เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 243 บอกเหตุผลข้ามา

บทที่ 243 บอกเหตุผลข้ามา

บทที่ 243 บอกเหตุผลข้ามา


บทที่ 243 บอกเหตุผลข้ามา

หลายคนจากตระกูลปีกเทาอย่างรวดเร็วก็ปรากฏตรงจุดที่ ฉื่อหยานและอีฉู่ปี่เพิ่งจากไป หลังจากมาถึง กลุ่มของพวกเขาก็ค้นหาทุกซอกทุกมุม ดูเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

หนึ่งในพวกเขาได้หยิบผลึกสีเขียวกลมออกมา และสกัดหยดเลือดลงบนลูกสีเขียวกลม

เมื่อลูกแก้วปรากฏออกมา เส้นแสงสีเขียวแต่ละสายก็เชือมต่อไปยังพลังวิญญานของฮันหลงจากขี้เถ้ากระจายในอากาศ ต่อมามันก็รวมตัวกันและเข้าไปในลูกกลม

ใบหน้าของชายจากตระกูลปีกเทาก็เปลี่ยนไป เขาสูดหายใจเข้าและกล่าวว่า " ฮันหลง ตายแล้ว….”

ทุกคนในตระกูลปีกสีเทาคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่งทันทีพวกเขาก็ออกค้นหาคนฆ่าไปรอบๆอย่างรวดเร็ว

ด้านหลังภูเขาเสียงอสูรภายในพื้นที่ของเผ่าปีกเทา

มีต้นไม้โบราณอยู่หลายต้น ' ตรงรากไม้แต่ละต้นมีบ้านเรือนอยู่มากมาย และเต็มไปด้วยคนจากตระกูลปีกเทา

หลังรากต้นไม้โบราณ มีหุบเขาที่มีเสียงลมพัดผ่านอยู่

ภายในหุบเขานั้น ชายชราจากตระกูลปีเทายืนอยู่ด้วยใบหน้าที่สุขุมและลักษณะใบหน้าของเขานั้นคล้ายคลึงกับฮันหลงเป็นอย่างมาก ร่างนี้นั่งอยู่ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน ดวงตาเย็นชาของเขาดูมืดมนและเต็มไปด้วยตัณหา .

มีอีกร่างหนึ่งที่มีรูปร่างเร่าร้อนซึ่งมีพลังลมที่แข็งแกร่งปล่อยออกมา สวมเกราะสีแดงเพลิง นางนั่งอยู่ตรงกลางของหุบเขา พลังลมหมุนรอบตัวนางและรวมตัวกันอย่างรวดเร็วจากนั้นก็กลายเป็นเม็ดยาบำรุงจิตวิญญานต่อสู้ในร่างของนาง ซึ่งทำให้นางดูสดใสและเร่าร้อน

" แม่นางเหอ การบ่มเพราะของเจ้ายอดเยี่ยมนัก พลังนลมของหุบเขาลมสวรรค์นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ปกติแล้วมันเป็นสถานที่ไว้สำหรับข้าฝึกบ่มเพาะ แต่ตอนนี้ข้าจะมอบมันให้แก่เจ้า " ชายชราจากตระกูลปีกเทาดวงตาส่องประกายออกมา เขามองไปยังร่างที่งดงามนั้นสักพัก แล้วพึมพำ " เจ้าคือของขวัญจากสวรรค์ จิตวิญญานปีกในร่างของเจ้าเหมาะสมที่สุดที่จะฝึกบ่มเพาะด้วยพลังลมของข้า รอเมื่อเจ้าได้รับพลังลมเพียงพอ จากนั้นข้าก็จะใช้มันเพื่อให้ระดับการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง ให้เหนือกว่าพวกมันสองคน . . . . . . . "

ภายในหุบเขา พลังลมกำลังห่อหุ่มร่างของเหอซิงเหมิน ดวงตาที่งดงามของนางค่อยๆเปิดออก พร้อมกับเหลือบมองไปยังชายชรานั่นจากนั้นนางก็หลับตาลงทันที สีหน้าของนางแสดงออกอย่างน่าเบื่อ

" ติ้ง ! ติ้ง ! "

เสียงแปลกๆก็ดังก้องออกมาจากหน้าอกของชายชราเผ่าปีกเทา เขาสะดุ้งและหยิบผลึกสีเขียวกลมออกมาจากหน้าอกของเขาและ กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ " เกิดอะไรขึ้น ? "

" นายน้อย…. นายน้อยตายแล้ว " เสียงที่ดูรีบร้อนดังออกมาผลึกกลม

" อะไรนะ ! ? " ชายชราสีหน้าก็เปลี่ยนไปพร้อมกับมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา เขาดูโกรธเป็นอย่างมาก เขา ตะโกนออกมาอย่างรุนแรง " ไหนเจ้าพูดอีกทีสิ ? "

" นายน้อยตายแล้ว….ขอรับ วิญญาณของเขากระจายไปทั่ว โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยนายท่าน เราไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น . . . " เสียงจากผลึกกลมดูกังวลและกระสับกระส่าย

หัวหน้าตระกูลปีกเทาไม่อาจทนได้อีกต่อไป และช่วยไม่ได้ที่เขาจะแหงนหน้าขึ้นฟ้าและ เผลอตะโกนออกมา ด้วยเสียงดังก้องพลังลมก็รวมตัวกันอย่างรุนแรง แล้วมันก็ลอยเข้าไปในผลึกกลม

ในฉับพลัน ผลึกกลมก็ส่องแสงสีเขียวเจิดจ้าออกมา แสงสว่างสีเขียวกลั่นตัวอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นภาพบางอย่าง

ในผลึกกลม ใบหน้าเย็นชาของฉื่อหยานก็ปรากฏออกจากกลุ่มก้อนแสงสีเขียว , พลังถูกถ่ายทอดเข้าไปในผลึกมากขึ้นและภาพของฉื่อหยานก็ปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน

" เผ่ามนุษย์ ! " หัวหน้าตระกูลปีกเทตะโกนเสียงดังออกมา เสียงลมกระจายไปทั่วเกิดเป็นเสียงหวีดหวิว ต้นไม้โบราณที่อยู่รอบๆ ' รากของมันก็ลอยขึ้น เศษไม้กระจัดกระจายไปในอากาศ

เหอซิงเหมินรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวแปลกๆของหัวหน้าตระกูลปีกเทา นางก็อดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นใบหน้าของฉื่อหยานปรากฏออกมา ในหุบกลุ่มก้อนแสงสีเขียว

แววตาของนางก็มีแสงประกายออกมาอย่างมหัศจรรย์ นางเกือบจะตะโกนด้วยความตกตะลึง แต่นางก็หลับตาลงอย่างรวดเร็ว และแกล้งทำเป็นว่านางไม่เห็นอะไร

" แม่นางเหอซิงเหมินเจ้ารู้จักมนุษย์คนนี้หรือไม่ ? "

หัวหน้าตระกูลปีกเทาหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ใบหน้าดุร้ายของเขาหันไปทางเหอซิงเหมิน และเขาตะโกนถาม

ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เหอซิงเหมินจ้องมองไปที่ภาพของฉื่อหยานที่ปรากฏในผลึกลมสีเขียวอ่อน สักพัก แล้วค่อยๆ กล่าวว่า " เขาเป็นเป้าหมายที่เราตามล่าตั้งแต่ในหุบเหวสนามรบ แต่ข้าไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหน คนของข้าที่มาด้วยก็แยกกับข้า และกระจัดกระจายกันไป ไม่รู้ว่าอยู่สถานที่อีกแห่งหรือไม่ " .

" ข้าจะทำให้มันรู้สึกว่าตายดีกว่ามีชีวิตอยู่ มันกล้าที่จะมีปัญหากับเราตระกูลปีกเทา !" หัวหน้าตระกูลหายใจเข้าลึกเหมือนสัตว์เดรัจฉาน เขาถอนหายใจด้วยความโกรธพร้อมกับคำรามออกมาอย่างน่ากลัว

" ตอนนี้เจ้ายังมีชีวิตอยู่จริงๆรึ ! " เหอซิงเหมินเข็ญใจยิ้มข้างในเล็กน้อย สั่นศีรษะ และเริ่มกังวลกับชีวิตของฉื่อหยาน

" วุช "

เป็นหญิงผู้งดงามกับชายอีกผู้หนึ่งกำลังเคลื่อนไหวภายในป่าหนาอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าสู่เมืองเมืองหินโบราณยักษ์

" อีฉู่ปี่ " อยู่ๆก็มีเสียงตะโกนจากภายในเมืองหินโบราณขนาดยักษ์

" ท่านพ่อ ! ! ! " อีปู่ปี่ร้องออกมาอย่างแปลกใจ , นางชะลองความเร็วของนางลงและมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่พ่อของนางอยู่ " ท่านรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาดที่หุบเขาเสียงอสูรหรือไม่ ? "

อีเทียนโหมว พยักหน้า ดวงตาสีขี้เถ้าส่องประกายแปลกประหลาดออกมา " อีฉู่ปี่ เจ้าจัดการสัตว์อสูรเสียงได้บ้างหรือไม่ ? "

" เขาฆ่าอสูรทากรไปตามตัว " อีฉู่ปีพูดขึ้น

" อะไรนะ ! ? " อีเทียนโหมว สีหน้าก็เปลี่ยนไป แล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็นปกติ เขามองไปที่อีฉู่ปี่สักพัก แล้วถามว่า " สุดท้ายแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? "

" เขามีเปลวไฟนภาในร่างของเขา แถมเขายังฆ่าลูกชายของหัวหน้าตระกูลปีกเทาอีกด้วย " อีฉู่ปี่พูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างกังวล

ร่างผอมของอีเทียนโหมวก็สั่นสะท้านเล็กน้อย ความหวาดกลัวก็ปกคลุมจิตใจของเขา ช่วยไม่ได้ที่เขาจะมองไปยังใบหน้าของฉื่อหยานด้วยความตกใจ " เปลวไฟนภา ไม่อยากเชื่อว่าชายคนนี้จะมี . . . . . . . เปลวไฟนภา”

หลังจากนั้นอีเทียนโหมวก็พึมพำออกมา พร้อมกับมีรอยยิ้มแปลกๆออกมาจากริมฝีปากของเขา " ฉื่อหยาน , ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้ามีเปลวไฟนภา ดี.. ! "

" ท่านพ่อ ! " อีฉู่ปี่ตะโกนเสียงดัง " อย่าฆ่าเขา เขาช่วยชีวิตข้าไว้ ถ้าไม่มีเขา ข้าคงถูกฆ่าโดยอสูรทารกไปแล้ว”

อีฉู่ปี่นั้นรู้ว่าพ่อของนางจะทำอะไร ต่อมา อีเทียนโหมวก็ไม่ได้พูดหรือยิ้มให้อะไรอีก หากอีเทียนโหมวยิ้มออกมาอย่างแปลกประหลาด นั่นหมายถึงว่าเขาต้องการจะฆ่าใครบางคน

" อย่าได้พูดอีก ! ต่อให้เขาช่วยชีวิตเจ้าไว้ หรือแม้แต่เขาจะเคยช่วยชีวิตข้า ยังไงเสียเขาก็ต้องตาย !. . . " อีเทียนโหมวยิ้มในขณะที่สั่นศีรษะของเขา ดวงตาสีขี้เถ้าจ้องมองไปที่ฉื่อหยาน " การดำรงอยู่ของเขา ทำให้ทั้งเผ่าปีศาจเสียงอยู่ในอันตรายร้ายแรง เราได้ถูกส่งตัวมาที่นี่ และในสถานที่แห่งนี้มีร่างของเราประกอบไปด้วยพลังความเย็น เมื่อเขาไปถึงระดับที่เขาไม่กลัวการโจมตีวิญญานของเรา ถึงตอนนั้นเขานับได้ว่าเป็นตัวตนที่อันตรายที่สุดสำหรับเผ่าเสียงอสูร "

"ท่านไม่สามารถฆ่าข้าได้ ! . " ฉื่อหยาน ตะโกนในฉับพลัน

" ว่าไงนะ ? "สีหน้าของ อีเทียนโหมวก็ประกายเย็นชาออกมา " บอกเหตุผลที่ข้าจะทำให้ข้าไม่ฆ่าเจ้ามา ! ข้ารู้ว่าเจ้าฉลาด, เจ้าคงจะไม่ใช้เหตุผลที่ช่วยลูกสาวข้าไว้หลอกนะ "

" ข้าสามารถช่วยท่านกำจัดสัตว์อสูรเสียงได้”

" เหตุผลนี้ไม่เพียงพอ ชีวิตของเจ้าอันตรายยิ่งกว่าสัตว์อสูรเสียงอีก !”

" ตอนนี้ภูเขาเสียงอสูรเปลี่ยนไปแล้ว สัตว์อสูรเสียงมากมายจะออกมาจากภูเขาเสียงอสูรรวมถึงอสูรทารก พวกมันสามารถทำลายเผ่าเสียงอสูรได้อย่างง่ายดาย ! " ฉื่อหยานขมวดคิ้ว และพูดออกมา

" เราเพียง หลบซ่อนอยู่ในปราสาท , สัตว์อสูรเสียงก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว หลังจากนั้นพวกมันก็จะกลับไปที่ภูเขาเสียงอสูร เจ้าโน้มน้าวข้าไม่ได้หลอก ! . " อีเทียนโหมว ยังคงสั่นศีรษะ ใบหน้าดูเฉยชา

" ผลึกที่อยู่ที่ภูเขาเสียงอสูรนั้นแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น ในครั้งนี้ สัตว์อสูรเสียงที่อยู่บนภูเขาจะก้าวร้าวมากขึ้นกว่าครั้งก่อนหน้านี้ "

อีฉู่ปี่ช่วยไม่ได้พูดขึ้นแทรก" ท่านพ่อ รอไปก่อนดีหรือไม่ ? รอดูก่อนว่าเราจะสามารถรับมือกับสัตว์อสูรเสียงเหล่านั้นได้หรือไม่ ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ เราก็ยังมีตัวเลือกหนึ่้งในการรับมือกับสัตว์อสูรเสียง”

" เหตุผลนี้ยังไม่พอ ! " อีเทียนโหมวยังคงสั่นศีรษะของเขา ใบหน้าที่เฉยชายังคงอยู่ แม้แต่จิตสังหารเองก็ยังไม่หายไป

" ข้าสามารถช่วยท่านกำจัดผู้นำคนอื่นของเผ่าเสียงอสูรได้ ข้าได้ยินมาว่ามีผู้นำเหมือนกับท่านอยู่อีกสองคน คิดให้ดี ถ้าข้าอยู่ในการควบคุมของท่าน และข้ายังมีชีวิตอยู่ ผู้นำอีกสองคนจะไม่สามารถกดขี่ใดๆท่านได้ " ฉื่อหยานพูดขึ้นมา

เมื่ออีเทียนโหมวได้ยินเช่นนั้นการแสดงออกก็เปลี่ยนไป

สีหน้าที่เฉยชาของอีเทียนโหมวก็หายไป

ดวงตาของเขารส่องประกายออกมาด้วยความคิดมากมาย ใบหน้าของเขาลึกลงไปในความคิดพิจารณาถึงข้อดีและข้อเสียนี้

ไม่นานหลังจากนั้น อีเทียนโหมวก็พยักหน้าของเขาและกล่าวว่า " ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าก็ได้ แต่เจ้าห้ามให้คนอื่นนอกจากพวกข้าเห็นเปลวไฟนภาเด็ดขาด ! . "

" เข้าใจแล้ว !" ฉื่อหยานรีบพยักหน้า .

" วุช.."

ไม่ไกลจากที่นั่น มีร่างจำนวนหนึ่งลอยอยู่เหนือสิ่งก่อสร้าง ด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ผู้คนมากมายจากเผ่าเสียงอสูรกำลังออกมาจากเมืองหินยักษ์โบราณ

" อีฉู่ปี่ เจ้าพาเขากลับมาก่อน ข้าจะไปที่ภูเขาเสียงอสูร " อีเทียนโหมวขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาสั่งลูกสาวของตัวเอง

อีฉู่ปี่พยักหน้าหน้าของนางพร้อมกับคว้าฉื่อหยาน และรีบมุ่งไปที่ปราสาทหินโบราณ ระหว่างทาง ฉื่อหยานได้สังเกตุทุกอย่างเงียบๆ และได้รับรู้ว่า มีนักรบระดับสูงของเผ่าเสียงอสูรมากมายกำลังมุ่งหน้าไปยังภูเขาเสียงอสูร

ในหมู่พวกเขา มีสองคนที่ปล่อยจิตสำนึกวิญญานมาที่ฉื่อหยาน เป็นวิญญานที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ซึ่ วิญญาณเหล่านั้นเข้ามาในร่างของเขาแต่พริบตาเดียวมันก็หายไปจากห้วงจิตสำนึกของเขา

" ผู้นำอีกสองคน คาป้าและหยาเหมิงก็ไปด้วยเช่นกัน " อีฉู่ปีอธิบายให้ฉื่อหยานฟัง " พวกเขาเหมือนกับพ่อของข้า ทั้งสองเป็นผู้นำของเผ่าเสียงอสูร พวกเขาอันตรายเป็นอย่างมาก พวกเขาตื่นตัวมากกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในภูเขาเสียงอสูร”

" พวกเขามุ่งไปทางภูเขาเสียงอสูร พวกเขาไม่กลัวถูกโจมตีโดยสัตว์อสูรเสียงกันรึ ? " ฉื่อหยานถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย

" คาป้าและหยาเหมิงมีระดับการบ่มเพาะที่สูงมาก นอกจากอสูรทารกแล้ว แทบจะไม่มีสัตว์อสูรเสียงตัวใดทำร้ายพวกเขาได้ ถ้าพวกเขาต้องการที่จะรอดหละก็ แม้แต่อสูรทารกก็ไม่สามารถฆ่าพวกเขาได้ "

อีฉู่ปี่ตอบ

" เข้าใจแล้ว "

ในเมืองหินยักษ์โบราณ

ภายในสิ่งก่อสร้างแห่งหนึ่ง ฉาวจื่อหลาน กู่หลินหลง ซูหยานซิง พานโจวและนักรบคนอื่นๆถูกขังในห้องลับ มีองครักษ์ของหยาเหมิงเฝ้าอยู่

ไม่นานหลังจากนั้น เสียงที่เศร้าโศกก็ดังออกมาจากห้องใกล้ๆ

เวลานี้ ฉาวจื่อหลาน และพานโจว ที่เป็นนักรบที่มีความสามารถโดดเด่นของทะเลกว้างใหญ่ใบหน้าของพวกเขาดูเศร้าหมอง ความภาคภูมิใจของพวกเขาก่อนหน้านี้ได้สูญสลายไปหมดสิ้น

" ฉาวจื่อหลาน จิตวิญญานของเจ้าไม่สามารถทำอะไรสิ่งที่ควบคุมวิญญานเราได้เลยงั้นรึ ? "

นักรบของดินแดนเพิ้งหลายศักดิ์สิทธิ์ ถามฉาวจื่อหลาน ด้วยสีหน้าหมดหวัง

ฉาวจื่อหลานนั่งไขว้ขาเล็กน้อย พร้อมกับสั่นศีรษะของนาง และพูดขึ้น " ตระกูลคนเหล่านี้มีวิญญานที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากและวิญญานของพวกเขาก็อยู่เหนือกว่าเรานัก หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆหรือมีบางสิ่งที่ต่อต้านรูปแบบที่ควบวิญญานเราอยู่ พวกเขาใครครก็จะสามารถรับรู้ได้และนั่นไม่ใช่เรื่องดีแน่ ไม่ต้องพูดถึงจิตวิญญานของข้าเลย ต่อให้มันสามารถทำอะไร ข้าก็ไม่กล้าทำ " .

" งั้นเราจะรอความตายเช่นนี้งั้นรึ ? " นักรบพึมพำ .

" ตอนนี้ข้ายังไม่พบวิธีแก้ปัญหา แต่ฉื่อหยานไม่ได้ถูกจับ เขาอาจจะมีทางออกก็ได้ อย่างไรก็ตาม มีพลังพิเศษบางอย่างอยู่ในร่างของเขา บางทีเขาอาจจะอยู่รอดที่นี่ก็เป็นได้ "

" เขางั้นรึ ? " แพนโจว กู่หลินหลงและซูหยานซิงจู่ ๆก็อุทานออกมาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 243 บอกเหตุผลข้ามา

คัดลอกลิงก์แล้ว