เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 ประกบตัว

บทที่ 80 ประกบตัว

บทที่ 80 ประกบตัว


บทที่ 80 ประกบตัว

คืนนั้น ที่ประตูทางทิศเหนือของเมืองเทียนหยุน

ฉื่อหยาน ฮันเฟิงและ กู่หลงที่กำลังแอบออกไปทางประตูเมืองอย่างลับๆ

และเขาก็เห็นรถม้าคันหนึ่งพร้อมกับมาอีกสี่ตัวกำลังจอดรออยู่ เป็นชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถ และมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอย่างเหม่อลอย

ตอนนั้นเองก็มีคำสั่งออกมาจากรถม้า

มีหมอกลอยล้อมรอบไปทั่วสุสาน และมีแสงสีเขียวสลัวๆอยู่ข้างๆป่าทำให้บรรยากาศอึมครึมอย่างมากในคืนที่มืดมิดเช่นนี้

" นั่นตระกูลซั่ว . " กู่หลงที่อยู่ตรงเนินที่ฝังศพ ก็พูดออกมาหลังจากการเหลือบมองจากที่ไกลๆ

ฉื่อหยานพยักหน้าและพูดอย่างไม่แยแส " ดูเหมือนว่าเราจะมาสายนะ "

ชายชราได้ยินฉื่อหยานพูดเช่นนั้น เขาก็ถอนสายตาของเขากลับมาและมองไปข้างหน้าของตนเอง เขายกแส้ในมือของเขาและฟาดลงไป

เมื่อได้รับสัญญาน ฉื่อหยานกับอีกสองคนก็เดินเข้าไปใกล้

" คุณหนู คุณชายจากตระกูลฉื่อได้มาถึงแล้ว " ชายชรารายงานไปที่รถม้าอย่างระมัดระวังด้วยเสียงเบาๆ

" ดูเหมือนพวกเขาจะมาสายนะ " เป็นเสียงของซั่วฉื่อที่พูดออกมามาจากรถม้า

หญิงงดงามคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากรถม้าอย่างเงียบๆ นางมองไปที่ฉื่อหยาน และกล่าวกับ ซั่วฉื่อด้วยรอยยิ้ม " ดูเหมือนคนรักของเจ้าจะมาแล้วสินะ "

" ไม่ใช่ ! ! " ซั่วฉื่อร้องเสียงหวานออกมาด้วยความโกรธเคือง " ข้าก็บอกท่านแล้ว มันไม่มีอะไรระหว่างเราเสียหน่อย หยุดแกล้งข้าได้แล้ว ! "

" ฮ่าๆ ก็ได้ ก็ได้ . . . " ผู้หญิงคนนั้นก็หัวเราะคิกคัก และโบกมือให้กับฉื่อหยาน ที่ยืนอยู่ข้างๆรถม้า เมื่อฉื่อหยานเข้ามาใกล้ นางก็กล่าวว่า " คุณชายหยาร ท่านทั้งสามไม่ได้มารถม้าหลอกรึ ? "

" มันจะสะดุดตาเกินไปหากเราใช้วิธีนั้นออกจากทางเหนือของเมือง ซู่หลาย " ฉื่อหยานดูไม่แยแส เขาก็เหลือบไปที่หญิงสาวและ ชมมองอย่างลับๆ แล้วเดินก้าวสบายไปทางรถมา และพูด " ซั่วฉื่อ นี่เป็นเกราะเต่ามังกรของปู่เจ้า ข้านำมันมาคืนให้ "

" ดีมาก " ซั่วฉื่อตอบรับและพูดกลับไป " โชคดีที่เจ้าไม่ใช่คนเนรคุณ "

ฉื่อหยานถอนหายใจออกมาด้วยรอยยิ้มของเขา " เจ้าเคยบอกข้าว่า ใครก็ตามที่สวมเกราะเต่ามังกรก็จะดูเหมือนเต่า แล้วข้าเองก็ไม่อยากเป็นเต่า "

" ฮ่า ฮ่า "

ซั่วฉื่อที่นั่งอยู่ในรถม้าช่วยไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา " เจ้านี่ความจำดีจริง ๆ นั่นสินะ ? ข้าพูดเช่นนั้นไปเพราะต้องการให้ปู่ของข้าโกรธและยกเกราะนั่นให้เจ้า เพราะเจ้าเป็นคนช่วยไขความลับของกระเต่านั่น เจ้าสมควรได้รับมันนะ”

" แค่จิตวิญญานกายาแข็งของตระกูลฉื่อก็เพียงพอแล้วสำหรับการป้องกัน ข้าไม่ต้องการเกราะนั่นหลอก " ฉื่อหยานส่ายหน้า

" คุณหนู ไปกันเถอะ " นักรบจากตระกูลซั่วขึ้นไปบนหลังม้าและ โบกแส้ของเขาและพูดออกมาเบาๆ

" ตกลง ไปกันเถอะ "

" เดี๋ยวก่อน ข้าขอแนะนำตัวก่อน นี่คือ ชื่อ ซู่ปิง อยู่ในนภาแรกของระดับรู้แจ้ง ส่วนข้าชื่อ หวูหยุนเหลียน " ผู้หญิงที่สง่างามบนรถม้าก็ยิ้มขึ้นและพูดกับฮันเฟิง " พี่ฮันนั้นข้ารู้จักแล้ว แล้วอีกท่านหละ ? " นางมองไปที่กู่หลง

" ข้ากู่หลง อยู่ในนภาแรกของระดับรู้แจ้ง " กู่หลงแนะนำตัวเองอย่างเป็นกันเอง พร้อมกับเกาหัว " ข้าอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้เท่านั้น และก็พึ่งกลับมาจากงานประลอง ฮ่าฮ่า เช่นนั้นเราจึงไม่มีโอกาสเจอกัน "

" งั้นท่านก็เป็น พี่กู่หลงสินะ ! " หวูหยุนเหลียนพยักหน้า " มันเป็นเกียรติสำหรับข้านักที่จะได้ทำงานร่วมกับพี่ฮั่นและพี่กู่หลง ! ข้าขอฝากตัวด้วย "

" เจ้าถ่อมตัวเกินไปแล้ว . " ฮันเฟิงและ กู่หลงพูดออกมาพร้อมกัน

หญิงสาวที่งดงามนั้น อยู่ในนภาแรกของระดับรู้แจก นางเป็นนักรบจากหุบเขาเมฆา

ตั้งแต่ที่นางได้รับการช่วยเหลือจากชิเสี่ยว นางก็ได้มารับใช้ตระกูลฉื่อตามคำสั่งของชิเสี่ยว นางค่อนข้างจะสนิทสนามกับซั่วฉื่อนัก

ฮันเฟิงและ กู่หลงรู้อยู่แล้วว่านางนั้นอยู่ในสถานะใด ดังนั้นพวกเขาจึงสุภาพกับนาง

" งั้นเราก็ออกเดินทางกันเถอะ . " ฉื่อหยาน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แต่ก็มีรอยย่นคิ้วของเขาเขาชี้ที่ไปยังจุดดำๆบนท้องฟ้า " หืม ? , นั่นอะไร ? "

ซู่ปิง ฮันเฟิง หู่หลง และหวูหยุนเหลียน ยกศีรษะของพวกเขาขึ้นมองพร้อมกัน

" อินทรีเมฆา "

สีหน้าของฮันเฟิงก็เปลี่ยนไปหลังจากที่เขาตะโกน " มันเป็นของตระกูลเป่ยหมิง ! อินทรีเมฆามีสายตาที่แหลมคมมาก มันสามารถเห็นผู้คนบนพื้นดินได้อย่างชัดเจน ! "

" ตระกูลเป่ยหมิงกำลังติดตามเราอยู่งั้นรึ ? " กู่หลงรู้สึกสับสน " หรือว่าพวกมันจะรู้แล้วว่าเรากำลังจะออกจากเมือง "

" ข้าก็ไม่แน่ใจว่า " ซู่ปิงแปลกใจเล็กน้อยเช่นกัน เขาจ้องมองออกไป ที่นกอินทรีย์ และกล่าวว่า " บางทีมันอาจกำลังบินกลับไปที่ตระกูลเป่ยหมิงหลังจากไปที่ตระกูลอื่นมาก็ได้ และมันก็คงไม่รู้ว่าเราจะทำสิ่งใดและตามเรามาที่น่หลอก "

" แต่เราควรระวังไว้เช่นกัน " หวูหยุนเหลียน ถอนหายใจเบาๆ " เราต้องเดินทางกันอย่างรวดเร็ว ทำให้ตระกูลเป่ยหมิงไล่จับได้เพียงเงาของเราเท่านั้น มันจะหาเราเจอไม่ได้ง่ายๆแน่ หากพวกเราระมัดระวัง .

" ตกลง "

. . . . .

ในคืนนั้นเอง ในห้องเยือกแข็งของตระกูลเป่ยหมิง

" ท่านพ่อข้าได้ข่าวมาว่า คนจากตระกูลซั่วและตระกูลฉื่อแอบหนีไปจากประตูทิศเหนือ และตระกูลฉื่อก็ได้ส่งฮันเฟิงและกู่หลงติดตามฉื่อหยานไป ส่วนตระกูลซั่วได้ส่ง ซู่ปิงกับหวูหยุนเหลียนติดตามซั่วฉื่อไป และมีอีกคนหนึ่งที่ข้าไม่รู้จักมันก็ได้ติดตามซั่วฉื่อไปเช่นกัน "

เป่ยหมิงเชียรีบกลับมายังห้องเยือกแข็ง และบอกข่าวล่าสุดแก้เป่ยหมิงชาง

เป่ยหมิงเช้อเองก็ อยู่ในห้องเยือกแข็งด้วยเช่นกัน เขากำลังฝึกฝนโดยใช้ความหนาวเย็นในอากาศของห้องเยือกแข็ง . เมื่อมันได้ยินเช่นนั้น มันก็เปิดตาของเขาและร้องออกมา " มันต้องเป็นตระกูลฉื่อและตระกูลซั่วแน่ๆ ! "

เป่ยหมิงชาง ดูมืดมน มันนั่งอยู่ตรงนั้น พร้อมกับความเย็นชาที่ปรากฏขึ้นในสายตา

หลังจากผ่านไปสักพัก เป่ยหมิงชางก็พูดขึ้น " แผ่นที่อีกส่วนต้องอยู่ในมือพวกมันแน่ มันต้องชิเสี่ยวแน่นอนที่ไปชกชิงแผ่นที่อีกส่วนจากหญิงสาวศาลาหมอก เจ้าเล่ห์นัก ! นางจงใจทำให้เราสนใจไปที่โม่ตั่ว หากไม่ใช่ว่าข้ารอบคอบและส่งอินทรีเมฆาออกไป พวกเราก็คงถูกหลอกแล้ว .

" ท่านพ่อ เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดี ? "

" จะให้ข้ากับเช้อเอ๋อ , ตามพวกมันไป เพื่อดูว่ามันไปที่ใดหรือไม่ ? "

" เช้อเอ๋อด้วยงั้นรึ ? "

" ไม่นานมานี้เมืองเทียนหยุนกำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย ช้าจะให้กุ้ยหยินและจิ่วฉานไปกับเขาด้วยในครั้งนี้ มันจะไม่ปลอดภัยหากให้เช้อเอ๋อ ออกจากเมืองเพียงลำพัง " เป่ยหมิงชางสั่ง " ส่วนเจ้าอยู่ที่นี่ แล้วไปบอกแก่ผู้คนว่า ข้ากำลังบ่มเพราะอย่างสันโดษอยู่ และไม่ต้องการให้ใครมารบกวน. "

" ได้ขอรับ "

" ท่านปู่ ตระกูลซั่วและตระกูลฉื่อต้องตกลงอะไรบางอย่างกับศาลาหมอกแน่ หากหญิงลึกลับกับชิเสี่ยวร่วมมือกัน ท่านจะไม่เสียเปรียบหลอกรึหากประมือกับพวกมัน ? "

เป่ยหมิงเช้อสูดลมหายใจเข้าและพูดออกไปอย่างไม่แยแส " เช่นนั้นแล้ว ข้าจะเตรียมการบางอย่างเอง . "

ตาของมันก็ส่องประกายออกมา

" จักพรรดิ์แห่งโลกมืดส่งข้อความมาเมื่อวันก่อน ว่า มันนั้นต้องการมู่หยู่เตี๋ย แต่ข้าก็ยังไม่ได้ตอบอะไรกลับไป " เป่ยหมิงชางคิดว่าสักพักและมองไปที่เป่ยหมิงเช้อ " มันเป็นนักรบในระดับนภาหากได้รับการร่วมมือจากมัน ชิเสี่ยวและหญิงสาวลึกลับนั่นจะต้องไม่ใช่คู่มือของเราแน่นอน บางทีมันอาจจะร่วมมือกับเราเรื่องของประตูสวรรค์ด้วยเช่นกัน "

" จักพรรดิ์แห่งโลกมืด "

เป่ยหมิงเช้อ ก็ตกใจ แต่ก็เศร้าด้วยเช่นกัน เขากระซิบหลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น " ท่านปู่ ท่ายหมายความว่าไง ? "

" จิตวิญญานของมู่หยู่เตี๋ยนั่นวิเศษเป็นอย่างมาก แต่มันก็ไม่มีประโยชน์สำหรับเรา จะดีกว่าหากได้ครอบครองจิตวิญญานเช่นเดียวกับของตี่ย่าหลาน . " เป่ยหมิงชางจ้องไปที่เขาและพูดออกมา " นางก็เป็นแค่หญิงสาวคนหนึ่ง เจ้าไม่สามารถตัดใจจากนางได้งั้นรึ "

เป้ยหมิงเช้อขมวดคิ้วและส่ายหัว " ไม่ใช่ ข้าก็แค่ . . . แค่คาดไม่ถึงว่าท่านจะยอมสละทุกอย่างได้เพื่อตระกูลเป่ยหมิง”

" ดี เป็นเจ้าเองที่จะได้รับมรดกของตระกูงเป่ยหมิง อย่าได้กังวลไป " เป่ยหมิงชางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและสบายใจ " เจ้าจงต้องการหญิงสาวที่ช่วยส่งเสริมจิตวิญญานของเจ้าก็พอ อย่าได้สนใจว่านางยังบริสุทธิ์อยู่หรือไม่ เอางี้ ข้าจะปล่อยให้เจ้าสองคนพูดคุยกันก่อนเป็นเวลา 3 วัน ก่อนที่ข้าจะส่งนางให้จักพรรดิ์โลกทมิฬ "

" ขอบคุณครับ ท่านปู่ " เป่ยหมิงเช้อตาเป็นประกายอีกครั้ง .

" เจ้าจงแยกมู่หยู่เตี๋ยและตี่ย่าหลานออกจากกันสะ แล้วเมื่อเจ้าทำเช่นนั้นแล้วว เราก็จะส่งนางให้กับจักพรรดิ์โลกทมิฬด้วยไม่ให้ ตี่ย่าหลานรู้"เป่ยหมิงชางพูดออกมา

" หลานเข้าใจแล้ว "

. . . . .

เป็นหมิงเช้อเดินออกจากห้องเยือกแข็งมา และไม่คิดสิ่งใดอีก มันเดินตรงไปที่เกราะทะเลสาบทันที

มู่หยู่เตี๋ยและตี่ย่าหลาน นั้นยังคงไม่หลับ และกำลังฝึกฝนกันอยู่

เมื่อเห็นว่าเป่ยหมิงเช้อมา นางทั้งสองก็ลุกขึ้นและต้อนรับเขา

เป่ยหมิงเช้อแววตาเป็นประกาย " เตรียมตัวเถอพ พวกเราต้องออกจากเมืองก่อนฟ้าสาง "

" เกิดอะไรขึ้น ? " มู่หยู่เตี่๋ยก็แปลกใจ

" ตอนนี้เราได้พบแผนที่ของประตูสวรรค์ที่สมบูรณ์แล้ว แล้วเราก็พบว่ามีใครบางคนกำลังออกตามหามัน เราจะแอบตามมันไป " เป่ยหมิงเช้อพูดไปที่มู่หยู่เตี๋ยอย่างจริงจัง " เสี่ยวเตี๋ย มีทรัพย์สมบัติมากมายนักในประตูสวรรค์ และปู่ของข้าก็ต้องการให้พวกเจ้าได้รับบางอย่างจากมันเช่นกัน บางทีพวกเจ้าอาจจะเก็บเกี่ยวได้มากมายจากมันนัก นี่เป็นโอกาสที่เกิดขึ้นในรอบพันปี . พวกเจ้าไม่ควรพลาด ! "

มู่หยู่เตี๋ยและตี่ย่าหลานดวงตาสว่างขึ้นพร้อมกัน

" ขอบคุณท่านมาก คุณชายเช้อ " มู่หยู่เตี๋ยมองไปที่เขาพร้อมกับปรากฏลักยิ้มใกล้กับรอยยิ้มบนใบหน้าเล็กๆของนาง " ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านแน่นอน หากข้าสามารถเก็บเกี่ยวบางสิ่งได้จากประตูสวรรค์ "

" เจ้ากำลังจะพูดอะไร ? ! ! ! " เป่ยหมิงเช้อแกล้งทำเป็นโกรธ " เจ้าคิดว่าพวกข้าต้องการอะไรเช่นนั้นรึ ? "

" นี่ ข้าอภัยข้าไม่ได้ตั้งใจจะบอกแบบนั้น เช่นนั้น ข้าขอไปเตรียมตัวก่อน " มู่หยู่เตี๋ยพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอีกครั้ง

" ตกลง ข้าจะรอพวกเจ้าอยู่ข้างนอก อย่าได้ช้านักหละ จำไว้ อย่าได้เปิดเผยตัวเองเด็ดขาด เราจะเดินทางกันอย่างเงียบๆ " เป่ยหมิงเช้อกล่าวเตือนและเดินออกมาจากทะเลสาบด้วยรอยยิ้ม

" เอ่อ … เสียวเตี๋ย ข้าพึ่งนึกขึ้นได้ . . . . . . . " ตี่ย่าหลานใบหน้าซีดลง " แผนที่อีกส่วนนั้นอยู่ในมือของ ติงหยาน แล้วตอนนี้มันได้รวมกันสมบูรณ์แล้ว ข้าเกรงว่า บางทีอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา . . . . . . . "

เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของมู่หยู่เตี๋ยก็เปลี่ยนเป็นเศร้าโศกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นางกับรู้สึกโล่งใจขึ้น เมื่อคิดถึงสมบัตในประตูสวรรค์

" อย่าได้กังวลไป เขาจะต้องปลอดภัยแน่นอน พวกเขาต้องการแค่แผนที่เท่านั้น ไม่ใช่ชีวิตของเขาเสียหน่อย พี่สาวหลาน เราต้องคว้าโอกาสนี้ไว้นะ บางทีเราอาจจะโชคดีได้รับบางอย่าง เพื่อจะช่วยเหลือเราในการแก้แค้นก็ได้ ! " มู่ยูเตี๋ยกล่าวอย่างทะเยอทะยาน พร้อมกับกำ กำปั้นของนาง

" เฮ้อ ข้าก็หวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไร " ตี่ย่าหลานถอนหายใจออกมาด้วยความกัวล

" เลิกคิดถึงเขาได้แล้ว เราต้องวางแผนให้ดีเพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากมันให้มากที่สุด ! " มู่หยู่เตี๋ยกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น

แล้วนางก็นึกถึงการแก้แค้นโลกทมิฬในอนาคต เมื่อนางคิดว่าได้แก้แค้นพวกมัน นางก็กลายเป็นโล่งใจ

นางค่อนข้างพอใจเป็นอย่างมากมากทุกครั้งที่นางคิดถึงฉากที่นางไปแก้แค้นพวกมัน––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 80 ประกบตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว