เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 134 ทะเลเหิงลั่ว

บทที่ 134 ทะเลเหิงลั่ว

บทที่ 134 ทะเลเหิงลั่ว


บทที่ 134 ทะเลเหิงลั่ว

เที่ยงวัน ดวงอาทิตย์ขึ้นขึ้นสู่กลางท้องฟ้า

เรือเหล็กขับเคลื่อนผ่านทะเลอย่างรวดเร็ว มันแล่นตรงไปยัง ทะเลเหิงลั่ว

ทะเลเหิงลั่วนั้นอยู่ระหว่างทะเลเคียร่าของพวกเขา เพื่อที่จะไปยังทะเลเคียร่า จะต้องผ่าน ทะเลเหิงลั่ว

ที่ทะเลเหิงลั่วนั้นมีหมู่เกาะอยู่นับไม่ถ้วน ทะเลแห่งนี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคสามเทพ ตระกูลตงฟาง และตระกูลกู่ ด้วยกองกำลังทั้งสามเหล่านี้สามารถปกครองได้ถึงครึ่งทะเล

เรือเหล็กแล่นอย่างรวดเร็วภายใต้ดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่าง .

บนดาดฟ้า หน้าของฉื่อหยาน ดูสงบนิ่ง เขาจ้องมองไปยังทะเลที่กระทบกับแสงแดดและมีคลื่นเคลื่อนไหวไปตามสายลม

ในชุดสีเขียว , เซี่ยซินหยาน ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ ผมของนางพริ้วไปตามสายลม ใบหน้าของนางตอนนี้กลับมางดงามเช่นปกติแล้ว นางนั้นยืนอยู่เขียงข้างกับฉื่อหยาน

ผ่านมา 3 เดือน

ไม่เพียง แต่จิตวิญญาณต่อสู้ของเซียซินหยาน จะฟื้นฟูกลับมาเช่นเดิม แต่ด้วยการที่นางผ่านอุปสรรคมามากมาย นางนั้นได้พัฒนาความแข็งแกร่งของตน และก้าวเข้าสู่ระดับปฐพี

เซี่ยซินหยาน ที่อยู่ในระดับปฐพีและประกอบด้วยจิตวิญญานจุติ ทำให้ลักษณะของนางดูสูงส่งและสง่างามเป็นอย่างมาก ด้วยกิริยาท่าทางของนางเช่นนี้ ไม่มีใครอาจต้านท้านนางได้เลย .

" ฉินหยาน ในช่วง 3 เดือน มานี้เจ้าดีขึ้นมากนะ ดูเหมือนว่า เพื่อให้ตามเจ้าทัน , ข้าคงต้องลำบากหน่อยหละ . " ฉื่อหยานก็ยิ้มและหันกลับไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆเขา " เจ้าเคยบอกว่า วันหนึ่ง ถ้าข้าสามารถชนะเจ้าได้ เจ้าจะ . . . . . . . "

เซี่ยซินหยาน ยิ้มขึ้นอย่างอบอุ่น รอยยิ้มของนางดูเหมือนดอกบัวบานสีเขียวที่บานสะพรั่งมันทั้งสูงส่งและงดงาม" นี่ ! ทำไมเจ้าถึงชอบหมกมุ่นกับเรื่องเช่นนี้นักนะ ? "

ใน 3 เดือนมานี้ พวกเขาทั้งสองอยู่ด้วยกันทุกวันตั้งแต่เช้ายันเย็น พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทุกเรื่อง

เช่น ฉื่อหยานนั้นมักจะพูดเรื่องทางเพศกับนางตรงๆ

อย่างไรก็ตาม , ตั้งแต่ที่พวกเขาผ่านความยากลำบากในหลุมฝังศพมาด้วยกัน เซียซินหยาน ก็อ่อนโยนต่อเขามาก นางนั้นไม่ใส่ใจคำพูดหยอกล้อของเขาอีกแล้ว และเมื่อฉื่อหยานทำเช่นนั้น นางก็จะปลดปล่อยพลังของนักรบในระดับปฐพีออกมาเงียบๆ ๆเพื่อปล่อยให้ฉื่อหยานรู้จักยับยั้งตัวเอง

" เจ้าจะปฏิเสธรึ " ฉื่อหยานมองอย่างไม่พอใจ เขาแกล้งทำเป็นโกรธและกล่าวว่า : " เจ้าคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ข้าฝึกฝนอย่างหนัก หากไม่มีเจ้าแล้ว การฝึกบ่มเพราะนั้นจะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเลย"

ดวงตาคู่สวยของซียซินหยาน ก็ส่องประกายออกมาและหล่อนก็ยิ้มขึ้น" คนเช่นเจ้าไม่จำเป็นต้องมีหญิงสาวมาเป็นสิ่งกระตุ้นหลอก ถึงแม้จะไม่มีข้า นายก็ยังโง่เง่า ฝึกฝนทรมานตัวเองอยู่ดี เหมือนที่เจ้าบอก เจ้านั้นเป็นพวกมาโซคิส . ฮาๆ มาโซคิส ข้าชอบชื่อนี้นะ "[TL.มาโซคิส คือพวกชอบความรุนแรงครับ]

ผ่านมา 3 เดือน ฉื่อหยานได้ฝึกงน นภาที่สองของบ้าคลั่ง อย่างหนัก เขาพยายามที่จะผสานพลังงานเชิงลบให้หลอมรวมกับเลือดเขา

ดังนั้น ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เขาจึงทรมานเป็นอย่างมาก

การผสานพลังเชิงลบให้เข้ากับเลือดของเขานั้น เป็นวิธีที่ทำร้ายตัวเองอย่างโหดเหี้ยม ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่ฉื่อหยานฝึกฝนบ่มเพราะพลังเขาก็จะกรีดร้องออกมาทุกครั้ง ทุกครั้งที่เขาฝึกฝนเขาก็จะรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น

ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน เซี่ยซินหยาน ก็มักจะถูกปลุกด้วยเสียงกรีดร้องของเขา

ในช่วงตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานี้ เซียซินหยาน ก็ได้เข้าใจแล้วว่าฉื่อหยานใช้วิธีได้ในการฝึกฝนพลังปราณลึกลับ เขาถึงได้มีจิตใจที่แข็งแกร่งและทานทนเช่นนี้

เขาฝึกฝนด้วยการทรมานตัวเอง

ไม่น่าเชื่อ ว่า , ฉื่อหยานจะเป็นคนโหดเหี้ยมที่กล้าลงมือกับตัวเองเช่นนี้ ทุกครั้งที่เขาฝึกฝนเขาก็เหมือนกับว่ากำลังเดินไปสู่ขุมนรกที่ลึกที่สุด

ด้วยการฝึกฝนที่โหดเหี้ยมของเขานั้น ทำให้นางตกใจเป็นอย่างมาก เขาทำให้เซี่ยซินหยา ตระหนักได้ว่า สิ่งที่ฉื่อหยานมีในวันนี้เขาไม่ได้ผ่านมันมาง่ายๆ เขาต้องฝึกฝนอย่างหนักหน่วง และด้วยสิ่งที่เขาทำนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำได้ !

โดยเฉพาะ สิ่งที่เขาทำคือลงมืออย่างโหดร้ายกับตัวเอง เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอันมหาศาลในเวลาอันสั้น

" เจ้าจะพูดจริงหรือไม่ ข้าไม่สน ยังไงสะข้าก็จะเอาชนะเจ้าให้ได้ " ฉื่อหยานสแยะยิ้ม และเขาก็หัวเราะออกมา

เซียซินหยาน ริมฝีปากของนางโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม คอที่ขาวเนียนเหมือนคอหงส์ของนางก็หันไปรอบๆ และดวงตาคู่สวยของนาง ที่ใสเหมือนน้ำในทะเลสาบก็จ้องไปที่ฉื่อหยาน , " ดูเหมือนเจ้าจะชอบทำร้ายตัวเองจริงๆนะ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ข้าเองก็ทุบตีเจ้าตั้งหลายครั้ง แต่เจ้ากลับไม่เปลี่ยนความคิดเลย "

" ข้าชินแล้ว ! "

ฉื่อหยานตะโกนออกมา ร่างกายของเขาก็กลายเป็นเหมือนดาบที่แหลมคม และความแข็งแกร่งที่น่าอัศจรรย์ของเขาก็ระเบิดออกมาพร้อมกับที่เขาพุ่งไปยังเซี่ยซินหยาน .

ในช่วงกลางของดาดฟ้าเรือ รอบๆร่างของฉื่อหยานกลายเป็นบิดเบี้ยว ในที่สุดพลังงานเชิงลบก็ครอบคลุมไปทั่วร่างกายทั้งหมดของเขา ด้วยคลื่นพลังที่รุนแรงนี้ทำให้เขาดูเหมือนมังกรที่ทะยานออกมา

" เจ้ากำลังหาเรื่องเจ็บตัว หึหึ "

เซี่ยซินหยาน ก็หัวเราะออกมาขณะที่ร่างกายบอบบางของนางค่อย ๆเคลื่อนไหวไปรอบๆเหมือนภูติผี

ดั่งใบไม้ เซี่ยซินหยาน เคลื่อนไหวไปตามสายลมและผมที่สวยงามก็พริ้วตาม ขณะเดียวกันมือที่บอบบางของนางก็ปรากฏเป็นดอกบัวขนาดเท่ากับไมล์หิน เป็นดอกบัวสีเขียวที่มีอากาศหนาวเย็นแหลมคมทิ่มแทงไปถึงกระดูก กลับของมันส่องแสงเย็นยะเยือกที่ดูน่ากลัวออกมา

เมื่อดอกบัวสีเขียวปรากฏขึ้น มันก็พุ่งไปยังฉื่อหยาน

" บูม ! "

ฉื่อหยานกระทบเขากับดอกบัวสีเขียว กลีบกลางดอกบัวสีเขียวที่เหมือนคมดาบก็หดตัวลง และก็พันธนาการไปที่ร่างของฉื่อหยาน

" กึก กึก กึก ! "

เสียงบับรัดดังมาจากภายในดอกบัวสีเขียว เป็นร่างของฉื่อหยานที่ถูกพันแน่นโดยดอกบัวสีเขียว และเขาก็ไม่สามารถขยับใดๆได้เลย

รอยยิ้มของเซียซินหยาน ปรากฏขึ้นที่มุมปาด มือบอบบางของนางค่อยๆ ปรากฏเป็นรูปแบบตราประทับที่มีแสงสีเขียวสว่างขึ้นและมันก็ลอยไปยังดอกบัวสีเขียว

ดอกบัวสีเขียวค่อยๆบีบรัดมากขึ้น , มันกลายเป็นแข็งแกร่งดังหินผา ขนาดของมันก็ใหญ่ขึ้นและมันก็ได้พันธนาการฉื่อหยานอย่างสมบูรณ์ พลังงานที่หนาวเย็ก็กระจายจากภายในดอกบัวเขียว แสงที่เย็นยะเยือกปรากฏขึ้นในอากาศ และพลังงานความเย็นก็ซึมซ่านผ่านร่างกายทั้งหมดของ ฉื่อหยาน

นภาแรกของ บ้าคลั่ง !

พลังงานเชิงลบทั้งหมดในร่างของ ฉื่อหยาน ก็ไหลรวมไปยังแขนของเขา ปรากฏเป็นหมอกสีขาวข้นที่เต็มไปด้วยพลังงานเชิงลบเคลื่อนไหวไปมาเหมือนสายน้ำ , และมันก็ลอยเข้าไปสู่ศูนย์กลางของดอกบัวสีเขียว

ทันใดนั้นเอง ดอกบัวสีเขียวส่องแปลกประหลาดออกมา เป็นลำแสงสีเขียวที่มีขนาดหนาเท่ากับแขนผู้ใหญ่ และมันก็ได้พัวพันไปที่ฉื่อหยานอย่างแน่นหนาเหมือนกับโซ่ตรวนและแรงรัดของมันก็เพิ่มขึ้น 30 เปอเซนต์

พลังงานที่เย็นยะเยือกก็ซึมผ่านร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว การไหลเวียนของพลังปราณลึกลับทั้งหมดในร่างของฉื่อหยานก็ชะลอตัวลง แต่เขายังคงขบฟันแน่นและดื้นรนต่อไป

" เอาล่ะๆ เจ้าเลิกอวดดีได้แล้ว " เซี่ยซินหยาน กล่าวล้อเลียนออกมา นางตวัดมือบอบบางของนางขึ้นกลางอากาศและ โบกมือไปที่ดอกบัวสีเขียว

แล้วดอกบัวสีเขียวก็หายไป กลีบดอกบัวค่างก็ลอยกลับมารวมกันอยู่ที่ฝ่ามือของฉื่อหยาน

" เฮ้อ . . "

ฉื่อหยานยิ้มด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว เขาถอนหายใจออกมาแล้ว แล้วส่ายหัว " ตอนที่ข้าอยู่ในนภาที่สามของระดับมนุษย์ ข้าสามารถฆ่านักรบที่อยู่ในระดับหายนะได้ด้วยพลังเชิงลบเหล่านี้ แต่ตอนนี้ข้านั้นอยู่ในระดับหายนะแล้ว กลับไม่สามารถรับมือเจ้าได้แม้แต่นิดเลย "

" นอกจากความต่างของพลังปราณลึกลับแล้ว นักรบในรับดับหายนะควรจะมุ้งเน้นไปที่พลังจิตวิญญาน ! " เซียซินหยาน หัวเราะออกมา " พลังปราณลึกลับที่อยู่ภายในของเจ้าแข็งแกร่งและบริสุทธิ์กว่านักธรรมดามากนัก เพียงแค่อยู่ในนภาแรกของระดับหายนะ วิชาของเจ้าก็ลึกลับและยากจะหยั่งถึงแล้ว หากใช้พลังงานเชิงหลบเหล่านี้หละก็ เจ้าสามารถฆ่านักรบที่อยู่ในนภาที่สองของระดับหายนะได้เลย , และเจ้าก็สามารถประมือได้อย่างสูสีหากเทียบกับนักรบในนภาที่สามของระดับหายนะ แต่มันยังคงยากเกินไปสำหรับเจ้า ที่จะชนะนักรบในระดับปฐพี ข้าที่พึ่งบรรลุเข้าสู่ระดับนี้ ยังสามารถจัดการกับเจ้าได้ ถ้าเป็นคนอื่นหละก็เจ้าต้องเจ็บตัวแน่ ๆ "

ฉื่อหยานขมวดคิ้ว และอยู่เงียบๆ

" ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดของเจ้า " เซียซินหยาน ยิ้มอีกครั้งและพูดต่อ " ถ้าหากเจ้าใช้พลังทั้งหมดของเจ้าหละก็ เจ้าก็ยังสามารถเทีบได้เพียงแค่คู่ต่อสู้ที่อยู่ในนภาที่สามของระดับหายนะเท่านั้น แต่หากเป็นระดับปฐพีหละก็ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็ยากที่จะพูดได้ ในที่ๆเจ้าอยู่นั้น ทรัพยากรสำหรับนักรบถูกจำกัดเป็นอย่างมาก วิชาต่อสู้เองก็อยู่ในระดับต่ำ และความรู้เกี่ยวกับจิตวิญญานต่อสู้ก็มีไม่มากนัก แต่ที่ทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั้นมันต่างกัน ในขุมพลังทั้งสิบห้านั้น นักรบที่อยู่ในนภาที่สามของระดับหายนะต่างก็ผ่านวิธีการบ่มเพราะที่สมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยวิชาลับมากมาย พวกเขายังมีความเข้าใจมากมายเกี่ยวกับจิตวิญญานต่อสู้ และ ที่สำคัญ พวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยประสบการณ์การต่อสู้ นั่นต่างกับที่ๆเจ้าอยู่เป็นอย่างมาก เข้าใจหรือไม่ ? "

" งั้นรึ …. " ฉื่อหยานค่อยๆพยักหน้า

" นี่เจ้า.. . " เซี่ยซินหยาน ส่ายหน้า " นภาแรกในระดับหายนะสามารถรับมือกับนภาที่สามในระดับหายนะได้นั้นก็ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งแล้ว แล้วเจ้ายังต้องการอะไรอีก ? เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถฆ่าคนที่อยู่ในระดับปฐพีและรู้แจ้งได้งั้นรึ ? "

" หึหึ ข้าคิดว่าข้าทำได้นะ "

เซี่ยซินหยาน รู้สึกโกรธ นางถลึงตาใส่เขาแล้วตะโกนว่า " จำเอาไว้ ! อย่าได้รีบร้อน เจ้าคิดจริงๆหรือว่าเจ้าจะสามารถรับมือกับนักรบระดับปฐพีได้ ตั้งแต่ระดับหายนะขึ้นไป การต่อสู้จะไม่ได้วัดกันแค่ความแข็งแกร่งของพลังปราณลึกลับเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าใจในวิชาต่อสู้ของคนๆหนึ่งด้วย และด้วยความเข้าใจของเจ้าในตอนนี้ ถือว่ายังอ่อนด้อยอยู่ม่าก เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถเอาชนะนักรบที่มีประสบการณ์มากว่าหลายสิบปีได้งั้นรึ ? "

ฉื่อหยานก็เงียบลงอีกครั้ง

" ก็ได้ๆ ข้าเป็นกำลังใจให้เจ้าละกัน " ดวงตาที่สวยงามของเซียซินหยาน ก็หลี่ลง และคอที่ขาวนวลของนางก็เริ่มแดง จากนั้นนางก็กล่าวว่า " ถ้า วันหนึ่ง เจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะให้เข้าเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆของคนที่ข้าจะแต่งงานด้วยละกัน”

" เจ้าพูดจริงรึ ? " สีหน้าของฉื่อหยานก็เปลี่ยนไป ดวงตาของเขาสั่นทืดและส่องประกายออกมา

เซี่ยซินหยาน มองไปที่เขาอย่างเขินอาย จากนั้นนางก็หันหลังกลับไปและนางก็หันมาพูดกับเขาเบาๆ " ข้าพูดจริงๆ "

ฉื่อหยานสแยะยิ้มและหัวเราะออกมา

. . . . . . .

ครึ่งเดือนต่อมา

ในที่สุด เรือเหล็กก็ได้ลอยเข้าสู่ทะเลเหิงลั่ว

ภาบในทะเลเหิงลั่วนั้นมีหมู่เกาะอยู่นับไม่ถ้วน เมื่อคุณเข้ามายังทะเลแห่งนี้ คุณจะต้องแล่นผ่านเกราะมากมาย

บนเรือเหล็ก พวกเขานั้นได้เอารูปธงที่เป็นสัญลักษณ์ของดินแดนมหัศจรรย์หยินหยางลงนานแล้ว

ตอนนี้บนเรือเหล็กไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกว่าเป็นเรือของดินแดนมหัศจรรย์หยินหยางอีกแล้ว

ตอนนี้ ท่าเรือยักษ์ก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเรือเหล็ก มีเรือหลายสิบลำจอดอยู่ที่ท่าเรือ บางลำก็มีขนาดใหญ่กว่าเรือเหล็กของเซี่ยซินหยานและฉื่อหยาน

มีนักรบมากมายที่มีพลังต่างกันยืนอยู่บนเรือเหล่านั้น มีนักรบหลายคนถอดเสื้อออกและกำลังยกขนสินค้าของพวกเขาขึ้นไปที่ท่าเรือ

เลยท่าเรือไป มีพื้นที่สี่เหลี่ยมคล้ายวงแหวนอยู่ . มีรถม้าหลากหลายรูปแบบจอดอยู่ , และมีชาย หญิงที่แต่งตัวต่างกันด้วยเสื้อผ้าหลากสีสัน นักรบบางคนก็ตะโกนไปทั่วพื้นที่สี่เหลี่ยมคล้ายวงแหวน . บ้างก็มีการต่อสู้ที่มีชีวิตเป็นเดิมพันในพื้นที่สี่เหลี่ยมคล้ายวงแหวน

" นี่คือเกราะเหมินลั่ว เกราะแห่งนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของของพรรคสามเทพ ตระกูลตาฟาง หรือตระกูลกู่ มันอยู่ภายใต้การปกครองของกองกำลังไม่มี่กองที่รวมตัวกัน เราควรไปหาเสบียงบนเกาะ และสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันในทะเลไม่มีที่สิ้นสุด เราไม่ควรอยู่ที่นี่นานนัก " เซี่ยซินหยาน หยิบเอาผ้าคลุมขึ้นมาปิดหน้าใบหน้าของนางไว้ นางยืนอยู่บนเรือเหล็ก ในขณะที่มองไกลออกไปพร้อมอธิบาย"

ฉื่อหยานพยักหน้า " เกราะเหมิงหลัวนั้นดูไม่เล็กเลย มันอาจเทียบได้กับเมืองเทียนหยุนครึ่งหนึ่งเลย”

" ใน ทะเลเหิงลั่ว เกราพเหมิงหลัวนั้นถือว่าเป็นเกราะขนาดเล็กและอยู่ห่างไกล , ที่นี่ปราศจากพ่อค้ารายใหญ่หรือทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่า ถ้าหากมันมีทรัพพยากรเหล่านั้นหละก็ พรรคสามเทพ ตระกูลตาฟาง หรือตระกูลกู่ คงจะไม่ปล่อยไว้แน่นอน . " เซี่ยซินหยาน ยิ้มอย่างเป็นกันเอง " ในทะเลแห่งนี้มีหมู่เกาะที่มีใหญ่กว่าสมาคมการค้าไม่กี่เท่าอยู่ ถึงแม้เขาจะเรียกพวกมันว่าเกราะ แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกมันเทียบได้กับทวีป ทวีปหนึ่งเลยทีเดียว เจ้าอย่าได้เอะอะไป .

" หืม ? เจ้ากำลังเยาะเย้ยข้างั้นรึ ? "

" ฮ่าๆ ข้าคิดว่างั้นนะ " เซี่ยซินหยาน ยิ้มและพยักหน้า

" เอ๊ะ ! " ทันใดนั้น เซี่ยซินหยาน ก็ร้องอุทาออกมา และสีหน้าของนางก็ดูแปลกไป นางพึมพำภายใต้ลมหายใจของนาง " ทำไมถึงมีเรือของ ดินแดนอาคมมหัศจรรย์อยู่ที่นี่หละ ? อ่า ! , และมีเรือของดินแดนทะเลสาปเทวาศักดิ์สิทธิ์อีก ' และนั่นเรือ แยกเมฆา ของตระกูลตงฟางอีก ! นีมันอะไรกัน ? - เกิดอะไรขึ้น ? "

" ก้อง ! "

เรือเหล็กสั่นสะท้านเหมือนกับถูกกระแทก ฉื่อหยานสะดุดและเอนตัวไปที่เซี่ยซินหยาน .

ฉื่อหยาน โอบเซี่ยซินหยานไว้ใน อ้อมแขนของเขาและขมวดคิ้ว " ใครกันที่จู่โจมเรา ? "

" อย่างแรก เจ้าควรปล่อยข้าก่อนนะ " เซี่ยซินหยาน สูดลมหายใจเข้าและถลึงตาใส่เขาอย่างน่ากลัว " เจ้า . . . . . . . เมื่อใดที่มีโอกาส เจ้าจะฉวยโอกาสและทำตามใจตัวเองตลอดเลยนะ ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ! "

เมื่อมีหญิงงามอยู่ในอ้อมแขนของเขา หัวใจของ ฉื่อหยานสั่นสะเทือน เขานั้นอยากจะชื่นชมร่างกายที่งดงามขของนางก่อน จากนั้นจีงจะปล่อย

" เรือ ' รุ่งอรุณทมิฒ ' ของตระกูลกู่ ! " เซียซินหยาน ขมวดคิ้วและ นางก็พูดอย่างเย็นชา " มันเป็นเรือของกู่เจียนเก้อ . ดูเหมือนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นที่เกราะเหมินลั่วแห่งนี้นะ ไม่งั้นคงจะมีขุมกำลังมากมายมารวมกันที่นี่แน่ "

" กู่เจียนเก้อ คือใครกันรึ ? " ฉื่อหยานถาม พร้อมกับทำหน้าบึ่งตรึง

" ตระกูลกู่นั้นเต็มไปด้วยปรมจารย์และอัฉริยะมากมาย ตอนที่เขาเกิดมา ดาบฆ่ามังกร ที่ฝังอยู่ในภูเขาดาบมานานหลายศตวรรษ ได้ลอยไปหาเขาด้วยตัวเอง มันลอยอยู่เหนือหัวของเขาสามสิบฟุตและมันก็ได้เลือกเขาเป็นเจ้านาย กู่เจียนเก้อนั้นได้ครอบครองจิตวิญญานดาบ เป็นที่รู้กันว่า เขานั้นสามารถสื่อสารกับเหล่าดาบวิเศษได้ "

" สัตว์ประหลาด.. "

" เขานั้นยังไม่ถือว่าเป็นสัตว์ประหลาด แต่ น้องสาวของเขา กู่หลินหลง , นั้นถือว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่แท้จริง เมื่อนางเกิดมา ดาบนับหมื่นที่ของตระกูลกู่ที่อยู่ในหุบเขาดาบก็ส่งเสียงออกมาพร้อมกันและดาบวิเศษทั้งเจ็ดเล็มก็บินออกมาผสานเข้ากับร่างของนางด้วยความสมัครใจ สัตว์ประหลาดหญิงสาวคนนี้ได้ครอบครอง ' จิตวิญญานหัวใจแห่งดาบ ' นางสามารถควบคุมดาบวิเศษทุกเล่มให้เป็นไปตามที่นางคิดได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดาบเหล่านั้นสามารถเคลื่อนไหวออกไปได้ไกลถึงหนึ่งหมื่นลี้ ( 1 ลี้= 500 เมตร ) หากนางต้องการที่จะตัดหัวใครสักคน นั่นก็เป็นเรื่องง่ายดายเหมือนกับการนำของออกมาจากกระเป๋า " ._______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1195 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 134 ทะเลเหิงลั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว