เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 203 ผู้มาเยือน

บทที่ 203 ผู้มาเยือน

บทที่ 203 ผู้มาเยือน


บทที่ 203 ผู้มาเยือน

เหมืองที่อสูรเกล็ดดำซ่อนอยู่ระเบิดกลายเป็นจุลด้วยระเบิดนภาเพียงลูกเดียว แม้แต่พื้นดินก็ยุบลงไป

ฉื่อหยานที่นั่งอยู่บนหลังมังกรสองหัว ก็ตกตะลึง เขาตกใจกับความรุนแรงของระเบิดนภาเป็นอย่างมาก

เพียงแค่ระเบิดนภาลูกเดียวก็ทำให้เหมืองระเบิดเป็นจุล พลังของมันนั้นทรงอนุภาพอย่างแท้จริง

ตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่า เหตุใดตระกูลหยางถึงทรงอำนาจ .

" เอาล่ะ ไปกันเถอะ " หยางมู่ มองไปข้างล่างสักพัก จากนั้นก็ปรบมือและกล่าวว่า : " อย่าห่วงเลย นอกจากอสูรระดับนภาแล้ว ไม่มีใครสามารถหนีพ้นพลังของระเบิดนภาได้”

ฉื่อหยานจับไปที่ไข่มุกรวมวิญญานและจากนั้นเขาก็แพร่พลังวิญญานของเขาออกไป แน่นอน ว่าเขาสัมพัสไม่ได้ถึงสิ่งมีชีวิจแม้แต่นิดเดียว

อสูรเกล็กดำที่อยู่ในเหมืองต่างก็กลายเป็นจุล ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในเหมืองเลย

ในเดียวกันฉื่อหยานก็พยักหน้า และยิ้ม : " นี่ทำเกินไปหรือป่าวเนี่ย .

" ฮ่าฮ่า หากใช้ระเบิดนภาก็จะเป็นเช่นนี้แหละ การสร้างระเบิดนภาลูกนึงนั้นต้องใช้วัสดุมากกว่าเจ็ดสิบชนิด วัสดุเหล่านั้นล้วนมาจากดินแดนสี่อสูรทั้งและมีเพียงเราเท่านั้นที่มีมัน ที่ตระกูลหยางของเรามีสิ่งของเหล่านี้ได้ เพราะเรามักจะบุกเข้าไปในดินแดนสี่อสูร ต่อให้เราบอกวิธีสร้างระเบิดนภาแก่ตระกูลอื่นไป พวกเขาก็ไม่สามารถรวบรวมวัสดุได้อยู่ดี . " หยางมู่ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

" เรากำลังกลับไปที่เกาะอมตะงั้นรึ ? " ฉื่อหยาน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามว่า " ล่าสุดผมได้นักรบชูร่าบอกว่า ประตูสวรรค์ ที่เป็นพื้นที่ต่อสู้อยู่ใกล้กับเกาะอมตะ . ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ? "

" ก็ยังประทะกันอยู่ แต่ว่าพวกอสูรที่บุกมาอย่างอุกอาจก็จำนวนน้อยลงแล้ว พวกมันไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียได้แน่นอน . " หยางมู่ สีหน้าพลันมืดมน " ในครั้งนี้ การกระทำของพวกอสูรนั้นดูแปลกมาก พวกมันยอมสละชีวิตเพื่อที่จะบุกมา และกระจายไปทั่วทุกมุมของทะเลเคียร่า ข้าอยากรู้จริงๆว่าเจตนาพวกมันจริงๆนั้นคืออะไร . "

" แล้วเซียซินหยานหละ? " ฉื่อหยาน ลังเลอยู่สักพัก แล้วถาม

หยางมู่หรี่ตาลงสักครู่ แล้วเขาก็ยิ้มอย่างบิดเบี้ยว และกล่าวว่า " เหตุผลที่ข้ามาหาเจ้าก็เป็นเพราะนางนั่นแหละ หัวหน้าตระกูลเซี่ย นั้นพาเซี่ยซินหยานมาที่เกาะอมตะ และ ขอให้ตระกูลหยางของเรารับผิดชอบเรื่องทั้งหมด เรื่องนี้ค่อนข้างที่ยาดจะจัดการ ตั้งแต่ที่มีสมาชิกตระกูลเซี่ยบาดเจ็บตั้งแต่เมื่อก่อน . เราเองก็ยังหาหนทางรักษาไม่ได้เลย ไม่มีวิธีใดที่จะรักษาได้เลย แต่ลุงโม่นั้นบอกว่าเจ้ามีวิธี ข้าก็ไม่รู้ว่ามันจริงหรือไม่ แต่ท่านปู่นั้นหวังไว้กับเจ้ามาก เพราะข้าเองก็อยู่ระแวก ข้าจึงได้รับข้อความให้พาเจ้ากลับไปยังตระกูลให้เร็วที่สุด "

หยุดสักครู่ หยางมู่ก็มองไปที่ฉื่อหยานด้วยสีหน้าแปลก ๆ " เจ้าสามารถรักษาเซี่ยซินหยานได้จริงๆรึ ? "

" ใช่ " ฉื่อหยานพยักหน้า

หยางมู่ ดวงตาก็สว่าง " ฮ่าๆ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็สมควรไม่มีปัญหาอะไร เจ้าอาจจะยังไม่รู้ นางนั้นนับได้ว่าเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของตระกูลเซี่ย .ที่นางตกอยู่ในสภาพแบบนั้นก็เพราะเจ้า ก็ไม่แปลกที่เหล่าสมาชิดตระกูลเซี่ยจะโกรธ พวกเขาถึงขนาดมายังเกาะอมตะเพื่อเอาเรื่องและต้องการให้ท่านปู่อธิบายเลยทีเดียว . "

" ไม่ต้องห่วง ข้ามั่นใจว่าจะช่วยนางได้ " .

" เช่นนั้นก็ดีเลย " หยางมู่ไม่ได้ถามรายละเอียดอะไรต่อ เขาขี่มังกรสองหัวและแตะไปที่มันเพื่อเพิ่มความเร็ว

มังกรสองหัวพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับลูกศร, พุ่งผ่านกลุ่มเมฆเหนือเกาะศิลาดำ และค่อยๆห่างออกไปจากเกาะ

เซี่ยกุย เหอซิงเหมิน และคนอื่นๆที่ยังอยู่บนยอดเขา จากระยะนี้ พวกเขากำลังมองไปที่เหมืองที่ถูกเป่าเป็นจุล ด้วยสีหน้าที่สับสนและตกตะลึง

" ระเบิดนภา ! " เซี่ยกุยสูดลมหายใจเข้า" หยางมู่ นั้นได้ใช้ระเบิดนภาทำลายเหมืองไป นี่ก็เท่ากับภารกิจนี้เสร็จสิ้นแล้ว ภายใต้พลังที่น่ากลัวของระเบิดนภา แม้แต่อสูรที่อยู่ในระดับรู้แจ้งก็ไม่สามารถรอดไปได้แน่นอน หยางมู่ นั้นทุ่มเทเป็นอย่างมาก เขาถึงกับใช้ระเบิดนภาเลยทีเดียว”

เหอซิงเหมิน หน้าก็บึ้งตึงขณะที่นางถอนหายใจออกมาและกล่าวว่า : " เราเสียเวลามาที่นี่ทำไมเนี่ย . . . . . . . "

" หยางมู่ ฉื่อหยาน . . . . . . . " เซี่ยกุยการแสดงของเขาก็เปลี่ยนเป็นมืดมนและเยือกเย็น เขาพึมพำภายใต้ลมหายใจของเขา : " ข้าจะจำพวกเจ้าไว้ "

เหอซิงเหมิน มองผ่านๆไปที่เซี่ยกุย และเริ่มรู้สึกกังวลมากขึ้นภายในจิตใจ นางรู้นิสัยของเซี่ยกุยดี นางรู้ว่าเซี่ยกุย นั้นเป็นที่ชื่นชอบของรุ่นเยาว์ในดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ และเขาก็เป็นคนที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเขาเกลียดใคร เขาจะไม่ปล่อยคนๆนั้นไปง่ายๆแน่

" ข้าว่าเราไปกันเถอะ " เฉินอี๋ตาน มีใบหน้าที่เศร้าโศก และหยุดมองไปบนท้องฟ้า นางตำหนิตัวเอง : " ถ้าเรารู้ก่อนหน้านี้ว่าฉื่อหยานเป็นบุคคลสำคัญเช่นนี้ เราคงจะไม่พูดหรือดูถูกเขา และเราก็คงไม่ต้องสูญเสียมากมายเช่นนี้ เห้อ…. "

" ไปกันเถอะ " เซี่ยกุยสูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชา ดวงตาของเขาดูเยือกเย็น

" ท่านมาถึงเกาะศิลาดำเมื่อไหร่กัน " บนมังกรสองหัวฉื่อหยานก็ถามออกมา

หยางมู่ และเซี่ยกุย ทั้งคู่ต่างก็ปรากฏตัวออกมาอย่างกระทันหัน โดยไม่มีการแจ้งเตือน ด้วยการปรากฏตัวของพวกเขาเช่นนี้ ทำให้ฉื่อหยานสับสนเป็นอย่างมาก

" ข้ามาช้ากว่าเซี่ยกุยเล็กน้อง " หยางมู่อมยิ้มว่า " หลังจากข้ามาถึงเกาะศิลาดำ ข้าก็ไม่รู้ว่าใครคือเจ้า เมื่อข้าเห็นเจ้า และฉือยู่ป๋ายกำลังประมือกันอยู่ ในที่สุดข้าก็ได้รู้ว่าเจ้าคือคนไหนจากคำพูดของพวกเขา ตอนนั้นข้าคิดจะเข้าไปทันที แต่ข้านั้นต้องการจะเห็นความสามารถของเจ้า ดังนั้น ข้าจึงซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มเมฆและเฝ้ามองเจ้า . "

"ท่านมาที่หลังเซี่ยกุยงั้นรึ ? "

" อืมอืม เมื่อเซี่ยกุยมาถึงเกาะศิลาสีดำ เขาไม่โผล่มาทันที แต่เขาได้ใช้จิตวิญญาณต่อสู้ของเขาซ่อนอยู่ใต้ดิน หลังจากที่จากที่เฝ้าดูเจ้ากับฉือยู่ป๋ายสู้กันสักพัก ในที่สุดเขาก็เลิกหลบซ่อนและโผล่ขึ้นมาหาเจ้าจากใต้ดิน เมื่อข้าสังเกตเห็นร่องรอยของเขา ข้าก็ได้เตรียมพร้อมที่จะเข้าไปตลอดเวลา . . . . . . . "

หยางมู่อมยิ้มสักพัก แล้วก็หัวเราะ " แต่เจ้านั้นแข็งแกร่งมาก ฉือยู่ป๋ายเป็นนักรบระดับปฐพีซึ่งมีระดับมากกว่าเจ้า แต่เขาก็ไม่สามารถฆ่าเจ้าได้แม้เขาจะใช้พลังทั้งหมดแล้วก็ตาม แต่แรกข้าคิดจะเข้าไปแทรกแซงทันที แต่เมื่อเห็นว่าเจ้าไม่เป็นอะไร ด้วยความอยากรู้อยากเห็นข้าจึงเฝ้าดูต่อไป ข้าต้องการจะดูว่าเจ้าสามารถรับมือกับเขาได้นานเพียงใด ถ้าเซี่ยกุยไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆและแอบดูอยู่ ข้าก็จะเฝ้าดูต่อไป ข้าอยากรู้ว่าหากฉือยู่ป๋ายลงมือกับเจ้าอีกครั้ง เขาจะสามารถจัดการเจ้าได้หรือไม่ .

ฉื่อหยานยิ้มอย่างบิดเบี้ยว " ผมคงจะไม่รอดแน่นอน " .

" นั่นมันก็พูดยาก " หยางมู่ เผยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ " คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้ายังมีพลังมากมายที่ยังไม่ได้แสดงออกมา ข้าได้ยินมาว่าในร่างของเจ้านั้น ยังมีจิตวิญญานดวงดาวของพรรคสามเทพด้วย แม้ว่าเจ้าจะไม่สามารถใช้พลังแห่งดวงดาวต่อสู้ได้ แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญ เจ้าก็สามารถระเบิดมันออกมาเป็นพลังที่รุนแรงได้”

จิตวิญญานดวงดาว ?

ฉื่อหยาน ก็ตะลึง . ถ้าหยางมู่ไม่ได้พูดถึงมัน เขาก็เกือบลืมไปแล้วว่าภายในร่างกายของเขา มันยังมีจิตวิญญานดวงดาวอยู่

เขาเงียบไปสักครู่ เขารู้ว่าจิตวิญญานดวงดาวนั้นสามารถดูดซับพลังจากดวงดาวได้ไม่มีสิ้นสุด และไม่มีวันหยุดดูดซัย

ในใจของเขา มีประแสงดวงดาวเป็นจุดๆอยู่ พวกมันดูเหมือนว่าจะดูดซับพลังจากดวงดาวมาเป็นจำนวนมาก ตอนนี้พลังของดวงดาวนั้นอาจจะเทียบได้กับพลังปราณลึกลับของเขาเลยก็ได้

แต่พลังที่น่าอัศจรรย์นี้ยังยากเกินไปที่เขาจะใช้มัน

" เฮ้ออ เจ้านี่ช่างโชคดีเสียตริง ตระกูลหยางของเราได้ต่อสู้กับพรรคสามเทพมานับร้อยปี แต่เจ้ากลับมีจิตวิญญานดวงดาว หึหึ ถ้าเทพดวงตะวันของพรรคสามเทพรู้ว่าจิตวิญญานดวงดาวอยู่กับเจ้า ข้าหละอยากรู้จริงๆว่าเขาจะเป็นยังไง " หยางมู่อุทาน

" โอ้ ใช่ ท่านบอกข้าว่าท่านปู่ได้เตรียมสัตว์อสูรไว้ให้ข้าแล้ว  แล้วสัตว์อสูรตัวนั้นมันคืออะไรรึ ? " ฉื่อหยาน อยากรู้เรื่องนี้เป็นอย่างมาก

" หึหึ ข้าไม่บอกเจ้าหลอก " หยางมู่ จงใจไม่บอกอะไร

" มันมีระดับอะไรหรือ ? "

" เจ้าจะได้รู้เองเมื่อเจอมัน"

" มันแข็งแกร่งเหมือนกับมังกรสองหัวของท่านหรือป่าว ? "

" แข็งแกร่งกว่ามาก ! อย่างไรก็ตาม เจ้าเองก็ต้องควบคุมมันให้ได้ด้วย" หยางมู่ ถูกรบเร้าให้ตอบ และเขาก็ได้เผลอเปิดเผยข้อมูลบางอย่างออกมา " มันนั้นไม่ได้มาจากโลกของเรา มันมาดินแดนอสูร ; มันเป็นลูกผสมที่แปลกประหลาด มันมีความสามารถในการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ! "

ตาฉื่อหยานก็ส่องประกายออกมา

" อย่าพึ่งมีความสุขไป ข้าคิดว่าเจ้าต้องคุมมันไม่ได้แน่ๆ " สีหน้าของหยางมู่ก็ดูแปลกไป เขาส่ายหัวของเขาและกล่าวว่า " ข้าไม่รู้เลยว่าท่านปู่คิดอะไรอยู่ ถึงมอบมันให้กับเจ้า ? เจ้านั้นอยู่ในระดับหายนะ ! บางทีเมื่อมันเจอเจ้า มันอาจจะฆ่าเจ้าก็ได้ "

" พี่ใหญ่ เรานั้นกำลังจะกลับไปที่เกาะอมตะ และข้าเองก็ยังไม่คุ้นเคยกับบุคคลสำคัญในตระกูลหยางเลย เอ่อ ท่านช่วยแนะนำข้าบ้างได้หรือไม่ ? "

" เอาล่ะ ข้าจะอธิบายคราวๆให้เจ้าฟังและบอกว่ามีใครบ้างที่เจ้าควรรู้จัก . . . . . . . "

ในตระกูลหยาง มีด้วยกันทั้งหมดสี่รุ่น หยางชิงตี้เป็นหัวหน้าตระกูลรุ่นแรก

ลองลงมาจากหยางชิงตี้ ก็มีบุตรชายอีกสามคน พวกเขาชื่อว่า หยางเฟิง หยางเซียว และหยางหลาว พวกเขาล้วนเป็นรุ่นที่สองของตระกูล

ในหมู่พวกเขา หยางเซียว คือบิดาของหยางไห่ เขานับได้ว่าเป็นปู่ของฉื่อหยาน ห้าสิบปีก่อนเขาเสียชีวิตในระหว่างการต่อสู้ที่ดินแดนสี่อสูร

หยางเฟิง และ หยางหลาว แต่ละคนก็มีบุตรชายด้วยกันสองคน พวกเขาคือ หยางโจว หยางเหนียว หยางซิ่ว และหยางฉี ; นี้เป็นรุ่นที่สามของตระกูลหยาง

ลองลงมา หยางโจว มีลูกชื่อ หยางมู่ หยางจั๋ว และ หยางเหนียว ก็มีบุตรสาวคนหนึ่งชื่อ หยางซู่ . หยางซิ่วมีบุตรชายคนนึงชื่อหยางเค่อ . คนสุดท้ายก็คือหยางฉี เขามีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ หยางเหมิน

หยางมู่ หยางจั๋ว หยางซู่ หยางเค่อ และหยางเหมิน ทั้งห้าต่างก็เป็นรุ่นที่สี่ของตระกูลหยาง

แน่นอน ในลูกหลานที่สืบเชื่อสายโดยตรงของตระกูลหยาง ไม่ได้มีเพียง บุคคลเหล่านี้ แต่พวกเขาที่เหลือนั้นไม่ถูกนับว่าเป็นโดยตรงเพราะพวกเขาไม่ได้รับจิตวิญญานอมตะภายในร่างของพวกเขา

รุ่นแรก หยางชิงตี้ อยู่ในระดับพระเจ้า รองลงมา รุ่นที่ก็ หยางเฟิง และ หยางหลาวทั้งสองอยู่ในระดับนภา  รองลงมา , รุ่นที่สามก็มี หยางโจว หยางเหนียว หยางซิ่ว และหยางฉี เกือบทั้งหมดล้วนอยู่ในระดับรู้แจ้ง สุดท้าย , รุ่นที่สี่ของ หยางมู่ หยางจั่ว หยางซู่ หยางเค่อ และหยางเหมิน ส่วนใหญ่ก็ล้วนอยู่ในระดับปฐพีและหายนะ

ในทั้งสี่รุ่นของตระกูลหยาง ระหว่างแต่ละรุ่น พวกเขาดูเหมือนจะมีระดับห่างกันเพียงระดับเดียว นั่นมันแปลกเป็นอย่างมาก

นี้ยังทำให้ฉื่อหยาน ประหลาดใจมาก ช่วยไม่ได้ที่เขาจะถามออกไป แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะถาม หยางมู่ก็พูดขึ้นก่อน : " ก่อนจะถึงระดับปฐพี  ก็มีระดับเริ่มต้น ก่อตั้ง มนุษย์ และระดับหายนะ ต่อมาถึงก็ปฐพี ระดับเหล่านี้สำหรับตระกูลธรรมดาพวกเขาต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นเวลานานถึงจะก้ามผ่านได้ แต่ตระกูลหยางของเราระดับทั้งสี่นั้นเป็นเรื่องง่ายมากที่จะก้าวผ่าน ด้วยทรัพยากรที่ล้ำค่าของตระกูลหยาง เราจึงสามารถทำให้ก้าวผ่านระดับทั้งสี่นี้ได้อย่างรวดเร็ว โดยหลายๆครั้ง ตราบใดที่เจ้ามีความมุ่งมั่นและความสามารถที่โดดเด่น ภายใต้การช่วยเหลือ ของสมบัติล้ำค่าและตระกูลของเรา เจ้าก็จะสามารถเข้าสู่นภาที่สามของระดับหายนะได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบปี

" อย่างไรก็ตาม หลังจากเมื่อเจ้าก้าวเข้าสู่ระดับปฐพี หากเจ้าต้องการที่จะมีระดับสูงกว่านี้ เจ้าจะต้องไม่พึ่งเพียงเม็ดยาและโอสถเท่านั้น . ถึงตอนนั้น เมื่อถึงระดับปฐพีความก้าวหน้าก็จะช้าลง เพียงแค่เข้าสู่นภาต่อไป อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าสิบปี นั่นคือเหตุผลที่คนในทุกรุ่นของเราต่างก็มีระดับปฐพีขึ้นไป แต่หลังจากนั้นมันก็จะช้าลง และ ช้าลง . . . . . . . "

" งั้น . . . . . . . " ฉื่อหยาน เงียบและ พยักหน้า เขาได้รับความรู้มากมาย

ทั้งสองนั่งอยู่บนด้านหลังของมังกรสองหัวและพูดคุยกันตลอดทาง พวกเขามุ่งหน้าไปยังเกาะอมตะด้วยความเร็ว

หลังจากผ่านมากว่าสิบวัน ภายใต้การเดินทาง หยางมู่และ ฉื่อหยานที่นั่งอยู่บนด้านบนของมังกรสองหัว ก็เห็นเกาะอมตะในตำนาน

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1322 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 203 ผู้มาเยือน

คัดลอกลิงก์แล้ว