เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 234 วันนี้ต้องดีกว่าที่ผ่านมา

บทที่ 234 วันนี้ต้องดีกว่าที่ผ่านมา

บทที่ 234 วันนี้ต้องดีกว่าที่ผ่านมา


บทที่ 234 วันนี้ต้องดีกว่าที่ผ่านมา

เมื่อหัวของเซี่ยกุยระเบิด ต่อมานักรบที่เหลืออีไม่กี่คนภายในทอร์นาโด ก็ถูกฆ่าตายโดยเงาปีศาจยักษ์ทั้งสามตน

เงาปีศาจยักษ์ทั้งสามตนเข้าไปในหลุมแรงโน้มถ่วงและปลดปล่อยพลังงานเชิงลบออมาทำให้นักรบกลายเป็นเสียสติจากนั้้นมันก็ฆ่าพวกเขา

นักรบเหล่านี้เป็นเพียงนักรบในระดับปฐพีในทะเลเคียร่า พวกเขาไม่ได้ครองครองจิตวิญญานต่อสู้ หรือ วิชาและ อาวุธลับที่ทรงพลัง รวมกับที่พวกเขาถูกคุมขังโดยหลุมแรงโน้มถ่วง นั่นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาทำได้เพียงรอเวลาตายเท่านั้น

เซี่ยกุยร่างที่ไร้หัวของเขาล้มลง กระแสพลังที่ไหลออกมาจากร่าง ก็ถูกดูดซับเข้าไปในเส้นชีพจรของฉื่อหยาน.

" วุชชช "

มือของเขาคว้าด้ามดาบและดึงออกมาจากเท้าของเขา หลังจากนั้นฉื่อยานก็มองไปที่ีร่างไร้หัวของเซี่ยกุยด้วยสีหน้าดุร้าย " เจ้ากล้าที่จะยุ่งกับข้า ! ก็สมควรแล้วที่เจ้าจะตายเช่นนี้ "

ด้วยจิตวิญญานกายาแข็งและจิตวิญญานอมตะ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่นักรบคนอื่นๆจะสามารถรับมือกับพลังและร่างกายที่แข็งแกร่งของฉื่อหยานได้

ในหมู่นักรบระดับเดียวกัน ไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้ในการต่อสู้ตัวต่อตัวแน่นอน

ด้วยพลังของจิตวิญญานอมตะ แผลที่เท้าซึ่งกระบี่ก็ค่อยๆสมานตัว

ฉื่อหยานก็เริ่มใช้ก้าวอัศนีและพุ่งไปที่พายุ และยืนอยู่ในนั้น พลังงานทั้งหมดจากร่างของนักรบที่ตกตายไปไหลเข้ามาในร่างของเขาที่ยังคงเปิดใช้จิตวิญญานกายาแข็็งอยู่

หลุมแรงโน้มถ่วงที่พันธนาการเหอซิงเหมินไว้ก็ค่อยๆหายไป เนื่องจากการมองเห็นของนางถูกปิดกั้นด้วยพายุราย ดังนั้น เมื่อนางเห็นฉื่อหยาน นางพยายามดิ้นรนและพูดออกมาอย่างเย็นชา " ปล่อยข้านะ ! "

ฉื่อหยานขมวดคิ้วและตะโกนออกมา " พวกมันตายไปหมดแล้ว เจ้ายังต้องการจะสู้กับข้าอีกรึ  ? "

" ทุกคนตายหมดแล้วงั้นรึ ? " เหอซิงเหมิน ดวงตาคู่สวยของนางก็มองไปรอบๆด้วยความสับสน " ศิษย์พี่ของข้าอยู่ไน ? เจ้าไม่มีทางเอาชนะเขาได้แน่นอน ระดับการบ่มเพาะของเขาสูงกว่าเจ้า และเขายังสามารถเคลื่อนไหวใต้อย่างอิสระภายใต้พื้นทราย เจ้าไม่คู่ควรพอที่จะเรียกว่าเป็นคู่ต่อสู้ของเขาด้วยซ้ำ "

" เจ้ากำลังพูดถึงเซี่ยกุ่ยใช่ไหม ? " ฉื่อหยาน ชี้ไปที่ร่างไร้หัวซึ่งอยู่ไกลออกไป " เขาอยู่ตรงนั้นไง ! ที่นี่นอกจากเจ้่าและข้าแล้ว ไม่มีใครมีชีวิตอยู่แล้ว ! "

เหอซิงเหมินตกใจ ร่างกายที่อ่อนโยนของนางรีบพุ่งไปที่ร่างของเซี่ยกุย

" อ๊าาาาาาาาาาาา ! " เสียงกรีดร้องที่น่ากลัวก็ดังออกมาจากปากเหอซิงเหมิน

ด้วยความสับสน นางยืนอยู่ข้างร่างของเซี่ยกุย ครอบคลุมปากของนาง ดวงตาคู่สวยของนางเต็มไปด้วยความเศร้า ลดเสียงของนางและกล่าวว่า " เขาจะตายแล้ว ทุกคนตายหมดแล้ว ความหวังในอนาคตของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ ผู้ที่จะเป็นผู้นำของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ได้ตกตายไปหมดแลว . . . . . . . "

เหอซิงเหมินตะลึง ราวกับว่านางได้ถูกโจมตีอย่างหนัก นางดูตกใจเป็นอย่างมาก แล้วโดยที่นางไม่รู้ตัว นางก็เริ่มพึมพำคนเดียว . . . . . . .

ฉื่อหยานเองก็ยังไม่ได้รีบจากไป เขาก็ยังใช้จิตสำนึของเขาเพื่อค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆรอบ ๆ

เขาไม่รู้ว่าเซี่ยกุยและเหอซิงเหมินแยกจากฉาวจื่อหลานมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เขาคิดว่าฉาวจื่อหลานและคนอื่นๆต้องอยู่ใกล้ๆนี้แน่นอน แม้ว่าเขาจะฆ่าทุกคนไปแล้วตอนนี้ แต่ก็ยังมีเหอซิงเหมินอยู่และ เค้ายังได้ดูดซับพลังมาเป็นจำนวนมากอีก

ในเวลานี้ แม้ว่าเขาอยู่ในสถาวะบ้าคลั่งในนภาที่สอง แต่พลังของเขาก็กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว พลังของเขาเริ่มที่จะส่งผลสะท้อนกลับและการป้องกันตัวของเขาก็อ่อนแอลง

ถ้าฉาวจื่อหลานอยู่ใกล้ๆ เขาจะต้องถอยหนีทันที เขาอย่างไม่อาจจะต่อสู้กับนางในสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้

เขาหลับตาลง และค้นหาไปรอบๆอย่างเงียบๆ เพื่อให้มั่นใจว่ารอบๆตัวเขาไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอี เมื่อเขารู้สึกโล่งใจมากขึ้น เขาก็ค่อยๆ เดิน ไป ที่เหอซิงเหมิน " แล้วคนอื่นๆอยู่ที่ไหน "

" ใคร ? " เหอซิงเหมินค่อยๆ ยกหัวนางขึ้นและมองไปที่ฉื่อหยานด้วยใบหน้าที่โศกเศร้า

" แล้วฉาวจื่อหลาน กับ พานโจวหละ " ฉื่อหยานถามอีกครั้ง

" ข้าไม่รู้ " เหอซิงเหมินส่ายหน้า " เราถูกส่งออกมาจากรูปแบบโบราณ และต้องแยกทางกัน เจ้าเป็นคนแรกที่เราพบหลังจากมาถึงที่นี่ .

ฉื่อหยานยิ้ม สักพัก แล้วค่อยๆ พูดว่า " ดี ! ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็ ลาก่อน "

" นี่เจ้าจะไปไหน ? " เหอซิงเหมินถามเสียงดัง

" ข้าก็ไม่รู้ " ฉื่อหยาน หยุดสักพัก มองไปที่นาง" เพราะจุดยืนของเรานั้นขัดแย้งกัน เจ้าควรกลับไปที่ทะเลเคียร่าซะ การอยู่ในหุบเหวสนามรบเพียงลำพังนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก "

" เจ้าฆ่าศิษย์พี่ของข้า ข้าจะต้องแก้แค้นให้เขาแน่นอน " เหอซิงเหมินถอนหายใจ " ในเมื่อเจ้าฆ่าเขาแล้ว เจ้าก็ฆ่าข้าเสียเลยสิ  ฉื่อหยาน ข้าไม่คิดจริงๆว่าพลังของเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นมาขนาดนี้ในเวลาอันสั้น ข้าจำได้ว่า เมื่อตอนที่เจ้าอยู่ที่เกาะศิลาดำ , เจ้าอยู่เพียงนภาที่สองของระดับหายนะเท่านั้น ถ้าหยางมู่ไม่ได้ช่วยเจ้าไว้ เจ้าก็คงจะ . . . . . . . "

ฉื่อหยาน เอาแต่เงียบ

" พวกเขาตายหมด เหลือเพียงข้าคนเดียวที่รอดชีวิต แล้วข้าพูดอย่างไรเมื่อข้าเจอกับพวกเขา ? " เหอซิงเหมินยิ้มอย่างเศร้าๆ

ฉื่อหยานส่ายหัวและถอนหายใจ " เจ้าไม่ควรมาที่หุบเหวสนามเลย "

" ข้าไม่ได้อยากมาเสียหน่อย " เหอซิงเหมินเบาๆ ส่ายหน้า และพูดอย่างไม่เต็มใจ ว่า " มันเป็นเพราะข้าได้รับคำสั่งมา ถ้าข้าไม่มา นั่นก็หมายความว่าข้าได้ขัดคำสั่งโดยตรง , ไม่เพียง แต่จะเกิดปัญหากับข้าเท่านัน แม้แต่ตระกูลของข้าเองก็คงประสบปัญหาด้วยเช่นกัน"

" อืมมมม… ? ถ้าเจ้าถูกเจอในระหว่างอยู่ที่นี่ ก็คงแก้ตัวไม่ง่ายสินะ " หน้าฉื่อหยานดูประหลาดใจและกล่าวว่า " บางที หยางมู่อาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่ ข้าอาจจะเป็นเพียงคนเดียวที่มาที่นี่ คนอื่นอาจจะไปยังเส้นทางอื่น ไม่มีใครรู้เลยว่าจะออกทะเลทรายที่เวิ้งว้างแห่งนี้เช่นไร และไม่มีแม้ระทั่งเบาะแสที่บ่งบอกว่าควรทำเช่นไรต่อ อืม.. เราควรจะแยกกันไปโดยเร็ว ถ้าคนอื่นรู้ว่าเข้าับขาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ด้วยกัน ข้าเกรงว่าจะต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเจ้าแน่นอน . "

" ต่อให้พวกเขาไม่เห็นข้ากับเจ้าอยู่ด้วยกัน มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ข้าจะอยู่ร่วมกับพวกเขา. " เหอซิงเหมินเข็ญใจยิ้ม " ตอนที่เราอยู่ด้านนอกพระราชวัง ฉาวจื่อหลาน และพานโจวรู้เรื่องการต่อสู้ปลอมๆของข้าและหยางซู่และเป็นเพราะศิษย์พี่ของข้าและคนของข้ายังอยู่ พวกเขาจึงไม่ได้่ทำอะไร แต่ตอนนี้เหลือข้าเพียงคนเดียวแล้ว ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าพวกเขาจะทำอะไรข้าหรือไม่ "

ฉื่อหยานขมวดคิ้วและคิดเงียบๆ

หลังจากนั้น เขาก็พูดว่า " เจ้าและพวกเขาเป็นพันธมิตรกัน พวกเขาอาจจะโกรธเจ้าบ้าง แต่พวกเขาคงไม่ฆ่าเจ้าแน่นอน ไม่ต้องห่วง ด้วยเจ้าที่เป็นสหายที่ดีของซินยาน ข้าฉื่อหยาน จะไม่ทำร้ายเจ้า ไว้พบกันคร่าวหน้า ข้าต้องไปจริงๆแล้ว ดูแลตัวเองด้วย "

หลังจากการพูดเสร็จ , ฉื่อหยานก็หันหลังกลับและรีบจากไป โดยไม่ปล่อยให้เหอซิงเหมินมีใโอกาสที่ที่จะพูดคำใดๆออกมา

เขาดูดพลังของนักรบมาทั้งหมด 11 คน รวมทั้งเซี่ยกุย ตอนนี้เส้นชีพจรของเขาเริ่มกลั่นพลังเหล่านั้นแล้ว อารมณ์เชิงลบที่รุนแรงเริ่มกระจายไปทั่วร่างของเขา เขาเกรงว่าเขาอาจจะบ้าคลั่งและสูญเสียสติไป

เมื่อสูญเสียจิตใจของเขาไป เขาก็มีเพียง 2 ทางเลือกเท่านั้น คือ หลับนอนกับผู้หญิง หรือไม่ก็ พันธนาการตัวเองและเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด

ความสัมพันธ์ระหว่างเหอซิงเหมินและฉื่อยานนั้นไม่ได้เลวร้ายนัก เพราะนางเคยช่วยหยางซู่ และเสียสละตนเอง ฉื่อหยานจึงไม่สามารถทำอะไรที่เป็นสิ่งไม่ดีกับนางได้

นอกจากนี้ เหอซิงเหมินเป็นคนของดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ เขาไม่อาจไว้ใจนางได้อย่างสมบูรณ์ เขาไม่สามารถที่จะหมดสติข้างๆหญิงสาวคนนี้ได้

มันเสี่ยงเกินไป !

หลังจากทิ้งเหอซิงเหมินไว้ ฉื่อหยานก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนสายฟ้าฟาด ไปในทิศทางที่มีอุณภูมิร้อนที่สุดในทะเลทราย

เมื่อเคลื่อนไหวไปข้างหน้าในทะเลทราย เขากรู้สึกเจ็บที่เท้าของเขา ด้วยร่างกายที่อ่อนแอลง และบาดแผลที่เท้าซึ่งยังไม่สมานกันอย่างสมบูรณ์

ข้างในเส้นชีพจรของเขา พลังของเซี่ยกุยและนักรบเหล่านั้นกำลังกลั่นอย่างรวดเร็ว อารมณ์เชิงลบหลากลายกระจายไปทั่วจากในเส้นชีพจรของเขา

ฉื่อหยานพยายามที่จะอดทนต่อมัน

มันเป็นเหมือนเช่นเคย เพราะระดับของเขาในตอนนีคือระดับปฐพีทำให้เส้นชีพจรในร่างของเขาแข็งแกร่งขึ้น อารมณ์เชิงลบที่ กระจายออกมาจากเส้นชีพจรของเขา มันไม่ได้ทำให้เขาบ้าคลั่งในทันที

เขายังคงสามารถลุกขึ้นยืนได้

เขาหายใจอย่างหนักหน่วงและใบหน้าก็กลายเป็นสีแดง เขารู้สึกปวดหัวเล็กน้อย ตอนนี้อารมณืเชิงลบ ไม่ได้ดึงเขาลงไปในหุบเหวไม่มีที่สิ้นสุดหรือทำให้เขาหมดสติแต่อย่างไร

หลังจากนั้นเป็นเวลานาน

ภายในเส้นชีพจรของเขา มีพลังงานเชิงลบที่คุ้นเคยกระจายอยู่ ในร่างกายของเขามันกระจายไปทั่วจุดชีพจรทัง 720 จุดของเขา ทำจิตใจของเขารู้สึกอบอุ่นขึนมา ฉื่อหยานรู้สึกได้ถึงพลังที่โคจรอยู่ภายใน มันทำให้ร่างกายของเขารู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมากเหมือนกับว่าเขากำลังแช่อยู่ในน้ำพุร้อน

เวลานี้ จิตวิญญานลึกลับของเขาไม่ได้ส่งอารมณ์เชิงลบใดๆออกมาอีก แต่กลับมีกระแสพลังลึกลับเป็นเส้นสายไหลมายังหัวใจของเขา

จิตวิญญานแห่งดวงดาว !

ฉื่อหยาน ม่านตาของเขาก็หดลง , ข่วยไม่ได้ที่เขาจะอุทานออกมา ทันทีโดยใช้ความคิดของเขาพลังและอารมณ์เชิงลบเหล่านั้นโคจรไปตามทิศทางที่เขาคิด

แต่น่าเสียดาย ที่หัวใจของเขากลับดูดซับพลังเหล่านั้นจนหมดไม่เหลือหลอ

เขาหยุดเคลื่อนไวลงทันที

ขบฟันแน่น , ฉื่อหยานส่งจิตสำนึกเข้าไปอย่างเงียบๆ ในเดียวกันเขาก็ค้นพบว่ามีดวงดาวมากมายปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา จิตวิญญานแห่งดวงดาวที่ตรงหัวใจข้างซ้ายของเขานั้นไม่อาจรวบรวมดาวในกลางของทะเลทราย และตัวเขาเองก็ไม่รู้วิธีที่จะกระตุ้นใช้จิตวิญญานแห่งดวงดาวด้วย แต่ตอนนี้พลังและอารมณ์เชิงลบกลับไหลเข้าไปที่มันเสียนี่

อย่างน้อย มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรนัก เพราะเขานั้นไม่รู้วิธีที่จะควบคุมจิตวิญญแห่งดวงดาวของพรรคสามเทพ ดังนั้นจิตวิญญานแห่งดวงดาวจึงนับได้ว่าไร้ประโยชน์ และมันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นเลย

" วุชช "

แกนเพลิงก็ลอยออกมาจากแหวนสายโลหิต หลังจากที่พบว่าไม่มีใครอยู่รอบๆฉื่อหยาน มันก็ลอยออมาเองโดยปราศจากคำสั่งของฉื่อหยาน

เป็นเหมือนกับแสงไฟที่เจิดจ้า แกนเพลิงเริ่มลอยนำไป มันตั้งหน้าตั้งตาลอยไปยังทิศทางที่มีอุณภูมิสูงที่สุดในทะเลทราย

ฉื่อหยานก็เดินตามมันไป

เขาไม่มีนั้นไม่รู้ทิศทางหรือทางออกจากทะเลมทรายแห่งนี้ ดังนั้น แกนเพลิงอาจนำเขาไปสู่ทางออกที่เขาไม่รู้และในสถานที่ ที่ทำให้แกนเพลิงตื่นเต้นเช่นนี้ อาจจะมีบางอย่างที่ทำให้เขาประหลาดใจก็เป็นได้

ด้วยความคิดนี้ ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่ามันจะพาเขาไปไน เขาก็ยังตามมันไปอย่างเงียบๆ

เวลาล่วงเลยไป . . . . . . .

ในทะเลทราย เขาไม่รู้ว่าว่าผ่านมานานเท่าใดเขายังคงเดินตามแกนเพลิงอย่างต่อเนื่อง ,ทั้งนี้ เขานั้นได้กินเม็ดยาฟื้นฟูไปสามครั้งแล้วเพราะพลังปราณลึกลับของเขานั้นเหือดแห้ง

พลังปราณลึกลับของเขาทั้งหมดใช้ไปกับการเดินตามอย่างต่อเนื่องและเขาก็ได้กินเม็ดยาฟืนฟูจนพลังของเขากลับมาเต็มไปทั้งสิ้น 3 ครั้งแล้ว  ฉื่อหยานเดาว่าเขาคงมีเม็ดยาพอที่จะใช้อีกเพียงครึ่งเดือนเท่านัน

สถานที่แห่งนี้แปลประหลาดเป็นอย่างมาก ไม่มีแม้กระทั่งดวงจันทร์หรือท้องฟ้าในยามค่ำคืน มันมีเพียงท้องฟ้าสีแดงสดตลอดเวลาเท่านั้น

หลังจากเดินทางมาอย่างยาวนาน ระยะห่างจากจุดที่ร้อนแรงที่สุดในทะเลทรายก็เริ่มใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แกนเพลิงดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ฉื่อหยานสัมพัสได้ถึงจิตสำนึกของมันที่สั่นไหว

แต่ฉื่อหยานนั้นอ่อนล้าเป็นอย่างมาก

เมื่อเริ่มเข้าใกล้จุดที่ร้อนที่สุด ความร้อนที่รุนแรงก็โจมตีร่างกายของเขาซึ่งเขาที่เคยรับการปรับแต่งด้วยเปลวไฟนภามาแล้ว แต่เขาก็ยังได้รับผลกระทบจากมันและยังไม่สามารถใช้พลังปราณลึกลับเพื่อป้องกันความร้อนได้อีกด้วย

วิ่งอย่างนี้มาเรื่อยๆ เมื่อความอดทนของเขากำลังจดหมดลง จู่ๆแกนเพลิงก็สั่นไหวด้วยความสุข ในที่สุดสถานที่ที่แกนเพลิงต้องมานั้นก็ปรากฏขึ้นในสายตาของฉื่อหยาน . . . . . .

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 234 วันนี้ต้องดีกว่าที่ผ่านมา

คัดลอกลิงก์แล้ว