เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 304 เสียงคำรามของศพราชันย์

บทที่ 304 เสียงคำรามของศพราชันย์

บทที่ 304 เสียงคำรามของศพราชันย์


บทที่ 304 เสียงคำรามของศพราชันย์

กลิ่นอายแห่งความตายสีขาวในห้องใต้ดินถูกทำลายด้วยคลื่นสั่นสะเทือนที่เป็นเหมือนกับพายุที่พัดไปทุกแห่ง

คมดาบสายลมส่งเสียงหวัดหูทิ้งร่องรอยไว้มากมายบนผนัง

ภายใต้แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ํามัน บนผนังของห้องโถงเต็มไปด้วยรอยลึกมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งดูคล้ายกับถูกเฉือนด้วยของมีคม

มีลอยฟันลึกมากมายแกะสลักลึกเข้าไปในผนังหิน

แสงแปลกประหลาดปรากฏออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ มันเข้ามาใกล้และลงมายังห้องใต้ดิน

กลิ่นอายพลังหยินสีขาวทันทีก็ปกคลุมไปทั่วพร้อมกับผู้อาวุโสของนิกายซากศพปรากฏตัว กลิ่นอายพลังหยินเกิดเป็นกำแพงยาวขึ้นรอบตัว

เส้นสายพลังวิญญานโปร่งใสนับหมื่นสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งมันเป็นเหมือนกับแสงดวงดาวที่ส่องลงมายังพื้นดินอย่างหนาแน่น และโจมตีไปทั่วทุกมุมห้องใต้ดินอย่างรุนแรง

กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนก็ปิดตาของพวกเขาลงครึ่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ขยับ แต่ร่างกายของพวกเขาก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยแสงดวงดาว แต่ละเส้นแสงดูงดงามเหมือนกับดาวนับพันดวงข้างใต้ห้องใต้ดิน

แม้แต่ฉื่อหยานเองก็เช่นกัน

หลายร้อยเส้นแสงดวงดาวเจาะเข้าไปในห้วงจิตสำนึกของเขา แสงดวงดาวนี้คือวิญญานของกลุ่มอีเทียนโหมว ซึ่งเป็นเหมือนเส้นใยที่ยาวเหยียดไม่มีสิ้นสุด . วิญญานแสงดวงดาวเหล่านี้ทำให้เขาไม่สามารถใช้ห้วงจิตสำนึกหรือห้าปีศาจและจิตสำนึกวิญญานได้

กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนแน่ชัดว่าไม่ได้มีเป้าหมายที่เขา อย่างไรก็ตาม แรงกดดันที่เขาได้รับก็ไม่ใช่เรื่องตลก

แสงสีเขียวข้างในดวงตาของประมุขนิกายซากศพของ ประมุขก็เต็มไปด้วยเส้นแสงดวงดาว

กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนควบคุมเขา ด้วยเคล็ดวิชาลับที่มหัศจรรย์ เส้นใยแสงดวงดาวส่วนใหญ่ไหลเข้าสู้ร่างของชิงหมิง มันเข้าไปในหัวของเขา และพันธนาการจิตสำนึกวิญญานและห้วงจิตสำนึกของเขา

วิญญานหลักและห้วงจิตสำนึกเป็นรากฐานของนักรบ มันจำเป็นในการควบคุมเปลวไฟประคบศพ ดังนั้น เมื่อวิญญานหลักและห้วงจิตสำนึกถูกผนึก ชิงหมิงก็ไม่สามารถปล่อยจิตสำนึกออกไปได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่านี่คือการป้องกันไม่ให้เขาใช้เปลวไฟประคบศพ ในการข่มขู่ฉื่อหยาน

เกิดพลังหยินเย็นยะเยือกหนาแน่นขึ้น เป็นประมุขนิกายซากศพชิงหมิงที่ใช้พลังทั้งหมดเพื่อทำลายเส้นใยวิญญาน

กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนก็ยิ้มบางๆ เพื่อเพิ่มแรงกดดันวิญญาน พวกเขาเรียกใช้เคล็ดวิชาต่างๆจากคัมภีร์วิญญานของเผ่าเสียงอสูร

ด้วยการโจมตียวิญญาณของพวกเขา ชิงหมิง ต้องดิ้นรนเป็นอย่างมาก แสงสีเขียวในดวงตาของเขากลายเป็นมืดมัว

หยินไห่ ด้วยใบหน้าเศร้าหมองเขาก็นั่งอยู่ตรงบนโลงไม้หยินอย่างเงียบๆ ดวงตาของเขาถูกครอบงำด้วยความกลัว ในขณะที่ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน

เขาได้ตระหนักถึงระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของกลุ่มอีเทียนโหมวทั้งสามคน  นักรบระดับพระเจ้าสามคนใช้พลังวิญญานของตัวเองกดดันผู้อื่น ซึ่งทำให้เกิดเป็นวงหมุ่นที่รุนแรงขึ้นภายในห้องใต้ดิน

ไม่ว่าใครที่ยืนอยู่ใกล้กับสถานที่แห่งนี้จะไม่สามารถหนีจากแรงดึงดูดวิญญานของกลุ่มอีเทียนโหมวทั้งสามคนได้  ถ้าในความคิดของพวกเขามีความตั้งใจและคิดจะขัดขืน พวกเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานกับคลิ่นวิญญานทั้งสามกระแส

เผ่าเสียงอสูรเข้าใจการโจมตีทางวิญญานลึกซึ้งเป็นอย่างมาก ความเข้าใจนี้ไกลเกินกว่าที่นักรบมนุษย์ปัจจุบันจะหยั่งถึง เมื่อพวกเขาทั้งสามคนอยู่ด้วยกัน เมื่อปลดปล่อยพลังวิญญานออกมาจึงเกิดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมากมายจนทำให้ประมุขนิกายซากศพไม่สามารถใช้เปลวไฟนภาได้

ตอนนี้พลังของประมุขนิกายซากศพไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อต้าน เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนอยู่นิ่งๆ.

ในการโจมตีวิญญาณ แม้จะอยู่ในระดับเดียสกัน อีเทียนโหมวก็สามาระจัดการได้

นี่คือผลที่ปล่อยให้พวกเขาสามคนรวมตัวกัน ? !

. . . . . . .

" เอาหละ" ฉื่อหยานเหวี่ยงมือของเขาและกล่าวว่า " ข้าไม่คิดเลยว่าประมุขชินหมิงจะเป็นคนใจร้อนเช่นนี้ อย่าได้คิดเชียวว่าความสามารถของท่านเพียงคนเดียวจะทำให้เรากลายเป็นซากศพได้ "

ในความเป็นจริง ฉื่อหยานแอบสังเกตเห็นก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อพลังหยินหลอมรวมกันเข้มข้นในร่างกายชิงหมิง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าชิงหมิงต้องการจะทำอะไร

เปลวไฟประคบซพ นั้นยากที่จะรับมือ เมื่อเปลวไฟลอยออกจากร่างกายของชิงหมิง มันจะปกคลุมห้องใต้ดินทั้งหมด และตอนนั้น กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนก็คงไม่สามารถทำอะไรได้

ถึงแม้ว่าเขาจะมีแกนเพลิงแต่มันก็อันตรายเกินไป เหมือนที่ชิงหมิงบอก ระดับการบ่มเพาะของเขายังไม่สูงพอที่จะควบคุมได้ดี

ถ้าพวกเขาอยู่ในการต่อสู้จริงๆ ก่อนที่เปลวไฟของแกนเพลิงจะได้เข้าใกล้ชิงหมิง มันคงถูกกลืนกินโดยเปลวไฟประคบศพก่อนแล้ว และ เขาก็จะต้องกลายเป็นศพของชิงหมิง และถูกควบคุมโดยเปลวไฟประคบศพชั่วทั้งชีวิตของเขา

ชิงหมิงจะต้องคิดจะทำเช่นนี้แน่นอน

เขาต้องการที่จะทำให้คนอื่นเป็นทาส ไม่ใช่แค่เขา แต่รวมถึงกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนด้วย

ความคิดที่เกินจริงได้ปรากฏขึ้นในหัวของเขา ตามความคิดของเขา เขาคิดว่าเพียงแค่ใช้เปลวไฟประคบศพก็เพียงพอที่จะควบคุมทั้งสามคนได้

เมื่อเห็นว่าชิงหมิงคิดร้าย ฉื่อหยานก็ไม่ทนอีกต่อไป ทันทีเขาก็สั่งกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนให้ใช้พลังวิญญานสูงสุดเพื่อกดดันบังคับและขัดขวางเขา ไม่ให้ใช้เปลวไฟประคบศพ

. . . . . . .

กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนค่อยๆ ถอดถอนกระแสกลิ่นอายวิญญานนับหมื่นกลับมา

แสงนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในห้องใต้ดินเริ่มเลือนรางและจางหายไป จากนั้นก็กลายเป็นจุดแสงพันล้านจุดกลับเข้าไปในร่างของกลุ่มอีเทียนโหมวตั้งสามคนซึ่งดูเหมือนกับนกที่บินกลับรัง

ไม่มีอะไรเหลือในห้องใต้ดินอีก รวมถึงจิตสังหารก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน เหตุการณ์กลับมาสงบอีกครั้ง

บรรดาผู้อาวุโสของนิกายซากศพสีหน้าก็ซีดเซียว ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัวและความแค้น พวกเขาไม่กล้าทำอะไรพลีพลาม

ชิงหมิงดวงตาสีเขียวก็สว่างขึ้นเป็นแสงสีเขียวยางๆ เขาชายตามองฉื่อหยานและกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

ชิงหมิงไม่ได้ลงมือทำอะไรต่อ

" ข้ารู้ เพราะเจ้าสัมพัสได้ถึงพลังในร่างกายของเจ้าที่เหนือกว่าพวกข้า เจ้าจึงคิดว่าเพียงแค่เจ้าคนเดียวใช้เปลวไฟประคบศพก็สามารถจัดการพวกข้าทั้งสามได้สินะ " อีเทียนโหมวอย่างเย็นชายิ้มและพูดอย่างไม่เกรงใจ " โครงสร้างของร่างกายมนุษย์ และเผ่าเสียงอสูรนั้นต่างกัน . ดังนั้น ในกลุ่มนักรบระดับเดียวกัน เผ่าเสียงอสูรของเรานั้นมีร่างกายที่อ่อนแอกว่ามนุษย์ พลังปราณลึกลับในร่างกายของเราไม่แข็งแกร่งเท่าพวกเจ้า " หลังจากหยุดช่วงสั้นๆ อีเทียนโหมวกูพูดอย่างต่อเนื่อ"ง อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราเผ่าเสียงอสูรจะแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้า "

" เผ่าเสียงอสูร ? เผ่าป่าเถือน " ชิงหมิงก็ตกใจเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า , " พวกเจ้าเป็นพวกคนเผ่าเองสินะ "

" หึ " คาป้า บอกว่า " ตั้งแต่สมัยโบราณพวกเราชาวเผ่าเป็นเจ้าของแผ่นดินแห่งนี้ไม่ใช่มนุษย์เช่นพวกเจ้า มนุษย์เป็นเพียงเผ่าพันธุ์เดียวบนทวีปนี้ ที่มีพลังอำนาจอ่อนแอที่สุดในแผ่นดิน ถ้าไม่ใช่เพราะมนุษย์มีเจตนาชั่วร้าย และใช้ของความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์อื่นกระตุ้นให้เกิดสงคราม แผ่นดินนี้ก็ยังเป็นคนชนเผ่าเช่นเรา”

ชิงหมิง สายตาจริงจัง เขาสังเหตุคาป้าและ เขาก็ยิ้มบางๆ และถามว่า " เจ้าคิดว่านี่คือทั้งหมดที่ข้าทำได้แล้วงั้นรึ ? "

" โฮ๊กกกกกกกกกกกก ”

เสียงคำรามพร้อมกับกลิ่นอายที่โหดร้ายออกมาจากพื้นดินจนพื้นดินสั่นสะเทือน

พื้นดินพังทลายจากการสั่นสะเทือนกระจายเป็นวงกว้างออกไปในเดียวกันกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ปกคลุมไปทั่วทุกที่ในเวลาเดียวกัน

ทันใดนั้น โลงศพไม้ก็สั่นตลอดเวลา ในกลิ่นอายที่ชั่วร้ายนี้ เสียงโหยหวนก็ดังออกมาจากภายในโลง แสดงให้เห็นว่าศพเหล่านั้นทั้งหมดกำลังถูกปลุกขึ้นมา

ใบหน้าของหยินไห่และกลุ่มผู้อาวุโสก็แสดงออกอย่างมีความสุข พวกเขาไม่สามารถช่วยได้ที่จะตะโกนออกมาดังๆ" ท่านประมุข ท่านนำมันมาด้วยรึ ? "

ชิงหมิงพยักหน้า และก็พูดว่า " บางทีพลังของข้าเพียงคนเดียวอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาทั้งสาม แต่ถ้าร่วมมือกับเจ้าเฒ่าทีี่อยู่ใต้ดิน ข้าเกรงว่าไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเล็ดลอดออกไปจากที่นี่ได้ "

ฉื่อหยานสีหน้าก็เปลี่ยนไป

เขารู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตที่รู้ใต้โลกนั้นคือทาสศพที่มีอายุนับหมื่นปี มันเป็นศพราชันย์ของนิกายซากศพ

ศพราชันย์เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกายซากศพ

ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับศพราชันย์ได้กระจายออกไปทั่วทะเลไม่มีที่สิ้นสุด นักรบระดับสูงที่เคยต่อสู้กับศพราชันย์ต่างก็ยืนยันว่ามันแข็งแกร่ง

ศพราชันย์เทียบได้กับนักรบระดับพระเจ้า ความสามารถที่แท้จริงของมันนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่านักรบระดับพระเจ้า

กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนก็เดาะลิ้นในขณะที่คิ้วของพวกเขาขมวดเข้าหากัน พวกเขาสัมพัสได้ถึงพลังที่รุนแรง ผ่านวิญญานของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ศพราชันย์ยังคงซ่อนอยู่ภายใต้พื้นโลกตลอดเวลา พวกเขานึกไม่ถึงว่าจะมีสิ่งนี้อยู่ด้วย ทำให้พวกเขาตกใจเป็นอย่างมาก พวกเขารู้สึกหนาวสั่น เพราะความแข็งแรงของศพราชันย์

หลังจากที่ศพราชันย์ส่งเสียงคำรามดังออกมาจากใต้พื้นโลก , เกาะสุริยันทั้งหมดก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

นักรบระดับพระเจ้าบนเกาะก็ตกใจและปล่อยจิตสำนึกวิญญาณของพวกตนเองทั้งหมดมายังสถานที่อาศัยของนิกายซากศพ

แม้แต่เทพสุริยันถังหยวนหนาน สีหน้าก็เปลี่ยนไปเพราะความกลัว ทันทีที่เขาได้ปลดปล่อยจิตสำนึกวิญญาณของเขาออกไป กลุ่มของหลี่ฟู่ทั้งสามคนก็มาถึง รีบเข้ามาและรายงานสถานการณ์ " ฉื่อหยานอยู่ที่พักอาศัยของนิกายซากศพขอรับ " .

ถังหยวนหนาน ก็ตกใจ แสงนับหมื่นก็ส่องออกมาจากร่างกายของเขาและหายไปในช่องว่าง

กลิ่นอายพลังหยินหนาแน่นเป็นอย่างมาก ในห้องใต้ดิน จุดแสงสีแดงค่อยสว่างออกมาและ ค่อยๆขยายและกลายมาเป็นดวงอาทิตย์ที่เจิดจ้าขึ้น พื้นที่ถูกบิดเบี้ยวและเทพสุริยันถังหยวนหนาน ก็ปรากฏตัวขึ้น

แสงไฟสลัวกลายเป็นหน้าสีแดงเรืองแสงของถังหยวนหนาน เขาปรากฏออกมาพร้อมกับสีหน้าบึ่งตึง เขามอง ประมุข นิกายซากศพแล้วกล่าวว่า " ชิงหมิงเกอ ที่แห่งนี้มีใครทำอะไรให้ท่านไม่พอใจรึ ทำไมท่านต้องใช้ศพราชันย์ บนเกาะของข้าด้วย "

แสงที่น่าหวาดกลัวในสายตาของชิงหมิงก็จางเล็กน้อย เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และกล่าวว่า " อย่าพึ่งเข้าใตผิด " .

หลังจากจิตสำนึกวิญญานของชิงหมิงพุ่งลงไปในพื้นดิน , กลิ่นอายที่น่ากลัวก็ค่อยๆลดลง .

ศพราชันย์ของชิงหมิง ตอนนี้ก็หยุดคำรามและเงียบอยู่ภายใต้พื้นโลก

ถังหยวนหนาน ยืนอยู่ระหว่างชิงหมิงและ ฉื่อหยาน เขาหันหลังให้ฉื่อหยาน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หันหน้าไปมอง ฉื่อหยาน เขาก็ยังสั่นสะท้าน

เขารู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังเต้นอย่างรุนแรง . ร่างกายของเขาค่อย ๆสว่างขึ้น เหมือนดาวตกบนท้องฟ้า ทำให้เขารู้สึกประหลาดเป็นอย่างมาก

ถังหยวนหนาน ยังคงไม่หันกลับไป แต่ร่างกายของเขาก็เริ่มร้อนขึ้นที่ละนิดและในที่สุดก็เปล่งแสงออกมา

เป็นเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่าเจิดจ้าไปทั่วห้องใต้ดิน , มันท่วมอยู่ข้างใต้ราวกับเป็นทะเลแสง และ อุณภูมิก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 304 เสียงคำรามของศพราชันย์

คัดลอกลิงก์แล้ว