เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 202 ทะลายภูเขา

บทที่ 202 ทะลายภูเขา

บทที่ 202 ทะลายภูเขา


บทที่ 202 ทะลายภูเขา

ที่ด้านบนยอดเขา

นักรบดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ก็กลายเป็นซัด ในขณะที่เซี่ยกุยผุดขึ้นมาจากดินและมองหยางมู่อย่างเย็นชา " เจ้ากล้าดียังไงถึงฆ่าเขา ? "

" แล้วเจ้าจะทำไม ! " หยางมู่หัวเราะและ กระโดดลงมาจากมังกรสองหัว ลงมายืนอยู่ข้างๆฉื่อหยาน และยิ้มให้" ฉื่อหยานเจ้าเป็นอะไรหรือไม่ ? "

" ข้าไม่เป็นอะไร " ฉื่อหยานส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม

" ขั้นที่สามรึ ! " หยางมู่ ก็แปลกใจ เมื่อสายตาของเขาจ้องไปที่หน้าอกของฉื่อหยาน

เขาก็เห็นว่าบาดแผลบนหน้าอกของฉื่อหยานกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตา

" อื้ม " ฉื่อหยานพยักหน้า

“ระดับหายนะ ?” หยางมู่ไม่ได้มองเซี่ยกุยเลยเขาเอาแต่พึมพำกับตัวเองว่า " นี่มันไม่สมเหตุผลเลยสักนิด .“

เพราะเขาเองก็มีจิตวิญญานอมตะ หยางมู่จึงรู้จักมันดี โดยทั่วไป คนๆหนึ่งจะมีจิตวิญญานอมตะในขั้นที่สามได้อย่างน้อยต้องมีระดับปฐพี

ฉื่อหยานนั้นเป็นเพียงนักรบระดับหายนะ แต่กลับมีจิตวิญญานอมตะในขั้นที่สาม ซึ่งนี่ค่อนข้างที่จะผิดปกติ

" ถูกต้องแล้ว ข้านั้นอยู่ในนภาที่สองของระดับหายนะ " ฉื่อหยานพยักหน้าอีกครั้ง

หยางมู่ก็แสดงออกด้วยความประหลาดใจมากขึ้นในสายตาของเขา

นักรบเหล่านั้นจากดินแดนปีศาจมหัศจรรย์รวมทั้งเซี่ยกุย และเหอซิงเหมิน ดูไม่ค่อยสบายใจนักหลังจากที่หยางมู่ โผล่มา

เฉินอี๋ตาน จ้องมองไปที่หน้าอกของฉื่อหยาน แล้วแสดงออกมาอย่างขมขื่นเล็กน้อย เมื่อมองไปที่หน้าอกของฉื่อหยาน นางก็พบว่าเขานั้นได้รับสืบทอดจิตวิญญานอมตะมา นางจึงได้รู้ว่าที่ผ่านมานางคิดผิดทั้งหมด เพราะฉื่อหยานนั้นเป็นทายาทโดยแท้ของตระกูลหยาง

ฉือยู่ป๋าย นั้นถูกฆ่าตายโดยหยางมู่ แต่นักรบจากดินแดนปีศาจมหัศจรรย์กลับไม่กล้าทำอะไรถึงแม้พวกเขาจะโกรธก็ตาม

" เจ้าฆ่าคนของเรา ข้าจะนำเรื่องนี้ไปบอกท่านหัวหน้าตระกูล เรานั้นไม่ได้เป็นรองเจ้า ! " เซี่ยกุยดูมืดมน เขาเช็ดเลือดที่มุมปากของเขา " ในช่วงเวลาเช่นนี้ เจ้ากลับฆ่าพันธมิตรของเจ้า ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเราแล้วสินะ"

" หึ ! " หยางมู่แสยะยิ้มและส่ายหัวของเขา " เชิญเจ้าไปบอกหัวหน้าตระกูลเลย แล้วมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ? เจ้านั้นไม่ใช่ผู้ปกครองดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ ถ้าเจ้าปล่อยให้อสูรพวกนั้นรอดไปหละ เจ้าก็ลองคิดในมุมของพวกมันให้ดีๆ แล้วมาดูกันว่าดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ของเจ้าจะเป็นเช่นไร ? "

สีหน้าของเซี่ยกุย ก็เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

อสูรได้เข้ายังทะเลเคียร่า แม้ว่าพวกมันจะเกลียดตระกูลหยางมากที่สุด แต่มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับพวกมันที่จะสั่นครอนตระกูลหยาง

ในทางตรงกันข้าม ดินแดนปีศาจมหัศจรรย์และตระกูลเซี่ยนั้น จะต้องตกเป็นเป้าหมายของพวกอสูรแน่นอน เพราะพวกเขานั้นอ่อนแอ

ถึงแม้ว่าดินแดนปีศาจมหัศจรรย์ และตระกูลเซี่ยจะไม่ได้ไปบุกรุกดินแดนอสูร แต่พลังจากที่พวกเขาสร้างปัญหาให้พวกมัน ก็ไม่ง่ายเลยที่พวกมันจะปล่อยไป

หยางมู่ยิ้มแล้วเม็ดยาสีเขียวออกมา และยื่นให้ฉื่อหยาน " ตอนนี้เจ้าเป็นไงบ้าง ? "

ฉื่อหยาน หยิบยามา และกลืนมันลงไปทันที ในทันทีเขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในท้องของเขา

ยาออกฤทธิ์อย่างอ่อนโยนบนหน้าอกของเขา

เม็ดยานี้จะช่วยเร่งฟื้นฟูบาดแผลด้วยพลังของมันทำให้บาดแผลถูกรักษาอย่างรวดเร็ว

"มีอสูรอยู่หลายสิบตัวที่อยู่บนเกาะศิลาดำ อีกทั้งมันยังมีตนนึงมีระดับการบ่มเพาะในนภาที่สองของระดับรู้แจ้ง เราเข้าไปในเหมืองหิน และได้พบกับอสูรตนนั้น . . . . . . . " ฉื่อหยานก็ อธิบายสั้น ๆ

" อสูนในนภาที่สองของระดับรู้แจ้ง ? " หยางมู่ ก็แปลกใจเล็กน้อย เขาพยักหน้า และสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง " ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายสะแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่าอสูรระดับรู้แจ้งจะมาปรากฏตัวขึ้นบนเกาะเล็กๆแห่งนี้ พวกมันช่างกล้ายิ่งนัก . "

" ซิงเหมิน หมายความว่าเจ้าได้เจอกับอสูรระดับรู้แจ้งสินะ ? " เซี่ยกุยก็หันไปถามเหอซิงเหมิน ด้วยสีหน้าบึ้ง

เหอซิงเหมิน พยักหน้าช้าๆ แล้วอธิบายด้วยเสียงเบาๆ " เขามีสมบัติบางอย่างที่สามารถตรวจจับอสูรได้ . เขาเป็นคนแรกที่พบอสูรตนนั้นในถ้ำ เขาเตือนเราแล้ว แต่เรากลับไม่สิใจ มันจึงทำให้ พี่สาวหนาน พี่สาวหนาน . . . . . . . "

เหอซิงเหมิน เสียงสั่นอีกครั้ง

" เจ้าเป็นคนแรกที่สัมพัสได้ถึงอสูรตนนั้นสินะ " หยางมู่ได้ยินดีมาก เขาชายตามองไปที่ฉื่อหยานด้วยความประหลาดใจ

หลังจากเห็นฉื่อหยานพยักหน้า หยางมู่หัวเราะและชื่นชม " เจ้านี่สุดยอดจริงๆ ฮ่า ฮ่า มิน่าหล่ะท่านปู่ถึงบอกข้าว่าเจ้านั้นวิเศษเป็นอย่างมาก และตอนนี้ข้าก็มาที่นี่เพราะท่านปู่ของเราส่งข้าให้มารับเจ้ากลับไป

ฉื่อหยานตาก็เป็นประกาย " นั่นเป็นเพราะความช่วยเหลือของสมบัติต่างหาก .

ท่านปู่ที่พูดถึงก็คือ หัวหน้าตระกูลหยาง หยางชิงตี้

เหอซิงเหมิน ไม่ได้แสดงความประหลาดใจออกมาแต่อย่างใด แต่เซี่ยกุย และ เฉินอี๋ตาน กลับมีสีหน้าเปลี่ยนไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฉินอี๋ตาน นางรู้สึกผิดมากที่ไม่ได้เอะใจว่า ฉื่อหยาน เป็นบุคคสำคัญ

ใครก็ตามที่หยางชิงตี้สนใจ แปลว่าคนๆนั้นต้องบางสิ่งบางอย่างที่น่าอัศจรรย์ และอาจเป็นยอดฝีมือในทะเลไม่มีสิ้นสุด ถ้านางรู้มาก่อน ก็คงเชื่อฟังฉื่อหยาน และหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับอสูรที่อยู่ในนั้น .

" เสี่ยวหยาน ไปกันเถอะ หลังจากฆ่าอสูรแล้วเราจะกลับเกาะอมตะกันทันที เจ้าได้ห่างบ้านไปไกล ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะได้กลับบ้าน " หยางมู่ เป่าปาก แล้ว มังกรสองหัวก็ลงมาทียอดเขา

หยางมู่ คุยกับมังกรสองหัว แล้วโบกมือให้ฉื่อหยาน " ไปกันเถอะ "

ถึงแม้ว่าจะสับสน แต่ฉื่อหยานก็ขึ้นขี่มังกรสองหัว และสังเกตมังกรสองหัวด้วยแววตาที่เป็นประกาย

มังกรสองหัวมีขนาดยาวเจ็ดเมตรหัวทั้งสองนั้นต่างก็มีพลังของเปลวเพลิงและน้ำแข็ง เกล็ดด้านหลังของมังกรเองก็แข็งแกร่งเหมือนกับเหล็ก และเล็บของมันก็แหลมคมเป็นอย่างมาก

มังกรสองหัวนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับหก  และสามารถพ่นน้ำแข็งและไฟได้ มันเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลหยาง

ก่อนที่ฉื่อหยานจะมา ทะเลกว้างใหญ่แห่งนี้ เสี่ยวฮานยี่ ได้บอกเขาว่าเขาเองก็อาจจะได้รับมังกรสองหัว ถ้าเขาได้รับการยอมรับจากหัวหน้าตระกูล ฉื่อหยาน จำมันได้ดี ดังนั้นเมื่อเขาเห็นมังกรสองหัวตัวเป็นๆ เขาจึงตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

" ฮ่าๆ หยุดมองมันได้แล้ว เดี๋ยวเจ้าก็มีสัตว์อสูรพาหนะของเจ้าเองแล้ว " หยางมู่ หัวเราะ " ท่านปู่นั้นได้เลือกอสูรดุร้ายให้กับเจ้า เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้านั้นจะสามารถควบคุมมันได้หรือไม่ "

" ไม่ใช่มังกรสองหัวหลอกรึ " ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ

" ไม่ใช่แน่นอน มันน่ากลัวกว่ามังกรสองหัวเสียอีก หึหึ ท่านปู่นั้นต้องการทดสอบเจ้ากับสัตว์อสูรนี่เป็นอย่างมาก เสี่ยวหยาน เตรียมพร้อม และอย่าได้หวาดกลัว .

" ไม่ใช่ มังกรสองหัว แล้วมันคืออะไรหรือ ?? "

" ข้าไม่บอกเจ้าหลอก ข้าจะให้เจ้าได้รู้ด้วยตัวเอง”

พวกเขาพูดคุยกันขณะที่นั่งอยู่บนมังกรสองหัว ในขณะที่เซี่ยกุย เหอซิงเหมิน และอื่น ๆต่างจ้องมองไปด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

" มี อสูณระดับรู้แจ้งอยู่ในถ้ำนั่นจริงๆรึ ? " เซี่ยกุยก็ถามเฉินอี๋ตาน .

" แน่นอน " เฉินอี๋ตาน พยักหน้า " มิเช่นนั้นพี่สาวหนานจะถูกฆ่าได้อย่างไร "

เซี่ยกุยพยักหน้าเล็กน้อย และพูดเยาะเย้ย " ข้าจะคอยดูว่า หยางมู่มันจะฆ่าอสูรนั่นได้จริงๆรึป่าว !

" ใช่ " เหอซิงเหมิน นั้นสับสนเป็นอย่างมาก " หยางมู่นั้นอยู่เพียงนภาที่สามของระดับปฐพี เขาต้องไม่สามารถชนะอสูรที่อยู่ในระดับรู้แจ้งได้แน่นอน "

" ไปกันเถอะ ! " หยางมู่ก็หัวเราะออกมาและกระตุ้นไปที่มังกรสองหัวและบินไปยังเหมืองที่ฉื่อหยานชี้ไป

" พี่….พี่ใหญ่ " ฉื่อหยานนั้นไม่เคยเรียกใครว่าพี่ใหญ่มาก่อน " ท่านสามารถจัดการกับ อสูรที่อยู่ในระดับรู้แจ้งได้หรือไม่ ? "

" ไม่ต้องห่วง " หยางมู่มองไปอย่างเรียบเฉย" ข้าจะแสดงให้เจ้าดูว่าระเบิดนภาของตระกูลหยางเป็นเช่นไร ข้ามีระเบิดนภาอยู่สองลูก เพื่อที่จะฆ่าอสูรระดับรู้แจ้งแล้วนับว่าไม่เสียของ "

ระเบิดนภา

แล้วฉื่อหยานก็ได้รู้ว่าหยางมู่กำลังจะทำอะไรสักอย่าง

นั่งอยู่บนมังกรสองหัว ฉื่อหยานและหยางมู่มาถึงด้านบนเหมือง

" ตรวจสอบดูสิว่ามีอสูรอยู่ภายในหรือไม่ " หยางมู่ ยืนบนมังกร 2 หัว แล้วมองลงไปที่เหมืองหินด้านล่าง

ฉื่อหยานค่อยๆพยักหน้า เอาก็เอาไข่มุกรวมวิญญานออกมาและส่งสัมพัสออกไป .

กลิ่นอายชั่วช้าที่รุนแรงก็ลอยขึ้นมาจากส่วนลึกภายในเหมือง และคลื่นวิญญาณก็ประทะเข้ามาขณะที่ฉื่อหยานส่งสัมพัสออกไป

สีหน้าของฉื่อหยานก็เปลี่ยนไป ทันทีเขาก็ถอนพลังวิญญาณออกมาจากไข่มุกรวมวิญญาน " มันยังอยู่ "

" งั้นก็ดี " หยางมู่จับไปที่แหวนของเขาแล้วทันทีมันก็ส่องแสงออกมา แล้วลูกบอลสีทองก็ปรากฏอยู่บนฝ่ามือของเขา

ภายใต้การควบคุมของหยางมู่ ลูกบอลสีทองก็กลายเป็แสงสีทองและพุ่งไปยังเหมือง

" ตูม ตูม ตูม ! "

พลังระเบิดที่รุนแรงก็ระเบิดออกมาจากเหมือง

ระเบิดนภานั้นรุนแรงเป็นอย่างมากถึงกับทำให้ท้องฟ้าสั่นสะเทือน ในขณะเดียวกัน , คลื่นพลังสีทองก็กระจายขึ้นไปบนท้องฟ้า

จากนั้น ที่ก้านหน้าของฉื่อหยาน , เหมืองก็ระเบิดกลายเป็นขี้เถ้า

ท่ามกลางแสงสีทอง , หินตกก็ถล่มลงมาและถูกทำลายโดยระเบิดนภาทันที

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1322 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 202 ทะลายภูเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว