เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 152 อาวุธลับ

บทที่ 152 อาวุธลับ

บทที่ 152 อาวุธลับ


[TL . หินสีเขียว หินดวงจันทร์ หินดวงจันทร์สีเขียว คืออันเดียวกัน ตอนแรกแปลหินสีเขียวเพราะขี้เกียจ แต่กลับมาแปลเป็น หินดวงจันทร์ เพราะมันเท่ ! 5555555555 ]

บทที่ 152 อาวุธลับ

เพ้งสมาธิเข้าไปในแหวนสายโลหิต ฉื่อหยานพบเปวเหมันเยือกแข็งยังคงถูกผนึกอยู่ เปลวไฟนี่ยังคงไม่สามารถต่อต้านพลังจากแหวนสายโลหิตได้

แหวนสายโลหิตยังคงปล่อยพลังความเย็นจากเปลวเหมันเยือกแข็งออกมา ; ใที่สุดพลังความเย็นก็ไหลเข้าไปในร่างกายเขาอย่างต่อเนื่อง

หินสีเขียวสองก้อนฉื่อหยานได้รับมาจากศพขอสัตว์อสูรเกล็ดเขียวสองตัว ก่อนที่มันจะตายและจมลงไปในทะเลมันได้ล้อมรอบลินดาไว้ พวกมันถูกจัดการโดยฉื่อหยาน และตอนนั้นเขาก็เอาหินออกมาจากสมองของพวกมัน

หินดวงจันทร์สีเขียวนั้นเกิดขึ้นเองในร่างของสัตว์อสูรเกล็ดเขียว . พวกมันไม่มีอำนาจใดๆ มีเพียงแต่แสงของมันทำให้จิตใจของคนสงบ

ตามที่ คาร์มอนและคนอื่น ๆบอก ก็คือ หินเหล่านี้มีอยู่ในสัตว์อสูรเกล็ดเขียวทุกตัว ในอนาคต เมื่อสัตว์เหล่านี้ถึงระดับ 6 , หินจะรวบรวมพลังทั้งหมดในร่างกายของพวกมันและกลายเป็นผลึกอสูร

เช่นนั้น ก็แปลว่าหินดวงจันทร์สีเขียวสามารถกักเก็บพลังงานอื่นได้

ฉื่อหยานได้ยินเมื่อตอนที่คาร์มอนและคนอื่นๆคุยกัน

ตอนอยู่ในทะเล เขาได้คว้าเอาหินพระจันทร์สีเขียวสองก้อนมา และลองถ่ายทอดพลังความเย็นเข้าไป ปรากฏว่ามันสามารถรับพลังความเย็นได้

แม้เปวเหมันเยือกแข็งจะถูกผนึก โดยแหวนสายโลหิตแต่พลังความเย็นก็ยังคงไหลออกมา

พลังความเย็นนี้ ได้กระจายไปทั่วร่างของฉื่อหยาน แต่เขาก็ยังไม่สามารถหาวิธีการที่จะใช้อะไรมันได้มากมายนัก เมื่อเขาปล่อยพลังวิญญานออกไป เขาสามารถหลอมรวมพลังความเย็นเข้าไปในพลังวิญญานได้

อย่างไรก็ตาม ฉื่อหยาน ก็นั้นก็ยังอยู่เพียงแค่ระดับหายนะ พลังวิญญานของเขายังไม่แข็งแกร่งพอ ที่จะใช้โจมตีวิญญานของผู้อื่นมากนั้น เขาทำได้เพียงหนึ่งหรือสองครั้งเท่านั้น พลังวิญญานของเขาก็จะหมดไป

ตอนนี้เองภายใต้สถานการณ์ที่พลังของเขายังไม่ฟื้นฟูสมบูรณ์ ฉื่อหยานจะต้องหาแหล่งพลังอื่นเพื่อสะสมไว้ใช้ในอนาคต

เขสเอาหินดวงจันทร์สีเขียวมาอยู่ใกล้ๆกับแหวนสายโลหิต ฉื่อหยานมุ่งมั่นและพยายามใช้พลังวิญญานเพื่อควบคุมให้พลังความเย็นไหลออกมาจากแหวนสายโลหิต

ในที่สุดของพลังความเย็นก็ค่อยๆไหลออกจากแหวนสายโลหิต . . . . . . .

ภายใต้การควบคุมของฉื่อหยาน พลังวิญญานถ่ายทอดไป ดูเหมือนจะเกิดการเชื่อมต่อขึ้นระหว่างแหวนและหินดวงจันทร์ พลังวิญญานเชื่อมโยงกับร่างกายของเขา และเชื่อมต่อไปยังแหวนสายโลหิตและหินดวงจันทร์

พลังความเย็นซึมซ่านออกมาจากแหวนสายโลหิตและค่อยๆเข้าไปในหินดวงจันทร์สีเขียว

หินดวงจันทร์สีเขียวเริ่มเปล่งแสงสีเขียวออกมา ซึ่งสามารถมองเห็นได้เป็นแสงสีขาวซีด และหินดวงจันทร์กลายเป็นเหมือนก้อนน้ำแข็งที่หนาวเย็น

ในที่สุดร่องรอยพลังความเย็นก็ปรากฏขึ้นภายในหินดวงจันทร์สีเขียว ปรากฏเป็นลวดลายที่ชัดเจน และพวกมันก็ปล่อยแสงสีขาวที่เย็นยะเยี่ยบออกมา

สำเร็จ มันสามารถทำได้ !

ฉื่อหยานมีความสุขเป็นอย่างมากในขณะที่เขายังคงเพ้งสมาธิอยู่ จิตใจของเขากำลังส่งผ่านพลังความเย็นเข้าไปในหินดวงจันทร์สีเขียว

หินดวงจันทร์ ค่อยๆเย็นขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถือก้อนน้ำแข็งไว้ในมือ แต่ด้วยการที่ถูกควบคุมโดยฉื่อหยาน พลังความเย็นจึงไม่กระจายออกไป

ไม่นานลวดลายบนหินดวงจันทร์ก็เริ่มมากเห็นชัดเจนมากขึ้นและเกิดเป็นรอยแตกเล็กๆขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังความเย็ฯจากเปวเหมันเยือกแข็ง พลังในหินดวงจันทร์สีเขียวก็เริ่มรั่วไหลออกมา ดูเหมือนจะถึงขีด จำกัดของมันแล้ว ด้วยพลังความเย็นที่อัดแน่นอยู่ภายใน ถ้าหากอัดพลังความเย็นเข้าไปมากกว่านี้หละก็ หินดวงจันทร์สีเขียวจะต้องระเบิดแน่นอน

สีหน้าของฉื่อหยานก็กลายเป็นจริงจัง ดวงตาของเขาส่องประกายออกมาเหมือนไฟฉาย และกระทบลงบนหินดวงจันทร์สีเขียวที่อยู่ในมือของเขา

เมื่อเขาเห็นว่าหินดวงจันทร์สีเขียวอยู่ถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ เขาก็เก็บหินดวงจันทร์ออกมาห่างจากแหวนสายโลหิต และดึงพลังวิญญานที่เชื่อมโยงอยู๋กลับมา

หินดวงจันทร์สีเขียวกลายเป็นเย็นยะเยือก แต่เพราะร่างกายของฉื่อหยาน เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจากเปลวเหมันเยือกแข็ง เขาจึงสามารถทนต่อพลังความเย็นได้

พลังความเย็นที่เข้มข้นได้อัดแน่นกันอยู่ตรงกลางหินดวงจันทร์ ใครที่ไม่ได้สัมผัสหินหินดวงจันทร์สีเขียวจะไม่มึทางรู้สึกได้ถึงพลังความเย็นที่หลบซ่อนอยู่ได้เลย

เขาจัดการหินดวงจันทร์ทีละก้อนอย่างระมัดระวัง ด้วยวิธีการเดียวกัน ฉื่อหยานถ่ายทอดพลังความเย็นเข้าไปในหินดวงจันทร์สีเขียวอีกก้อนหนึ่ง

หินดวงจันทร์ทั้งสองก้อนเกิดรอยแตกขึ้นชัดเจน หากได้รับการกระทบอย่างรุนแรง หินดวงจันทร์สีเขียวก็จะระเบิดทันที

เมื่อหินดวงจันทร์สีเขียวระเบิด , พลังความเย็นจำนวนมากที่อยู่ภายในก็จะพุ่งออกมา

ฉื่อหยานนั้นเข้าใจความน่ากลัวของเปวเหมันเยือกแข็งเป็นอย่างดี , และพลังความเย็นที่อัดแน่นกันอยู่ในหินดวงจันทร์สีเขียวก้อนเล็กๆทั้งสองก้อนนี้ มีมากกว่าพลังความเย็นที่อยู่ในร่างของสัตว์อสูรน้ำแข็งเสียอีก

เมื่อพลังงานเย็น ระเบิดออกมา คนที่อยู่รอบๆจะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน พวกเขาจะถูกแช่แข็งทันที และกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งด้วยพลังความเย็น

ในขณะที่ร่างกายของเขายังไม่หายดี หินดวงจันทร์สีเขียวนี้ถือได้ว่าเป็นอาวุธลับของเขาก็ว่าได้ เขาจะใช้พวกมันในตอนที่จำเป็นเท่านั้น

เขาค่อยๆเก็บหินดวงจันทร์สีเขียวทั้งสองก้อนลงไป , ฉื่อหยาน ยังคงนั่งสมาธิหลับตาสนิท และสัมพัสไปที่เส้นชีพจรของเขา

หลังจากนั้นก็ผ่านมาหนึ่งชั่วโมง

ในที่สุดพลังแปลก ๆก็แอบไหลออกจากเส้นชีพจรของเขา ภายใต้การเพ้งสมาธิของฉื่อหยาน พลังที่แปลกประหลาดนี่ก็ได้เข้าไปยังพลังปราณลึกลับที่บางเบาซึ่งอยู่ในตันเถียนของเขา

พลังปราณลึกลับทั้งหมดเทียบได้กับนักรบระดับมนุษย์ และตอนนี้หากเทียบกับฉื่อหยานที่อยู่ในระดับหายนะแล้ว , มันเป็นเหมือนหยดน้ำที่หยดลงในถัง ในขณะที่เส้นชีพจรของเขากำลังกลั่นพลังเหล่านั้น อารมณ์เชิงลบก็ซึมซ่านออกมา แต่มันก็ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจของฉื่อหยานได้

แม้ว่าพลังแปลกปละหลาดนี้จะมีเพียงเล็กน้อย มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย เมื่อพลังประหลาดไหลไปยังพลังปราณลึกลับของเขา ฉื่อหยานก็รู้สึกว่าพลังปราณลึกลับของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นมาอีกเล็กน้อย ตอนนี้พังปราณลึกลับในร่างของเขาได้ฟื้นคืนกลับมา 30-40 เปอเซนต์จากสูงสุดแล้ว

ถ้าเขาต้องการฆ่าคาร์มอนตอนนี้ เขาก็สามารถฆ่ได้ทันที แม้แต่กับลินดา เขาก็ยังสามารถชนะนางได้ด้วยพลังวิญญานที่พิเศษของเขาและวิชาที่เขามี

ฉื่อหยาน ทำจิตใจให้สงบ และ รอยยิ้มบางๆก็ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา เขาพยายามฟื้นฟูพลังปราณลึกลับของเขาอย่างต่อเนื่อง

" นี่อาหารของเจ้า " เมื่อยามสายในตอนเช้า เจตต์ก็มาและเนื้อตากแห้งชิ้นใหญ่มาทางเขา และยังมีกระเป๋าที่ใส่น้ำสะอาด

ฉื่อหยานลืมตาขึ้น เขายิ้มและกล่าวว่า " ทำไมวันนี้ข้าถึงได้เนื้อ "

วันก่อนหน้านี้ฉื่อหยานได้กินเพียงสมุนไพรตากแห้ง ขนมปังนึ่ง แต่ลูกเรือบนเรือทั้งหมดกลับกินไวน์ถังใหญ่ และเนื้อสัตว์ และไม่มีใครเลยที่นำมันมาให้เขา

ลินดาไม่ได้จัดการอะไรมากมายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม นางสั่งให้เจตต์เอาอาหารมาให้ฉื่อหยานทุกวันเท่านั้น เวลาส่วนใหญ่ของนาง , ลินดาพักผ่อนอยู่ใต้ดาดฟ้าเท่านั้น นางจึงไม่รู้ว่า ฉื่อหยานกินอยู่อย่างไร

" ด้วยความกล้าหาญของเจ้า ข้าจะให้เนื้อแห้งนี้กับเจ้าเป็นการส่วนตัว ดังนั้น อย่าให้ คาร์มอน รู้เด็ดขาด ไม่งั้นคาร์มอนจะสร้างปัญหาให้ข้าแน่ . " แล้วเจตต์ก็พูดต่อ " ไม่ว่าพลังของเจ้าจะน้อยเพียงใด เจ้าก็ยังกระโดดลงไปในทะเล ในขณะที่รายล้อมไปด้วยสัตว์อสูรเกล็ดเขียว นี่พิสูจน์แล้วว่า เจ้าไม่ได้ขี้ขลาด ข้าชื่นชมในความเป็นมนุษย์ของเจ้า ดังนั้น เจ้ามีสิทธิจะได้กินเนื้อพวกนี้ .

เจตต์เป็นเพียงนักรบในนภาที่สองของระดับมนุษย์ บนเรือ เขามักจะทำตามคำสั่งของลินดา

นอกจาก ทำตามคำสั่งลินดาแล้ว เขายังคอยสังเกตุการกระทำของ คาร์มอนและคนอื่นๆทั้งหมด

คาร์มอนนั้นมีตำแหน่งที่ดีบนเรือลำนี้ นอกจากนี้เขายังถูกชื่นชมเป็นอย่างมากโดย ลินดา คาร์มอนนั้นไม่ชอบฉื่อหยาน แน่นอนว่ามันต้องไม่ให้เนื้อแก่ฉื่อหยาน

ด้วยความกล้าของฉื่อหยานครั้งนี้ทำให้เจตต์ชื่นชมเขาเล็กน้อย นั่นคือเหตุผลที่เมื่อคาร์มอนนั่งสมาธิ เขาจะนำอาหารดีๆมาให้ฉื่อหยาน

ฉื่อหยานเคี้ยวเนื้อแห้ง และกินน้ำลงไป จากนั้นเขาก็ยิ้มบางๆ " ข้าจะจำไว้ "

เจตต์ หัวเราะ " ข้าไม่ต้อการให้เจ้าตอบแทนหลอก หากเจ้าไร้ซึ่งความกล้า ข้าเองก็ไม่สนใจเจ้า บอกตามตรง จริงๆแล้วข้าเองก็ไม่ชอบเจ้า ที่เจ้าถึงเนื้อถึงตัวน้องลินดา ขณะที่กำลังเปลือยกาย ตอนนั้นข้าอยากจะทุบตีเจ้าจริงๆ "

ฉื่อหยานยิ้มเช่นเดิ เขาส่ายหัวและไม่ได้พูดอะไรมาก

" เอาล่ะ ค่อยๆกินหละ และอย่าให้ คาร์มอนดู ไม่งั้นเจ้านั้นจะสร้างปัญหาแน่ " เจตต์ก็ลุกขึ้นยืน เขาตบไหล่ของฉื่อหยานและยิ้ม " เจ้าจำไว้ น้องลินดา คือจิตวิญญาณของเรือของเรา อย่าได้มีความคิดใดๆกับน้องลินดา ในอนาคตเร็วๆนี้ นางจะกลายเป็นสาวกหลักของพรรคสามเทพ นางไม่ใช่คนที่เจ้าคู่ควร "

" ข้ารู้แล้ว " ฉื่อหยานอมยิ้มและพยักหน้า

เจตต์ไม่ได้พูดอะไรมาก เขายิ้มและจากไป รวมกับลูกเรืออีกอื่นๆและ พวกเขาก็พูดคุยเรื่องต่างๆ แล้วก็หัวเราะกัน

สัตว์อสูรเกล็ดเขียวนั้นเลิกไล่ตามพวกเขาแล้ว

สัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่นั้นถูกขังอยู่ในวงหมุนแรงโน้มถ่วงของฉื่อหยานตลอดทั้งวัน เมื่อไม่มีสัตว์อสูรเกล็ดเขียวระดับสี่ สัตว์อสูรเกล็ดเขียวตัวอื่นๆก็กลับไปและยอมแพ้

เรือได้แล่นผ่านหมอก และกลับไปยังที่ๆมีสภาพปกติ และแล่นไปยังเกาะเมฆาที่อยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้

เกาะเมฆานั้นเป็นเกาะของตระกูลกู่ เกาะเมฆนั้นอยู่ใกล้กับทะเลเคียรา ตอนนี้เมื่อตระกูลหยางกำลังแก้แค้นกระตูลกู่และตระกูลตงฟางอยู่ , เกาะเมฆาจึงตกเป็นเป้าหมายที่สำคัญสำในการโจมตี

เห็นได้ชัดว่าป้อมปราการบนเกาะเมฆาของตระกูลกู่ได้ถูกทำลาย และทหารหลายคนจากตระกูลกู่ก็ตายอยู่ที่นั่นเป็นจำนวนมาก

ในเวลานี้ นักรบที่ที่แข็งแกร่งของตระกูลหยางกำลังจัดการกับตระกูลอื่นๆอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้จัดการเกาะเมฆาอย่างเด็ดขาด ตระกูลกู่จึงฉวยโอกาสและเตรียมที่จะสร้างป้อมปราการบนเกาะเมฆา จากนั้นมันก็จะส่งนักรบของที่แข็งแกร่งมายังเกาะเมฆาเพื่อป้องกันการโจมตีที่โหดเหี้ยมของตระกูลหยาง .

ในกลุ่มนักรบแข็งแกร่งที่ถูกส่งมาโดยตระกูลกู่ ก็มี กู่เจียงเก้อ และพ่อของมัน กู่เหลี่ย และยังมียอดฝีมือจากตระกูลกี่อีกนับสิบ เหตุผลที่คนเหล่านี้มาบนเกาะเมฆา นอกจากการป้อมปราการแล้ว งานหลักของพวกเขาก็คิดการเจรจากับตระกูลหยางบนเกาะเมฆ พวกเขานั้นไม่ได้ต้องการต่อสู้กับตระกูลหยางเลย

เพราะดินแดนสี่อสูรได้เตรียมกองกำลังที่จะโจมตีในไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีแนวโน้มว่าจะเกิดเป็นสงครามครั้งใหญ่ ตระกูลหยางเองก็เห็นด้วยกับความคิดของตระกูลกู่ ที่จะสงบศึก และเตรียมส่งคนมายังเกาะเมฆาเพื่อหารือกับตระกูลกู่

เหตุผลที่ฉื่อหยานตามลินดาและคนอื่นๆมายังเกาะเมฆก็เพราะเขารู้ว่า กู่เจียงเก้อ จะจ้องอยู่บนเกาะนี้ และเขาก็รู้ด้วยว่า คนตระกูลหยางเองก็ยัปรากฏอยู่บนเกาะเมฆาเช่นกัน เขาเดาว่าบางทีเซี่ยซินหยานก็อาจจะอยู่ด้วย และนั่นคือก็เหตุผลที่เขาตัดสินใจจะมาที่นี่

ตอนพลบค่ำ

เรือแล่นอยู่บนทะเลที่ปกคลุมด้วยแนวปะการังที่อยู่ข้างใต้ .

ลินดาค่อยๆออกมาจากใต้ดาดฟ้า เส้นผมของนางปลิวตามแรงลม นางขมวดคิ้ว " ปล่อยธงทั้งหมดของพรรคลง และทุกคนก็ระวังตัวด้วย พื้นที่แถวนี้มีโจรสลัดอยู่ . "

" น้องลินดา จะมีโจรสลัดที่ไหนกล้ามายุ่งกับเรือเรา " ฮั่วเจีย แสยะยิ้ม " พวกมันจะกล้าขนาดนั้นเลยรึ ? ถ้าพวกมันกล้าทำร้ายเราทั้งๆที่รู้ว่าเรือของเรามาจากพรรคสามเทพหละก็ พวกมันทั้งหมดจะต้องได้รับผลแน่นอน ! "

ระหว่างเกาะใหญ่หลายเกาะในทะเลกว้างใหญ่ มีโจรสลัดหลายพวกสัญจรไปมา โจรสลัดจะไม่อยู่ที่เดิมเป็นเวลานาน เมื่อพวกเขามีโอกาสพวกเขาก็จะปล้นเรือที่พบเห็น

โดยปกติ โจรสลัดจะไม่กล้าแตะต้องเรือที่มีธงของขุมพลังทั้งสิบห้า แต่บางคนก็ต้องการที่จะเสี่ยงปล้นและหลบหนีไป โดบที่พวกเขาไม่กลัวที่จะถูกไล่ไปทั่วท้องทะเล

" ก็ไม่เชิง แต่ก็มีทางเป็นไปได้ . " ลินดาขมวดคิ้ว และบอกว่า " ถ้าเป็นเรือใหญ่เช่นระดับ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ของนิกาย นั่นแน่นอนว่าต้องมีนักรบที่แข็งแกร่งจากพรรคอยู่บนเรือ นั่นโจคสลัดจึงไม่กล้า แต่กับเรือเช่นเรา เจ้าก็รู้ว่าเราเป็นเพียงเรือขนส่งของเหล่าสาวกชั้นนอกเท่านั้น แน่นอนว่าไม่มีนักรบที่แข็งแกร่งบนเรือ ดังนั้นเป็นไปได้ว่าพวกโจรสลัดอาจจะโจมตี " .

" ฮึ่ม ! ถ้ามาคนเดียวข้าจะฆ่ามัน ! ถ้ามาสองคนข้าก็จะฆ่ามัน ! " หน้า คาร์มอนก็เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม " ก็แค่พวกโจรสลัด มันไม่อยู่ในสายตาของข้าหลอก . "

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้านี่ช่างโอหังจริงๆ ! ข้าหละอยากเห็นจริงๆอะไรกันที่ทำให้เจ้าหยิ่งพยองเช่นนั้น ! "

เป็นเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังมาจากแนวหลังของปะการังยักษ์ ไม่ไกล เมื่อเสียงหัวเราะดังขึ้น ก็มีกลุ่มเรือปรากฏจากหลังแนวปะการัง และเรือเหล่านั้นก็แล่นมาที่เรือของลินอย่างรวดเร็ว ._______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 152 อาวุธลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว