เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 366 ผู้เบิกทาง

บทที่ 366 ผู้เบิกทาง

บทที่ 366 ผู้เบิกทาง


บทที่ 366 ผู้เบิกทาง

ฉื่อหยานกำลังลังเล

ทั้งห้าคนนี้แน่นอนว่าไม่ได้มีเจตนาที่ดีเมื่อพวกเขาบอกสิ่งที่ให้เขาทำ พวกเขาเตรีนมกันไว้อย่างดี เขาเองก็พอเดาออกว่าพวกเขาจะต้องให้เขาทำหน้าที่เป็นผู้เบิกทางแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของเขา มันจะปลอดภัยกว่า ถ้าเขาทิ้งทั้งห้าคนและออกไปด้วยตัวของเขาเอง

แต่เขนั้นรู้เรืองเกี่ยวกับในทะเลหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬน้อยเกิน ตะเวนไปรอบๆสถานที่แห่งนี้ เขาอาจจะพบกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหรืออันตรายได้ ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาขอให้เขาทำนั้นมันได้นับว่ายากเกินไปเลย

พวกเขาห้าคนแบ่งออกเป็นสามฝ่ายที่ปกป้องกันเอง นี้คือสิ่งที่เขาคิด เขาคิดกับตัวเองว่า ถึงแม้เขาจะไม่ปลอดภัย เขาก็ยังคงสามารถใช้ประโยชน์ของคนทั้งห้านี้เพื่อจัดการกับปัญหาต่างๆได้ตามที่เขาพอใจ แต่หากกลายเป็นว่าพวกเขาร่วมมือกัน เขาก็จะไม่เสี่ยงอยู่กับพวกเขาต่อ

เขารู้ว่า ไชอี้และ บอค และต้องการที่จะใช้เขาเป็นหน่วยกล้าตาย

ในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬไม่มีกลิ่นอายธรรมชาติ ดังนั้น ถ้านักรบธรรมดาต้องการฟื้นฟูพลังปราณลึกลับ ก็มีวิธีเดียวคือ ฆ่าสัตว์อสูร

แต่เขานั้นแตกต่างออกไป

เขาทองว่า ไชอี้ และ บอค เป็นเช่นเดียวกับสัตว์อสูร ถ้าพวกเขาะตาย เขาก็สามารถดูดซับกลิ่นอายพลังจากพวกเขาได้และฟื้นคืนความแข็งแรงของเขา ด้วยจิตวิญญานต่อสู้ลึกลับของเขา ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แม้ในหมอกแม่เหล็กพิษทมิฬแห่งนี้ก็ตาม

ตราบใดที่มีคนตาย เขาก็จะได้รับพลังตามเท่าที่ต้องการ

ดังนั้น หากอยู่กับกลุ่มคนทั้งห้าเหล่านี้เขาอาจจะได้ประโยชน์ดีๆ

กลุ่มนี้มีเจตนาไม่ดีต่อเขา แล้วเขาจะต้องสนอะไรอีก ?

" เจ้าพร้อมหรือยัง ? ไปกันเถอะ " อายหยาแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาพร้อมยอมรับด้วยการพยักหน้า นางเอาตารางเข็มทิศจากแหวนกระเป๋าของนาง รูปแบบแปลกๆสลักอยู่บนพื้นผิวของเข็มทิศ ; ทั้งสี่มุม มีผลึกอสูรอยู่ ซึ่งดูเหมือนมันจะใช้ให้พลังงานสำหรับเข็มทิศ

ถือเข็มทิศในมือของนาง นิ้วเล็กชี้ไปยังทิศทางที่ศูนย์กลางเข็มทิศชี้ไป

ไชอี้ ไม่ได้พูดสักคำ ตาของนางจ้องมองเข็มทิศในมือของอายหยา ให้ความสนใจไปยังทิศทางที่อายหยาชี้ไปและรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของอายหยา

ในช่วงกลางของเข็มทิศ , เข็มเงินที่สั่นเล็กน้อยก่อนหน้านี้ก็หยุดและชี้ไปด้านซ้ายของ ฉื่อหยาน . มองทางนั้นสักครู่ อายหาก็เอาเข็มทิศกลับมาใส่แหวน แล้วพูดว่า " เราต้องไปทิศนั้น "

ไชอี้ และคนอื่นๆพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ ที่ปลายเท้าของนางแตะหินบนพื้นเล็กน้อย นางทันทีก็พุ่งออกไปด้วยความเร็วปานกลาง เมื่อนางต้องใช้พลังปราณลึกลับ นางจะใช้มันให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

" ฉื่อหยาน เจ้าไม่มางั้นรึ ? " ไชอี้ รอจนกว่าอายหยาจะจากไป นางก็หันหลังมาเล็กน้อยมองเขาด้วยรอยยิ้มและกล่าวว่า " เจ้าควรทำตามหน้าที่สิ โธ่ เจ้าจ้องไปด้านหน้า ถ้าเกิดมีอะไรผิดปกติ ระวังและอย่าได้ลืมที่จะตะโกนออกมาดัง ๆ ถ้าเจ้าเห็นสัตว์อสูร มิฉะนั้น เรากลัวว่ากว่าเราจะไปถึงที่นั้นได้ เจ้าอาจจะ . . . . . . . "

หน้าฉื่อหยานก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขากุมมือ และตามอายหยาไป

หลังจาก ฉื่อหยานไปแล้ว ไชอี้ สีหน้ายิ้มก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย มันหายไป กลายเป็นนางขมวดคิ้วแล้วพึมพำว่า " คนๆนี้ระวังตัวมาก ฉันไม่รู้ว่าอายหยาพูดอะไรกับเขา แต่ข้ารู้สึกว่าเขาดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย . อายหยานั้นแข็งแกร่งที่สุด ถ้านางได้รับความช่วยเหลือจากชายคนนี้ นางจะยิ่งอันตราย " .

บอค ต้องการที่จะพูดบางอย่าง แต่เขาก็คิดกับตัวเองว่า เป็นพี่สาวเองไม่ใช่รึที่ชวนเจ้านี่มา เขาจำได้ตอนที่ ไชอี้ ด่าเขาก่อนหน้านี้ และเขาก็ทนฟัง โดยไม่กล้าที่จะถาม จนถึงตอนนี้ เขารู้สึกสับสนเล็กน้อย

พี่น้อง ลั่วหลัน ลั่วหลี่ หัวเราะออกมาในขณะที่สายตาของพวกเขาแสดงบางอย่างลับๆ พวกเขาไม่ได้พูดคุยกับ ไชอี้ แต่บินไปที่ ฉื่อหยาน แทน

ไชอี้ ยิ้มอย่างเย็นชาและพูด " มันไม่ง่ายที่จะเอาเปรียบเจ้าเด็กนั่น เจ้าควรจะระสังไว้ . อย่าให้เขามาอยู่ใกล้ๆ พวกเรา ข้ากลัวแต่ว่าอายหยาจะยั่วยวนเขา และทำให้เขาปกป้องนางอย่างสมัครใจ แม้ว่าข้าจะไม่กลัวนาง แต่มันก็ยังลำบาก ถ้ามีโอกาสอย่าลืมยั่วยุทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเขาและอายหยา มันจะดีที่สุดถ้าเจ้าสามารถทำให้เขาเกลียด อายหยาได้ เข้าใจไหม ? "

บอคก็ตกใจ แต่ก็ฝืนยิ้มเหยเกและพยักหน้า " ข้าจะทำให้ดีที่สุด "

ไชอี้ ไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก นางพลิกมือของนาง ,เกิดเป็นเสียงเบาๆขึ้นและร่างงดงามก็บินไปยังทิศทางเดียวกับฉื่อหยาน

อายหยาเป็นคนนำและฉื่อหยานก็กำลังตามนางไป พี่น้องลั่วหลัน ลั่วหลี่ ก็ตามมาไ และสุดท้ายก็เป็นสองพี่น้อง ไชอี้ และ บอค

ขบวนคนทั้งเห็กต่างก็เว้นระยะห่างกันและกันประมาณ 20 เมตร ; พุ่งไปด้วยความเร็วไม่มากเพราะต้องใช้พลังปราณลึกลับให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ฉื่อหยาน ก็ระวังไปรอบๆเขาสังเกตุทุกการเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง

ทุกครั้งที่อายหยาบินมาถึงเขา นางก็หยุดไปพักหนึ่งสั้นๆและเอาเข็มทิศตรวจสอบทิศทาง หลังจากกำหนดได้ว่าไม่มีสิ่งผิดปกติ หล่อนก็เดินหน้าต่อไป

ฉื่อหยาน อย่างห่างด้านหลังนาง 20 เมตร มองร่างของนางอย่างชัดเจนในทะเลหมอก โดยไร้แรงโน้มถ่วง ร่างกายของนางเป็นเหมือนต้นหลิวด้วยเอวเล็กๆของนาง แขนเรียว ขายาว และต้นขาอวบ . เขารู้สึกค่อนข้างพอใจ แต่ไม่กล้าที่จะมีความคิดชั่วร้าย .

พวกเขาได้บินไปชั่วขณะหนึ่ง ; แต่ก็ยังคงเงียบไม่มีใครพูดใดๆ . นางหยิบเข็มทิศเพื่อตรวจสอบทุกครั้ง นางหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้วรีบจากไป ไม่ได้ถามใดๆกับ ฉื่อหยาน

ฉื่อหยาน ไม่กล้าที่จะผ่อนคลายและระวังไปยังพื้นที่รอบๆตลอดเวลา ระวังสองพี่น้องลั่วหลัน ลั่วหลี่ เขาไม่ประมาทและเตรียมรับมือ สองพี่น้องที่จะจู่โจมเขาตลอดวเลา

ทันใดนั้นเองก็หยุดในด้านหน้าของภูเขาอีกลูกหนึ่ง นางหยิบเข็มทิศและสังเกตสภาพแวดล้อมของพวกเขา

หลังจากนั้น อายหยาก็หันไปมอง ฉื่อหยาน และกล่าวว่า , " มีบางสิ่งบางอย่างแปลกๆในช่องว่างระหว่างสองยอดภูเขาทั้งสอง ไปดูสิอะไรอยู่ตรงนั้น "

เคลื่อนไหวไปข้างหน้า ฉื่อหยานก็ พยักหน้าในขณะที่ยังคงระวังตลอดเวลา

อายหยามองเขาที่เข้ามาใกล้

ฉื่อหยานรู้ว่า อายหยากำลังระวังเขาจาด้านหลัง เขาเยาะเย้ยจากภายในหัวใจของเขา แต่ใบหน้าของเขายังคงเป็นธรรมชาติ เขาไม่ได้มองนาง แต่เขากลับสนใจมองไปยังหน้าผาข้างหน้าเขา เขาพินิจสังเกตมันในขณะที่กำลังเริ่มคิดบางสิ่ง

ความระวังของอายหยายังไม่ลดลง นางยังคงมองเขาจนเขาเดินผ่านนางไปด้านหน้า หลังจากนั้นนางจึงผ่อนคลายเล็กน้อย แต่สายตาของนางยังมอง ฉื่อหยานด้วยความระวัง

" มีความเป็นไปได้สูงที่จะสัตว์อสูรซ่อนอยู่บนด้านข้างของภูเขา เจ้าควรจะสังเกตอย่างระมัดระวัง มันจะดีที่สุดถ้าเจ้าสามารถหาวิธีกำจัดพวกมันทีละมากๆได้ . " หลังจาก ฉื่อหยาน บินผ่านนาง เขาได้ยินเสียงเตือนอันเย็นชาของนาง

" อื่ม " ฉื่อหยาน ตอบอย่างเย็นชา ใบหน้าของเขาก็มืดมัวไป ในขณะที่เขากำลังใช้พลังปราณลึกลับของเขา กระแสพลังก็ค่อยๆไหลไปทั่วเส้นเลือดของเขา

ในขณะที่พลังปราณลึกลับโคจรเล็กน้อย ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ราวกับว่าพลังมหาศาลในร่างกายของเขาอาจจะระเบิดได้ตลอดเวลา

หลังจากการรับรู้ได้ถึงร่างกายที่เปลี่ยนแปลง , ฉื่อหยาน ดวงต่ก็ค่อยๆสงบ

อายหยาไม่ได้พูดอะไร ร่างดงามบอบบางยืนในกลุ่มหมอกเมฆบนอากาศในขณะที่นางมอง ฉื่อหยาน ด้วยใบหน้าที่เย็นชา แล้วอยู่ๆ นางก็หันกลับมามาสองพี่น้อง ลั่วหลัน ลั่วหลี่ ที่กำลังเข้ามาใกล้นาง

เมื่อสองพี่น้องเห็นนาง ก็หยุดเคลื่อนไหว และเผยรอยยิ้มที่สดใส มองไปที่ฉื่อหยานและถามว่า " สถานการณ์เป็นอย่างไร เราทำอะไรได้บ้าง ?

" สัตว์อสูน " นางตอบเพียงแค่คำเดียวอย่างเย็นชาและหันกลับไปมอง ฉื่อหยาน .

สองพี่น้องไม่ได้ถามอะไรต่อไป พวกเขาคนหนึ่งมองที่อายหยา และอีกคนมอง ไชอี้ . พวกเขาให้ความสนใจทั้งด้านหน้าและหลัง

สองภูเขาสูงประมาณห้าร้อยเมตร เป็นยอดภูเขาเป็นสีแดง ต้นไม้บางอย่างเกิดความผิดปกติและพืชเติบโตก็ดูประหลาด

ระหว่างสองยอดภูเขา มี สันเขาที่ กว้างหนาหนึ่งร้อยเมตร , หมอกสีดำทำให้พื้นที่นี้ยิ่งมืดและอึมครึม พืชและต้นไม้หนาทึบปกคลุมภูเขา เพราะหมอกหนา จึงไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดเจนนัก มีเงาดำจางๆ ซึ่งเหมือนก้อนหิน หรือพืชบางชนิดอยู่

ในกรณีที่ไม่สามารถใช้จิตสำนึกวิญญานได้ คนๆนั้นก็ต้องสังเกตุสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตัวของเขาเอง การเข้าไปใกล้ๆ เป็นวิธีเดียวที่จะรู้ถึงสถานการณ์ที่แห่งนั้นได้ดีที่สุด

เริ่มเปิดใช้พลังปราณลึกลับ ฉื่อหยาน ก็เข้าไปใกล้กับหน้าผาอีกด้านหนึ่ง ตาของเขาสว่างขึ้นจ้องเงาดำสองเงาที่อยู่ด้านข้างของภูเขา , ต้องการที่จะเห็นพวกมันอย่างชัดเจน

" ฉ่าาา ฉ่าาา "

มันเป็นเสียงของงูที่พุ่งขึ้นมาจากภูเขาด้านข้าง . ฉื่อหยาน มองเห็นเพียงเงาสีดำเคลื่อนไหวไปมา และบินออกมาจากหน้าผา

รูปร่างเช่นนี้ควรเป็น งูหลามทองม่วง

งูหลามทองม่วงเป็นสัตว์อสูรระดับหก อาศัยอยู่กันเป็นกลุ่ม และชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพลังหยินหนาวเย็น . มีร่างสองร่างที่มีลวดลายเป็นวงกลมสีม่วงเป็นผิวของมัน ร่างกายของมันยาวเจ็ดถึงสิบเมคร มันมีเขี้ยวแหลมคมและสามารถพ่นหมอกพิษออกมาได้ นอกจากนี้ยังสามารถพุ่งออกได้อย่างรวดเร็วในขณะที่มันมีร่างกายที่ใหญ่โตและยาว ร่างกายของพวกมันสามารถพันรอบร่างของนักรบและบดให้ขาดครึ่งได้ทันที

ทันทีที่ งูหลามทองม่วงที่พันอยู่รอบต้นไม้บนภูเขาด้านข้าง เห็นเขา มันก็พุ่งมาด้วยความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ในขณะที่ปากพ่นพิษสีม่วงไปที่ ฉื่อหยาน .

ด้วยความรวดเร็ว ฉื่อหยาน ตอนนี้ก็รู้ว่ามีงูทั้งหมดแปดตัวกำลังมาทางเขา ใบหน้าของเขาช่วยไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไป งูหลามทองม่วงแต่ละตัวนั้นมีขนาดยาวแปดถึงเมตร ปากของมันเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม ตาเล็กๆของพวกมันประกายไปด้วยพิษสง ที่ทำให้ผู้พบเห็นกลัวจนขยับไม่ได้

โดยไม่ต้องคิด เขาโคจรพลังปราณลึกลับไปที่ขาของเขา ก่อนที่พิษจะมาถึง เขาก็กระโดดถอยหลัง

"มีงูหลามทองม่วงอยู่ แปดตัว " ร่างของ ฉื่อหยานก็ถอยมาอย่างรวดเร็วเหมือนสายฟ้าฟาด แล้วหยุดประมาณหนึ่งร้อยเมตรด้านหน้าอายหยา . เขาหันศีรษะของเขาไปและตะโกน

" ฆ่ามัน " อายหยาดวง ตาก็สดใสขึ้น ใบหน้าเล็ก ๆของนางดูตื่นเต้นเล็กน้อย ร่างกายของนางพุ่งไปยังกลุ่มงูหลามทองม่วงราวกับหอกที่แหลมคม

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 366 ผู้เบิกทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว