เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 410 ความวุ่นวายใต้พิภพ

บทที่ 410 ความวุ่นวายใต้พิภพ

บทที่ 410 ความวุ่นวายใต้พิภพ


บทที่ 410 ความวุ่นวายใต้พิภพ

นี้เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีต้นไม้โบราณสีเขียวและดอกไม้บานอยู่ทุกที่ กลิ่นอายธรรมชาติมีอยู่ทั่วเกาะแห่งนี้

นี่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น ๆในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬ รอบนอกของเกาะนี้เต็มไปด้วยควันโฉบอยู่รอบๆ แต่ไม่มีใครในเกาะ

ทุกอย่างที่เห็นมีเพียง ต้นไม้เก่าแก่สูงตระหง่านซึ่งหน่าแน่นไปทั่วจนปกคลุมท้องฟ้า เหมือนสวรรค์ ที่นี่ไม่มีสัตว์อสูรใดๆ ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกว่าสามารถฝึกบ่มเพาะที่นี่ได้อย่างสบาย

กลุ่มของฉื่อหยานผ่านหมอกและลงยืน หลังจากนั้น พวกเขาก็ปล่อยจิตสำนึกวิญญานของพวกเขาเงียบๆและจากนั้นทันทีตระหนักว่าจิตสำนึกของพวกเขาไม่ถูกปิดกั้น . เมื่อจิตวิญญาณของพวกเขากระจายออกไป สิ่งต่าง ๆที่อยู่ในเกาะทันทีก็สะท้อนขึ้นใจห้วงจิตสำนึกของแตาละคน

" ไม่มีใครที่นี่ " จ้าวเฟิงที่มีระดับการบ่มเพาะนภาที่สามระดับนภา เขาปลดปล่อยจิตวิญญาณของเขา ซึ่งไม่นานก็ปกคลุมทั่วทั้งเกาะ แต่ก็ไม่มีร่องรอยของชีวิตใด ๆ สถานที่ที่แห่งนี้มีกลิ่นอายธรรมชาติหน้าแน่นและมีต้นไม้เขียวขจี ดอกไม้บาน ทำให้ไม่ดูว่างเปล่า

นักรบจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ บางส่วนที่มาที่นี่เพื่อหาจิตวิญญานพระเจ้าบริสุทธิ์ ผู้คนได้กระจายจิตสำนึกวิญญานออกไปเพื่อค้นหาสิ่งที่ผิดปกติบนเกาะแห่งนี้รวมถึงโอกาสที่เป็นไปได้

ชิเสี่ยว หลี่เยว่ และคนอื่น ๆก็มีสีหน้าสงสัย พวกเขายังปล่อยจิตสำนึกวิญญาณของพวกเขา แต่ก็ไม่พบสิ่งใด

" นี่มันไม่ถูกต้อง " ฉื่อหยานขมวดคิ้ว " ต้องมีอะไรแปลกๆแน่นอน มิฉะนั้น นักรบคนอื่นก็สมควรอยู่ที่นี่ ถ้าพวกเราสามารถมาที่นี่ได้ คนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน ถ้าเราสามารถกระจายห้วงจิตสพนึกของเราออกไปได้คน อื่น ๆก็สามารถทำได้ ดังนั้น โดยทั่วไป เมื่อเราลงที่นี่ เราควรจะพบนักรบคนอื่นทันที มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่สามารถตรวจจับนักรบได้”

" ทุกคนระวังให้ดี ข้าคิดว่าสถานที่แห่งนีเผิดปกติ บางที มันอาจจะอันตรายเสียยิ่งดินแดนก่อนหน้านี้ " ใบหน้าของจ้าวเฟิงก็มืดมน“ทุกคนมารวมที่นี่เดี่ยวนี้ อย่าได้แยกออกไป เราจะไปเกาะด้วยกัน และสำรวจมันทีละน้อย”

ทุกคนพยักหน้ารับและมารวมกัน

ต้นไม้สูงตระหง่านขยายทั่วทั้งเกาะ มองผ่านอย่างรวดเร็ว เกาะแห่งนี้ก็ถูกปกคลุมด้วยป่าไม้หนาแน่น ต้นไม้โบราณเหล่านั้นปิดกั้นวิสัยทัศน์ของผู้ที่เดินในป่าแห่งนี้ และพวกเขาก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ไกลนัก

กลุ่มของ ฉื่อหยาน ก็ค่อยๆชลึกเข้าไปในเกาะ พวกเขาไม่ได้กังวล เพียงแต่ให้ความสนใจกับทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ตราบเท่าที่มีสัญญาณใด ๆเกิดขึ้น เขาก็จะสังเกตมันอย่างละเอียด

ตุบตุบ

เสียงทื่อก็ดังสะท้อนมา จากใต้เท้าของพวกเขา การสั่นสะเทือนขึ้นมาจากลึกใต้พื้นดินของเกาะ มันสั่นสะเทือนอย่างช้าๆ แต่มันดูเหมือนจะวิ่งตรงไปที่จิตใจของมนุษย์

ตึง ตึง ตึง

หัวใจของทุกคนค่อยๆเต้นรัวขึ้น สั่นจากใต้เกาะดูเหมือนจะสามารถที่จะทำให้การเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจของคนเหล่านั้นปอนด์ได้เร็วขึ้นและเร็วขึ้น

" อะไร ? " ดวงตาของจ้าวเฟิงก็หลี่ลงและส่งประกายประหลาด " พวกเจ้ารู้สึกไหม ? "

ใบหน้าของทุกคนก็พยัก

จ้าวเฟิงสูดหายใจลึกๆและพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม " ข้าคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติใต้ดิน เราควรจะระมัดระวัง ถ้าหัวใจของเราเต้นเร็วมากกว่านี้เราอาจจะกลายเป็นบ้าคลั่งได้ ยิ่งมันรุนแรงเท่าใดการตัดสินใจและเหตุผลของพวกเราก็จะน้อยลง และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

หลังจากหยุดสักพัก จ้าวเฟิงมองฉื่อหยาน และกล่าวว่า " โดยเฉพาะอย่างเจ้า”

ฉื่อหยาน ก็เขินเล็กน้อย เขาพยักหน้าเบา ๆ " ไม่ต้องเป็นห่วง ข้ามีสาเหตุที่ทำให้ข้าสูญเสียสติก่อนหน้านี้  ข้าจะไม่เสียสติอีก ผลกระทบที่ข้าได้รับตอนนี้ก็เท่าๆกับท่านนั่นแหละ "

" จิตสำนึกวิญญานของใครสามารถเจาะเข้าไปในพื้นใต้ดินได้บ้าง ?" หลี่เยว่ ลังเลสักพักก่อนที่ใบหน้าของเธจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย เหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง " จิตวิญญาณของข้าลงลึกไปได้ไม่เกินสิบจ้าง ( 1 จาง เท่ากับ 3.33 เมตร - TL ) ใต้ดิน ดูเหมือนจะมีอุปสรรคบางอย่างภายในพื้นดินของเกาะ มันป้องกันไม่ให้จิตวิญญานของเราทะลุลงไป

หลังจากได้ยินสิ่งที่นางพูด ทุกคนก็รีบส่งจิตวิญญาณของพวกเขาลงไปในพื้นดินตามคำพูดของนาง

ฉื่อหยานจิตสำนึกวิญญานของเขาก็พุ่งลงไปที่พื้น อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงระดับความลึกเพียง จ้างเขาก็พบกับอุปสรรค

ด้วยอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้จิิตสำนึกวิญญานเจาะลึกลงไปใต้ดิน พวกมันเป็นเหมือนกับเชือกที่ผูกมัด จิตสำนึกวิญญานของพวกเขาก่อนที่จะจิตสำนึกวิญญานของพวกเขาจะทะลวงลงไปได้

หลังจากพยายามอย่างมากก็เจาะลึกลงไปได้หกจ้าง ฉื่อหยานได้ปลดปล่อยจิตสำนึกวิญญานทั้งหมดแล้ว  แต่ก็ไม่สามารถขยับไปต่อได้แม้แต่เซนเดียว

" ข้าเองก็เช่นกัน " จ้าวเฟิงนิ่งมองทุกคน และบอกว่า " ถ้ามีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้น ข้าแน่ใจว่ามันต้องมาจากศูนย์กลางของใต้ดินของวเกาะ ดังนั้นเราควรมองหาทางเข้าที่จะไปที่นั่น ข้าคิดว่า ถ้า มีนักรบอื่น ๆอยู่พวกเขาคงจะเข้าไปยังศูนย์กลางเกาะของแล้ว ถ้าพวกเขาสามารถไปได้ เราก็สามารถไปได้ "

" อืม มันต้องมีทางอยู่แน่ " ในขณะที่พูด ไชอี้ก็หยิบกำไล แหวนไพลิน จากกระเป๋าของนาง ทันทีที่กำไลปรากฏในฝ่ามือของนาง มันก็ส่องแสงสีฟ้าอ่อนออกมาสามเส้นเจาะลงไปในพื้นดิน , เจาะลึกทะลสงไปยังอุปสรรคได้พื้นดิน

ไชอี้้ค่อยๆหลับตาแน่นขณะถือกำไล

เมื่อแสงสีฟ้าทั้งสามเส้นเจาะลงไป ไชอี้ถักคิ้วของนางไว้แน่น เมื่อนางส่งจิตสำนึกลงไปอย่างรุนแรง ครึ่งวันต่อมา ร่างกายสง่างามของนางก็สั่นสะท้าน นางจึงลืมตาขึ้นและพูดด้วยความประหลาดใจ " ใครบางคนกำลังต่อสู้อยู่ "

ทุกคนตกใจ

"กำไลไพลินนี้มาจากดินแดนแปลกประหลาดเมื่อสองวันที่แล้ว ข้าสังเกตุมันอย่างรอบคอบ และตระหนักว่า กำไลนิลของข้าสามารถตรวจจับพลังงานที่แตกต่างกันได้ เมื่อเส้นแสงสีฟ้าอ่อนได้เจาะลงไปยังพืิ้นดินก่อนหน้านี้ พวกมันก็สัมพัสได้ถึงพลังที่แตกต่างกันสิบชนิดกำลังประทะกันอยู่ มันชัดเจนว่าต้องมีนักรบหลายคนแน่ที่อยู่ข้างใต้ " ไชอี้้ถือกำไลไพลินในขณะที่อธิบายให้ทุกคน " น่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างใต้ มิฉะนั้นพวกเขาคงไม่ต่อสู้กันเช่นนี้ " จ้าวเฟิงพูด " ดูเหมือนว่า คนเหล่านั้นจะพบกับสมบัติลับระดับศักดิ์สิทธิ์และพวกเขาก็ต่อสู้กันเองเพียงเพราะของสมบัติเหล่านั้น ถ้าเราเดาไม่ผิด ความลับของเกาะนี้สมควรอยู่ใต้ดิน " .

" หาทางเข้าเถอะ " ฉื่อหยานเผยอรอยยิ้มออกมาจากมุมปากของเขา "แยกย้ายกันออกหาดู ดูเหมือนว่าบนเกาะนี้จะไม่มีอันตรายใดๆ ทุกคนกระจายกันออกไปและเมื่อใครพบก็ตะโกนออกมา ถึงแม้เกาะนี้จะไม่เล็ก แต่ถ้าเราแยกย้ายกันออกไป มันก็จะง่ายต่อการค้นหาทางเข้า "

" กระจายกันออกไป " จ้าวเฟิงสั่งให้คนของเขาจากนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ แล้วบินออกไปก่อนเข้าสู่ศูนย์กลางของเกาะ

ไชอี้ ชิเสี่ยว สองพี่น้องหลัวหลันก็กระจายออกไปตามที่ฉื่อหยานสั่ง

ฉื่อหยาน ไม่เคลื่อนย้ายไปไหน เขายืนอยู่กับที่

7 คน จากนิกายประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ตามไชอี้และชิเสี่ยวก่อนหน้านี้ก็ได้แยกออกันไปสามทิศทาง ด้วยจำนวนคนเยอะแบบนี้ สมควรจะใช้เวลาไม่นานนั้นเพื่อค้นหาทั่วเกาะ ต่อให้เขาไม่ต้องพยายามทำอะไร เขาก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับผลลัพของมันได้อย่างสบายใจ

ซั่วชูและซั่วฉือก็กระจายกันออกไปเพื่อค้นหา แต่เมื่อพวกเขาเห็นเขาอยู่ข้างหลัง พวกเขาก็อึ้งไปชั่วขณะ และยังมอง

" ท่านปู่ซั่ว หลังจากเสร็จสิ้นการเดินทาง ท่านจะกลับไปยังสมาคมการค้าหรือไม่" ฉื่อหยานคิดสักพัก จากนั้นก็กล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม“ข้าจะยังไม่กลับไปทะเลไม่มีที่สิ้นสุด แม้ว่าข้าจะไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ปัจจุบันนักตอนนี้ แต่ข้าก็มั่นใจว่า ทะเลไม่มีสิ้นสุดกำลังวุ่นวาย ตั้งแต่ข้าจากทะเลไม่มีที่สิ้นสุดมา เผ่าอสูรได้กระจายกันอยู่อย่างหนาแน่น เผ่าอสูรจากดินแดนสี่อสูรได้บุกมายังทะเลไม่สิ้นสุด มันก็นานมากแล้ว อีกทั้งยังมีเผ่าทมิฬจากดินแดนใต้พิภพเจ็ดชั้น ถ้าท่านกลับโดยทางปกติ ข้าเกรงว่าท่านจะได้รับอันตราบ”

