เปาเหวินนั้นรักนางมาก  เหตุกาณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวันนี้ เขาจะต้องสังเกตทุกอย่างจากที่ไหนสักแห่งแน่ ถ้าเจ้ากล้าที่จะจัดการกับจิ่วหลันซิน ข้าคิดว่าเปาเหวินจะต้องปรากฏตัวเป็นแน่ "

" งั้นก็ให้เขาปรากฏตัวออกมาสิ " ฉื่อหยานยกมือขึ้นดื่มสุรา เขาเช็ดปากแล้วกล่าวอย่างใจเย็น " ไม่ว่าใครที่กล้าลงมือกับตระกูลหยาง ข้าจะชดใช้ให้มันอย่างสาสม . "

" เจ้าไม่กลัวตายรึไง " เฟยย่าถอนหายใจอย่างเย็นชา

อีกห้าคนก็ยังเยาะเย้ย พวกเขามองฉื่อหยานด้วยความเหยียดหยาม

" พี่ชาน เอาสุราแรงๆมาให้ข้าอีกาอวงไห เราต้องดื่มมากกว่า เมื่อขณะที่ข้าฆ่าพวกเขาข้าจะได้รู้สึก . " ฉื่อหยานตะโกนในขณะที่กลิ่นอายที่รุนแรงกระจายออกมาจากร่างของเขา เขานั่งอยู่ตรงเหมือนดาบคมที่กำลังจะพุ่งออกจากฝักเพื่อแสดงให้โลกเห็นถึงความคมของมัน

. . . . . . .

ด้านนอกอาคารตระกูลหยางที่ซับซ้อน

เสียงคำรามก็ดังขึ้น หมิงไห่ เดินทางไปยังประตูด้านหน้าอาคารตระกูลหยาง นักรบร้อยคนยืนเข้าแถวพร้อมกับมีริบบิ้นสีแดงมัดอยู่ที่แขนของพวกเขา พวกเขามองไปข้างหน้าอย่างเย็นชา

หมิงไห่ ยืนอยู่แถวหน้า ระเบิดหัวเราะ และ ตะโกนเสียงดังออกมา " พี่ชาย หยางจั่ว ข้าหมิงไห่ มาเยี่ยมท่าน หวังว่าท่านจะมาพบข้านะ "

ประตูใหญ่ยังคงปิดอยู่

เสียงของหยางจั่วก็ดังออกมาจากข้างใน " หมิงไห่ ตระกูลของข้าได้ดูแลเจ้าอย่างดี ข้าไม่คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่มายืนอยู่หน้าประตูตระกุลข้าจะเป็นเจ้า . "

" พี่หยางจั่ว เพราะตระกูลหยางเคยดูแลข้าเป็นอย่างดี ข้าจึงมาที่นี่เพื่อเจรจา " หมิงไห่พูด ของมองดูอาคารสูงห้าสิบเมตรที่มีประการังโบราณประดับอยู่ บนระเบียงคนจากตระกูลหยางค่อยๆปรากฏทีละคนรวมถึงหยางจั่วด้วย

" ตราบใดที่ท่านมอบทรัพยากรให้กับข้า ข้าจะรับประกันความปลอดภัยของท่าน อืม ด้วยบุณคุณของพี่ชายเสี่ยวฮานยี่ ข้าจะให้ท่านอยู่ในเมืองใต้บาดาลนี้ต่อ ท่านเพียงแค่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเท่านั้น และ จะไม่มี กองกำลังใดในเมืองใต้ยาดาลรังแกท่าน แน่นอน ท่านต้องยกอาคารหลังนี้ให้ด้วย . "

หมิงไห่มองหยางจั่วจากระยะทางที่ไกล และตะโกน

กลุ่มคนของหยางจั่วก็เปิดเผยใบหน้าที่ดุร้าย พวกเขามองอย่างเย็นชาไปที่หมิงไห่ด้วยความเดือดดาล

อาคารเหล่านี้ที่อยู่ใจกลางเมืองได้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้เป็นสัญลักษณ์ว่าตระกูลหยางเป็นผู้ปกครองในเมืองใต้บาดาล ถ้าหากสูญเสียอาคารหลังนี้ไป นั่นก็เท่ากับว่า ชื่อเสียงและทุกสิ่งที่ตระกูลหยางสร้างมาจะถูกทำลาย

อาคารเหล่านี้สำคัญเป็นอย่างมากเกินกว่าจะพูดได้ ดังนั้น ตระกูลหยางไม่มีทางยอมแน่นอน

" หมิงไห่ อย่าเพ้อฝันไป " หยางจั๋วตอบกลับด้วยเสียงเย็นชา

หมิงไห่ ไม่ได้โกรธ เขาเหมือนจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เขาส่ายหัว ถอนหายใจและยังคงโน้มน้าวฝ่ายตรงข้ามของเขา“พี่ชายนั้นเป็นคนฉลาด แน่นอนท่านต้องรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันแย่มากแค่ไหนสำหรับตระกูลหยาง ท่านจากทะเลเคียร่ามา ดังนั้น ทำไมท่านไม่เลิกทำเช่นนี้ แล้วคิดว่าชีวิตของพวกท่านนั้นสำคัญกว่าสิ่งใด เพราะพี่ชายเสี่ยวฮานยี่หลอกข้าถึงได้ทำเช่นนี้ ข้าได้หาทางรอดให้กับตระกูลหยางแล้ว . ดังนั้นอย่าทำให้ข้าผิดหวัง”

หยางจั่ว แสยะยิ้มอย่างเย็นชาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

" อืม ดูเหมือนว่าท่านจะยืนกรานเช่นเดิมสินะ " หมิงไห่เผยสีหน้าที่น่ารังเกียจ มองไปข้างหน้า แล้วกล่าวหลังจากคิดสักครู่ " อีกสิบนาที ถ้าท่านยังทำเรื่องที่ไม่เข้าตาเรา หยางจั่ว ถึงตอนนั้นก็อย่าได้มาโทษข้าแล้วกัน  "

หยางจั่วและคนอื่น ๆยังคงเงียบ

หมิงไห่ ไม่ได้พูดอะไรต่อ มองนักรบแล้วพยักหน้าไปที่พวกเขา นักรบเหล่านั้นแล้วขยับก้าวเดินขึ้นมาข้างหน้าประตูใหญ่และ ล้อมรอบบริเวณประตูไว้

บรรยากาศก็กลายเป็นหนักอึ้ง

สิบนาทีต่อมา หมิงไห่ ก็โบก มือ และออกคำสั่ง " ฆ่าพวกมัน ! "

จากสามทิศทาง เสียงจอแจจากกลุ่มของจิ่วหลันซิน , ฟู่ฮาว และหยานเฟิงทั้งหมดก็ดังขึ้นพร้อมกัน

ด้านนอกกำแพงตระกูลหยาง นักรบมากมายก็พุ่งเข้ามา และประกายแสงทุกชนิดและการโจมตีจากสมบัติลับต่างๆก็พุ่งออกไปที่อาคารตระกูลหยาง

ในเวลาเดียวกัน ฉื่อหยาน ที่นั่งอย่างเรียบเฉยและดื่มสุราอย่างต่อเนื่อง ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่แดง เขาก้าวไปยังอาคารตระกูลหยางด้วยสีหน้าซับซ้อน ไม่พูดอะไรสักคำ

จิตสังหารที่ชั่วร้ายก็ไหลออกมาจากร่างกายของเขาอย่างเงียบๆ และค่อยๆกระจายไปในทุกทิศทาง

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 439 ยอดสุรากระตุ้นจิตสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว