เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 99 แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า !

บทที่ 99 แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า !

บทที่ 99 แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า !


บทที่ 99 แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า !

ณ พื้นที่ส่วนหัวใจของรูปปั้นหิน

ในหลุมลึกขนาดใหญ่ , ดวงดาวสว่างส่องแสงเหมือนกับหนอนไฟ

ในหลุมลึกนั้นไมไ่ด้ถูกสร้างมาจากหินหรือปูน แต่ใันประกอบไปด้วยคริสตัลสีแดงที่มีจุดสีดำเคลื่อนไหวไปมาบนพื้นพิวของมันเหมือนกับดวงดาว

มีคริสตัลรูปหัวใจสีแดงลอยอยู่กลางหลุม และแสงสว่างจากขอบของหลุมก็พุ่งตรงไปยังคริสตัลนี้

คริสตัลสีแดงดูเด่นชัดและสวยงามเป็นอย่างมาก พร้อมกับมีพลังลึกลับบางอย่างแฝงอยู่ภายใน เมื่อมองไปที่คริสตัลนั่นมันก็เหมือนกับมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

คริสตัลรูปหัวใจมีขนาดใหญ่เท่ากับกำปั้น ส่องแสงสว่างจ้าออกมาจากหลุม ภายใต้แสงสว่าเหล่านั้นเต็มไปด้วยพลังงานที่มหาศาล

บนผนังของหลุมเต็มไปด้วยประกายแสงจากคริสตัลสีแดงและมันก็ส่องแสวระยิบระยับออกมา เหมือนกับเป็นเกราะป้องกันตามธรรมชาติ

ไปที่ด้านข้างของหลุมลึก เป่ยหมิงเช้อที่ดูเรียบเฉยและสามนักรบก็จ้องมองไปที่ผลึกอย่างประหลาดใจ

ขึ้นไปบนท้องฟ้า มีรูปแบบดวงดาวคล้ายกับคลื่นระลอกใหญ่ฉายแสงของมันลงมาบนผลึก และลอยไปใสอย่างช้าๆ

นักรบจะรู้สึกได้ถึงพลังลึกลับจากคริสตัลนั่น ราวกับว่ามันมีความสามารถที่จะดูดซับพลังงานทั้งหมดจากดวงดาวเหล่านั้นได้ นี่มันช่างดึงดูดนักรบทุกคนยิ่งนัก

ไม่ว่าจะเป็น เป่ยหมิงเช้อ หรือ นักรบทั้งสามจากโลกมืด พวกมันต่างก็จ้องไปที่คริสตัลด้วยความโลภ .

" ทำไมนายน้อยยังมาไม่ถึงกัน ? คริสตัลลึกลับนี้จะต้องถูกเป่ยหมิงเช้อเอาไปแน่ ! " นักรบของโลกมืดที่อยู่ในนภาแรกของระดับหายนะพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชา ใบหน้าของมันจ้องไปที่คริสตัลอย่างประหลาด

นักรบอีกสองคนที่อยู่ในนภาที่สามของระดับมนุษย์ กำลังเฝ้ารอการปรากฏตัวของมู่ฮุ่ย

เป่ยหมิงเช้อ ยืดมือซ้ายของมันออกไป และเปลวไฟสีฟ้าก็ลอยออกมา เปลวไฟสีฟ้าลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และกลายเป็นมือขนาดใหญ่สีฟ้าแตะลงไปบนคริสตัล

" บูม ! "

ปรากฏเป็นโล่แสงคริสตัลและเสียงดังขึ้น มืดขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างจากจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันของเป่ยหมิงเช้อก็ถูกขวางกั้นด้วยโล่แสงนั่น

มือสีฟ้าขนาดใหญ่ก็แตกออกทันทีเมื่อประทะเข้ากับโล่แสง

เปลวไฟสีฟ้าขนาดใหญ่กลายเป็นเปลวไฟขนาดเล็กและยังคงประทะเข้ากับโล่แสง และมันก็ค่อย ๆกลายเป็นมือสีฟ้าขนาดใหญ่อีกครั้ง

เป่ยหมิงเช้อ ไม่ยอมแพ้ มันเรียกจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันออกมาอีกครั้ง

" บูม ! "

โล่แสงทำงานอีกครั้งและจิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันขอเป่ยหมิงเช้อก็เปลี่ยนมันกลับไปเปลวไฟสีฟ้าขนาดเล็ก

ด้วยการโจมตีของเป่ยหมิงเช้อ ทั้งสองครั้ง โล่แสงที่เหมือนลูกโป่งก็บิดตัวไปมา และมันก็หดตัวลงมาเล็กน้อย

จิตวิญญานขั้วอัคคีเหมันของเป่ยหมิงเช้อนั้นสามารถแช่แข็งอากาศและทุกอย่างได้ ทุกครั้งที่มือใหญ่ไปสัมผัสกับโล่แสงอากาศเย็นยะเยือกก็จะซึมลงไป

หลังจากโจมตีอยู่หลายครั้ง พลังป้องกันของโล่แสงก็กลายเป็นคนอ่อนแอลง

เป่ยหมิงเช้อแอบมีความสุขอยู่ลับๆและ ดวงตาของมันก็ส่องประกายออกมา

" ปัง ! ปัง ! ปัง ! "

ภายใต้การจ้องมองไปที่เป่ยหมิงเช้อของนักรบทั้งสาม เป่ยหมิงเช้อยังคงใช้เป่ยหมิงเช้อโจมตี้ไปที่โล่แสงอีกครั้งและอีกครั้ง เพื่อให้อากาศที่เย็นยะเยือกบั่นทอนการป้องกันของโล่แสงลง

" แย่แล้ว ! "

ตอนนั้นเอง นักรบในระดับหายนะสีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปและมันก็พูดออกมาด้วยเสียงเบาๆ " เป่ยหมิงเช้อ จะได้คริสตัลไปครอบครงแล้ว ถ้าเราไม่ขัดขวางมันหละก็ นายน้อยของเราก็คงจะมาสายเกินไป ! ท่านจักรพรรดิ์และนายหญิงแห่งโลกจะต้องโกรธเป็นอย่างมากแน่ หากเป่ยหมิงเช้อได้คริสตัลนี่ไปครอบคลอง "

" งั้นตอนนี้พวกเราจะทำยังไงดี ? "

" หยุดเป่ยหมิงเช้อสะ ! "

คนที่สั่งออกมาทันทีมันก็เรียก [ กรงเล็บโลกาทมิฬ ] ออกมา

ตอนนั้นเอง มือยักษ์สีฟ้าของเป่ยหมิงเช้อที่กำลังจะประทะกับโล่แสงก็ถูกขัดขวางด้วย [ กรงเล็บโลกาทมิฬ ] ที่ปรากฏขึ้น

" ชีชีชี "

ทันทีที่มันประทะเข้ากับมือสีฟ้า กรงเล็บก็ชะลอตัวลงและส่องแสงสีฟ้าสลัวออกมา ; มันถูกกำหราบโดยฝ่ามือขั้วอัคคีเหมันทันที

ตอนนั้นเองนักรบอีกสองคนก็ทำเช่นเดียวกันพวกมันใช้ [ หนามโลกาทมิฬ ] จู่โจมไปที่เป่ยหมิงเช้อ

ใบหน้าของเป่ยหมิงเช้อก็กลายเป็นเย็นชาและมันก็พูดออกมา " สุดท้ายพวกเจ้าก็ไม่สามารถทนรอได้สินะ "

ทันที เป่ยหมิงเช้อ ก็หายไปในอากาศ

เวลาต่อมา เป่ยหมิงเช้อ ก็ปรากฏตัวอยู่ข้างๆพวกมัน พร้อมกับเปลวไฟอัคคีครามเหมันขนาดเล็กที่จู่โจมไปยังนักรบทั้งสาม

นักรบทั้งสามตกอยู่ในความกลัวและพวกมันก็ร่วมมือกันรับมือกับเป่ยหมิงเช้ออย่างรวดเร็ว

" [ ย้นระยะ ! ] "

เป่ยหมิงเช้อ ตะโกนออกมาและร่างของมันก็หายไป

" ปัง ! "

และนักรบในนภาที่สามของระดับมนุษย์ก็ล้มลงกับพื้นไปด้านหลัง

เป่ยหมิงเช้อปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชา " พวกเจ้ากล้าลองดีกับข้างั้นรึ ? "

เป็นเปลวเพลิงสีฟ้าขนาดเล็กที่จู่โจมไปยังนักรบและทำให้มันตกตายทันที

" [ ย้นระยะ ! ] "

เป่ยหมิงเช้อ ตะโกนขึ้นอีกครั้งและก็ปรากฏตัวขึ้นอยู่ด้านหลังของนักรบอีกคน และเขาก็ฟาดไปที่หัวของมัน

" ปัง ! "

หัวของมันระเบิดออกและมันก็ตกตายในทันที

นักรบคนสุดท้ายที่อยู่ในระดับหายนะก็นั่งลงด้วยความหวาดกลัวและพยายามที่จะเรียก [ หนามโลกาทมิฬ ] ออกมา

ปรากฏเป็นแสงสีเขียวเหมือนกับหนามออกมาจากร่างกายของมันและหนามนั่นก็พุ่งไปทุกทิศทาง

" เจ้าเป็นนักรบในระดับหายนะก็จริง แต่เจ้านั้นไม่ได้รับการโปรดปรานจากพระเจ้า เจ้าไร้ซึ่งจิตวิญญานต่อสู้ . " เป่ยหมิงเช้อ แสยะยิ้มออกมา

และกำแพงเพลิงขั้วอัคคีเหมันก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าของเขา และมันก็ขวางกันหนามเหล่านั้น .

นักรบในระดับหายนะสีหน้าเปลี่ยนไป โดยไม่ลังเล มันเรียกหนามออกมาอีกครั้งและปลดปล่อยออกไปทุกทิศทาง

มันรู้ว่า เป่ยหมิงเช้อนั้นมีจิตวิญญานย้นระยะ ดังนั้นมันจึงยิงหนามออกไปทุกทิศทาง แต่นี่ก็ทำให้มันสูญเสียพลังปราณลึกลับเป็นจำนวนมาก

มันต้องการที่จะซื้อเวลาเพื่อรอให้มู่ฮุ่ยมาถึง

แต่น่าเสียดายที่มันนั้นไม่รู้ว่า มู่ฮุ่ยถูกฆ่าตายโดยฉื่อหยานไปแล้ว

เป่ยหมิงเช้อยืนอยู่ด้านหลังของกำแพง โดยไม่เร่งรีบ เขามองไปที่นักรบเหมือนกับแมวที่หยอกหนู " ข้าจะดูว่าเจ้าจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน " .

แน่นอนว่ามันไม่สามารถทนได้นาน

สามนาทีต่อมา หนามของมันที่ยิงออกมาก็กลายเป็นน้อยลงและน้อยลง

การเรียก [ หนามโลกาทมิฬ ] ออกมานั้นสูญเสียพลังปราณลึกลับเป็นอย่างมาก

แม้ว่าหนามเหล่านั้นจะทรงพลัง แต่มันก็เผาพลาญพลังปราณลึกลับมากเกินไป

ดังนั้น ตอนนี้พลังปราณลึกลับของมันจึงใกล้จะหมดเต็มที

ทำไมคุณชายยังมาไม่ถึงกัน !

ชายคนนั้นมองไปรอบๆอย่างรวดเร็วและกลายเป็นตกใจมากขึ้น

" เจ้าไม่ได้พบกับมันหลอก ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังรอมู่ฮุ่ยอยู่ " เป่ยหมิงเช้อ พูดออกมาอย่างไม่แยแส "เพราะเจ้ากำลังจะตายไงหละ ! "

แล้ว เป่ยหมิงเช้อ ก็หายตัวไปอีกครั้ง

ตอนนั้นเอง ร่างของเขาก็ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง และเขาก็พุ่งผ่านหนามไปยังนักรบคนนั้น

ภายใต้การจ้องมองด้วยความหวาดกลัวของมัน น้ำแข็งที่ปกคลุมร่างของเป่ยหมิงเช้อก็ขยายใหญ่ขึ้นและปกตลุมไปด้วยขั้วอัคคีเหมันอีกชั้นหนึ่ง

" กักกัก กักกัก ! "

ร่างของเขากลายเป็นถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งที่แข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาซีดเหมือนกับซากศพพร้อมกับใบหน้าที่แสดงออกมาอย่างน่ากลัว

เป่ยหมิงเช้อ ยกขาขึ้นและเตะไปที่นักรบคนนั้นที่มีใบหน้าสิ้นหวัง

" ปัง ! "

นักรบคนนั้นถูกแช่แข็งและร่างของมันก็แตกกระจายกลายเป็นเศษน้ำแข็งกระเด็นไปทั่ว

ในที่สุดร่างกายของมันแตกเป็นเสี่ยงๆ

เป่ยหมิงเช้อเดินก้าวอย่างสบายเข้าไปยังหลุมลึก และขมวดคิ้วลงเมื่อมองไปที่คริสตัลที่ลอยอยู่ " ในที่สุดมันก็สงบ "

" แต๊กแต๊ก ! แต๊กแต๊ก ! "

ตอนนั้นเอง ก็มีแสงพุ่งมาจากที่ห่างไกล

เป่ยหมิงเช้อ ขมวดคิ้วด้วยสีหน้ารำคาญ " น่ารำคาญนัก ! พวกคนจากโลกมืดเหล่านี้ฆ่ายังไงก็ไม่หมดสักที . "

เมื่อนมันหันหัวกลับมา เป่ยหมิงเช้อ มองไปยังทิศทางที่แสงพุ่งมา

" หืม ? "

เป่ยหมิงเช้อ ตกอยู่ในความประหลาดใจและแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับเดินขึ้นไปเหนือหลุม " น่าแปลกที่เจ้าเด็กนนั้นยังรอดจากนักรบจากโลกมืด " .

ฉื่อหยานหยุดเคลื่อนไหวตและจ้องไปที่เป่ยหมิงเช้อที่ดูมืดมน

" ฉื่อหยาน โชคดีจริง ๆที่เจ้ามาเจอกับข้าที่นี้ " เป่ยหมิงเช้อตาเป็นประกาย " เราทั้งคู่ต่างก็มาจากตระกูลใหญ่ทั้งห้าของสมาคมการค้า ดังนั้นเราสามารถเป็นสหายกันได้ในอนาคต เช่นนั้นแล้ว , ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า เจ้าจงไปสะ และข้าก็จะแกล้งทำเป็นว่า ไม่เคยพบเจ้าที่นี่มาก่อน "

" เจ้าจะฆ่าข้างั้นรึ ? " ฉื่อหยานยิ้ม .

" ถูกต้อง ! ไปสะ ! ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ " เป่ยหมิงเช้อ พยักหน้า

" แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า ! " ด้วยรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นจากมุมปากของเขา ฉื่อหยานแววตาก็กลายเป็นเย็นยะเยือกและเขาก็พูดออกมา " ข้ารอเวลานี้มานานแล้ว ! "

ตอนแรกเป่ยหมิงเช้อนั้นรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากที่เห็นเขาพูดออกมาเช่นนั้น ไม่นานมันก็ดึงสติของตัวเองกลับมาและพูดกลับไป " ช่างกล้านัก ไม่เป็นไร ข้าใช้เวลาฆ่าเจ้าไม่นานหลอก และเมื่อฆ่าข้าเจ้า ตระกูลเจ้าก็จะสูญเสียอนาคตไป ถ้าเป็นเช่นนั้นท่านปู่ของข้าจะต้องชอบแน่นอน . "

ขณะที่เขากำลังพูดอยู่ เป่ยหมิงเช้อก็ก้าวเดินเข้าหาเขาอย่างช้าๆโดยไม่ใช้ย้นระยะ

" แต๊กแต๊ก ! แต๊กแต๊ก ! "

มีเสียงก้าวเดินดังขึ้นมาจากที่ห่างไกลอีกครั้ง

ไม่นาน มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน ก็เคลื่อนไหวเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล

เมื่อพวกนางมาถึง พวกนางไม่ได้มองไปที่ฉื่อหยานเลย พวกนางเพียงจ้องมองไปที่เป่ยหมิงเช้อและมู่หยู่เตี๋ยก็พูดออกมาด้วยความสุข " คุณชายเป่ยหมิงท่านมาถึงนานแล้วรึ ? "

เป่ยหมิงเช้อ อ่อนโยนลงเล็กน้อย และพยักหน้าให้กับนางพร้อมกับยิ้ม " ถูกต้อง ข้ามาถึงที่นี่นานแล้ว และข้าก็พึ่งกำจัดคนจากโลกมืดไป เพราะเกรงว่ามันจะสร้างปัญญาได้ในภายหลัง . "

" เอ่อ.. แต่เจ้าก็ยังจัดการข้าไม่ได้นะ " ฉื่อหยานพูดออกมาอย่างเบื่อหน่ายและไม่แยแส

"เจ้ารึ ? หึหึ เจ้าหนะไร้ค่าเกินกว่าจะสร้างปัญญหาให้ข้าได้ " เป่ยหมิงเช้อแสยะยิ้ม " การฆ่าเจ้าไม่อยากเกินไปกว่าฆ่ามดตัวนึงด้วยซ้ำ"

" งั้นก็เข้ามา ! "ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 99 แต่ข้าหนะอยากจะฆ่าเจ้า !

คัดลอกลิงก์แล้ว