หน้าซั่วชูเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขากล่าวด้วยความกลัว  " เผ่าอสูร เผ่าทมิฬ ?  "

ฉื่อหยานพยักหน้า

" ไม่ใช่ว่าชนเผ่าทั้งสองนี้ได้หายสาบสูญไปจากแผ่นดินรุ่งเรืองแล้วหลอกรึ ? ในสมาคมการค้ามีตำนวนบางโบราณเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ทั้งสองนี้อยู่ แต่เราไม่เคยเห็นพวกมันจริงๆ พวกมันมายังทะเลไม่มีสิ้นสุดจริงรึ ? และตอนนี้ก็อยู่ในทะเลไม่สสิ้นสุดอีกด้วยใช่หรือไม่ ? "

" ใช่ ทุกคนที่อาศัยอยู่ในทะเลต่างก็ต้องพบกับโศกนาฏกรรม ทั้งสองเผ่าพันธุ์ได้ฆ่านักรบไปเป็นจำนวนมาก ทะเลเคียร่าและทะเหลิงเหิงลั่วเต็มไปด้วยศพมากมาย พลเรือนจำนวนมากก็ได้รับผลกระทบด้วย หึ , มันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกทุกอย่างในเพียงไม่กี่คำ "

เมท่อพูดถึงทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ฉื่อหยานก็รู้สึกหดหู่มาก ตั้งแต่ที่เขาทิ้งทะเลไม่มีที่สิ้นสุดมา เขารู้ว่าสงครามที่รุนแรงได้กระจายออกไป

ฉาวเชี่ยวเต้าจากตระกูลฉาว และ หยางอี้เทียนขจากพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้ 2 คน นี้แข้งแกร่งเป็นอย่างมาก ถ้าพวกเขาสองคนร่วมมือกันและ ร่วมกับกองกำลังอื่น ๆในทะเลไม่มีที่สิ้นสุด มันก็ยากที่จะบอกว่าใครจะชนะในสถานการณ์เช่นนี้เพราะ เผ่าอสูรและเผ่าทมิฬบางส่วนยังไม่สามารถมารวมตัวกันได้

มีสิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจ คือสงครามจะไม่จบในเร็วๆนี้แน่

หลังจากตระกูลหยาง ได้หลบซ่อนในดินแดนสี่อสูร ก็ไม่มีข่าวจากพวกเขาอีกเลย ถึงแม้ว่าชิหยานจะบอกว่าจักพรรดิหยางเทียนตายแล้วแต่ ฉื่อหยานก็รู้สึกได้ว่าเขาต้องไม่ตายง่ายๆเช่นนี้แน่นอน จักพรรดิหยางเทียนคือนักรบที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงมากที่สุดในทะเลไม่มีสิ้นสุด อีกทั้งยังชาญฉลาดเป็นอย่างมากอีกด้วย

เขาสมควรไม่สิ้นท่าง่ายๆแน่นอน

สำหรับฉื่อหยาน หากยังไม่ตระกูลหยางอยู่ที่นั่นและกำลังต่อสู้อยู่ในทะเลไม่มีสิ้นสุด เขาจะต้องกลับไปอย่างแน่นอน

ยิ่งดินแดนแห่งนั้นวุ่นวายเพียงใด มันก็ง่ายสำหรับเขาที่จะฝึกฝนบ่มเพาะผ่านจิตวิญญานต่อสู้ลึกลับ เขานั้นอยู่ในระดับนภาแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องการพลังปราณลึกลับจำนวนมากเพื่อบรรลุระดับต่อไป ตั้งแต่ทะเลไม่มีที่สิ้นสุดเกิดความวุ่นวายขึ้น มันก็กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การฝึกบ่มเพาะของเขา

ลินดากับเซียเสินชวน ตายแล้ว ฉื่อหยาน ตอนนี้แน่วแน่ที่จะเผชิญหน้ากับราชาอสูรชิหยาน

ด้วยความกดดันของโปวชุน , ตี่ชานและยู่โหล่วจึงจำเป็นต้องทรยศเขา สำหรับฉื่อหยาน , นี้คือความอับอาย

เขามาหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬเพื่อฝึกฝนและกลับไปทวงทุกอย่างที่เป็นของเขาคืน !

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 410 ความวุ่นวายใต้พิภพ

คัดลอกลิงก์แล้ว