เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 438 ทุกกองกำลังร่วมมือกัน

บทที่ 438 ทุกกองกำลังร่วมมือกัน

บทที่ 438 ทุกกองกำลังร่วมมือกัน


บทที่ 438 ทุกกองกำลังร่วมมือกัน

เมืองใต้บาดาลจู่ๆก็สงบ

ทั้งสี่ทิศของเมืองที่มักจะมีชีวิตชีวา จากพ่อค้าที่ขายทรัพยากรต่างๆหรือเผ่าทะเลที่นำทรัพยามาขาย มีร้านค้าอยุ่ริมถนนมากมาย มักจะมีคนเดินกันขวักไขว่พร้อมกับเสียงต่อราคา

แต่วันนี้ต่างออกไป

สี่พื้นที่หลักของเมืองคือ กลายเป็นว่างเปล่า ผู้เคยตั้งร้านค้าทั้งหมดต่างหลบซ่อนอยู่ในบ้าน ไม่กล้าออกมา

มีเพียงมนุษย์และเผ่าทะเลกลุ่มน้อยรวมตัวและพูดคุยกันอยู่ พวกเขามองไปที่พื้นที่กลางเมืองด้วยสีหน้าเย็นชา

หลายคนได้ยินข่าวลือ ว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นในวันนี้ และที่สิ่งที่เกิดขึ้นจะสั่นสะท้านไปทั่วเมืองใต้บาดาล พวกเขารู้ว่า หลังสงครามนี้ กองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ในเมืองใต้บาดาลมานานหลายปีจะหายไปและเมืองนี้จะไม่ปลอดภัยเงียบสงบอีกต่อไป

ทุกคนกำลังรออยู่อย่างเงียบๆ

ตอนเที่ยง นักรบมนุษย์เริ่มรวมกันอยู่ในพืิ้นที่ทั้งสีของเมือง โดยมีสี่นักรบระดับนภาพวกเข้าเคลื่อนไหวไปที่พื้นที่ตรงกลางอย่างเงียบๆ

สี่นักรบระดับนภามีจัดการกลุ่มของตัวเองและเดินไปข้างหน้า นักรบจำนวนมากได้เข้ามาจากพื้นทีต่างๆของเมืองและได้เข้าร่วมกับพวกเขา

อย่างช้าๆ นักรบระดับนภาเหล่านี้ก็รวบรวมนักรบได้เกือบแปดร้อยคน พวกเขามีระดับการบ่มเพาะที่แตกต่างกันออกไปพร้อมกัยมีริบบิ้นสีแดงผูกอยู่บนเสื้อของพวกเขา บางคนใส่หมวกเล็กๆสีดำ , และบางคนก็ใส่ผ้าคลุมสีน้ำเงิน ในขณะที่บางคนใส่ผ้าโพกหัว

เพียงมองผ่าน ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะเห็นถึงความแตกต่างของกองกำลังทั้งสี่ได้อย่างชัดเจน

หลังจากรวมตัวกันได้หนึ่งชั่วโมง , จำนวนคนจากกองกำลังทั้งสี่ก็มีประมาณแปดร้อยคน พวกเขาทั้งหมดค่อยๆย้ายไปแยกกันล้อมรอบพื้นที่กลางเมือง

ทันใดนั้น ทุกคนหยุด

ทันที , สี่นักรบระดับนภาก็เดินออกมาจากกลุ่มของตนตามลำดับ และไปที่กลางทางแยก พวกเขาหยุดที่ร้านสุราที่เปิดเปิดโล่งและนั่งอยู่ที่โต๊ะสี่ทิศทาง

เห็นทั้งสี่คนมาถึง ใบหน้าของเจ้าของร้านสุราเปลี่ยนไปทันที เขาไม่กล้าที่จะพูดอะไร เขาเพียงแต่เสิร์ฟสุราชั้รยอดอย่างเงียบมให้กับพวกเขาทั้งสี่ แล้วก้มหน้าลงในขณะที่การเดินกลับไป และไม่กล้ายุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกเขาอีก

" หมิงไห่ ตระกูลหยางนั้นมีบุญคุณกับเจ้า ปีนั้น ภายใต้การตามล่าจะตระกูลกู่ เจ้าได้หนีไปที่ทะเลเคียร่า ต้องขอบคุณเสี่ยวฮานยี่ที่ทำให้คนเหล่านั้นล้มเลิกความตังใจ หลังจากเสี่ยวฮานยี่ได้แนะนำให้เจ้าเข้าร่วมกับตระกูลหยาง แต่เจ้าก็ปฏิเสธ เขานั้นไม่ได้พูดอะไรอีก และยังบอกบอกว่าเจ้าว่า เจ้าสามารถมาเมืองใต้บาดาลและใช้ชีวิตได้ , เจ้าคิดเห็นเช่นไรกับเรื่องนี้ ? "

หญิงสาวที่มีร่างกายสง่างามและเสียงที่อ่อนโยน จิ่วหลันซิน ยิ้มและมองไปที่หมิงไห่ คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามนาง

หมิงไห่ นั้นมีระดับการบ่มเพาะที่นภาที่สองรถดับนภา ซึ่งเขามีระดับการบ่มเพาะสูงที่สุดในกลุ่มนักรบระดับนภา เขาได้รับความช่วยเหลือจากราชาชูร่า เสี่ยวฮานยี่ และได้อาศัยความสัมพันธ์กับเขาทำธุรกิจในเมืองใต้บาดาล เขาเป็นคนเหี้ยมและโหด ทำทุกอย่างโดยไม่คิดถึงชีวิตและความตาย

ปีนั้น เพื่อแก้แค้นให้ตระกูลของเขา เขากล้าที่จะฆ่าลูกหลานของตระกู,กู่ หลังจากนั้นตระกูลกู่ก็ได้นำกองกำลังไล่จับเขา และเขาก็หนีมายังทะเลเคียร่า  เมื่อเขาอยู่ภายใต้การล้อมของพวกเขา เสี่ยวฮานยี่ก็ผ่านมาโดยบังเอิญ และหลังจากได้เข้าใจสถานการณ์ เขาก็ได้ตัดสินใจช่วยเขากำจัดคนจากตระกูลกู่และปกป้องชีวิตของเขา

เหตุผลที่เสี่ยวฮานยี่ช่วยหมิงไห่นั้นเพราะ ชื่นชมในความกล้าหาญของหมิงไห่ที่ไม่เกรงกลัวต่อตระกูลกู่

หลังจากที่หมิงไห่ เข้ามายังเมืองใต้บาดาล เขามักจะชอบโอ้อวด เรื่องที่ตนสนิทกับเสี่ยวฮานยี่ ทำให้ใครหกายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขา มีความสัมพันธ์กับตระกูลหยาง ดังนั้น ผู้คนจึงกลัวเขาเป็นอย่างมาก

จิ่วหลันซินกล่าวถึงเรื่องนี้ เพื่อเยาะเย้ยและทำให้เขาอับอาย

ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา , จิ่วหลันซินและหมิงไห่ได้ต่อสู้กันแย่งชิงพื้นที่ทางตอนเหนื่ออยู่หลายครั้ง

ในคอนแรก , จิ่วหลันซินมักจะเสียเปรียบ และถูกจัดการโดยหมิงไห่ หลังจากนั้น จิ่วหลันซินก็สร้างความสัมพันธ์กับตระกูลแมงป่องน้ำตั้งแต่นั้นมา นางก็ไม่กลัวมิงไห่และพยายามแย่งชิงพื้นที่ตอนเหนือมาอยู่ในมือ

แม้ตอนนี้ทุกคนจะพร้อมใจกันจัดการกับตระกูลหยาง แต่จิ่วหลันซินก็ยังคงจดจำความเกลียดชังในอดีต และได้ใช้โอกาสนี้พูดเยาะเย้ย

"ใช่ เจี่ยวเกอ นั้นดีต่อข้า " หมิงไห่พูดต่อ " ถ้าเจี่ยวเกอ ยังมีชีวิตอยู่ เพียงแค่มีใครบอกข้าว่าเขายังมีชีวิตอยู๋ ข้าก็จะไม่มีเจตนาชั่วร้ายใดๆ และจะต่อสู้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตระกูลหยาง "

หมิงไห่ส่ายหัวแล้วกล่าวด้วยความเสียใจ " แต่ก็เจี่ยวเกอ นั้นหายไป ข้าได้ข่าวว่าวิญญานของเจี่ยวเกอได้ตายไปแล้วและร่างของเขาถูกครอบครองโดยราชาอสูรชิหยาน หึ วีรบุรุษเช่นเขายังจบลงด้วยสถานการณ์อันเลวร้ายในปัจจุบัน เจียวเกอได้ใช้ทั้งวิญญานและร่างกายทั้งหมดของเขาเพื่อตระกูลหยาง ถึงแม้ว่าเขาได้รับชื่อเป็นราชาชูร่า แต่สิ่งใดกันที่เขได้รับ ในเวลาเช่นนี้เขายังปกป้องตระกูลหยาง ไม่ใช่ว่าเขาเป็นผู้เสียสละหลอกรึ ? "

" ไม่ว่าใครจะพูด ยังไง เสี่ยวฮานยี่ก็ ยังคงเป็นหนึ่งในพวกตระกูลหยาง . ถ้าเขารู้ว่าเจ้าเป็นคนทำลายตระกูลหยางในตอนนี้ เขาอาจจะเสียใจที่ช่วยเจ้าให้พ้นจากความตายเมื่อตอนนั้นก็เป็นได้ " จิ่วหลันซินพูดเยาะเย้ยอย่างเย็นชา

" ดี " หมิงไห่ สีหน้าก็ดูโหดเหี้ยม สายตาของเขาจ้องมองนางอย่างเย็นชา " ข้าทำแบบนี้เพราะเจี่ยวเกอไม่ได้อยู่กับตระกูลหยางแล้ว ข้าเพียงแค่จะทำทรัพยากรเหล่านี้ที่เจี่ยวมีส่วนในการหามาใช้ มันดีกว่าปล่อยให้ตกอยู่ในมือผู้อื่น กับทรัพยากรเหล่านั้น มันจะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น และวันหนึ่งหากข้าเข้าสู่ระดับพระเจ้าได้ ถึงตอนนั้น ข้าจะทดแทนความเมตตาของเจี่ยวเกอ , และข้าจะหาทางแก้แค้นให้เขา "

ฟู่ฮาว และหยานเฟิงก็หัวเราะ

สองคนนี้เป็นผู้นำของตะวันออกและภาคใต้ ตามลำดับ พวกเขาทั้งคู่อยู่ในนภาแรกระดับนภา เมื่อได้ยินคำพูดของหมิงไห่ พวกเขาก็ไม่สามารถช่วยได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา .

" หัวเราะอะไรของเจ้า ? " หมิงไห่ ด้้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง เขาก็ถามว่า " มันเป็นเรื่องตลกรึไง ?"

" ตลกมากเลยหละ " ฟู่ฮาวก็ พยักหน้าอย่างต่อเนื่องและพูดตรงไปตรงมาว่า " โปวชุนได้ทำลายวิญญานของเสี่ยวฮานยี่ และ ชิหยานก็ยึดร่างกายของเขา หมิงไห่ เจ้าจะบอกว่าเจ้าจะไปหาราชาอสูรและแก้แค้นงั้นรึ เจ้าไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องตลกหรือไง   "

หมิงไห่สีหน้ากลายเป็นดุร้าย แต่ก็ยังคงอธิบาย

" ข้ามีข้อเสนอ " จิ่วหลันซิน ลังเลอยู่สักพัก จากนั้นก็กล่าวว่า " . คนที่ฆ่าหยางจั๋วได้จะได้ทรัพยาส่วนมากไป เป็นไง ? "

ทันทีที่นางพูดออกมา อีกสามคนก็ตกใจ

" เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถฆ่าหยางจั่วได้งั้นรึ ?" ฟู่ฮาวสีหน้าก็ บึ้งตึงเย็นชา " และกล่าวว่า ถึงแม้ว่าหยางจั่วจะอยู่ในนภาที่สามระดับรู้แจ้ง แต่ทุกคนก็รู้ว่า จิตวิญญาณการต่อสู้ของเขานั้นแข็งแกร่ง ต่อให้คนจากตระกูลหยางจนตรอกแค่ไหน ด้วยความสามารถของจิตวิญญานต่อสู้พกวเขาสามารถรับมือกับคนที่มีระดับการบ่มเพาะสูงกว่าพวกเขาได้ หยางจั่วเป็นหนึ่งในลูกหลานของตระกูลหยางเขามีสมบัติลับมากมาย และวิชาต่อสู้เองก็อยู่ในระดับสูง ดังนั้น แม้ว่าเขาจะอยู่เพียงนภาที่สามระดับรู้แจ้ง มันไม่ง่ายสำหรับเจ้าที่จะจัดการเขาได้ด้วยตัวคนเดียว เจ้าคิดจริงๆเหรอว่า เพียงแค่ได้รับการสนับสนุนของตระกูลแมงป่องน้ำ เจ้าจะแข็งแกร่งถึงขนาดนั้น ?

" ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น " จิ่วหลันซินเต็ด " ข้าแค่เป็นห่วงว่าเจ้าจะไม่ทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อจัดการกับหยางจั่ว . แม้ว่ามันจะไม่ง่านที่จะเอาชนะเขา แต่เราก็สามารถหยุดเขาได้ ถ้าเราสองคนร่วมมือกันแล้วทุกสิ่งที่เรามีเข้าสู่ เขาไม่สามารถรับมือกับเราได้แน่ และแน่นอนภายใต้การโจมตีเต็มรูปแบบของเราสามคนเขาต้องตกตายแน่ ข้าแค่พูดเพื่อประโยชน์ของทุกคน ข้ากลัวว่าพวกเจ้าจะไม่ใช้พยายามทั้งหมดและเราจะเสียเวลา นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าได้ยื่นข้อเสนอนี้ พวกเจ้าคิดว่าไง ?

หลังจากที่ฟังนาง หมิงไห่ , ฟู่ฮาว และหยานเฟิงก็เงียบไปสักพักแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำแนะนำของนาง

" แม้ว่าเวลาของเราจะมีมากมาย เราก็ควรจะลงมือทันทีเพื่อให้ได้ทรัพยากรเหล่านั้นมาโดยเร็ว " หยานเฟิง พูดเร่ง เขาเป็นคนแรกที่จะยืนขึ้น " รายละเอียดของแผนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ข้ารับผิดชอบเรื่องการโจมตีจากตะวันออก พวกเจ้าก็รับผิดชอบของตัวเองไป เราทั้งหมดจะอยู่บุกเข้าห้องโถงทันทีเมื่อมันเปิด พวกเจ้าไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม ? "

หยานเฟิงจ้องมองหมิงไห่

" ดี ข้าไม่มีปัญหาอะไร " หมิงไห่เผยรอยยิ้มชั่วร้าย“ก่อนที่ตระกูลหยางจะตกต่ำลง สมาชิกของพวกเขานั้นซื่อสัตย์มาก แต่ตอนนี้ , มันง่ายที่จะสืบค้นภายใน . ทุกคนต่างก็มีเป้าหมายเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกทางที่ดีต่อพวกเขา”

" ก็ดี " หยานเฟิงพยักหน้าและเป็นคนแรกที่จากไป เดินไปตึกตระกูลหยางในทางทิศตะวันออก

ทันทีที่เขาขยับ นักรบนับร้อยก็ ลุกขึ้นยืนตามเขา

อีกสามคน หมิงไห่ , ฟู่ฮาว และจิ่วหลันซินก็นั่งยังคงนั่งดื่มสุราไม่กี่จอก หลังจากนั้น พวกเขาก็ลุกขึ้นยืนและพาคนของพวกเขาจากไป

ในร้านค้าสุราในเมืองใต้บาดาล , เจ้าของร้านค่อยๆออกมาจากด้านหลังพร้อมรอยยิ้มเหยเกแล้วทำความสะอาดแว่นตาบนโต๊ะเขาสั่นศีรษะของเขาและถอนหายใจ .

"หัวหน้า ทำไมคุท่านถึงส่ายหัวเช่นนี้กัน ? ดูเหมือนท่านจะไม่ชอบพวกเขานะ ? " เสี่ยวเอ้อเดินเข้ามาและถาม

" คนเหล่านั้นมาที่นี่เพื่อดื่มและกิน แต่กลับไม่จ่ายตัง  " เถ้าแก่ถอนหายใจ . "พวกเขานั้นแย่เสียยิ่งกว่าคนจากตระกูลหยางเสียอีก . แม้ว่าตระกูลหยางจะโหดเหี้ยวที่สุด แต่พวกเขาก็จ่ายตังทุกครั้งที่เข้ามาดื่มกิน แต่คนเหล่านี้ ไม่เพียง แต่พวกเขาไม่จ่าย เขายังพาผู้ใต้บังคับบัญชาของตนมาที่นี่เพื่อสนุกกับโดยไม่จ่ายเงินแม้แต่นิด ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป เราคงจะไม่สามารถอยู่ที่เมืองใต้บาดาลแห่งนี้ได้อีกต่อไป”

เสี่ยวเอ้อมองด้วยสีหน้ามืดมน “ก็พวกเขาแข็งแกร่งหนิ”

" ตระกูลหยางนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเขา แต่ไม่เคยทำเช่นนี้ด้วยซ้ำ " เจ้าของร้านพูดขึ้นเสียงเล็กน้อย แต่แล้วทันทีก็ตระหนักได้ถึงสิ่งเลวร้าย และเขกา็พูดขึ้น " หลังจากที่ทั้งสี่คนได้ยึดครองพื้นที่หลักทั้งสี่พวกเขาก็ได้เก็บค่าภาษีมากกว่าตระกูลหยางเสียอรก และก็มักจะเอาเปรียบพ่อค้าอยู่เสมอ พวกเขาประจบสอพลอเผ่าทะเลแต่กำเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ที่อยู่ในเมืองใต้บาดาลด้วยกัน มีหลายคนที่ตัดสินใจออกจากเมืองใต้บาดาลแห่งนี้ หลายคนพบว่าเป็นเรื่องยากนักที่จะอยู่ที่นี่ "

" ขอรับ ข้าเองก็ได้ยินว่าหลายคนกำลังพิจารณาเรื่องที่จะออกจากเมืองใต้บาดาล หืม ถ้าใครไม่มีศัตรูอยู่บนพื้นดินก็คง ไม่มีใครจะมาอาศัยอยู่ใต้ทะเลหลอก เมื่อตระกูลหยางยังสามารถควบคุมพวกเขาได้อยู่ เมืองนี้ไม่เคยมีสงครามเกิดขึ้น ตระกูลหยางปกป้องเราและไม่ปล่อยให้เผ่าทะเลรังแกเรา แต่ตอนนี้ เมื่อทั้งสี่กองกำลังเป็นคนคุมเมืองใต้ทะเล พวกเขาและเผ่าทะเลต่างก็หยิ่งพยองและไม่เคารพกันเลย "

เสี่ยวเอ่อหนุ่มก็ขมวดคิ้ว มองพื้นที่ตรงกลางของเมืองที่ตกแต่งอย่างงดงามและกล่าวว่า " ข้าหวังว่า ตระกูลหยางจะสามารถยืนอยู่อย่างมั่นคงได้ และขอให้กองกำลังทั้งสี่ ไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้ "

" พูดหนะมันง่าย . " เจ้าของร้านถอนหายใจและส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้  "เจ้าคิดไหมว่าเราควรออกจากเมืองใต้บาดาลในเร็วๆนี้  "

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 438 ทุกกองกำลังร่วมมือกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว