เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 303 เปลวไฟประคบศพ

บทที่ 303 เปลวไฟประคบศพ

บทที่ 303 เปลวไฟประคบศพ


บทที่ 303 เปลวไฟประคบศพ

ภายในห้องโถงหิน พลังความเย็นกระจายไปทั่ว กลิ่นอายความตายสีขาวไหลเวียนอยู่รอบเป็นรูปใบหน้าที่ชั่วร้าย มันไหลพันอยู่รอบๆเสา ทำห้ดูราวกับว่าใบหน้าชั่วร้ายเหล่านั้นพึ่งถูกแกะสลักไว้บนเสาหิน

มีห้าโคมไฟติดอยู่บนกำแพงหิน เป็นเปลวไฟสีฟ้าลายสลัวๆ ซึ่งทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเปลวไฟเหล่านี้อาจจะดับได้ตลอดเวลา

ที่ด้านหน้าของผนัง ที่ มืดมิด อึมครึม มีร่างหนึ่งยืนอยู่

มีร่างๆหนึ่งตั้งอยู่แววตาของมันส่องแสงสะท้อน ร่างกายของมันมีขนาดใหญ่และมีกลิ่นอายที่เป็นมลพิษรอบตัว กลิ่นอายรอบๆตัวเป็นเหมือนกับศพที่ตายแล้ว

ทันทีที่เขาเข้ามาในบ้านหินนี้ ฉื่อหยานช่วยไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าบึ้งออกมา จิตสำนึกวิญญาณของเขากระจายออกออกไป และสัมพัสหาสิ่งมีชีวิตและวิญญานอื่น

ไม่มีมนุษย์อยู่ที่นี่ .

ร่างที่ตั้งตะหง่านอยู่คือศพที่มีใบหน้าซีดเซียวและยืนนิ่งอยู่ ดูเหมือนมันจะเป็นทาสศพรับใช้ และไม่ได้มีระดับสูงอะไรนัก

เมื่อเห็นกลุ่มของฉื่อหยานเดินเข้ามา มันก็ดึงเชือกบนผนัง และเสียงดัง 'เอี๊ยด ' ก็ดังขึื้นจากนั้นกำแพงที่อยู่ตรงหน้าฉื่อหยานก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็นรูปแบบบางอย่าง และเส้นทางตรงดิ่งลงไปก็ค่อยๆปรากฏขึ้น

ร่างนั้นยังคงยืนอยู่ที่มุมด้วยสีหน้าว่างเปล่าปราศจากอารมณ์ของมนุษย์ . มันไม่ได้มองฉื่อหยาน และคนอื่น ๆ ราวกับว่ามันมีหน้าที่เดียวคือรอเปิดประตูนี้

หน้าฉื่อหยานก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขามองดูกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามและทั้งสามก็พยักหน้าและพึมพัม " สร้างสิ่งลึกลับจากสิ่งที่เรียบง่าย " .

เขาค่อยๆ ก้าวลงมาที่บันไดหินลึกลงไปในพื้นดิน เขาอยากรู้ว่า สิ่งใดกันที่รอเข้าอยู่ข้างใต้

แม้ว่านิกายซากศพจะมีเคล็ดวิชาฝึกบ่มเพาะที่ลึกลับและ ไร้มนุษยธรรม และทำให้คนอื่นหวาดกลัวเป็นอย่างมากก็ตาม ,แต่ ฉื่อหยานกลับไม่กลัวแม้แต่นิด ยังไงซะ เขาก็ยังมาพร้อมกับกลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคน พวกเขาต่างก็มีระดับการบ่มเพาะที่ระดับพระเจ้า.

ในแง่ของวิญญาณพวกเขาอยู่เหนือกว่าผู้อื่นห่างไกลนัก แม้ว่าร่างกายของพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับนักรบระดับพระเจ้าคนอื่นก็ตาม

ในการต่อสู้ ,หากทั้งสามร่วมมือกัน ก็สามารถเอาชนะนักรบระดับพระเจ้าได้อย่างง่ายดาย ฉื่อหยาน เชื่อว่าแม้แต่นักรบในจุดสูงสุดของระดับพระเจ้า ก็คงมิอาจหนี้รอดหากพวกเขาทั้งสามร่วมมือกัน

ภายใต้แรงกดดัน จากจิตสำนึกวิยญานที่แข็งแกร่ง บางครั้งก็อาจจะได้รับอันตรายมากกว่าการโจมตีทางกายภาพ

ด้วยการที่มีทั้งสามตามหลังเขามา ไม่ต้องพูดถึงที่พักของนิกายซากศพ ต่อให้เป็นสำนักใหญ่ของนิกายซากศพก็ไม่สามารถหยุดเขาได้

หลังจากเดินลงไปประมาณสิบจาง ฉื่อหยานก็ยังไม่พบกับแสงสว่าง

โชคดีที่กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนยัยังติดตามเขาอย่างใกล้ชิด ดังนั้น เขาจึงไม่กลัว และแอบส่งจิตสำนึกวิญญานออกไปรอบๆ แม้แต่สิ่งเล็กๆที่เคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลง จิตสำนึกวิญญานของเขาจะต้องสัมพัมได้แน่นอน

" ฮือ "

ในความมิดมิด ที่ไม่สามารถเห็นได้แม้กระทั่งนิ้วมือทั้งห้า แสงสีเขียวอ่อนก็ปรากฏขึ้น มันเป็นก้อนแสงสลัว ที่ลอยอยู่ในอากาศ นอกจากนี้ ยังมีเปลวไฟที่สลัวจากตะเกียงซึ่งทำให้ดูเหมือนกับว่ามีวิญญานร้ายร้อยอยู่รอบๆ

สายลมเย็นพัดมา ต้องการที่จะแทรกซึมเข้าไปในร่างของเขา

ด้วยรอยยิ้มเย็นบนใบหน้าของเขา ฉื่อหยานก็ใช้ความร้อนของตะวันกลั่นวิญญาน กลิ่นอายความร้อนเหล่านั้นที่อยู่ในร่างกายของเขา ก็ละลายความเย็นที่แทรกเข้ามา

" บูม "

เปลวไฟสีฟ้าก็ลุกโชนอยู่ข้างหน้าพวกเขา

หลังจากเปลวไฟสีฟ้าถูกจุดขึ้น สิบเปลวไฟสีฟ้าทันทีก็ปรากฏตามมา เพียงลมหายใจเดียว ก็ปรากฏตะเกียงไฟน้ำมันสิบแปดอันที่มีไฟลุกโชนขึ้น เปลวไฟส่องสว่างออกมา ด้วยเหตุนี้ สิ่งรอบๆก็เริ่มมองเห็นชัดขึ้น

โลงศพถูกตั้งเรียงรายไว้อย่างเป็นระเบี่ยบทั่วห้อง

กลิ่นอายหนาแน่นที่ไหลเวียนอยู่ก็กระจายออกมาจากด้านในโลงศพทุกโลงพร้อมกับมีกลิ่นอายแห่งความตายไหลออกมา

กลิ่นอายแห่งความตายค่อยๆลอยไปที่ฉื่อหยาน

ฉื่อหยานดวงตาก็ปิดเล็กน้อย จู่ๆ เขาก็ตะโกน " เปิดเผยตัวตนออกมา "

ความร้อนจากเปลวไฟของแกนเพลิงก็ลุกโชนออกจากร่างกายของเขา แค่ในเวลาสั้นๆ ร่างของฉื่อหยานก็ปกคุลมไปด้วยเปลวไฟ , เปลวไฟมหาศาลทะลักออกมาจากร่างกายของเขา

ก่อนที่กลิ่นอายแห่งความตายจะมาถึงตัวเขา มันก็ถูกเผาจนสลายกลายเป็นไอ ไม่มีกลิ่นอายแห่งความตายใดๆที่สัมพัสเขาได้

ร่างบางร่างทีละร่างก็ปรากฏอยู่ยืนบนฝาโลงในห้องใต้ดิน

ประมุขนิกายซากศพ ชิงหมิง สวมเสื้อคลุมสีดำและหน้ากากสีฟ้าที่มีเขี้ยวยื่นออกมา เขายืนอยู่บนโลงศพ ในขณะที่ใบหน้าสีเขียวของเขาสังเกตุไปที่ ฉื่อหยาน จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอ , " เจ้าเป็นหนึ่งในตระกูลหยางงั้นรึ ?

หยินไห่ ยืนอยู่บนโลงศพด้านซ้าย

" ก็ใช่ " ฉื่อหยานพยักหน้าอย่างเฉยเมย เขาปิดตาและสัมพัสไปรอบๆ และเขาก็ลืมตาขึ้นมาจ้องเขม้งไปยังโลงศพไม้สองโลงที่อยู่ใต้เท้าหยินไห่ , แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า " ข้ามาที่นี่เพราะศพนภาทั้งสองนั่น อาจจะกล่าวได้ว่าพวกเขากับข้ามีชะตาร่วมกัน เมื่อข้ามาถึงที่เกาะสุริยัน ศพนภาทั้งสองได้เรียกข้ามาที่นี่ "

" เป็นเจ้าสินะ " หยินไห่ ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นเศร้าหมองมากขึ้น จากนั้นเขาก็ยิ้มจนเห็นฟัน และพูดว่า " เจ้าสารเลวน้อย ในปีนั้นที่หลุมฝังศพที่ 93 ข้าไม่รู้ว่าเจ้าใช้วิธีใดในการควบคุมศพนภาทั้งสองของข้า ทำให้พวกเขาฆ่าแม้กระทั่งคนของตัวเองและช่วยเจ้าหลบหนีออกจากหลุมฝังศพ และตอนนี้เจ้าอยู่เกาะสุริยัน เจ้ายังจะต้องการศพนภาทั้งสองเหล่านี้อีกใช่มั้ย ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า วันนี้ ในฐานะเจ้าของศพนภาเหล่านี้ ข้าจะดูสิว่าเจ้าจะควบคุมพวกมันได้อย่างไร " .

" หยินไห่ หุบปาก "

ชิงหมิงสะบัดมือและตะโกนเพื่อหยุดการพูดพล่ามของหยินไห่ จากนั้นเขาก็จ้องมองฉือหยานด้วยสีหน้าจริงจังและเย็นชา และพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอ" ที่หลุมฝังศพในปีนั้น ศพนภาทั้งสองถูกเจ้าควบคุมโดยเจ้า และขัดขืนคำสั่งของหยินไห่ พวกเขาตื่นขึ้นมาและทำตามคำสั่งของเจ้า เป็นเรื่องจริงงั้นรึ ?

ฉื่อหยานคิดสักพัก พยักหน้าและกล่าวว่า " จริง "

มีเปลวไฟเล็กๆ ปรากฏขึ้นมากมายภายใน ดวงตาสีเขียวนั้น เปลวไฟนี่ดูเหมือนจะมีจิตสำนึกมันหลอมรวมกับกลิ่นอายแห่งความตายจากนั้นก็เชื่อมโยงควบคุมซากศพได้อย่างสมบูรณ์

" ไป ! " ชิงหมิงหันศีรษะของเขา ,เหลือบมองไปที่หยินไห่

หยินไห่ทำตามคําสั่ง , กระโดดขึ้นและลงไปเรียกผู้อาวุโสคนอื่น

พลังหยินในโลงศพไม้ทั้งสองก็ลอยขึ้นมาด้วยพลังบางอย่าง กลิ่นอายสีขาวปกคลุมไปทั่วทุกแห่ง. และโลงศพทั้งสองก็ลอยมายังด้านหน้าฉื่อหยาน

ประมุข นิกายซากศพ ชิงหมิง ก็ยืดมือซ้ายของเขาชี้ไปที่โลงศพไม่ทั้งสอง แล้วตะโกนออกคำสั่ง " ออกมา ! "

" บูม "

ฝาโลงศพทั้งสองก็เปิดขึ้น ร่างหญิงและชายก็ลุกขึ้น พวกเขาคือศพที่ฉื่อหยานเคยเห็นที่หลุมฝังศพ93 , พวกเขานั่งตัวตรงประกอบกับดวงตาที่ไร้ความรู้สึก ร่างของเขาแข็งและเย็นยะเยี้ยบ ซึ่งดูเหมือนหุ่นที่ถูกควบคุมโดยใครบางคน

ฉื่อหยานก็หลี่ตาลงเล็กน้อย.

" เป็นความจริงสินะที่เจ้าควบคุมศพนภาทัี้งสองนี้ ? "ชิงหมิงถามออกไปอย่างเรียบเฉย

ฉื่อหยานพยักหน้าและตอบว่า " เรื่องจริง แต่ศพนภาทั้งสองนี้ดูเหมือนจะถูกปิดกั้นด้วยพลังบางอย่างในร่างกาย ไม่มีกลิ่นอายโคจรในร่างของพวกเขา พวกเขาต้องถูกปิดผนึกอยู่แน่นอน ตอนนี้, พวกเขาเป็นเพียงหุ่นเชิดในมือของเจ้าและเจ้าก็ควบคุมพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่มีทางต้านทานได้ "

" เจ้ามีแววตาที่พิเศษนัก " ชิงหมิงกล่าวอย่างแผ่วเบา และหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะของเขาก็คล้ายกับเสียงร้องของวิญญานร้านที่ไม่น่าฟังอย่างยิ่ง

พร้อมกับเสียงหัวเราะที่สามารถทำให้คนแข็งค้างได้ ใบหน้าสีเขียวของ ประมุข นิกายซากศพชิงมิงก็กลายเป็สีเข้มขึ้น เปลวไฟสีเขียวมากมายซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับปลายนิ้วก็พุ่งออกจากดวงตาของเขา

เปลวไฟสีเขียวแผ่กระจายออกไปรอบๆ ค่อยๆ บินไปที่ศพนภาทั้งสอง

" เปลวไฟประคบศพ ! " ตอนนั้นเอง เปลวเหมันเยือกแข็งทันทีส่งข้อความออกมา " นี้เป็นหนึ่งในเปลวไฟนภา มันอยู่อันดับที่ 9 เปลวไฟประคบศพสัมพัสกับสิ่งมีชีวิต  เลือด และเซลล์ในร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลงไป จากนั้นคนๆนั้นก็จะกลายเป็นทาสศพซึ่งถูกควบคุมโดยเปลวไฟประคบศพ”

ฉื่อหยาน ก็สั่นเทา เขาขยับถอยหลังสามก้าวในขณะที่เรียกใช้พลังทุกอย่างในร่างกายออกมาเพื่อป้องกันพลังของเปลวไฟประคบศพที่ประมุขนิกายซากศพโจมตีออกมา

ดวงตาสีเขียวของชิงหมิงก็ส่องประกายแปลกประหลาดราวกับว่าพวกมันได้คาดการณ์การป้องกันของฉื่อหยานไว้ก่อนแล้ว

เปลวไฟสลัว ซึ่งถูกควบคุมโดยมือของเขาก็ค่อยๆลอยออกมาและหายไปภายในศพนภาที่นั่งอยู่

ทันทีที่เปลวไฟเข้าไปในศพนภาทั้งสอง พวกเขาสองคน หนึ่งชายหนึ่งหญิง ก็ค่อยๆฟื้นตัวเล็กน้อยกลิ่่นอายที่ปิดกั้นอยู่ภายในร่างกายของพวกเขาได้ก็ละลายไปเหมือนกับหิมะในฤดูร้อน จากร่างกายแข็งตรึง กลายเป็นยืดหยุ่นมากขึ้น

" เจ้าสารเลวน้อย เปลวไฟของเจ้าที่ใช้ออกมาเป็นหนึ่งเปลวไฟนภาใช่หรือไม่ " ? ชิงหมิงไม่ได้มองไปที่ ศพนภาทั้งสองเลย เขาให้ความสนใจกับร่างของฉื่อหยานแทน " ในกลุ่มเปลวไฟนภาที่ร้อนแรง เทพสุริยันถังหยวนหนานมีเปลวไฟดวงอาทิตย์ แล้วเปลวไฟนภาของเจ้าคือเปลวไฟอะไรกันแน่ ?

" ข้ารู้ว่าท่านมีเปลวไฟประคบศพ " ฉื่อหยานขมวดคิ้วเข้าหากัน อย่างเงียบ ๆ เขาส่งข้อความไปหากลุ่มของอีเทียนโหมวเพื่อแจ้งพวกเขาถึงอันตรายจากเปลวไฟประคบศพ หลังจากนั้น เขาก็พูดด้วยเสียงต่ำ " เจ้าคือและครอบครองเปลวไฟประคบศพ อีกทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเคล็ดวิชาลับควบคุมซากศพของนิกายซากศพ ดูเหมือนว่าท่านจะให้ความสำคัญกับระดับการบ่มเพาะน้อยที่สุดสินะ”

" มันก็จริง " ชิงหมิงไม่ได้ปิดบังอะไร เขาเผยรอยยิ้มชั่วร้าย” แม้ว่าเปลวไฟภายในร่างกายของเจ้าจะค่องข้างโดดเด่น และความสามารถของมันก็แตกต่างจากของข้า มันอาจจะแข็งแกร่งเทียบเท่าเปลวไฟประคบวิญญาน แต่เสียใจด้วย ระดับการบ่มเพาะของเจ้านั้นต่ำเกินไป เป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมมันได้อย่างเชี่ยวชาญ ดังนั้นข้าสามารถครอบงำเจ้าได้อย่างง่ายดาย เจ้าเชื่อหรือไม่ ?

" ก็จริง" ฉื่อหยานพยักหน้า แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย " แต่ท่านไม่สามารถทำได้แน่นอน . "

" ทำไม่ได้ ?" เปลวไฟสีเขียวภายในดวงตาของชิงหมิงก็หรี่ลงนิดหน่อย กลิ่นอายพลังหยินที่หนาวเย็นและทหนาแน่นก็ไหลออกมาจากรูขุมขนบนร่างกายของเขา

ใน เวลาเดียวกัน กลุ่มของอีเทียนโหมวทั้งสามคนก็สัมพัสได้ถึงพลังความเย็นที่เริ่มเข้ามาใกล้กับพวกเขา

เส้นสายกลิ่นอายวิญญานนับหมื่นก็ทะลักออกมาจากพวกเขาทั้งสามคนมันไหลเหมือนกับกระแสน้ำที่ไม่รู้จบ ล้อวรอบสาวกและประมุขนิกายซากศพ

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 303 เปลวไฟประคบศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว