เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 93 วิชาเทพสืบค้น

บทที่ 93 วิชาเทพสืบค้น

บทที่ 93 วิชาเทพสืบค้น


[TL. ขอแก้ไขความใหม่นะครับ ประมาณตอนที่ 50-70 ที่บอกว่าเสี่ยวฮานยี่เป็นหนึ่งใน 3 ราชาอสูรที่เหลือในดินแดนสี่อสูร ขอเปลี่ยนใหม่เป็น ข้ารับใช้อสูร ของหยางตั่วซึ่งพ่อของหยางไห่ ปู่ของฉื่อหยานนะครับ แล้วก็ ที่บอกว่า เสี่ยวฮานยี่จะมาตามล่าหยางไห่ ขอแก้เป็น มาตามตัวหยางไห่ด้วยตัวเอง และ ที่เซี่ยซินหยาน ตกใจก็เพราะว่า เสี่ยวฮานยี่นั้นเป็นคนที่แข็งแกร่งและน่ากลัวและยังเผด็จการ และอีกอย่างคือ เซี่ยซินหยานนั้นรับยาจากตระกูลหยางมาแล้ว หากหาตัวหยางไห่ไม่ทันก่อนที่เสี่ยวฮานยี่จะมา นางจะต้องได้รับผลกระทบแน่ ๆ ตัวนางเองก็ไม่อยากจะมีปัญหากับตระกูลหยางเท่าไหร่นัก …… อย่างที่เคยบอกไป ผมก็อ่านพร้อมๆกับพวกท่านบางครั้งก็มีเข้าใจเนื้อเรื่องผิดไปบ้าง จึงขออภัยเป็นอย่างสูง ]

บทที่ 93 วิชาเทพสืบค้น

ณ เมืองเทียนหยุน

คืนนั้น จุดสีดำก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเหนือเมือง จุดสีดำปรากฏขึ้นใต้แสงจันทร์ และรวมตัวกัน จากนั้นก็ลอยไปยังทิศทางของศาลาหมอก

นักรบยอดฝีมือหลายคนมองขึ้นไป เพื่อค้นหาว่า จุดดำเหล่านี้เป็นสัตวอสูรหรือไม่

จุดสีดำประหลาดห้าสิบจุดค่อยๆบินไปทางศาลาหมอกเหมือนกับเงาที่มืดมิด

ทันทีที่จุดดำเหล่านี้ลงมาถึงพื้น สายตาเฉียบคม ของนักรบหลายคนก็พบว่าพวกมันทั้งห้าสิบตัวคือค้างคาวซึ่งมีขนาดยาวปวดถึงเจ็ดมตร ร่างกายของมันดูแข็งแกร่งและมีเข็มเงายื่นยาวออกมา มันดูราวกับว่าพวกมันเป็นสัตว์ประหลาดที่มาจากนรก

ค้างคาวเหล่านี้เปล่งออร่าสีดำออกมาซึ่งมันเต็มไปด้วยความเศร้าและความหวาดกลัว

ที่นั่งอยู่บนร่างของค้างคาวตัวใหญ่เป็นนักรบที่มีใบหน้าแข็งกร้าน ท่าทางเหมือนกับยมฑูต มันเปล่งออร่าสีเลือดออกมา เหมือนกับว่าชีวิตทุกๆชีวิตอยู่ในกำมือของมัน

ที่ด้านหน้าของกลุ่มค้างคาวตัวใหญ่ เป็นชายวัยกลางคน คนหนึ่งนั่งอยู่ซึ่งใบหน้าของเขามีรอบแผลเป็นปรากฏขึ้น . แผลของเขาช่างดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก

แผลเป็นบนใบหน้าของเขาดูเหมือนกับไส้เดือนที่เลื้อยจากบนใบหน้าของเขาลงไปที่ลำคอ ราวกับว่ามันคอบปกปิดใบ้หน้าที่แท้จริงของเขา

ใบหน้าเขาดูเย็นชาพร้อมกับเปล่งออร่าสีเลือดออกมา ใครก็ตามที่พยายามเข้ามาใกล้ๆก็ต้องถูกผลักกระเด็นออกไป

หนึ่งในค้างคาวทั้งห้าสิบที่มีเลือดสีเขียวก็ลงสู่พื้นดินก่อนที่จะถึงศาลาหมอก

ผู้จัดการของศาลาหมอก กู่ลั่ว , และคนของเขากำลังยืนรออยู่เป็นเวลานาน ทันทีที่เห็นแขกมาถึง เขาก็คุกเข่าลงและทักทายพวกเขาด้วยความเคารพ " ท่านเสี่ยว ข้ากู่ลั่วจากศาลาหมอก”

เสี่ยวฮานยี่ ได้ลงจากมาจากค้างคาวยักที่อยู่ข้างหน้า และก้าวเดินอย่างสบาย .

ผู้คนจากศาลาหมอกทั้งหมดใบหน้าเริ่มซีดและหลีกเลี่ยงสายตาที่จะจ้องไปยังเขา บางคนแทบจะไม่สามารถควบคุมความร่างกายได้และอาเจียนออกมา

หลังจากนั้น อสูรรับใช้จากตระกูลหยางจากทะเลไม่มีที่สิ้นสุดก็ได้ลงมาจากบนหลังม้าที่พวกเขาขี่มา และเดินตามเสี่ยวฮานยี่เข้าไปยังศาลาหมอก

ค้างคาวทั้งหมดที่อยู่ในสนามสี่เหลียมด้านนอกศาลาหมอกจ้องไปยังนักรบที่คุกเขาอยู่ด้วยดวงตาสีเขียวอย่างเย็นชน , ราวกับว่าพวกมันนั้นต้องการจะกืนเนื้อสดๆจากมนุษย์เหล่านี้

เมื่อถูกค้างคาวเหล่านั้นมองมาแบบนั้น , นักรบของศาลาหมอกก็หวาดกลัวและตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

เสี่ยวฮานยี่นั่งอยู่บนที่นั่งของผู้นำอย่างเป็นธรรมช่จิ และชายตาของเขาก็เหลือบมองไปที่กู่ลั่ว " สถานการณ์เป็นอย่างไร ? "

" คุณหนู . . . คุณหนูเซี่ยตอนนี้ได้เดินทางไปยังบึงมรณะ ตั้งแต่แผนที่ได้หลอมรวมกัน มันก็ชี้ทิศทางว่าประตูสวรรค์จะปรากฏขึ้นที่นั่น " กู่ลั่ว เป็นกังวล

" ข้าไม่ได้ถามเรื่องนั้น " ใบหน้าของเสี่ยวฮานยี กลายเป็นเย็นชา

พร้อมกับมีอำนาจลึกลับบางอย่างระเบิดออกมา ภายในศาลาหมอกทันที !

พลังเหล่าั้นกดดันไปที่กู่ลั่ว เหมือนกับมือใหญ่บีบมาที่คอของเขาและยกเขาขึ้นที่ด้านหน้าของเสี่ยวฮานยี่

" ท่านพ่อ ! ! ! "

" นายท่าน ! "

สมาชิกในตระกูลของกู่ลั่วทุกคนตกอยู่ในความหวาดกลัวและมองไปที่เสี่ยวฮานยี่ด้วยความโกรธ และพร้อมที่จะต่อสู้แลกชีวิตกับเขา

ผู้คุมกันอสูรบางส่วนมองไปที่คนเหล่านั้นอย่างไม่แยแส และคนๆหนึ่งก็ถามขึ้นมา " นายท่าน , จะให้ข้าจัดการกับตระกูลกู่ลั่วเลยหรือไม่ ? "

" นายท่านเสี่ยว ! " กู่ลั่วขัดขืน , และไอออกมา , พร้อมกับพูดด้วยความหวาดกลัว " นายท่านเสี่ยว เราได้พยายามอย่างที่สุดเร็ว ! ! หากท่านให้เวลาข้า ข้าสัญญาว่าจะต้องค้นหาหยางไห่พบแน่นอน "

" เปิดตาของเจ้าสะ ! " เสี่ยวฮานยี่ จ้องไปที่กู่ลั่วและคำรามออกมา .

" ปัง ! "

กู่ลั่ว ล่วงลงมาจากกลางอากาศและหล่นลงบนพื้น เขาพยักหน้าและอธิบายด้วยความหวาดกลัว " เราได้ส่งทุกคนให้ออกตามหา หยางไห่ในเมืองเทียนหยุนแล้ว แต่ก็ไม่มีผู้ใดเป็นคนที่เรากำลังตามหาเลย ตอนนี้เราจะส่งคนของเราไปค้นหาที่เมืองอื่นเช่นกัน ข้าสัญญาท่านจะต้องได้รับข่าวดีในเร็วๆนี้แน่ "

" เอาผลึกวิญญานโลหิตออกมา " เสี่ยวฮานยี่คิดสักพัก แล้วยืดมือของเขาออกไป

ผลึกวิญญานโลหิตที่คล้ายกับของเซี่ยซินหยาน ก็ลอยออกมาจากกู่ลั่ว และปรากฏอยู่บนมือของเสี่ยวฮานยี่

" ทุกคนยกเว้นกู่ลั่ว , ออกไป ! " หลังจากได้รับผลึกวิญญานโลหิต เสี่ยวฮานยี่ ก็สั่งอย่างเย็นชา

" ทุกคนออกไปสะ ! " กู่ลั่วส่งสัญญาณให้คนของเขาออกไป

ไม่นาน ก็มีเพียงคนของเสี่ยวฮานยี่เท่านั้นที่อยู่ในห้อง

" ข้ามีเวลาไม่มาก " เสี่ยวฮานยี่ ถอนหายใจออกมา และพูดออกมาอย่างไม่แยแส " ตระกูลเซี่ยนั้นทำงานได้ล่าช้าจริง ๆ นี่ข้าเพียงแค่ให้ตามหาคนเดียวๆ "

แล้วเสี่ยวฮานยี่ ก็ลู่บไปยังผลึกวิญญานโลหิตและปิดตาของเขาลง

โดยมีเสี่ยวฮานยี่เป็นศูนย์กลาง , พลังที่แข็งแกร่งก็กระจายออกไปทั่วเมืองเทียนหยุน

ภายในผลึกวิญญานโลหิต แสงสีแดงก็ปรากฏขึ้นและปรากฏใบหน้าขึ้นมากมาย เต็มไปด้วยใบหน้าที่แสดงทุกอารมณ์ออกมา ปรากฏอยู่บนพื้นผิวของผลึก ใบหน้าของมันเหมือนกับภูติผีที่อยู่ในสายผลึกวิญญานโลหิตและหลังจากที่พวกมันปรากฏขึ้นไม่เกิน 3 วินาที

" วิชาเทพสืบค้น ! " กู่ลั่วตกใจ

วิชาเทพสืบค้นคือวิชาลุกลับ ตราบใดที่มีเลือด เนื้อ กระดูก หรือแม้แต่เส้นผม ของเป้าหมาย เขาก็สามารถหาเป้าหมายได้พบด้วยวิชานี้ มากกว่านั้น วิชานี้อณาเขตในการค้นหายังกว้างขวางเป็ยอย่างมากอีกด้วย

ทันทีที่เสี่ยวฮานยี่ หลับตาลง ก็ปรากฏเป็นพลังขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วทั้งเมืองเทียนหยุน

นักรบที่มีระดับต่ำกว่าระดับรู้แจ้งในเมืองเทียนหยุนทั้งหมด เมื่อสัมพัสได้ถึงกระแสพลังที่ปกคลุมไปด้วยทั่วเทียนหยุน ก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว

ยอดฝีมือมากมายในเมืองเทียนหยุนต่างก็ตกใจ

เป็นพลังที่แข็งแกร่งกว่าของเป่ยหมิงชางถึงสองระดับ มันครอบคลุมไปทัวเมืองเทียนหยุนทั้งหมด และมันยงคงขยายอณาเขตออกไปเรื่อยๆ

ตอนนั้นเอง ยอดฝีมือทั้งหมดในตระกูลใหญ่ทั้งห้าต่างก็รู้สึกถูกคุกคาม ณ ช่วงเวลาที่สำคัญนี้ ตระกูลใหญ่ทั้งห้าได้เริ่มส่งข้อความเพื่อหาลือกันและเริ่มเดาสิ่งที่ศาลาหมอกกำลังทำอยู่

วิชาเทพสืบค้นขยายอาณาเขตออกไปอย่างต่อเนื่อง . . . . . . .

คลื่นพลังที่ปกคลุมไปทั่วทั้งเมือเทียนหยุนก็สั่นสะเทือนคล้ายกับพายุทอร์นาโด เหมือนกับว่ามันกำลังตรวจสอบทุกๆชีวิตที่มันสัมพัสได้

เปิดเป็นสีโลหิตระเบิกออกมาและจุดต่างๆก็หลอมรวมกันบนพื้นผิวของผลึกวิญญานโลหิตและปรากฏเป็นใบหน้าของคนๆหนึ่งขึ้น

ปรากฏเป็นภาพบางอย่างขึ้นบนผลึกวิญญานโลหิต

เป็นชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ในรถม้า ที่กำลังเดินทางเข้ามาที่เมืองเทียนหยุนจากทางด้านตะมันตก

จู่ๆเสี่ยวฮานยี่ก็ลืมตาขึ้นมา

" เขาเป็นใครกัน ? "

" หยางไห่ บุตรบุญธรรมของฉื่อเจี้ยน จากตระกูลฉื่อ " ใบหน้าของกู่ลั่วเปลี่ยนแปลงไปด้วยความประหลาดใจ

" เป็นเขางั้นรึ "

เสี่ยวฮานยี่รีบยืนขึ้นและหายตัวไป

เวลาต่อมา เสียงของค้างคาวโลหิตเขียวก็ดังขึ้นบนท้องฟ้าเหนือศาลาหมอก

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เสี่ยวฮานยี่ ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าหยางไห่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

" เจ้าเป็นใคร ? หึ ! หรือว่าตระกูลโม่จะเป็นคนส่งเจ้ามาที่นี่ " หยางไห่ ดูค่อนข้างสงบ แต่เมื่อเขาเห็นกู่ลั่ว เขาตะโกนด้วยความโกรธ " กู่ลั่ว ! นี่ศาลาหมอกของเจ้าร่วมมือกับตระกูลโม่งั้นรึ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? ตระกูลของเรากับศาลาหมอกเจ้ากำลังร่วมมือกันตามหาสมบัติอยู่ เจ้าจะทำอะไรกันแน่ ? "

กู่ลั่วยิ้มอย่างขมขื่นแล้วโค้งตัวขอโทษด้วยความอ่อนน้อม และพูดออกมาด้วยความลำบากใจ " นี่แตกต่างออกไป แตกต่างออกไป... "

" ดีใจที่ได้เจอท่าน นายน้อย ข้าเสี่ยวฮานยี่ และนี่ผู้คุมกันจาดตระกูลหยาง . " เสี่ยวฮานยี่ คำนับ " ข้าจะอธิบายทุกอย่างให้ท่านฟังเอง "

เสี่ยวฮานยี่ อธิบายเรื่องราวให้หยางไห่ฟังอย่างสุภาพ " ท่านเป็นคุณชายจากตระกูลหยางจากทะเลที่ไม่มีสิ้นสุด ท่านหัวหน้าตระกูลได้พลัดพรากจากท่านเมื่อเริ่มต่อสู้ในดินแดนสี่อสูร และข้าก็มาเพื่อพาท่านกลับไป ตั้งแต่ที่ท่านหัวหน้าตระกูลได้พลัดพรากจากท่านที่ดินแดนสี่อสูร ท่านก็กังวลเรื่องของคุณชายเป็นอย่่างมาก แต่เนื่องจากว่าท่านนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส บัดนี้พึ่งรักษาหายได้ไม่นาน เช่นนั้นจึงพึ่งออกมาตามหาท่าน . . . . . . . "

" ทะเลที่ไม่สิ้นสุด ตระกูลหยาง ? " หยาง ไห่ ตกใจและสับสน เขาคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ออก

เขายืนอยู่ตรงนั้น ด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเรื่อง และความคิดต่าง ๆก็ปรากฏขึ้นมาในใจของเขา

ตอนนั้น เขาก็จำได้ว่าเมื่อตอนที่ฉื่อหยานได้ทดสอบบางอย่างกับเขาในห้องแรงโน้มถ่วง แขนของเขาถูกฟันเป็นแผล แต่มันก็รักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็วกว่าฮันเฟิง ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าเขานั้นได้รับสืบทอดจิตวิญญานที่อัศจรรย์

และเมื่อได้ยินเสี่ยวฮานยี่พูดเช่นนั้น เขาก็มั่นใจเลยว่าเสี่ยวฮานยี่ต้องพูดเรื่องจริง

อย่างไรก็ตาม , เขาอาศัยอยู่ที่สมาคมการค้าและฉื่อเจี้ยนก็ดีกลับเขาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เขายังมีลูกชายของเขา ฉื่อหยานที่ยังอยู่ที่นี่อีก และเขาเองก็ไม่ใช่นักรบด้วย . . . . .

เรื่องภูมิหลังทุกอย่างที่เขารับรู้ ทำให้หยาง ไห่ รู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก เขานั้นไม่อยากจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ทะเลไม่มีสิ้นสุดเท่าใดนัก

หลังจากที่คิดเป็นเวลานาน หยางไห่ก็ส่ายหัว " ข้าจะไม่ไปที่ทะเลไม่มีสิ้นสุด ข้านั้นไม่เคยฝึกฝนวิชาต่อสู้มาก่อน มันสายเกินไปที่จะเริ่มต้นการฝึกในวัยของข้าตอนนี้ ข้าจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ และไม่อยากจะยุ่งเกี่บวกับทะเลไม่มีสิ้นสุด ข้าเกรงว่าท่านต้องกลับไปโดยไม่มีข้าแล้ว ท่านจงคิดเสียว่า ข้านั้นได้ตายไปแล้วเถอะ "

" คุณชาย " เสี่ยวฮานยี่ ตะโกนว่า " ท่านเป็นผู้สืบทอดของตระกูลหยาง ท่านจะต้องต่อสู้เพื่อตระกูลของเรานะ "

หลังจากที่หยุดสักพัก เสี่ยวฮานยี่ ก็กล่าวว่า " แม้ว่าคุณชาย จะไม่ใช่หนุ่มๆ แล้ว แต่ก็อย่าได้กังวลไป ท่านหัวหน้าตระกูลนั้นคาดหวังกับท่านไว้มาก และท่านก็ได้เตรียมยาอายุวัฒนะ และเม็ดยาระดับราชันย์ ไว้ให้ท่านแล้ว ! มันเป็นเรื่องง่ายอย่างมากที่ท่านจะบรรลุถึงระดับหายนะ โดยใช้เวลาเพียแค่สิบปี ! "

" อายุวัฒนะ ! " กู่ลั่วร้องออกมาเสียงดังและพยายามเกลี้ยกล่อมหยางไห่ " คุณชาย ยานี่เป็นหนึ่งในยามหัศจรรย์ของทะเลไม่มีสิ้นสุด อายุวัฒนะหนึ่งเม็ดนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกอย่าง แม้แต่ความสามารถของท่านเองก็จะเปลี่ยนไปด้วย นายน้อย ได้โปรดรับโอกาสนี้ไปเถอะ "

เม็ดยาระดับราชันย์

ถึงแม้ว่าจะเป็นราชาเม็ดยาทั้งสามจากหุบเขาสมุนไพรที่เป็นนักกลั่นสกัดระดับวิญญาน พวกเขาก็ไม่เคยปรุงเม็ดยาระดับราชันย์ได้มาก่อน

จนถึงตอนนี้ เม็ดยาระดับราชันย์นั้นไม่เคยปรากฏขึ้นในจักวรรดิ์อัคคี จักวรรดิ์พรพระเจ้าหรือสมาคมการค้า มาก่อนเลย !

ว่ากันว่า เม็ดยาระดับราชันย์หนึ่งเม็ดนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้

เสี่ยวฮานยี่ และ กู่ลั่ว การที่พวกเขาพูดออกมาเช่นนั้น ทำให้หยางไห่กลับมาคบคิดอีกครั้ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเขานั้นต้องการที่จะทดสอบยาเหล่านั้น

" ข้านั้นไม่เคยฝึกฝนวิชาต่อสู่เลยตั้งแต่เด็ก ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถปรับตัวและกลายเป็นนักรบได้แล้วในตอนนี้ "

หลังจากที่เงียบมานาน หยางไห่ก็มองเสี่ยวฮานยี่ และกล่าวว่า " หัวใจของข้าได้ตายไปตั้งแต่ข้าเสียภรรยาไปแล้ว แล้วข้าก็ไม่ได้ฝันสิ่งใดอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ข้ามีบุตรชายที่เกิดจากภรรยาอยู่หนึ่งคนเขาชื่อ ฉื่อหยาน และเขาก็ได้รับสืบทอดจิตวิญญานจากทั้งสองตระกูลอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น จิตวิญญานอมตะของตระกูลหยาง หรือ จิตวิญญานกายาแข็งของตระกูลฉื่อ และเขาเองก็ไม่ได้ฝึกฝนวิชาต่อสู้ตั้งแต่เด็กตลอดสิบเจ็ดปีทีผ่านมา แต่เขานั้นกลับอยู่ในนภาที่สามของระดับก่อตั้งได้ . บางทีเจ้าน่าจะมอบเม็ดยาเหล่านั้นให้แก่เขา "

" ฉื่อหยาน ! "

กู่ลั่วร้องออกมาและหันไปพูดกับเสี่ยวฮานยี่ " นายท่านเสี่ยวฮานยี่ เขาเป็นเด็กอัศจรรย์นัก ! เข้านั้นมีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก และยังมีทะเยอทะยานและจิตใจที่เข้มแข็งอีกด้วย ! "

" อายุสิบเจ็ดปี สืบทอดจิตวิญญานแฝด อยู่ในนภาที่สามของระดับก่อตั้ง . " เสี่ยวฮานยี่ พึมพำกับตัวเองในขณะที่ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น " เขาอยู่ที่ไหน ? "

" เขาอยู่ที่ หุบเขาพลังหยินใจกลางบึงมรณะ " กู่ลั่ว พูดอย่างประจบ .

" คุณชาย ข้าขอตัวไปหาฉื่อหยานก่อน เช่นนั้นข้าขอตัว . . . " เสี่ยวฮานยี่ ก้มหัวให้หยางไห่ และหายตัวไปในทันที เสียงของเขาดังอยู่เหนือข้างบนศาลาหมอก " ไปบึงมรณะ "––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 93 วิชาเทพสืบค้น

คัดลอกลิงก์แล้ว