เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 245 เขานั้นพิเศษยิ่ง

บทที่ 245 เขานั้นพิเศษยิ่ง

บทที่ 245 เขานั้นพิเศษยิ่ง


บทที่ 245 เขานั้นพิเศษยิ่ง

"โฮ๊กกก โฮ๊กกกก "

นอกเมืองหินยักษ์โบราณ ในป่าหนาทึบ เสียงคำรามของสัตว์อสูรเสียงดังขึ้นอย่างต่อนเนื่อง

กลุ่มคนจากเผ่าเสียงอสูรต่างก็หลบซ่อนอยู่ในเมือง และไม่กล้าที่จะออกไป เพราะกลัวจะถูกทำร้ายโดยสัตว์อสูรเสียงที่อยู่ด้านนอก

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สัตว์อสูรเสียงในภูเขาเสียงอสูรทั้งหมดออกมาจากภูเขา เนื่องจากรูปแบบที่ผนึกอ่อนแอลง ซึ่งทำให้พวกมันออกมาอยู่รอบๆ

มีทั้งเสียงของสัตว์ และแม้กระทั่งอสูรทารก ระดับหกและเจ็ด

อสูรทารกอาจได้รับการกล่าวว่าเป็น ศัตรูตามธรรมชาติของเผ่าเสียงอสูร การมีอสูรทารกอยู่ภายนอก จึงทำให้แต่ละคนในเผ่าเสียงอสูรอยู่ในความกังวล เมื่อได้ยินเสียงร้องที่หวีดหวิวของอสูรทาก พวกเขาจะรู้สึกหวาดกลัวมากทันที

ในเมืองหินยักษ์โบราณที่บนกำแพงหินลาวาสีเทาเข้ม เต็มไปด้วยภาพวาดของสัตว์อสูรที่แตกต่างกัน หินเรืองแสงแต่ละก่อนถูกห่อหุ่มอยู่ในกำแพง ซึ่งเปล่งประกายเรืองแสงออกมา

เมืองใหญ่เมืองนี้ถูกปกคลุมด้วยพลังที่แข็งแกร่ง พลังนี้ไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับว่าคลื่นพลังที่ไหลเวียนจำนวนมหาศาลนี้เป็นที่สิ่งคอยปกป้องเมืองนี้จากสัตว์อสูรเสียง

อาศัยรูปแบบป้องกันที่ปกคลุมรอบเมืองโบราณ ทำให้ป้องกันสัตว์อสูรเสียงทั้งหมดที่อยู่ด้านนอกไว้ สัตว์อสูรเสียงได้แต่เพีนงหอนอยู่ภายนอกเท่านั้น ไม่กล้าบุกเข้ามาที่เมืองโบราณ

บนกำแพงเมืองหินยักษ์โบราณ

อีเทียนโหมวใส่เสื้อสีฟ้ายืนอยู่ ใบหน้าของเขาดูระมัดระวังอย่างมากเมื่อจ้องมองออกไปไกลๆ พร้อมกับข้างๆมีผู้นำอีกสองคนยืนอยู่ คือ หยาเหมิง และ คาป้า

อีฉู่ปี่ และ หยาจี่ ยืนอยู่เบื้องหลัผู้นำทั้งสาม อีเทียนโหมว หลี่เหมิง และ คาป้า พวกเขามองออกไปด้วยท่าทางจริงจัง

นอกเมือง , เสียงสัตว์อสูรคำรามกรีดร้องดังก้องไม่หยุดหย่อน พลังหยินทีทมืดมิดและหนาวเย็นรวมกันอยู่รอบๆเมือง . สัตว์อสูรเสียงทุกชนิดต่างก็ล้อมรอบเมืองโบราณอยู่ดูเหมือนพวกมันกำลังรออะไรบางอย่าง

สามผู้นำยืนอยู่กำแพงหินพร้อมกับขมวดคิ้ว และพูดกันด้วยเสีนงเคร่งขรึม พวกเขาดูไม่ดีนัก

" ฉู่ปี่ นักรบมนุษย์ที่เจ้าจับได้อยู่ไหนงั้นรึ ? " หยาจี่ ที่ถือไข่มุกมรกตอยู่ถามขึ้น

ภายในไข่มุกนั้นมีแสงวิญญานเคลื่อนไหวไปมา ผสานกับไข่มุกที่อยู่ในมือของเขา และเกิดเป็นประกายแสงเล็กๆแปลกๆประกายออกมาบ่อยครั้ง

" แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ?" อีฉู่ปี่ขมวดคิ้วของนางเล็กน้อย นางไม่อยากจะตอบอะไรเขามากนัก นางหันกลับไปมองหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ และถามว่า " เชว่เฟย , พ่อของเจ้านั้นคุ้นเคยกับภูเขาเสียงอสูรดี เขามักจะไปภูเขาเสียงอสูรบ่อยๆ เจ้ารู้มั้ยว่าทำไมผนึกที่ป้องกันภูเขาเสียงอสูรจึงอ่อนแอลง ? "

เชว่เฟย เป็นลูกสาวคนเดียวของหัวหน้า คาป้า ผิวคนนางขาวราวกับหิมะ, มีขนตางอนงาม , แววตาลึกซึ้ง นับได้ว่านางเป็นหญิงสาวที่งดงามอย่างมากในเผ่าเสียงอสูรเลยก็ว่าได้

" ข้าเองก็ไม่รู้ รูปแบบที่ผนึกอยู่อ่อนแอลงอย่างแปลกประหลาด . เวลา นี้มันเป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ อสูรทารกหลายตนออกมาจากภูเขาเสียงอสูร พวกมันวนเวียนไปรอบๆเมืองโดยไม่ไปไหน สุดท้ายแล้วพวกมันต้องการจะทำอะไรกัน ? " เชว่เฟยส่ายหน้า และตอบอย่างไม่มั่นใจ

" ฉู่ปี่ นักรบมนุษย์คนนั้นค่อนข้างอันตราย เจ้าควรแลกเปลี่ยนเขากับข้านะ " หยาจี่หลอมรวมวิญญานเข้าไปในไข่มุกอย่างต่อเรื่อง ภายในไข่มุกวิญญานหมุนเวียนอยู่ภายใน

" ไข่มุกพระเจ้าพลังหยินเหล่านี้หลอมขึ้นมาจากวิญญานนักรบด้วยวิธีการลับบางอย่าง พวกมันจะมีประโยชน์มากสำหรับการบ่มเพาะวิญญานของเรา ถ้าเจ้าส่งเขามาให้ข้า ไข่มุกพระเจ้าพลังหยินเหล่านี้จะเป็นของเจ้า "

" หยาจี่ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้าใจกว้างเช่นนี้ ? " เชว่เฟยสงสัย นางลืมตาขึ้นและถามด้วยความประหลาดใจ "เพียงแค่นักรบมนุษย์คนหนึ่ง เจ้ากลับใช้ไข่มุกพระเจ้าพลังหยินเหล่านี้แลกเปลี่ยน เขาพิเศษขนาดนั้นเชียวรึ ? "

" นักรบที่ข้าจับมาสามารถแลกเปลี่ยนกับชายคนนั้นได้ โดยไม่คาดคิด เจ้ากลับไม่คิดที่จะแลกแม้แต่นิด ดูเหมือนเขาจะมีความลับบางอย่างสินะ หึ ข้าคิดว่าเขาต้องพิเศษแน่นอน "

เชว่เฟยสังเกตเห็นว่าฉู่ปี่ไม่ได้ต้องการแลกเปลี่ยน นางเดาฉู่ปี่อาจจะรู้อยู่แล้วว่าฉื่อหยานนั้นพิเศษ , แต่นางนั้นต้องการรู้เรื่องของเขามากกว่านี้ นางจึงถามขึ้น " งั้นฉู่ปี่ เจ้าจับเขามาได้สักพักแล้ว เจ้าคงรู้สินะสินะว่าเขามีบางอย่างที่พิเศษ ? "

"ก็ไม่มีอะไรหนิ " อีฉู่ปี่ตอบอย่างเย็นชา

หยาจี่ ยิ้ม แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อนาง " ถ้าเช่นนั้น เจ้ามาที่วังของข้า และข้าจะให้เข้าเลือกนักรบมนุษย์ห้าคน ข้าจะใช้นักรบมนุษย์ห้าคนนั้นแลกเปลี่ยนกับเขา เจ้าคิดว่าไง ? "

" หยาจี่ เจ้านี่น่ารำคาญเสียจริง " ใบหน้าของอีฉู่ปี่กลายเป็นหงุดหงิด

หยาจี่สูดลมหายใจเข้าลึก ตาของเขากลายเป็นเย็นชา และเต็มไปด้วยความโกรธ

" โฮ๊กกกกกกก ฮือออออออ "

ในตอนนี้เอง เสียงสัตว์อสูรหอนคำรามดังก้องก็ดังมาจากในป่าลึกจากภายนอกเมืองหินยักษ์โบราณ

" หวือ….หวือ... "

เป็นมนุษย์วิหคสูงห้าถึงหกเมตรมีปีกสีเทา เขาถูกโจมตีโดยสัตว์อสูรเสียง เขากระพรือปีกพร้อมกรีดร้องออกมาและพยายามหนี

สัตว์อสูรเสียงโจมตีจากทุกทิศทาง แต่ผู้เฒ่าของตระกูลปีกสีเทาก็ไม่หวาดกลัว ร่างกายของเขาปรากฏสายลมขึ้นมา ซึ่งทำให้สัตว์อสูรเสียงถูกซัดออกไป

ภายใต้ความกดดันของสัตว์อสูรเสียงผู้อาวุโสของตระกูลปีกสีเทายังคงมุ่งหน้ามาทางเมืองหินยักษ์โบราณ

ม่านพลังรูปแบบป้องกันที่กำแพงเมืองหินยักษ์โบราณของเผ่าเสียงอสูรหดตัวลงอย่างแปลกประหลาด และปล่อยให้เขาเข้ามาในเมืองโบราณได้อย่างเสรี

" ตั่วหลงเกอ , ท่านมาทำอะไรที่นี่รึ ? " หัวหน้าหยาเมิง ' หัวที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีขาวก้มมากบนฟ้าและหัวเราะ เขาป้องมือของเขาไปที่ชายชราจากเผ่าปีกทางที่อยู่ไกลออกไป " เรากำลังคุยกันว่าเราน่าจะเยี่ยมตระกูลปีกเทาบ้างกันอยู่หรือไม่พอดี ไม่คิดเลยว่า ท่านตั่วหลงเกอจะมาที่นี่เสียก่อน นี่ช่างเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ "

อีเทียนโหมวตาสีขี้เถ่าของเขากลายเป็นกังวล แอบมองไปที่อีฉู่ปี่และ ส่งสัญญาณบางอย่างให้นาง

อีฉู่ปี่ที่คุยกับหยาจี่ เชว่เฟย อยู่ทันใดนั้นสายตาของนางเปลี่ยนไป นางพยักหน้าหัวของนางเล็กน้อย โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น และคุยกับเชว่เฟย และ หยาจี่ " ข้ามีบางอย่างต้องทำ ตอนนี้ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว"

เมื่อนางพูดเสร็จ โดยไม่รอนางก็จากไปทันที หยาจี่ และเชว่เฟยต่างก็มองไปที่ ร่างกายบอบบางของนาง พร้อมกับพริบตามองด้วยความสงสัย

ชายชราจากตระกูลปีกเทา ตั่วหลง ดวงของเขาตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ,เขาจ้องมองไปที่ หยาเมิง อีเทียนโหมว และคาป้า จากนั้นก็ตระโกนออกมา " ข้าได้ยินว่าพวกเจ้าจับมนุษย์ได้ ? "

" ถูกต้องแล้ว " ใบหน้าของหยาเมิงมองไปอย่างตกตะลึง " ก่อนหน้านี้ มีมนุษย์จำนวนหนึ่งปรากฏตัวในป่าใกล้ๆกับที่นี่ โดยไม่รู้ว่ามาได้อย่างไร แต่ตอนนี้พวกเขาถูกจับและถูกคุมขังอยู่ . เหตุใดท่านตั่วหลงเกอ ถึงสนใจมนุษย์เหล่านี้รึ ? หรือว่าตระกูลปีกเทาของท่านต้องการใช้จิตวิญญานของมนุษย์เพื่อฝึกบ่มเพาะอะไรบางอย่าง ? "

" เอานักรบเหล่านั้นมาให้ข้าดูที ข้าต้องการหาใครบางคน " ดวงตาตั่วหลงกลายเป็นดุร้ายเหมือนงูพิษ " ฮันหลง ลูกชายของข้าถูกฆ่าโดยมนุษย์ ข้าอยากบดกระดูกของมันให้เป็นผุยผง และทำให้มันต้องเผชิญกับความทุกทรมานทุกประเภท "

" ว่าไงนะ ! " หยาเมิง คาป้า และ อีเทียนโหมวช่วยไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจ

" ได้ ข้ารู้แล้วต้องทำเช่นไร " หยาเมิงพยักหน้า เขาเข้าใจแล้วว่าเรื่องนี้สำคัญเช่นไร เขาหันไปหาหยาจี่และพูด , " นำนักรบมนุษย์ทั้งหมดมาที่นี่

ทันทีร่างของหยาจี่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว

" อีเทียนโหมว ข้าได้ยินว่า ท่านจับมนุษย์ได้คนหนึ่งเช่นนหนิ ท่านจะ . . . . . . . ? " หยาเมิงมองไปที่อีเทียนโหมว

" อีเฟิง เจ้ากลับไปและนำตัวมนุษย์นั่นมาที่นี่ . " อีเทียนโหมวไม่ได้พูดอะไรมาก เขามองไปที่ใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเขาจากนั้นก็ออกคำสั่ง ทันทีอีเฟิงก็จากไป

" ตั่วหลงเกอ , ในพื้นที่ตระกูลปีกเทาของท่านเต็มไปด้วยสัตว์อสูรเสียงอยู่ทุกหนแห่งเหมือนกันหรือไม่ " คาป้า ก็ถาม

" ไม่ มีเพียงเฉพาะพื้นที่ของพวกเจ้าเท่านั้นที่มีสัตว์อสูรเสียงอยู่มากมาย 'ในพื้นที่ของเรามีเพียงสัตว์อสูรระดับต่ำเท่านั้น มันง่ายมากที่เราจะกวาดล้างพวกมันให้หมด " ตั่วหลงพูดด้วยสีหน้าเย็นชา มันดูเหมือนเขาไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้ เขาสนใจเพียงแก้แค้นเท่านั้น

คาป้าเหมือนจะถามอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นใบหน้าที่เย็นชาของเขา เขาก็ยิ้ม และก็เลิกคิดที่จะถาม

หยาเมิง อีเทียนโหมว ก็ไม่ได้พูดอะไร และเฝ้ารออย่างเงียบๆ ด้วยสีหน้าแปลกๆ

หลังจากนั้นไม่นาน

หยาจี่ และคนอื่น ๆของเผ่าเสียงอสูรใช้สัตว์ดึงกรงใหญ่มา ภายในกรงมี ฉาวจื่อหลาน พานโจว และคนอื่น ๆอยู่

ฉาวจื่อหลาน กู่หลินหลง พานโจว และซูหยางซิงนั่งอยู่ที่มุมพร้อมกับที่สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป พวกเขาจ้องไปที่คนเผ่าเสียงอสูรและตั่วหลงจากตระกูลปีกเทา ด้วยความกดดัน

เมื่อสองสามวันก่อน ได้มีคนหายไปอย่างสมบูรณ์ทีละคน

พวกเขาเข้าใจว่าหยาจี่ทีเป็นคนจับคนเหล่านั้นไปและเขาก็คงเป็น คนที่ฆ่าคนเหล่านั้น แม้ว่าฉาวจื่อหลานจะไม่กล้าใช้จิตวิญญานต่อสู้ของนาง นางก็ยังสัมพัสได้ลางๆว่าวิญญานของพวกเขาถูกดึงออกจากร่าง  กลายเป็นยาวิเศษที่ให้เผ่าเสียงอสูรใช้บ่มเพาะ

เมื่อฉาวจื่อหลาน พูดถึงสิ่งที่นางสัมพัสได้ คนอื่นๆทั้งหมดก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเริ่มเสียใจที่เข้ามายังหุบเหวสนามรบเพิ่อฆ่าหยางมู่และฉื่อหยาน หากพวกเขาไม่ตามมาหละก็ . . . . . . .

ดวงตาของตั่วหลงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขากลอกตาไปมา พร้อมกับส่ายหัวไม่หยุด

ผลึกสีเขียวกลมก็โผล่ออกมาในมือของตั่วหลง เขาพลิกมือเล็กน้อย แล้วผลึกกลมสีเขียวก็ส่องแสงออกมา

ในช่วงกลางของแสงสีเขียว ปรากฏเป็นภาพลักษณะเหมือนกับฉื่อหยานค่อยๆปรากฏขึ้น

" ฉื่อหยาน ! " ฉาวจื่อหลาน , พานโจว กู่หลินหลงและซูหยานซิง , ผู้ที่ถูกขังอยู่ในกรง มีความกลัวอยู่ในสายตาของพวกเขาและจิตใจของพวกเขาก็สั่นสะท้าน ทันทีที่รู้ใครคือคนที่ตั่วหลงตามหา.

" นั่นเขา ! " หยาจี่ขบฟันแน่น

" เขาคือคนถูกจับมาโดยอีฉู่ปี่ ข้าเคยเจอเขามาก่อน "

หันไปมองตั่วหลงที่มีสายตาเย็นชา หยาจี่ไม่ที่จึงไม่กล้าที่จะโกหก เขาจึงรีบกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว " เขาค่อนข้างจะพิเศษเล็กน้อย คนที่ข้าจับมานั้นล้วนแต่ไล่ล่าเขา คนเหล่านั้นรวมกันยังไม่สามารถฆ่าเขาได้ "

" อีเทียนโหมว ! " ร่างกายตั่วหลงทันทีก็มันพลังไหลออกมา เขาตะโกนและร้องออกมาด้วยความโมโห " รีบพามันมาให้ข้า ! "

ในดวงตาสีขี้เถ่าของอีเทียนโหมว เส้นสีเทาปรากฏขึ้นอย่างชัดเจย กระแสการไหลเวียนของวิญญานแปลกประหลาดได้ทะลักออกมาจากหัวของเขาในทันที พลังปราณลึกลับรวบรวมอย่างรวดเร็วในร่างกายของเขาและโคจรผ่านผ่านเส้นเลือดของเขา เขาพร้อมที่จะจัดการกับตั่วหลง

" ข้าบอกแล้วว่าอีเฟิงจะพาเขามาเอง ! " อีเทียนโหมวสีหน้าของเขากลายเป็นเย็นชาด้วยความระมัดระวัง และพูดขึ้นว่า "อีกไม่ช้าเขาจะมาที่นี่ ตั่วหลง , ท่านไม่ควรกังวลมากเกินไป "

" ได้ ข้สหวังว่าจะสามารถพาเขามาที่นี่ได้นะ ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่มีความเมตตา . " ดวงตาของตั่วหลงก็เบิกกว้างพร้อมกับค่อยๆพยักหน้า

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 245 เขานั้นพิเศษยิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว