เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 291 มองไปยังทุกสถานที่ผ่านช่องว่างระยะทาง

บทที่ 291 มองไปยังทุกสถานที่ผ่านช่องว่างระยะทาง

บทที่ 291 มองไปยังทุกสถานที่ผ่านช่องว่างระยะทาง


บทที่ 291 มองไปยังทุกสถานที่ผ่านช่องว่างระยะทาง

" นายท่านหม่าฉีเจี่ย ! " เสียงหวีดดังออกมาจากเมฆสีดำหนาทึบบนท้องฟ้า เผ่าอสูรที่มีตาเดียวก็ปรากฏอยู่ภายในกลุ่มก้อนเมฆสีดำชั่วร้าย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยลวดลายสีเขียว ร่างกายของเขาผอมบางเหมือนกับไม้ไผ่ซึ่งปรากฏไปมาอย่างต่อเนื่องนอกชั้นเมฆ

" ท่านประมุข เราจะออกเดินทางเมื่อใด ? " อสูรตาเดียวก็แสดงความเคารพต่อหน้าเขา เขาวางมือของเขาไว้ที่ด้านหน้าอกของเขาหลังจากที่ออกมาจากก้อนเมฆ

" บอกให้เซี่ยเหยียนรออยู่ที่นั่น "

หม่าฉีเจี่ยยกก็ตะโกนออกมาอย่างเสียงดัง กลิ่นอายชั่วร้ายไหลฟาดลงตรงผ่านชั้นเมฆหนา ทำให้คนเผ่าเซี่ยเหยียนหมุนขว้างไปมาอยู่ในเมฆ แต่เขาก็สามารถทำให้ร่างกายของเขามั่นคงได้หลังจากผ่านไปสักครู่แล้วเขาก็ลื่นไถลไปด้วยสีหน้าหดหู่ เขาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในทีเดียว

หม่าฉีเจี่ย กระแอมออกมาอย่างเย็นชา เขานั่งสง่าบนแท่นกองกระดูกและก็เหวี่ยงแขนปล่อยการโจมตีออกไปในอากาศ

คลื่นสีดำเป็นเหมือนกับสายฟ้าฟาดพุ่งออกไปยังที่ว่างเปล่า

มิติและพื้นที่ดูเหมือนจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ กะโหลกที่ถูกโชกไปด้วยเลือดก็ค่อยๆโผล่ขึ้นมา กะโหลกทั้งหมดมีต่างก็มีรูปร่างที่แตกต่างกันซึ่งได้ถูกเก็บรวบรวมจากการต่อสู้มากมาย ใบหน้าของของกระโหลกเรานี่ยังแสดงออกอย่างมีชีวิตชีวา กระโหลกบางชิ้นยังมีส่วนของหนังศีรษะติดอยู่ ซึ่งดูเหมือนมันพึ่งจะหลุดออกมาจากร่างของคนได้ไม่นาน

กลุ่มกองกระโหลดที่เลือดมีเลือดหยดอยู่ที่ถูกย้ายมาอยู่ด้านหลัง หม่าฉีเจี่ยด้วยประกายแสงบางอย่าง

เส้นสายควันสีดำทะลักออกมจากรูที่วางเปล่าของหัวกระโหลกเลือดนับร้อยแล้วไหลเข้าไปในหูของหม่าฉีเจี่ยเหมือนกับวิญญานที่ชั่วร้ายโดยไม่เหลือร่องรอย

หม่าฉีเจียดวงตาสีดำค่อยๆกลายเป็นโปร่งใส และดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังวิญญานที่ไม่มีสิ้นสุด

" เนตรอสูรสะท้อน ! "

มือจองหม่าฉีเจียก็ยืนออกไปด้านหน้าอกของเขาในขณะที่เขาหลับตาแน่น กระโหลกเลือดนับร้อยอยู่ดีๆก็หยุดเคลื่อนไหว

กลุ่มก้อนแสงสีดำลอยออกมาการสะบัดมือผ่านอากาศของหมาฉี่เจี่ย มันพุ่งออกไปพันล้านไมล์และหายไปในไม่ช้าอย่างไร้ร่องรอย

----------------------------------

เกาะมังกรเหมัน

ตี่ฉาน ยู่โหลว และฉื่อหยานยืนอยู่ด้านหลังอีเทียนโหมว หยาเมิง และ คาป้า พวกเขาดูจริงจังและระมัดระวังเป็นอย่างมาก

แสงเจิดจ้าเป็นรูปแบบบางอย่างที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมันครอบคลุมอยู่ดเหนือหัวของพวกเขาทั้งหกคนและครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่

ประกายแสงมากมายที่บริสุทธิ์ลอยออกมาจากตี่ฉานและยู่โหลวประมาณสิบนิ้ว และมุ่งเป้าไปยังม่านแสงบนท้องฟ้าเพื่อเพิ่มพลังป้องกันเพื่อป้องกันพลังทุกประเภท

สามนาทีผ่านไป

วิญญานของทั้งสามคน อีเทียนโหมว คาป้า และ หยาเมิง ก็เชื่อมต่อกันและกันและเริ่มใช้สัมพัสวิญญานพระเจ้าของเผ่าเสียงอสูร เคล็ดวิชานี้จะใช้วิญญาณกระจายออกไปเพื่อค้นหาสิ่งผิดปกติที่อยู่บนเกาะมังกรเหมัน พวกมันสามารถสัมพัสได้ถึงสิ่งแปลกประหลาดและสิ่งที่ยากจะสัมพัสได้

คลื่นวิญญานกระจายไปทั่วอย่างน่าอัศจรรย์ ที่ใดก็ตามที่พวกมันลอยผ่าน , แผ่นดินก็จะสั่นไหวไปตามคลื่น

ภายใต้คลื่นเหล่านั้น แม้แต่การเคลื่อนไหวของหนอนเล็ก ๆที่คลานอยู่ใต้ดินลึกพันไมล์ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงสัมพัสนี้ได้

คาป้า ขมวดคิ้วแน่น ดูเหมือนเขาจะพบบางอย่าง เขายิ้มออกอย่างเย็นชา

หน้าฉื่อหยานก็กลายเป็นตื่นเต้น เขาเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

หลังจากเหลือบมองอย่างรวดเร็ว ตี่ฉานและยู่โหลวเฝ้าระวังเป็นอย่างมาก พวกเขาปลดปล่อยพลังออกมาเป็นม่านแสงอยู่เหนือหัวเพื่อป้องกันสิ่งไม่คาดฝัน

สายลมหนาวที่ปรากฏในท้องฟ้าที่สดใสและมันก็ทำให้แสงอาทิตย์ตอนเที่ยงดูอ่อนแอลงไปอย่างชัดเจน

เมฆดำหนา กระจายไปทั่วท้องฟ้า บดบังแสงแดดทั้งหมดอย่างสมบูรณ์

เกาะมังกรเหมันถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ มันจึงกลายเป็นมืดมนและหนาวเย็น

หลายคนจากตระกูลเสียงอสูรรู้สึกได้ว่าความหนาวเย็นกำลังซึมซาบเข้าไปในร่างกายของพวกเขา จึงช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะแสดงออกอย่างรุนแรง . . .

เป็นเมฆสีดำที่อยู่บนยอดสุดของภูเขา พลังชั่วร้ายที่ไหลเวียนกระจายออกมาทั่วทุกที่

สีหน้าจองตี่ฉานก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึง โดยไม่รู้ตัว เขาก็มองไปที่ท้องฟ้าด้วยแววตาที่ส่องประกาย

ยู่โหลวร่างกายที่ละเอียดอ่อนของนางก็สั่นสะท้านเล็กน้อย นางรู้สึกได้ถึงบางสิ่ง จึงกล่าวว่า " พลังนี่รุนแรงเป็นอย่างมาก . การบ่มเพาะของตนๆต้องลึกซึ้งมากแน่นอน ."

" เผ่าอสูร ! " ตี่ฉานค่อยๆพยักหน้าด้วยใบหน้าสับสน . " ในที่สุดเราก็ได้พบกัน "

หลังจากอยู่ในความงุนงง ยู่โหลวเหมือนจำอะไรได้แต่ส่ายหน้าออกมาถอนหายใจและกล่าวว่า " เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเขาได้ ทั้งๆที่เราไม่ได้ต้องการมันแท้ๆ หึ อยากรู้เสียจริงว่า เขายังจะจำเราได้หรือไม่ ? "

หน้าตี่ฉานก็อึมครึม และเขาไม่ได้ตอบกลับอะไร

ฉื่อหยาน ยืนอยู่ด้านหลัง อีเทียนโหมว ก็ฟังการสนทนาระหว่าง ตี่ฉาน และ ยู่โหลวอย่างเงียบๆ สีหน้าของเขาก็แปลกไป พร้อมกับความคิดมากมายที่เข้ามาในจิตใจของเขา

ตอนนี้เอง ดวงตาใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเมฆดำหนาบนท้องฟ้า สิ่งที่เกิดขึ้นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน : ณ เกาะที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวและเต็มไปด้วยเมฆสีดำหนาทึบ บนแท่นที่ทำจากกระโหลกเลือด ก็มีร่างใหญ่ที่ดูแข็งแกร่งพร้อมกับเขาที่โค้งงออยู่บนหัวนั่งอยู่พร้อมกับกระโหลกเลือดนับร้อยที่กองอยู่ด้านหลังเขา

บนแท่นกองกระดูกมีคนของเผ่าเขามังกรยืนเรียงอยู่ สายตาของพวกเขาทั้งหมดเต็มไปด้วยความกระหายเลือด และตื่นเต้น พวกเขาช่วยไม่ได้ที่จะเอาแต่เลียมุมปากของตัวเองเหมือนกับสัตว์ป่ากระหายเลือดที่หลุดออกมาจากกรง

ในดวงตาใหญ่ ฉากที่เกิดขึ้นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน แม้แต่รอยแผลเป็นนับไม่ถ้วนที่อยู่บนหน้าของร่างที่นั่งอยู่บนแท่นกระดูกก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน

" เผ่าปีก ! "ร่างที่อยู่ในดวงตายักษ์ก็ตะคอกออกมาดังราวกับสายฟ้าฟาดและยืนขึ้นในเวลาเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวที่มากขึ้น เขาช่วยไม่ได้ที่จะยกหัวของเขาขึ้นและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

จากภายในของตา เขาชี้ไปที่ตี่ฉานและยู่โหลวแล้วพูดออก " ข้าเป็นประมุขของเผ่าเขามังกร หม่าฉีเจี่ย หนึ่งในแปดเผ่าอสูร . เผ่าปีกของเจ้า เป็นหนึ่งในแปดเผ่าอสูร . ไม่ว่าเจ้าจะมาจากไหน เจ้าก็ยังนับว่ามีจิตวิญญานแห่งเผ่าอสูรและต้องพยายามเพื่อความยิ่งใหญ่ของเผ่าอสูร เพื่อที่เผ่าอสูรจะได้ครอบครองทุกสิ่งอย่างเป็นนิรันดร์เราจะต้องกำจัดอุปสรรคทั้งหมดในทะเลไม่มีสิ้นสุดและ สร้างรากฐานให้กับท่านราชาอสูรที่กำลังจะมาถึง "

ฉื่อหยานร่างกายก็ช่วยไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ตาของเขาก็ส่องประกายที่มิอาจคาดเดาได้ออกมา

" ผ่านมาแล้วนับพันปีเผ่าปีกของเราได้แยกตัวออกมาจากดินแดนอสูร เมื่อเราถูกกักขังอยู่ในดินแดนรกร้างและเกือบตาย เราไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆจากดินแดนอสูรเลย หลังจากนั้นเผ่าปีกก็เลิกที่จะฟังทุกคำสั่งราชาอสูรในดินแดนสี่อสูรแล้ว ! " ตี่ฉาน ยกศีรษะมองท้องฟ้าและพูดด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง

" ชิ ! " หม่าฉีเจี่ยที่อยู่ภายในดวงตา โกรธเป็นอย่างมาก เขาตะคอกออกมาเสียงดังและเขาก็ลุกขึ้นด้วย , ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรง มันดูเหมือนกับว่าจะมีพลังระเบิกออกมาจาก เส้นเลือดสีเขียวของเขา ร่างกายเปลือยส่วนบนของเขาสั่นสะท้านตลอดเวลา กลิ่นอายชั่วร้ายทะลักออกมา จากภายในดวงตายักษ์ ราวกับว่ามันต้องการจะกระแทกเข้าใส่ใครบางคน

" ในฐานะที่เป็นหนึ่งในแปดเผ่าอสูร เผ่าปีกของเจ้าจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของราชาอสูร ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้อยู่ที่ดินแดนสี่อสูรแล้ว แต่เจ้าก็ต้องทำตัวให้เหมาะสม และต้องรับคำสั่งจากท่านราชาอสูร " หม่าฉีเจี่ย ยืนอยู่บนแท่นกองกระดูก ,เขาคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง . ร้อยกะโหลกที่ตั้งตะหง่านไม่ไหวติ่งก็เริ่มสั่นไหว

แต่ละเส้นแสงสีดำพุ่งออกมาจากดวงตาของกระโหลกเลือดนับร้อยเหล่านั้น ผ่านระยะทางที่ห่างไกลผ่านเกาะต่อเกาะไปยังดวงตายักษ์บนเกาะมังกรเหมัน

" เจ้ากำลังหาเรื่องใส่ตัว ! "

ตี่ฉาน สายตาก็เย็นยะเยือก ปีกสีดำของเขาก็ยืดออกฉายคลื่นสีดำขนาดใหญ่ออกมา

ประกายแสงมากมายที่พุ่งมาจากทุกทิศทาง ทั้งหมดถูกทำลายและถูกกลืนกินโดยสมบูรณ์จากคลื่นสีดำของตี่ฉาน

หม่าฉีเจี่ยก็คำรามโหยหวนออกมาอย่างบ้าคลั่งและบนแท่นกองกระดูก ; กลิ่นอายชั่วร้ายก็ฉีกกระฉากอากาศ . อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถทำลงมือหรือโจมตีได้โดยตรง จากที่เห็นการโจมตีของเขาเมื่อครูมันไร้ประโยชน์และไม่เพียงพอที่จะทำให้ตี่ฉานคันด้วยซ้ำ

" ไม่นาน ท่านปรมจารย์อสูรจะต้องรู้เรื่องการปรากฏตัวของเผ่าปีกแน่ . " หลังจากพูดออกมาด้วยความโกรธ หม่าฉีเจี่ยก็ รู้ว่าเขาไม่สามารถทำร้ายตี่ฉานได้ ดังนั้น เขาจึงยืนอยู่บนแท่นกองกระดูกและพูดขู่ตี่ฉานอย่างเยือกเย็น " ตระกูลเสียงอสูรเป็น หนึ่งใน 4 ตระกูลใหญ่ของเผ่าทมิฬ , เอวี่ ราชาทมิฬก็จะรู้เรื่องนี้เช่นกัน แล้วเรามาดูกันว่าพวกเจ้าจะทำอย่างไร . " หม่าฉีเจี่ยก็กรีดร้องออกมาดัง ๆ และค่อยๆถอนพลังกลับไป

ดวงตายักษ์กลายเป็นเล็กลงทีละน้อย เมฆดำที่ปกคลุมท้องฟ้าเหนือเกาะมังกรเหมันก็เริ่มสลายและละลายทีละน้อย

สุดท้ายพลังวิญญานก็แผ่ออกมาจากดวงตา ครอบคลุมทั่วพื้นที่โดยรอบตี่ฉานและยู่โหลวแล้วดูเหมือนมันพยายามจะจดจำกลิ่นอายของแต่ละคน

คลื่นพลังวิญญานที่ออกมาสัมพัสนี้ไม่ได้รุงแรงแต่อย่างใดหรือโจมตีใดๆ มันไหลออกมาเพื่อสัมพัสเท่านั้น

คลื่นพลังวิญญานที่ไหลออกมานี้ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ รวมถึงฉื่อหยานด้วย เขารู้สึกราวกับว่าวิญญานของเขากำลังถูกตรวจสอบ

ห้วงจิตสำนึกของเขาก็ถูกกระตุ้นอย่างช่วยไม่ได้ วิญญานหลักในห้วงจิตสำนึกของเขาค่อย ๆสั่นไหวอย่างเบาๆ ขณะเดียวกันกระแสจิตสำนึกวิญญานก็ไหลออกมาจากวิญญานหลักเป็นประกายแสงแล้วหายไปในห้วงจิตสำนึกอย่างเงียบๆ

ดวงตาที่อยู่บนท้องฟ้าก็ค่อยๆ จางลงไป และในที่สุดมันก็กลายเป็นก้อนแสงสีดำ บินออกไปนับแสนไมล์

บนแท่นกองกระดูก

หม่าฉี่เจี่ยก็ยืดแขนออกไป ; ประกายแสงวิญญานที่เป็นเหมือนธารน้ำสีดำก็ไหลลงไปในฝ่ามือเขาจากฟากฟ้า แล้วเขาก็เริ่มนึกเสียใจ

" อะไรกัน ! ? " หม่าฉีเจียคิ้วของเขาก็กระแทกขมวดเข้าด้วยกัน เขาค่อยๆสัมพัสถึงพลังวิญญานของเขาที่ส่งออกไปสัมพัสและรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคย " กลิ่นอายวิญญานเช่นนี้ ข้าเคยพบมันมาก่อน . . . . . . . "

หม่าฉีเจี่ยรู้สึกสงสัย เขารำพึงอยู่เงียบๆสักพัก แต่ก็ยังไม่สามารถนึกได้ว่ากลิ่นอายวิญญานนั้นเป็นของใคร.

หลังจากผ่านไปสักพัก , หยาฉีเจี่ยก็ส่ายหัว และหยุดคิดใดๆ เขาค่อยๆลึกขึ้นจากแท่นกองกระดูกและคำรามออกมา " เซี่ยเหยียนออกไปหามันให้ข้า ! "

กลุ่มคนจากเผ่าเขามังกรมากมายก็ร้องตอบด้วยความตื่นเต้น พวกเขารู้สึกกระหายตามหม่าฉีเจี่ย กระบี่ในมือของพวกเขาแต่ละคนยังคงมีเลือดหยดอยู่ราวกับว่ากระบี่เหล่านั้นพึ่งตัดหัวของสิ่งมีชีวิตเมื่อไม่นานมานี้

ที่เกาะมังกรเหมัน

ฉื่อหยานกำลังควบคุมห้วงจิตสำนึกให้มั่นคง ใบหน้าของเขาดูแปลกไปเขาสงสัยว่าหม่าฉีเจี่ยนั้นได้ค้นพบตัวตนของเขาหรือไม่

ก่อนหน้านี้ เขาเคยเกือบจะดูดวิญญานของหม่าฉีเจี่ยเข้าไปในไข่มุกรวมวิญญาน ในตอนนั้นหม่าฉีเจียได้กล่าวกับเขาว่า จะต้องทำให้ฉื่อหยานทุกข์ทรมานด้วยน้ำมือของเผ่าอสูรและเขาก็ได้พูดว่าจะไม่ลืมคำพูดตอนนั้นแน่นอน

แม้แต่ราชาอสูรโปวชุนก็ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับเขาราวกับว่าเป็นวิญญานของเขา

เมื่อร่างกายที่แท้จริงของหม่าฉีเจียได้เข้ามายังทะเลไม่มีที่สิ้นสุด ตอนนี้เขาสามารถทำให้โลกสั่นสะเทือนได้ทั้งใบและเขาไม่ได้เป็นเพียงร่างวิญญานอีกต่อไป

หม่าฉีเจี่ยตอนนี้จัดการได้ยากกว่าตอนนั้นนับร้อยเท่า แม้ว่าไข่มุกรวมวิญญานจะอยู่ในสภาพปกติ ฉื่อหยานก็ไม่สามารถใช้มันจัดการกับหม่าฉี่เจียได้อีก หม่าฉีเจี่ยเข้ามายังโลกใบนี้พร้อมกับกองกำลังของเขา ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะรับมือได้แน่นอน

การไหลเวียนวิญญานของหม่าฉี่เจี่ยได้กวาดไปทั่วร่างของฉื่อหยาน ถ้าหม่าฉี่เจี่ยสามารถค้นพบตัวตนของเขาผ่านกลิ่นอายวิญญานที่ไหลอยู่ , ฉื่อหยาน กลัวว่าหม่าฉีเจียจะบ้าคลั่งและตรงมายังเกาะมังกรเหมันทันทีเพื่อฆ่าเขา

" ช่วงเวลาที่ยากลำบากมาถึงแล้วสินะ " ฉื่อหยานขมวดคิ้วของเขา ใบหน้าของเขาก็กลายเป็นกังวล

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 291 มองไปยังทุกสถานที่ผ่านช่องว่างระยะทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว