เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 183 ใจกลางภูเขาไฟ

บทที่ 183 ใจกลางภูเขาไฟ

บทที่ 183 ใจกลางภูเขาไฟ


บทที่ 183 ใจกลางภูเขาไฟ

สัตว์อสูรนี่มีร่างกายไม่ใหญ่มาก ร่างกายของมันเป็นสีแดงเพลิง ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยโลหะร้อนที่มีความร้อนเป็นอย่างมาก

ฉื่อหยานพึ่งคุยกับเปลวเหมันเยือกแข็งได้สักครู่ และทันทีที่สัตว์อสูรนี่ก็ออกมา จากที่เขาเห็นสัตว์อสูรนี่ มันอยู่ห่างจากเขาเพียงสองเมตร มีเขาสีแดงบนหัวของมัน เขาของมันมีประกายเพลิงลุกโหมกระหน่ำอยู่ และมันก็กำลังพุ่งมาที่เขา

ฉื่อหยาน ก็ค่อนข้างแปลกใจ โดยไม่ลังเลใดๆ เขาฟันดาบฆ่ามังกรที่อยู่ในมือเขาออกไป และเฉือนไปยังด้านหน้า

ภายใต้การระเบิดที่รุนแรง ร่างของสัตว์อสูรก็ถูกฟันและมันก็กระเด็นออกไป5-6เมตร มันไม่สามารถยืนบนพื้นแบนราบบนลาวาได้อีกต่อไป ฉื่อหยานเองก็ถูกซัดกระเด็นออกไปหลายเมตรจากแรงระเบิด

" สัตว์อสูรเขาเพลิง สัตว์อสูรระดับสี่ มันอาศัยอยู่ที่นี่ โดยการบริโภคหินไฟที่อยู่ในลาวา , เขาของมันนั้นทำลายได้ยากเป็นอย่างมาก มันเป็นวัสดุคุณภาพสูงสำหรับทำอาวุธธาตุไฟ เพื่อที่จะทำดาบฆ่ามังกรนี่ เขาของสัตว์อสูรเขาเพลิงก็ถูกนำมาใช้เช่นกัน การโจมตีของสัตว์อสูรนี่ส่วนใหญ่ก็จะใช้เพียงแค่เขาของมัน จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะรับมือ

เปลวเหมันเยือกแข็งส่งข้อความออกมาจากข้างในแหวนสายโลหิต

หลังจากได้รับข้อความของเปลวเหมันเยือกแข็ง ฉื่อหยาน ก็ยกดาบฆ่ามังกรขึ้นมาและถลึงตามองไปที่สัตว์อสูรเขาเพลิงอย่างเย็นชา จู่ๆ เขาก็ตั้งสมาธิไปที่พลังวิญญาน และกลุ่มก้อนพลังความเย็นกับพลังวิญญานก็เกิดคลื่นพลัง พุ่งตรงไปที่วิญญาณของสัตว์อสูรเขาเพลิง

สัตว์อสูรเขาเพลิงระดับสี่ไม่สามารถป้องกันวิญญานได้ ภายใต้ผลกระทบของพลังวิญญานที่ฉื่อหยานโจมตีมา ทันที มันก็ได้รับบาดเจ็บสาหับ และหนีไปด้วยความตื่นตระหนก

ภายในพลังวิญญานของฉื่อหยาน มีพลังความเย็นบางส่วนหลอมรวมอยู่ ภายใต้บ่อลาวานี้วิญญานของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ล้วนเป็นธาตึไฟ มันจึงถูกยับยั้งโดยพลังความเย็นอย่างง่ายดาย

หลังจากถูกโจมตีไปที่วิญญานสัตว์อสูรเขาเพลิระดับสี่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส และมันก็ไม่กล้ามาใกล้เขาอีก

ลึกลงไปไปในลาวา ขนาดบ่อก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัตว์อสูรเขาเพลิระดับสี่ที่หายไปทันทีโดย ไม่มีเหลือร่องรอยใดๆไว้

ถึงแม้ว่าเขาของสัตว์อสูรเขาเพลิระดับสี่ จะเป็นวัสดุค่อนข้างดี แต่ ฉื่อหยานก็ไม่สนใจมัน ด้วยสถานะที่พิเศษของเขาในตระกูลหยางของทะเลเคียร่า ทรัพยากรบนเกาะอมตะย่อมมากพอเท่าที่เขาต้องการ มันมีทรัพยากรที่มีค่ามากกว่าเขาของสัตว์อสูรเขาเพลิงนัก นั่นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ฉื่อหยานจะไม่สนใจมัน

" เจ้ายังอยู่ห่างไกลจากแกนโลกของภูเขาไฟหมื่นปี ยิ่งเจ้าลงไปลึกเท่าใด อุณภูมิของลาวาก็จะสูงมากขึ้น ถ้าลึกลงไปมีสิ่งมีชีวิตอยู่ มันคงจะแข็งแกร่งมากกว่าสัตว์อสูรเขาเพลิงแน่ ภายในแกนของโลก หากมีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่นอกจากแกนเพลิง เราก็จะจากไปกันทันที ถ้ามันมีสิ่งที่สามารถอยู่รอดในระแวกแกนเพลิงได้ แสดงว่ามันต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ไม่ว่ายังไง มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะรับมือได้ "

" ถ้าข้าทำไม่ได้ แล้วเจ้าหละทำได้หรือไม่ ? "

" ถ้าเจ้าปลดปล่อยข้าออกจากแหวน แม้แต่แช่แข็งภูเขาไฟหมื่นปีทั้งลูกข้าก็ทำได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใดๆที่อยู่ในแกนโลก ข้าก็ไม่กลัวหรอก แต่ถ้าเจ้าถูกฆ่า ข้าที่ถูกปิดผนึกอยู่ในแหวนนี้ ก็คงถูกทิ้งไว้ในภูเขาไฟหมื่นปีนี่ และข้าก็คงไม่สามารถฟื้นคืนหรือไปไหนได้อีกนานนับพันปี "

ฉื่อหยานไม่ตอบอะไร เขาก็ขมวดคิ้วและยังคงว่ายลึกลงไปในลาวา

ด้วยคำเตือนของเปลวเหมันเยือกแข็ง , ฉื่อหยานก็ระวังมากขึ้น เขาปล่อยพลังวิญญานออกไป และพลังวิญญานที่ผสมกับพลังความก็ลอยออกไปรอบๆ เพื่อเตือนไม่ให้สิ่งมีชีวิตใดๆเข้ามาใกล้

ตลอดเวลาที่ว่ายลงไปในบ่อลาวา ; ฉื่อหยานปล่อยพลังวิญญานออกไปและสัมพัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งจำนวนไม่มากนัก

วิญญานของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดนี้ล้วนเป็นธาตุไฟ ฉื่อหยานส่งพลังวิญญานไปที่พวกมันและเขาตระก็หนักได้ว่า วิญญานของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นเหมือนกับกลุ่มก้อนเปลวไฟ

ด้วยพลังความเย็นที่หลอมรวมอยู่ในพลังวิญญาน เมื่อสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นสัมพัสได้ถึงพลังวิญญานของเขา มันก็ไม่กล้าเข้าใกล้เขา พวกมันเคลื่อนไหวออกห่างจากเขาและเลี่ยงที่จะพบเจอ

สิ่งมีชีวิตไม่กี่ตัวที่ฉื่อหยานสัมพัสได้ ในหมู่พวกมัน ฉื่อหยานสัมพัสได้ว่า วิญญานของพวกมันแข็งแกร่งเทียบเท่าได้กับนักรบระดับรู้แจ้งเลย

" เจ้าหนุ่ม เจ้านี่ฉลาดยิ่งนัก เจ้าใช้พลังความเย็นของข้าเพื่อขับไล่พวกมัน " เปลวเหมันเยือกแข็งส่งข้อความออกมาจากภายในแหวนสายโลหิตอีกครั้ง : " พลังความเย็นออกมาจากข้า โดยธรรมชาติแล้วถือว่าเป็นจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น ! พวกมันที่อยู่ข้างล่างนี่ฉลาดยิ่งกว่าสัตว์อสูรเขาเพลิงนัก เมื่อพวกมันสัมพัสได้ถึงพลังที่เป็นจุดอ่อนของพวกมัน พวกมันก็หนีไปทันที "

ฉื่อหยานไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เขายังคงปล่อยพลังวิญญานของเขาออกไป เขาแพร่กระจายมันออกไปด้วยความรอบคอบและระมัดระวังการ เพื่อขับไล่และเตือนสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบๆ

ด้วยการใช้พลังวิญญานเช่นนี้ เขาจึงให้ความสำคัญกับพลังวิญญานและสนใจพลังวิญญานที่อยู่ในไข่มุกรวมวิญญานมากขึ้น

พลังวิญญานจะเป็นพลังที่วิเศษมากหากใช้ในทางทีเหมาะสม

เหมือนเช่นตอนนี้

ถ้าเขาไม่ได้หลอมพลังความเย็นของเปลวเหมันเข้าไปในพลังวิญญานของเขาด้วย เขาอาจจะลำบากมากขึ้นเพื่อที่จะรับกับสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นที่มาล้อมเขา เขาจะต้องรับมือกับการโจมตีอย่างฉับพลันก่อน และจากนั้นเขาจึงจะใช้พลังความเย็นของเปลวเหมันเยือกแข็งเพื่อให้พวกมันหนีไป

สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งบางตัวก็อาจปรากฏขึ้นมาในลาวา ถ้าพวกมันโจมตีมาที่เขาจริงๆลหะก็ บางทีเขาอาจจะไม่สามารถรับมือกับจารโจมดีของมันได้ ถ้าเขาถูกฆ่าตายแล้ว ก็ไม่มีทางเลยที่พวกนั้นจะตระหนักได้ถึงตัวตนของเปลวเหมันเยือกแข็ง

ถ้าเขาสามารถใช้พลังวิญญาณในไข่มุกรวมวิญญานเพื่อพัฒนาและปรับปรุงวิญญานของเขาและสร้างห้วงจิตสำนึกขึ้นมาในวิญญานของเขา และมีจิตสำนึกวิญญานได้หละก็ พลังของเขาก็จะก้าวเข้าสู่ระดับใหม่ทั้งหมด !

สามารถใช้ห้วงจิตสำนึกและจิตสำนึกวิญญานได้ก่อนที่ระดับการบ่มเพาะของเขาจะถึงเกณ เมื่ออยู่ในสนามรบ เขาจะอยู่เหนือนักรบที่อยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด เทียบว่านักรบเหล่านั้นทำได้เพียงวิ่งอยู่บนฝ่ามือของเขา

เมื่อคิดอย่างนั้น ฉื่อหยานดวงตาก็ส่องประกายออกมา

เปลวเหมันเยือกแข็งดูเหมือนจะไม่ได้พูดโกหกจริงๆ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตธาตุไฟที่อยู่ที่นี่ เมื่อฉื่อหยานแพร่กระจายพลังวิญญานออกไป เมื่อสิ่งมีชีวิตหลากหลายที่มีวิญญานเป็นธาตุไฟรู้สึกได้ถึงมัน พวกมันทั้งหมดก็จะหลีกเลี่ยงเขาและหลบซ่อนตัวเอง พวกเขาไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้เขาเลย

หลังจากนั้นไม่รู้ว่านานเท่าใด

ทันใดนั้น เปลวเหมันเยือกแข็ง ก็พูดขึ้นอีกครั้ง : " ตอนนี้ต้องระวังไว้ให้ดี เจ้าเกือบจะถึงแกนของโลกของภูเขาไฟแล้วว ! หยุดก่อน และเราทั้งคู่สมควรสัมพัสไปรอบๆ เพื่อดูว่ามีสิ่งมีชีวิตใดอยู่หรือไม่ ถ้ามีสิ่งชีวิตใดอยู่ เจ้ากับข้าจะยกเลิกภารกิจนี้และหนีไปทันที "

" ไม่มีปัญหา "

ฉื่อหยานควบคุมร่างกายของเขา และใช้พลังปราณลึกลับสร้างเป็นวงหมุนเล็กใต้เท้าของเขา ทำให้ร่างกายของเขาหยุดอยู่กับที่

เขาปล่อยพลังวิญญานออกไป และค่อยๆส่งมันลึกลงไปในบ่อลาวาลึกขึ้นเรื่อยๆ . . . . . . .

ห้าสิบเมตร ร้อยเมตร สองร้อยเมตร . . . . . . .

พลังวิญญานของเขาไม่ค้นพบสิ่งใด เขาของเขาสัมพัสไม่ได้ถึงสิ่งมีชีวิตใดๆที่อาศัยอยู่

ลาวาด้านล่างหนาแน่นและร้อนขึ้นเป็นอย่างมาก มันกระจายตัวออกไปทั่ว และทุกๆจุดก็เต็มไปด้วยไฟที่ลุกโหมกระหน่ำ

พื้นที่ที่มีสิ่งมีชีวิตธาตุไฟอยู่ จะมีพลังไฟแข็งแกร่งกว่าพื้นที่อื่นๆ ถ้าเขาไม่รู้สึกว่าไม่มีสิ่งปกติในพื้นที่แห่งนี้ นั่นก็หมายความว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตธาตุไฟอยู่

พลังวิญญานของเขาค้นหาลงไปด้านล่างอย่างต่อเนื่อง

ทันใดนั้น พลังไฟที่รุนแรงมหาศาลก็พุ่งมาจากออกอีกมุมหนึ่ง !

เมื่อฉื่อพลังวิญญานของฉื่อหยานสัมพัสได้ถึงพลังไฟนั่น พลังวิญญาณของเขารู้สึกราวกับว่ามันกำลังถูกเผา ร่างกายของเขาก็สั่น และเขาเกือบจะไม่สามารถกลั้นเสียงร้องไว้ได้

เขาดึงพลังวิญญานของเขากลับมา ทันทีที่สัมผัสกับพลังไฟที่รุนแรงจนเกือบจะถูกแผดเผา !

พลังไฟนั่นสามารถแผดเผาวิญญานได้ !

หน้าของฉื่อหยานก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เขารีบตัดสินใจ และทันทีเขาก็ควบคุมพลังปราณลึกลับของเขาให้ดันร่างขึ้นมา

เขาสัมพัสได้ถึงพลังชีวิตเล็กน้อยจากในกองเพลิงที่โหมกระหน่ำนั่น . มันเป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่คุกคามสิ่งมีชีวิตอื่น

มันเป็นจิตสำนึกของพลังไฟที่บางเบา . บางเบาเป็นอย่างมาก บางเบาถึงขนาดถ้าฉื่อหยานไม่ระวังตัวและรอบคอบอยู่ตลอดเวลา เขาก็ไม่อาจสัมพัสได้ว่ามีมันอยู่ !

แต่ความร้อนของพลัวไฟนั่นสามารถแผดเผาวิญญานได้ ถึงแม้จะบางเบาแต่มันก็น่ากลัวเป็นอย่างมาก

เขาเชื่อคำพูดของเปลวเหมันเยือกแข็ง . ถ้าเขารู้สึกได้ว่าอาจจะมีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่ที่ไหน ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เขาต้องรีบถอยทันที

ฉื่อหยานเตรียมจะจากไป

" เดี๋ยว ! เดี๋ยวก่อน ! " เปลวเหมันเยือกแข็งก็รีบพูดขึ้นมาจากภายในแหวนสายโลหิต " เดี๋ยวก่อน ! พลังชีวิตที่อยู่ด้านล่างนั้น สมควรเป็น..เป็นแกนรเพลิง "

" แกนเพลิง " ฉื่อหยานก็แปลกใจ " ความแตกต่างระหว่างเปลวไฟนภาและเปลวไฟปฐพี คือ เปลวไฟนภาจะมีจิตสำนึกและเปลวไฟปฐพีจะไม่มี มันเพียงปลดปล่อยไฟที่บริสุทธิ์ออกมา . แล้วทำไมแกนเพลิงนั้นถึงมีจิตสำนึกได้กัน ! ? "

" มันได้พัฒนาไปเป็นเปลวไฟนภาแล้วหนะสิ ! " เปลวเหมันเยือกแข็งก็ตอบทันที " หลังจากที่แกนเพลิงอยู่มานานนับหลายหมื่นปี มันจะค่อยๆสร้างจิตสำนึกขึ้นมา แกนเพลิงที่อยู่ข้างใต้สมควรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟนภาได้ไม่นาน มันพึ่งก่อเกิดเป็นจำสำนุกขึ้น มันนั้นไม่มีความรู้ใดๆ มีเพียงแต่สัญชาติญาณเท่านั้น”

" แกนเพลิงพัฒนาเป็นเปลวไฟนภาอยาสงงั้นรึ ? "

ฉื่อหยานก็นึกถึงแกนเพลิงที่เหลวที่เขาได้มาจากหลุ่มนักรบ เมื่อเขาอยู่ในป่าทมิฬ

ตอนนั้นมู่หยู่เตี๋ย เคยพูดว่า แก่นแท้แกนเพลิง มาจากแกนเพลิงของภูเขาไฟหมื่นปี มันมีค่าเป็นอย่างมากและมันก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นเปลวไฟนภา แก่นแท้แกนเพลิงมีสภาพอยู่ระหว่างของแข็งและของเหลว มันน่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก และมันยังสามารถช่วยเพิ่มระดับของจิตวิญญานไฟได้

นึกถึงตอนนั้น ฉื่อหยานทันทีก็ตระหนักว่าแกนเพลิงที่อยู่ในภูเขาไฟหมื่นปีนรา สมควรเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ,และเปลี่ยนเปลวไฟปฐพีเป็นเปลวไฟนภา

" อืม อืม มันเปลี่ยนเป็นเปลวไฟนภาแล้ว ตอนนี้ค่อนข้างปลอดภัย "เปลวเหมันเยือกแข็ง ส่งข้อความ

" บอกข้ามา ว่าข้าควรทำเช่นไร ? "

" อย่าปล่อยพลังวิญญานของเจ้าออกไป เจ้าแค่ไปด้านล่าง การเปลี่ยนจากเปลวไฟปฐพีเป็นเปลวไฟนภาโดยสมบูรณ์ อาจต้องใช้เวลาหนึ่งปี หรือ สิบปี เวลานี้ จิตสำนึกของแกนเพลิงยังอ่อนแออยู่มาก ถ้าใครสักคนถ่ายทอดวิญญานเข้าไปในแกนเพลิงตอนนี้หละก็ เขาก็จะ เขาก็จะควบคุม . . . . . . . "

เปลวเหมันเยือกแข็ลังเลเล็กน้อยในตอนท้าย มันดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อย และไม่พูดอะไรต่อ

" อะไร ? ควบคุมแกนเพลิงงั้นรึ ? " ฉื่อหยานพูดเสียงดังฟังชัด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขารีบส่งข้อความไปmujเปลวเหมันเยือกแข็ง " บอกข้าทีว่าควรทำเช่นไร ฮ่าๆๆๆ ข้าไม่คิดเลยว่าข้าจะโชคดีเช่นนี้ "

" เข้าต้องสัญญากับข้าก่อน ถ้าข้าช่วยเจ้าในการยึดแกนเพลิง , เจ้าจะต้องไม่กักขังข้าเช่นนี้อีก เมื่อเจ้าเข้าสู่ระดับรู้แจ้ง เจ้าต้องปล่อยข้าไป และห้ามผนึกข้าอีก ถ้าเจ้าได้รับแกนเพลิงนี่ และระดับการบ่มเพาะของเจ้าเข้าสู่ระดับรู้แจ้ง ตอนนั้นข้าจะไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้”

ฉื่อหยานไม่ได้ตอบทันที .

เปลวเหมันเยือกแข็งคือเปลวไฟนภา หลักจากแกนเพลิงมีจิตสำนึก มันก็นับได้ว่าเป็นเปลวไฟนภา

อย่างไรก็ตาม มันก็มีความแตกต่างของเปลวไฟนภาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญญาหรือพลัง เปลวไฟที่พึ่งเปลี่ยนเป็นเปลวไฟนภาได้ไม่นาน เช่น แกนเพลิง จะไม่สามารถเทียบได้กับเปลวไฟนภาที่เกิดมานานแล้ว เช่น เปลวเหมันเยือกแข็ง

เหตุผลที่ฉื่อหยานนำขวดบริสุทธิ์มาก็เพื่อรวบรวมแกนเพลิงเพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับเปลวเหมันเยือกแข็งในอนาคต คำร่ำลือของเปลวเหมันเยือกแข็งที่เป็นเปลวไฟนภานั้นได้ฝังลึกลงไปในใจฉื่อหยาน . เขารู้ว่า ถ้าเขาสามารถควบคุมเปลวเหมันเยือกแข็ง มันจะมีประโยชน์มากมายต่อเขามากในอนาคต

ตอนนี้เปลวเหมันเยือกแข็งเต็มใจที่จะช่วยเขาเก็บแกนเพลิงที่กลายเป็นเปลวไฟนภา แต่ข้อเสนอก็คือปลดผนึกมันออกมาจากแหวนสายโลหิต นี้ทำให้ฉื่อหยานรู้สึกขัดใจเล็กน้อย เขาจึงลังเลอยู่ชั่วขณะ

แน่นอน เขาจะแกล้งทำเป็นว่าสัญญกับาเปลวเหมันเยือกแข็ง และผิดสัญญาในอนาคตก็ได้ หลังจากที่เขารวบรวมแกนเพลิง

. . . แต่เขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้น

" เจ้าเป็นคนที่รักษาสัญญา " เปลวเหมันเยือกแข็งส่งข้อความออกมาด้วยความสุขจากภายในแหวนสายโลหิต " ข้าดีใจนะที่เจ้าไม่ตอบตกลงทันที ถ้าเจ้าทำเช่นนั้นข้าก็รู้แล้วว่าเจ้าไม่จริงใจ . แต่เจ้านั้นยังไม่ตกลง และกำลังคิดว่าจะตกลงหรือไม่ การที่เจ้ากำลังคิดว่าจะตกลงหรือไม่นั่นก็แปลว่าเจ้าให้ความสำคัญกับคำสัญญาเป็นอย่างมาก และนั่นก็แปลว่าเจ้าไม่อยากที่จะโกหกข้า "

ฉื่อหยานยังคงเงียบ .

" ถ้าเจ้าตอบข้าทันทีและ โกหกข้า แน่นอนข้าก็จะฆ่าเจ้า เพราะถ้าเจ้าได้รับแกนเพลิงจริงๆ ในอนาคต เมื่อเจ้ามีทรัพยากรเพียงพอ และระดับการบ่มเพาะของเจ้าสูงขึ้นเจ้าก็จะสามารถควบคุมข้าได้ แต่แทนที่ข้าจะยอมถูกเจ้าควบคุมในอนาคตข้าจะฆ่าเจ้าสะและรอโอกาสอยู่ที่นี่"

ฉื่อหยาน ก็ยังเงียบ

" เมื่อเจ้าคิดหนักเรื่องข้อตกลงของข้า ข้าก็จะทำข้อตกลงกับเจ้า เพราะว่าเจ้านั่นให้ความสำคัญแก่คำสัญญา ดังนั้นข้าจึงพร้อมที่จะทำข้อตกลงกับเจ้า " เปลวเหมันเยือกแข็งดูเหมือนจะตัดสินใจได้แล้วหลังจากเข้าใจความคิดของฉื่อหยาน " ยังไงสะ ก่อนที่เจ้าจะเข้าสู่ระดับรู้แจ้ง ข้าก็จะใช้ความรู้ทั้งหมดของข้าเพื่อที่จะช่วยให้เข้าก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ในจิตสำนึกของข้า มีความทรงจำเกี่ยวกับการต่อสู้ของยอดฝีมือระดับพระเจ้าอยู่สองสามคน พวกมันนั้นไร้ประโยชน์สำหรับข้า แต่สำหรับเจ้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันจะต้องมีประโยชน์ต่อเจ้าเป็นอย่างมากแน่นอน ! "_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 183 ใจกลางภูเขาไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว