เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 มั่นคง !

บทที่ 100 มั่นคง !

บทที่ 100 มั่นคง !


บทที่ 100 มั่นคง !

หลังจากที่ มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน มาถึง พวกนางก็กล่าวทักทายเป่ยหมิงเช้อเป็นอย่างแรกและจากนั้นก็ถูกดึงดูดให้มองไปที่คริสตัลในหลุมลึก

พวกนางดูตื่นเต้นเมื่อมองไปคริสตัลที่ส่องแสงออกมา และพวกนางก็สัมพัสได้ถึงพลังของมันอย่างชัดเจน

นักรบทุกคนล้วนแต่สัมพัสได้ว่าคริสตัลนี่เป็นของวิเศษ !

มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน ได้รับความเดือดร้อนอย่างมากมายระหว่างเดินทางมาที่นี่ พวกนางต้องต่อสู้กับนักรบจากโลกมืด มนุษย์หินเพลิง หยินฉา และพบเจอมังกรโคลนบ้างเล็กน้อย

สำหรับฉื่อหยาน พวกนางเพียงแค่ชายตามองเขาเดินต่อไปโดยไม่สนใจ

เป่ยหมิงเช้อ เดินไปทีละก้าวทีละก้าวด้วยความหยิ่งพยองโดยไม่ใช้จิตวิญญานย้นระยะ

ฉื่อหยานก็ยืนอย่างมั่นคงรอให้เป่ยหมิงเช้อลงมือ

เขาแอบใช้ของจิตวิญญานกายาแข็งและร่างกายของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม

ด้วยความเงียบสงบ ฉื่อหยานผสมพลังปราณหยินและพลังปราณลึกลับหลอมรวมกันเป็นวงหมุน [ หลุมแรงโน้ถ่วง ] ด้วยกัน 3 วง เขาควบคุมให้พวกมันทั้งสามค่อยๆ แยกออกจากกัน ไปแต่ละด้าน

เขาเคยเห็นจิตวิญญานย้นระยะของเป่นหมิงเช้อมาแล้ว และเขาก็ได้รับรู้ถึงพลังของมันจากคำบอกของฮันจงอีก 3 [ หลุมแรงโน้ถ่วง ] ถูกสร้างขึ้นเพื่อรับมือกับจิตวิญญานย้นระยะ

" อย่าได้โทษข้า เจ้านั้นวอนหาที่ตายเอง ! " เป่ยหมิงเช้อ ยกมือซ้ายขึ้นเมื่อเขาอยู่ห่างจากฉื่อหยานได้ 10 เมตร

เปลวไฟขั้วอัคคีเหมันสีฟ้าก็ปรากฏอยู่บนฝ่ามือของมัน

และมันก็ควบคุมให้ออกจากแขนของมัน เปลวไฟสีน้ำเงินก็กลายเป็นน้ำแข็งรูปปักษา บินอยู่บนท้องฟ้า และทิ้งแสงสีฟ้าที่สวยงามไปตามทางที่บินผ่าน

ปักษาน้ำแข็งดูสดใสเป็ฯอย่างมากแม้แต่ขนนกที่บนหัวของมันก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ลมหายใจของมันพ่นเปลวไฟสีฟ้าจากออกมา

เป่ยหมิงเช้อ มองอย่างเย็นชาด้วยความเหยียดหยาม สำหรับเขา มันไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆเลยที่จะสังหารฉื่อหยน

เช่นเดียวกับปักษาน้ำแข็งที่กำลังบินเข้าไปใกล้ๆเขา และแสงที่เย็นยะเยือกก็ส่องข้ามผ่านม่านตาของฉื่อหยาน

ลูกบอลสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยพลังปราณหยินก็พุ่งออกมาจากหน้าอกของเขาและมันก็เข้าไปพัวพันกับเปลวเพลิงสีฟ้า

" บูม ! "

ลูกบอลสีเขียวประทะเข้ากับปักษาน้ำแข็งและเกิดเป็นเสียงดังสนั่สเหมือนสายฟ้าฟาดดังออกมา

ไฟสีฟ้า และ แสงสีเขียวก็ระเบิดแตกกระจายออกมาเหมือนพุ ทั้งลูกบอลสีเขียวและปักษาน้ำแข็งก็แตกออกในเวลาเดียวกัน กลายเป็นจุดสีฟ้าและสีเขียว

" หืม ? "

เป่ยหมิงเช้อ ขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ และพยักหน้าช้าๆ ขณะที่จ้องมองไปยังฉื่อหยาน " เจ้าสมควรแล้วที่สังหารโม่ซานได้”

หลังจากพูดแบบนั้น ใบหน้าของ เป่ยหมิงเช้อ ก็กลายเป็นแข็งกร้าน

เปลวไฟขั้วอัคคีเหมันก็ถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเส้นสายเปลวไฟขั้วอัคคีเหมันออกมาจากร่างกายของมันและพุ่งไปทางฉื่อหยานจากทุกทิศทาง

เส้นสายที่แข็งตัวกลายเป็นหนามน้ำแข็งและเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกก็กำลังพุ่งเข้ามาใกล้

เขายืนอยู่ตรงนั้น ฉื่อหยานรู้สึกราวกับว่าพื้นที่โดยรอบๆตัวของเขาถูกแช่แข็งและแข็งทื่้อไป

ด้วยอากาศที่หนาวเย็น ทำให้พลังปราณลึกลับของเขาโคจรได้ช้าลง เมื่ออากาศเย็นสัมผัสกับผิวหนัง กระดูกและเส้นเลือดของเขาพวกมันกลายเป็นถูกแช่แข็งเกือบทั้งหมด

ตอนนั้นเอง !

กระแสที่อบอุ่นพลันลอยออกมาจากเลือดและกระดูกของเขา ร่างกายของเขาก็ต่อต้านความหนาวเย็นเหล่านั้นด้วยตัวเอง

จิตวิญญาณอมตะ !

ฉื่อหยานดวงตาสว่างขึ้นและเขาก็รู้สึกยินดีอย่างลับๆ

กระแสอบอุ่นไหลไปทั่วร่างของเขาเหมือนกับกระแสไฟฟ้า เวลาต่อมา ความหนาวเย็นก็ถูกกำจัดไป .

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดใช้เวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้นและตอนนี้เองหนามน้ำแข็งก็ห่างจากเขาเพียงหนึ่งนิ้วเท่านั้น

" กำแพงพลังหยิน ! "

และโล่สีเขียวก็ปรากฏอยู่ข้างหน้าของเขา ซึ่งเขาสร้างมันมาจากพลังปราณหยิน มันส่องแสงแพรวพร่าวที่ดูน่ากลัวออกมา

กำแพงพลังหยินที่มีขนาดใหญ่เท่ากับชามก็ปรากฏขึ้นและปกป้องเขา กำแพงพลังหยินนี้มีขนาดบางและโปร่งใสซึ่งต่อให้อยู่ห่างจากฉื่อหยานสิบเมตรก็สามารถมองเห็นเขาด้อย่างชัดเจน

ถึงแม้ว่า [ ตำราทมิฬ ] จะเป็นเพียงวิชาระดับมนุษย์ แต่มันก็สามารถดูดซับหยินฉีและสร้างเป็นวังวนพลังหยินและไข่มุกพลังหยิน

[ ตำราทมิฬ ] เป็นวิชาที่ใช้ควบคุมพลังปราณหยิน ด้วยความช่วยเหลือของวังวนหลังหยิน และ ไข่มุกพลังหยิน ฉื่อหยานจึงสามารถใช้พลังปราณหยินป้องกันจากการโจมตีทุกประเภทได้ เมื่อไข่พลังหยินยังคงทำงานอยู่ เขาก็สามารถใช้พลังปราณหยินได้ไม่มีที่สิ้นสึด

กำแพงพลังหยินนั้นถูกสร้างจากการโคจรพลังปราณหยินแบบเดียวกับ [ โล่แสงทมิฬ ] เมื่อเขาใช้ [ ตำราทมิฬ ] ทำแบเบดียวกัน ฉื่อหยาน ก็พบว่ามันสามารถป้องกันการโจมตีทุกประเภทได้

[ ตำราทมิฬ ] นั้นเป็นวิชาที่ไม่มีสิ้นสุดโดยแท้จริง !

" บู่ . . บู่ ! "

หนามน้ำแข็งแทงลงไปที่กำแพงพลังหยิน และพลังทั้งหมดของมันก็ถูกดูดซับทันที

เป็น เปลวไฟขั้วอัคคีเหมัน ของ เป่ยหมิงเช้อ ที่ไม่สามารถทะลวงผ่านกำแพงพลังหยินและทำร้ายอะไรฉื่อหยานได้เลย !

ฉื่อหยานยังไม่แม้แต่จะเรียกพลังงานเชิงลบของเขาออกมาเลยด้วยซ้ำ

กำแพงพลังหยินที่ถูกสร้างโดยไข่มุกพลังหยินดูเหมือนจะสามารถรับมือกับจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันได้ แต่กระนั้น เขาก็ยังรู้สึกว่า จำนวนพลังปราณหยินที่อยู่ในกำแพงก็ลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน

พลังของ [ ตำราทมิฬ ] จะแข็งขึ้นตามปริมาณของพลังปราณหยิน

ในการสร้างกำแพงพลังหยินนั้นจะต้องสูญเสียพลังปราณหยินและพลังปราณหยินนั้นจะต้องดูดซับเพิ่มขึ้นเท่านั้นโดยไม่สามารถฟื้นคืนได้เอง หากไม่มีพลังปราณหยิน พลังของไข่มุกพลังหยินก็จะไม่เพิ่มขึ้น

แต่ว่า ฉื่อหยานนั้นได้ดูดซับพลังปราณหยินทั้งหมดในหุบเขาและพื้นที่พลังหยินมา และสร้างเป็นไข่มุกพลังหยินหกเม็ดอยู่ในร่าง ซึ่งนั่นเพียงพอที่เขาจะหยอกล้อกับเป่ยหมิงเช้อได้เป็นเวลานาน !

หนามน้ำแข็งแทงลงบนผนังสีเขียวและอากาศเย็นก็แทรกซึมเข้ามา แต่มันกลับสลายไปอย่างรวดเร็วด้วยพลังปราณหยิน

ดังนั้น การต่อสู้ของพวกเขาจึงหยุดชะงักลงจากสิ่งที่เกิดขึ้น

เป่ยหมิงเช้อ ไม่สามารถเชื่อได้ว่าฉื่อหยานนั้นสามารถสร้างกำแพงที่สามารถรับมือกับเปลวไฟขั้วอัคคีเหมันได้ มันคิดว่าฉื่อหยานสามารถทนได้เพียงแค่ไม่กี่วิเท่านั้น

มันไม่รู้ว่า ฉื่อหยานนั้นได้อยู่ในนภาที่สองของระดับมนุษย์

เมื่อคิดเช่นนั้น มันก็สร้างหนามน้ำแข็งมากขึ้นกว่าเดิน และควบคุมให้มันพุ่งไปประทะกับโล่สีเขียวของฉื่อหยาน

ฉื่อหยานนั้นได้ดูดซับพลังปราณหยินมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งมันได้สร้างเป็นไข่มุกพลังหยินทั้งหกที่แข็งแกร่ง เขานั้นไม่ได้เกรงกลัวเป่ยหมิงเช้อเลย แม้ว่ามันจะอยู่ในระดับหายนะก็ตาม

นอกจากนี้ ฉื่อหยานเองก็ยังคงไม่ได้ใช้พลังงานเชิงลบเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้น เขาจึงยินดีที่จะต่อสู้กับเป่ยหมิงเช้อต่อ

มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน จ้องมองด้วยความสงสัย

สองสาวรู้จักความสามารถ เป่ยหมิงเช้อ เป็นไง

อยู่ในระดับหายนะ ! สืบทอดจิตวิญญานแฝด ! ฝึกวรยุทธ์ด้วยสิ่งล้ำค่าที่สุดของตระกูลเป่ยหมิง เป่ยหมิงเช้อผู้ที่อยู่ที่เหนือทุกคน

ถึงแม้ว่าเป่ยหมิงเช้อจะอยู่ในนภาแรกของระดับหายนะ แต่มันก็สามารถชนะนักรบที่อยู่ในนภาที่สองได้ ! มักนสามารถเทียบได้กับนักรบในนภาที่สาม

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่มันกำลังสู้กับเด็กหนุ่มจากตระกูลฉื่อ กลับเป็นเปลวไฟขั้วอัคคีเหมันของเป่ยหมิงเช้อที่ไม่สามารถกำจัดเขาคนนั้นได้ !

มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน ตกอยู่ในความสับสน

ฉื่อหยานนั้น้คยทำให้สองสาวประทับใจในการประลองที่ศิลาพระเจ้ามาแล้ว แล้วตอนนั้นเขาก็เป็นเพียงนักรบในนภาที่สามของระดับก่อตั้งเท่านั้น .

แต่นี่มันเป็นเพียงแค่สองเดือนหลังจากที่งานประลองจบลงเท่านั้น ฉื่อหยานกลับไปถึงนภาแรกของระดับมนุษย์ เขาช่างมีความสามารถยิ่งนัก

แล้วตอนนี้ เขากลับประมือกับเป่ยหมิงเช้อด้วยระดับบ่มเพาะเพียงนภาแรกของระดับมนุษย์อีก ?

เห็นฉื่อหยานแสดงออกอย่างเฉยเมยต่อกการโจมตีของเป่ยหมิงเช้อ , สองสาวก็ค่อนข้างแปลกใจและมองไปที่ฉื่อหยาน ด้วยความสับสนที่อยู่ในดวงตา

ห้านาที ! 10 นาที ! ครึ่งชั่วโมง

หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านมา กำแพงพลังหยินที่ฉื่อหยานสร้างขึ้นมาก็ยังคงอยู่

ฉื่อหยานดูเฉยเมย และมีความสุขที่ได้ต่อสู้

แต่เป็นเป่ยหมิงเช้อ ที่แทบจะไม่สามารถยืนได้อีกต่อไป

หลังจากครุ่นคิดสักพัก เป่ยหมิงเช้อ หยุดเรียกเปลวไฟขั้วอัคคีเหมันกลับมาและหยุดโจมตีไปที่เขา จากนั้นมันพูดอย่างเย็นชา " ข้าจะไม่เสียเวลากับเจ้าอีก " .

ดาบสีแดงและสีฟ้าที่แปลกประหลาดก็ค่อยๆปรากฏออกมาโดยเป่ยหมิงเช้อ

" ดาบแยกนภา ! "

มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน ถอนหายใจออกมาในเวลาเดียวกันและมองฉื่อหยานด้วความสงสาร และคิดว่า ฉื่อหยานจะต้องตกตายแน่นอน

ดาบแยกนภาเป็นอาวุธระดับวิญญานซึ่งก่อนหน้านี้เป็นของ เป่ยหมิงชาง ก่อนที่เป่ยหมิงชางจะเข้าสู่ระดับปฐพี ซึ่งมีส่วนประกอบของแกนภูเขาไฟพันลูกและการกลั่นด้วยเปลวเพลิงปฐพีแท้จริงและแช่ในน้ำแข็งจากขั้วโลก เป็นเวลา 3 ปี

ดาบแยกนภามีด้วยกันสองสี ครึ่งหนึ่งสีแดงและอีกครึ่งหนึ่งเป็นสีน้ำเงิน

ด้วยความช่วยเหลือของดาบแยกนภา เป่ยหมิงเช้อ , ได้สร้างชื่อเสียงมากมายในเมืองเทียนหยุนและไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับศัตรูคนใดเลย ดาบแยกนภาเป็นดาบที่แหลมคมเป็นอย่างมาก , และยังมีพลังของเปลวเพลิงปฐพีและน้ำแข็งจากขั่วโลกอีก

นักรบที่ถูกสัมผัสโดยดาบแยกนภาจะต้องถูกแช่แข็งและเผาเป็นจุล

มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน รู้จักดาบแยกนภาดี

ดังนั้น เมื่อดาบแยกนภาปรากฏออกมา สองสาวก็คิดว่าฉื่อหยานจัต้องตายแน่นอน

‘’ [ ย้นระยะ ] ! ‘’

เป่ยหมิงเช้อ ตะโกนออกมาและปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าของฉื่อหยาน พร้อมกับดาบแยกนภา เขาฟันมันในอากาศและมันก็เกิดเป็นเปลวไฟสีแดงและสีน้ำเงิน

" ชี... "

กำแพงพลังหยินถูกตัดขาดเป็นสองส่วนโดยดาบแยกนภา

ฉื่อหยาน ก็ตกใจและ เขารีบโคตรพลังของเขาและควบคุมไปที่ [ หลุมแนงโน้มถ่วง ] ที่อยู่ด้านหลังของเขา

ขณะเดียวกันวงหมุน [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] อีกสองอันก็ลอยตามวงแรกไปทันที

พื้นที่รอบๆตัวของฉื่อหยานกลายเป็นบิดเบี้ยวและยุบลงเล็กน้อย

เขายืนอยู่ในวงหมุน [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] ราวกับว่ามันไม่มีตัวตร , ฉื่อหยาน สงบลง แต่สายตาของเขากลับจ้องไปที่เป่ยหมิงเช้ออย่างโหดร้าย

ฉื่อหยานกำลังรอให้เป่ยหมิงเช้อใช้จิตวิญญานย้นระยะเข้ามาหาเขาใน[ หลุมแรงโน้มถ่วง ] !

เป่ยหมิงเช้อ นั้นไม่ทำให้เขาผิดหวังเลย ในที่สุดมันก็ใช้ย้นระยะอีกครั้ง !ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 100 มั่นคง !

คัดลอกลิงก์แล้ว