เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 211 สัตว์อสูรภูติ

บทที่ 211 สัตว์อสูรภูติ

บทที่ 211 สัตว์อสูรภูติ


บทที่ 211 สัตว์อสูรภูติ

ฉื่อหยานเดินตามหยางหลาว มุ่งหน้าไปยังหุขเขาที่อยู่ระหว่างภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งสอง

เพียงห่างออกมาไม่กี่ไมล์ ฉื่อหยานก็สึกได้ถึงคลื่นพลังดุร้ายและกลิ่นอายชั่วร้ายบางเบาจากภูเขา

เหนือหุบเขา พลังอสูรที่แข็งแกร่งและพลังความมืดจากนรกก็เป็นเหมือนก้อนเมฆสีครามและสีดำแปลกประหลาด พลังทั้งสองที่แตกต่างกันก็หลอมรวมเป็นหนึ่ง และดูเหมือนว่าพลังทั้งสองนั้นจะมาจากสัตว์อสูร

" โฮ๊กกกกกกก ! "

ราวกับว่ามันรู้มากำลังมีคนเข้ามาใกล้ มันจึงส่งเสียงคำรามกระหึ่มสะเทือนท้องฟ้าและพื้นดินออกมาจากในหุบเขาทันที

เมื่อเสียงคำรามดังออกมา สัตว์อสูรสายพันธุ์อื่นที่อยู่ในหุบเขาใกล้ๆก็หมอบลงพื้นอย่างต่อเนื่อง ราวกลับว่าพวกมันกำลังหวาดกลัวและไม่กล้ายืนขึ้น

" มันดุร้ายอะไรเช่นนี้ ! " หยางหลาวกระซิบด้วยใบหน้าตกตะลึง " เหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมากกว่าจะจับสัตว์อสูรตนนี้ได้ ตลอดเวลาหนึ่งปีครึ่ง สัตว์อสูรตัวนี้ก็ได้กลืนกินสัตว์อสูรระดับสามและสี่ไปมากมาย ถ้าเราตระกูลหยางของเราไม่ได้มีทรัพยากรที่สมบูรณ์ เราคงจะไม่สามารถจับมันได้แน่นอน ! "

ฉื่อหยาน ก็ตกตะลึง .

สัตว์อสูร ระดับสาม หรือ สี่นั้นค่อนข้างมีค่า แต่สัตว์อสูรตัวนี้กลับกินพวกมันตลอดมาเป็นเวลาปีครึ่ง เห็นได้ชัดกว่าสัตว์อสูรตัวนี้ต้องดุร้ายเป็นอย่างมากแน่นอน ต้องไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆที่จะจัดการกับมัน

มันคำรามมาทางหยางมู่ที่ขี่มังกรสองหัวอยู่ มังกรสองหัวลังเลและยังคงหยุดนิ่งด้วยความกลัวที่เห็นได้อย่างชัดเจน

มังกรสองหัวเป็นสัตว์อสูรระดับ 6 ในตระกูลหยาง , สัตว์อสูรระดับเช่นนี้ก็ยากที่จะทำให้เชื่องอยู่แล้ว มันแข็งแกร่งกว่าค้างคาวโลหิตครามมาก ในอดีต เสียงคำรามของมังกรสองหัวนั้นต่างก็ทำให้สัตว์อสูรที่อยู่รอบๆตัวสั่น มันนั้นไม่คิดเลยว่าจะมีอสูรตนไหนที่ทำให้มันผู้เป็นมังกรสองหัวหยุดเคลื่อนไหวได้

หยางมู่ต้องลงจากมังกรสองหัว และยิ้มให้ฉื่อหยานอย่างขมขื่นเล็กน้อย "หยานเอ๋อ อย่างที่เจ้าเห็น มันเป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการกับมัน อนิจจา ! ข้าไม่รู้จริง ๆท่านปู่นั้นคิดจริงๆหรือที่จะให้เจ้าทำให้มันเชื่อง นี่มันน่าขันไปแล้ว แม้แต่ข้าเองก็สั่นกลัวเช่นกันเมื่อได้พบกับเจ้านั่น "

ฉื่อหยานก็เริ่มแปลกใจมากขึ้น

" ไปกันเถอะ ! อย่าปล่อยให้มันดูถูกเราได้ " หยางหลาวแสยะยิ้ม " การที่เราตระกูลหยางจะจับมันมาได้นั้น  แน่นอนว่าเราต้องมีวิธีจัดการกับมัน เรานั้นได้ใช้ทรัพยาไปเป็นจำนวนมากไปกับมัน เราจะต้องเอาคืนจากมันให้ได้ "

ฉื่อหยานพยักหน้าเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่เย็นชาและกล่าวว่า : " ข้าจะตั้งตารอ "

" ระวังด้วย มิฉะนั้น ก่อนที่เจ้าจะทำให้เชื่อง เจ้าจะอาจจะถูกมันกินเสียก่อน" สีหน้าของหยางเหมินก็ดูเป็นกังวล " มันไม่ใช่สิ่งที่จะรับมือได้ด้วยเลย เจ้าต้องทำอย่างรอบคอบ ถ้าไม่เช่นนั้น , เจ้าจะต้องถูกกินด้วยความประทามแน่นอน ข้าเองก็หวาดกลัวกลิ่นอายที่แข็งแกร่งของมันเช่นกัน ข้าไม่สามารถขยับได้เลยถึงแม้จะไม่ได้เข้าไปใกล้มันก็ตาม "

" โฮ๊กกก ! "

ในหุบเขา เสียงคำรามของสัตว์อสูรก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง มันดูเหมือนจะไม่พอใจมนุษย์ที่กำลังเข้ามาใกล้เป็นอย่างมาก เมื่อมันได้กลิ่นของมนุษย์ มันก็จะปลดปล่อยกลิ่นอายที่ดุร้ายออกมาทันที

หากเป็นนักรบทั่วไปได้ยินเสียงคำรามที่ดุร้ายของมัน ส่วนใหญ่ของพวกเขาจะต้องสั่นด้วยความหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าไปใกล้

แม้แต่ฉื่อหยานเองก็ต้องทำหน้ามุ้ย และเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาไม่กล้าที่จะปล่อยวาง

ภายใต้การนำของหยางหลาวา ในที่สุดฉื่อหยานก็มาถึงสถานที่ระหว่างภูเขาทั้งสองลูก

พื้นดินเต็มไปด้วยโครงกระดูกกระจายไปทั่ว โครงกระดูกเหล่านี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เห็นได้ชัดว่าพวกมันเป็นโครงกระดูกของเหล่าสัตว์อสูร

ในหุบเขา พื้นดินเต็มไปด้วยกระดูก เท่าที่ดู มันเป็นเหมือนกับทะเลกระดูก .

" แกร๊ก ! "

เหยียบกระดูก เกิดเป็นเสียงกระดูกแตกดังขึ้นมา  ฉื่อหยานก็รู้สึกขนลุกทันที

พลังอสูรที่แข็งแกร่งและพลังความมืดลอยอยู่เต็มทั่วท้องฟ้าเหนือหุบเขา ในศูนย์กลางของพลังสีครามที่เข้มขนและพลังอสูร จะเห็นร่างกายบางส่วนของสัตว์อสูรทั้ง คมเขี้ยวและกรงเล็บ จากนนั้นมันก็ร้องคำรามขึ้นเหนือท้องฟ้า

โซ่สีดำสิบสองเส้นมีขนาดหนาเท่ากับแขนของคน เชื่อมต่ออยู่กับภูเขาทั้งสองลูก โซ่ม้วนรอบร่างกายของสัตว์อสูร ทุกครั้งที่สัตว์อสูรดินรนและขัดขืน ,เสียงประทะกันที่รุนแรงก็ดังออกมาจากโซ่สีดำที่พันอยู่

" ฮูป , ฮูป , ฮูป ! "

สัตว์อสูรอ้าปากและดูดกลืนพลังที่ปั่นป่วนอยู่บนท้องฟ้า พลังอสูรที่แข็งแกร่งและพลังความมืดที่กระจายอยู่ทั่วท้องฟ้า ก็หายเข้าไปในร่างของมันเหมืองกับฟองน้ำที่กำลังดูดซับน้ำ

เงาร่างก็จางหายไปจากบนกระดูก

ฉื่อหยานสีหน้าก็กลายเป็นหวาดกลัว

มันเป็นสัตว์อสูรที่มีขนาดใหญ่ และคล้ายกับงูเหลือม มันมีลำตัวยาวสิบเมตร มันไม่มีปีกและท้องของมันก็เต็มไปด้วยเกล็ด ร่างกายของมันถูกปกคลุมด้วยหนามยาวสีดำที่ดูดุร้าย ส่องแสงสีดำออกมา สองกรงเล็บขนาดใหญ่ก็มันสะท้องแสงที่ดูแหลมคม ราวกับว่ามันสามารถทำลายได้ทุกสิ่งโดยไม่บุปสลาย

กรงเล็บของมันทิ่มลงไปยังพื้นดินที่แข็งแกร่งจากพื้นดินก็เกิดเป็นหลุมลึกขึ้น ทุกๆครั้งที่มันทิ่มลงไปก็จะเกิดระเบิดขนาดใหญ่กระจายไปทั่วหุบเขา

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือหัวของสัตว์อสูรตนนี้ มันมีใบหน้าที่เหมือนภูติผีที่น่าเกลียดน่ากลัว . ดวงตาของมันคล้ายกับระฆังทองแดงซึ่งส่องประกายสีเขียวออกมา , มันเต็มไปด้วยความกระหายเลือด ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของอสูร หนามสีดำก็อยู่บนหน้ามันเช่นกัน มันเป็นเหมือนกับคมดาบที่แหลมคมซึ่งแทงออกมาจากใบหน้าของมัน

สัตว์อสูรมีขนาดยาวสิบเมตร มันคล้ายกับมังกรและงูเหลือม มีใบหน้าที่เหมือนกับผีที่น่าเกลียด เพียงแค่ได้เห็นครั้งแรก มันก็ทำให้คนๆนั้นหวาดกลัวจากก้นบึ้งหัวใจได้

เมื่อสังเกตไปยังมนุษย์ที่เข้ามาใกล้กับมัน มันก็ระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง พลังของมันดุร้ายและรุนแรงเป็นอย่างมาก มันพุ่งออกมาเป็นเหมือนกับพายุโดยมีมันเป็นศูนย์กลาง

พลังที่ดุร้ายของมันเป็นเหมือนกับสสารที่มีตัวตน ' ทำให้วิญญานของมนุษย์ที่สัมพัสสั่นสะท้าน ทุกๆที่ที่พลังพัดผ่าน เศษกระดูกที่กระจายอยู่รอบๆก็จะกระจายออกไป

ทั้งหยางมู่และหยางเหมินช่วยไม่ได้ที่จะล่าถอยออกมาสองถึงสามเก้า พร้อมกับกระพริบตา

ฉื่อหยานสีหน้าก็เปลี่ยนไปเช่นกันและกลั่นจิตสำนึกวิญญานออกมา ใช้พลังของห้วงจิตสำนึกเพื่อต่อต้านพลังดุร้ายของสัตว์อสูร ในที่สุด เขาก็สามารถยืนได้อย่างมั่นคงแทนทีจะถอยหลังกลับไปด้วยความกลัว

หยางหลาว ด้วยความประหลาดใจ ก็จ้องไปที่ใบหน้าของฉื่อหยาน ด้วยสีหน้าแปลกๆ

ตั้งแต่ที่สัตว์อสูรตนนี้มาที่นี่ ก็มีนักรบจากตระกูลหยางมาที่นี่เพื่อทดสอบว่ามันดุร้ายเพียงใด นักรบเกือบทุกคนทั้เห็นมันเป็นครั้งแรก พวกเขาต่างก็ตกอยู่ในความกลัวและพวกเขาก็ก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว และไม่กล้าที่จะมองเข้าไปในดวงตาของมัน .

ทั้งหยางมู่ และหยางเหมิน ต่างก็เป็นนักรบในระดับปฐพี แต่กลับตกอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดของปีศาจนั้น อีกครั้ง และก็ช่วยไม่ได้ที่จะก้าวถอยไป

แต่ฉื่อหยาน กลับยืนนิ่งโดยไม่ขยับ นี่มันผิดปกติเป็นอย่างมาก

ฉื่อหยาน นั้นเป็นเพียงนักรบระดับหายนะเท่านั้น สิ่งใดกันที่ทำให้เขายังคงนิ่งได้ภายใต้พลังดุร้ายและความน่ากลัวของสัตว์อสูรที่จ้องมา ?

หยางหลาวนั้นคิดไม่ออกว่าเพราะอะไร แต่เขาเริ่มรู้สึกเชื่อในคำพูดของหยางชิงตี้มากขึ้น

ฉื่อหยานด้วยคลื่นของห้วงจิตสำนึก อย่างเงียบๆจิตสำนึกของเขาก็กระจายออกไปทีละนิด เพื่อต่อต้านกับความบ้าคลั่งของพลังดุร้ายโดยใช้พลังจิตสำนึกวิญญาน เมื่อเห็นหยางมู่และหยางเหมินถอยหลังไปไม่กี่ก้าว เขาก็รู้สึกประหลาดใจ และดีใจเล็กน้อย เขาตระหนักได้ว่าที่เขาสามารถทำทั้งหมดนี้ได้เป็นเพราะห้วงจิตสำนึกที่ทำให้เขาปราศจากความกลัว

อำนาจของห้วงจิตสำนึกนั้นน่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก หนึ่งในอำนาจของมันคือทำให้ใช้พลังของจิตสำนึกวิญญานได้และสามารถทนต่อพลังที่ดุร้ายไม่ให้ส่งผลต่อวิญญาน

ถึงแม้ว่าหยางมู่และหยาง เมิงจะเป็นนักรบระดับปฐพี พวกเขาก็ยังไม่มีห้วงจิตสำนึก ดังนั้น เมื่อพวกเขาต้องเผชิญกับพลังดุร้ายจากสัตว์อสูร พวกเขาจึงไม่สามารถใช้จิตสำนึกวิญญานได้ เมื่อวิญญานของพวกเขาสัมพัสได้ถึงมัน จิตใจและสติก็จะตกอยู่ในความหวาดกลัวและก้าวถอยหลังไป

" นั่นมันตัวอะไรกัน ? " หายใจเข้าลึก ๆ , ฉื่อหยานก็ถามด้วยเสียงต่ำ

" สัตว์อสูรภูติ”

หยางหลาวก็รำพึงสักครู่และกล่าวว่า " ว่ากันว่ามันเป็นลูกผสมระหว่าง ภูตินภาจากดินแดนใต้พิภพ และ สัตว์อสูรจากดินแดนอสูร พวกมันทั้งสองล้วนเป็นสัตว์อสูรระดับแปด ไม่ว่าจะใต้พิภพ หรือดินแดนอสูร พวกมันต่างก็มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเผ่าทมิฬหรือเผ่าอสูณก็ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้เลย สัตว์อสูรภูติตัวนี้อยู่ถูกพบในพื้นที่อาคมในดินแดนสี่อสูรโดยปู่ใหญ่ของเจ้า มันยังเป็นเพียงทารกอยู่ ด้วยอายุของมันเพียงไม่กี่ร้อยปีเท่านั้น มันกลับเป็นสัตว์อสูรระดับหกแล้ส ตามคำพูดของปู่ใหญ่ของเจ้า เจ้าตัวอัปลักษณ์นี่เป็นลูกผสมระหว่างสัตว์อสูรระดับแปดสองตัว มันสามารถวิวัฒนาการได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ว่ากันว่า อาจจะเป็นไปได้ ที่มีนจะสามารถวิวัฒนาการระดับของมันไปถึงระดับเก้าได้ และหากเพาะเลี้ยงมันด้วยสมบัติและทรัพยากรธรรมชาติมันก็อาจจะกลายเป็นสัตว์อสูรระดับสิบได้  ! "

ฉื่อหยาน ตะลึง

ปกติสัตว์อสูรทั่วไปจะวิวัฒนาการนั้นยากเป็นอย่างมาก ตัวที่สามารถวิวัฒนานการเป็นระดับเก้าได้จะถูกนับว่าเป็นตัวตนที่มหัศจรรย์ของโลกใบนี้ และตัวที่สามารถพัฒนาเข้าสู่ระดับสิบได้ก็มีเพียงแค่สัตว์อสูรในตำนานเท่านั้น และพวกมันเองก็มีไม่กี่ตัว

สัตว์อสูรภูติไม่เพียงแต่มีความสามารถในการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่มันยังสามารถวิวัฒนาการได้ถึงระดับเก้า นอกจากนี้ มันก็ยังมีโอกาสที่จะวิวัฒนาการไปเป็นจักพรรดิ์ของเหล่าสัตว์อสูร สัตว์อสูรระดับสิบอีกด้วย

ฉื่อหยาน ไม่เคยเจอหรือได้ยินเรื่องของสัตว์อสูรระดับเช่นนั้นมาก่อน

" ไม่มีใครรู้เลยว่า ภูตินภา จากดินแดนใต้พิภพจะปรากฏตัวขึ้นที่ดินแดนสี่อสูรและให้กำเนิดสัตว์อสูรภูติที่เกิดจากสัตว์อสูรมังกรของดินแดนอสูร " หยางหลาว ส่ายหัว " แม้แต่ท่านปู่ใหญ่ของเจ้าเองก็ไม่รู้ว่า ภูตินภา ไปปรากฏตัวที่ดินแดนสี่อสูรได้อย่างไร และไม่มีใครรู้เลยว่าทำไม ภูตินภาถึงผสมพันธุ์กับสัตว์อสูรมังกรได้ ชื่อที่เรียกว่า สัตว์อสูรภูติ เองก็เป็นปู่ใหญ่ของเจ้าที่ตั้งขึ้นมาเอง ว่ากันว่ามันเป็นตัวตนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต มันสมควรเป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นได้ยากที่สุดในธรรมชาติ”

" แล้วเราจะควบคุมมันได้อย่างไร " ฉื่อหยาน พึมพำ

หยางหลาวก็สับสน . เขาส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มขื่นๆ " ไม่ต้องมาถามข้า ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย ท่านปู่ใหญ่ของเจ้าเป็นคนนำมันกลับมายังเกาะอมตะและพันธนาการมันด้วยโซ่ทองดำทั้งสิบสองเส้นด้วยตนเอง เขาบอกให้เราส่งสัตว์อสูร ระดับสาม หรือ สี่ ให้เป็นอาหารของมันทุกเจ็ดวัน และเขาก็กล่าวอีกว่าเขาจะให้เจ้าเป็นคนกำหราบมันเมื่อเจ้ามายังเกาะอมตะ "

" ข้ารึ ? " ฉื่อหยาน ก็ตะลึง " ท่านปู่ใหญ่เห็นค่าของข้ามากเพียงนั้นเชียวรึ ? "

" อืม " หยางหลาวพยักหน้าด้วยสีหน้าแปลก " พวกเราเองก็ไม่คิดว่าเจ้าจะมีความสามารถในการกำหราบมันหลอก แต่ท่านปู่ใหญ่ของเจ้าบอกว่า มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่มีชะตากับมัน ข้าเองก็ไม่เข้าใจคำพูดของปู่ใหญ่ของเจ้ามากนัก แต่เขาได้สั่งไว้ว่า เจ้าเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้กำหราบาสัตว์อสูรภูติตัวนี้ ข้าหละไม่เข้าใจความคิดของเขาจริงๆ . "

" ท่านปู่ใหญ่จะต้องสับสนเป็นแน่ " หยางเมิงแลบลิ้นของนางออกมาอย่างน่ารัก : " พี่หยานท่านไม่เคยพบมันมาก่อน และท่านเองก็ไม่มีประสบการณ์ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ท่านจะควบคุมมันได้ "

" อย่าได้กังวล " หยางหลาว คิดสักพักและพูดกับฉื่อหยาน : " อยู่ตรงนี้และพยายามกำหราบมัน อืม อย่าได้ลืมว่าเจ้าห้ามเข้าไปใกล้มันเกิน 100 เมตร เจ้าจะต้องลงมือกับมันด้วยระยะห่าง 100 เมตร หากปู่ใหญ่ของเจ้าพูดเช่นนั้น แปลว่าเขาต้องมีเหตุผลบางอย่าง แม้ว่าข้าจะมีวิธีมากมายที่ทำให้สัตว์อสูรเชื่อง แต่วิธีเหล่านั้นล้วนไม่เหมาะกับสัตว์อสูรตัวนี้ ท่านปู่ใหญ่ของเจ้าสั่งข้าว่าห้ามสอนวิชาในการควบคุมสัตว์อสูรให้กับเจ้า "

เมื่อเขาพูดเสร็จ เขาก็จากไปพร้อมกับหยางมู่และหยางเหมิน โดยปล่อยฉื่อหยานให้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรภูติที่ดุร้ายด้วยความกังวลเพียงคนเดียว

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1327 แล้วนะคะ มี 29 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

ด่วน!! ตอนนี้มีโปรโมชั่น ปกติเข้า 7 กลุ่ม ราคา 700 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 500 บาทเท่านั้น รีบๆ มาใช้โปรกันนะคะ

จบบทที่ บทที่ 211 สัตว์อสูรภูติ

คัดลอกลิงก์แล้ว