เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 กล้าหาญ

บทที่ 66 กล้าหาญ

บทที่ 66 กล้าหาญ


บทที่ 66 กล้าหาญ

 

วันที่สี่ของงานประลอง

ในวันนี้ เหล่านักรบกำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรงอยู่บนสนามทั้งสามแห่ง

ผู้ที่สามารถอยู่ในลำดับแรกถึงลำดับสามของแต่ละสนามได้ เขาจะได้รับ วิชาระดับลึกลับ สมบัติลับ หรือ วัสดุที่ช่วยในการบ่มเพาะ ตราบใดที่คุณสามารถมีลำดับไม่เกินสาม  คุณก็ไม่มีทางที่จะกลับไปมือเปล่าแน่นอน

ตระกูลทั้งห้านั้นใจกว้างเป็นอย่างมากสำหรับเรื่อของรางวัล พวกเขาได้เตรียมวิชาในระดับลึกซึ้งหลายวิชาและรวมถึงสมบัติลับ กระทั้งยาที่ช่วยเพิ่มพลังปราณลึกลับ

ในเช้าของวันที่สี่ รางวัลที่ฟุ่มเฟือยเหล่านี้ถูกจัดแสดงอยู่บนโต๊ะกลมที่ตั้งอยู่กลางเวที และมียอดฝีมือคอยคุ้มกันอยู่

เหล่านักรบดีใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นของรางวัลถูกแสดงขึ้นกลางเวลาและทำให้พวกเขามีแรงฮึดในการประลองมากขึ้น

ในเวลาเที่ยงนั้น มีนักรบในระดับก่อตั้งถูกสังหารไป 2 คน และนักรบในระดับมนุษย์หนึ่งคน ถูกทำให้พิการ

ตามกฎของการประลอง เมื่อฝ่ายหนึ่งยอมจำนน ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถลงมือต่อได้ จะต้องหยุดเพียงเท่านั้น

ตราบใดที่ไม่โลภมากเกินไป พวกเขาก็สามารถที่จะกลับไปทางสมบูรณ์ได้โดยการหยุดก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้น

มีเพียงนักรบไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บหนักหรือเสียชีวิต เพราะพวกเขาต่างคิดว่าพวกเขาก็ยังสู้ต่อ และสามารถพลิกสถานการณ์ที่เสียเปรียบได้ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บ

บนหอคอยตระกูลฉื่อ

ปรากฏรอยยิ้มอยู่ที่มุมปากของฉื่อเจี้ยน เมื่อเขามองไปที่หอคอยของตระกูลโม่ ทุกครั้งที่มองไปเขาก็จะเห็นโม่ตั่วมีสีหน้ามืดมน เหมือนกับว่าบุตรชายของเขาได้ตายไปแล้ว

ในสามวันที่ผ่านมา บุคคลสำคัญในตระกูลโม่ทั้งหมดได้หายตัวไปอย่างลึกลับทีละคน

โมตั่ว นั้นโกรธเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาของงานประลอง เขาจึงไม่สามารถทำอะไรโดยพลการได้ เขารู้ว่าดีว่าเป็นฝีมือของใคร แต่ในตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรได้

ยอดฝีมือในตระกูลมือต่างก็แอบพยายามค้นหาร่องรอยของกลุ่มมู่ชุน แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของมูซุนเลย . และมูซุน เองก็ไม่ได้ส่งผู้ส่งสารไป ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเจรจาได้

" นี่ พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ห้าตระกูลแข่งขันกัน หลังจากที่เจ้าเฝ้าดูมา 4 วัน เจ้าได้อะไรบ้าง ? " ฉื่อเจี้ยนที่กำลังกำลังอารมณ์ดี มองไปที่ฉื่อหยานที่ยืนอยู่ข้างๆ และถามออกไปอย่างสบายๆ

" ได้อะไรรึ ? " ฉื่อหยาน ดูเฉยเมยและพยักหน้า " ข้าได้รับบางอย่างแน่นอน แต่เท่าที่ข้าดูมา มีเพียงบางสิ่งเล็กๆน้อยๆเท่านั้นที่ข้าได้รับ ข้าต้องการจะไปอยู่ในสนามแห่งนั้นด้วยตัวเอง และต่อสู้เสี่ยงตาย แต่สิ่งที่ข้าจะสามารถเข้าใจหลายๆอย่างได้ ก็ต่อเมื่อประสบมันด้วยบตัวเอง "

ฉื่อเจี้ยนรู้สึกงุนงง . เขาจ้องไปที่ฉื่อหยานสักพักและเขาก็ถามด้วยความประหลาดใจ " นี่เจ้าเด็กบ้า ! เจ้าพึ่งบรรลุเข้าสู่ระดับก่อตั้งได้ไม่นาน ไม่ใช่ว่าเจ้าไร้ประสบการณ์ในการต่อสู้งั้นรึ ? ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้าเคยผ่านเหตุการณ์เช่นนั้นมาแล้ว ? เจ้าพูดถูกเราจะสามารถเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อประสบด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากคุณเจ้าถูกฆ่าตายหละก็ ความเข้าใจพวกนนั้นก็ไร้ค่า .

ฉื่อหยานเห็นด้วย แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายคำพูดอะไรออกไป

" โอ้ "

ฉื่อเจี้ยนก็อุทานออกมา และมีท่าทางแปลกๆ เขามองไกลไปที่ตระกูลโมา

ห่างออกไปสองร้อยเมตร ที่หอคอยตระกูลโม่

มีใครคนหนึ่งกำลังแอบกระซิบที่ข้างหูของโม่ตั่ว สีหน้าของมันหมองค้ำเป็นอย่างมาก จากนั้นมันก็เดินลงหอคอยหินของตระกูลโม่ และกำลังเดินตรงมาที่ตระกูลฉื่อ

ในหอคอยหินตระกูลเป่ยหมิง ไม่นานนัก เป่ยหมิงชางก็ทราบข่าว เขาพ้นเสียงออกมาจากลำคอ จากนั้นก็เดินลงจากหอคอยของตัวเองและมาที่ตระกูลฉื่อ

ณ สนามประลอง นักรบยังคงประลองกันอยู่ . แต่ก็มีหลายๆคนกำลังสับสนกับเหตุการณ์ ที่ เป่ยหมิงชาง และ โม่ตั่วกำลังเดินมาที่หอคอยตระกูลฉื่อ พวกเขาสงสัยเป็นอย่างมากเหตุใด เขาทั้งสองถึงเดินไปที่ตระกูลฉื่อ

ไม่นานนัก โม่ตั่วก็มองมาที่หอคอยตระกูลฉื่อด้วยความโกรธ

หลังจากที่เขาขึ้นมาบนหอคอย โมตั่วก็พูดออกมาทันที " ฉื่อเจี้ยน มู่ชุนซ่อนอยู่ที่ใด ? "

สีหน้าของฉื่อเจี้ยนดูชั่วร้ายและเขาก็แสยะยิ้ม : " ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรมู่ชุนอยู่ที่ใด ? โมตั่ว เจ้ามาถามผิดคนแล้ว "

" อย่ามาไขสือ ! "

สีหน้าของโม่ตั่วกลายเป็นไม่พอใจ " มูซุน มันเป็นคนนอก ถ้าตระกูลฉื่อของเจ้าไม่ให้ความร่วมมือแก่มัน มันจะแอบซ่อนจากการติดตามของตระกูลโม่เราได้อย่างไร มู่ชุ่นอาจจะซ่อนอยู่ในตระกูลของเจ้าก็เป็นได้ หากเจ้ารู้ก็บอกข้ามาสะ "

" โม่ตั่ว นั่นเป็นธุระของตระกูลฉื่อเรา ไม่เกี่ยวกับเจ้า " ฉื่อเจี้ยนพูดอย่างหยาบคาย

 

" ลูกชายของข้า โม่ช่าวเกอได้หายตัวไปเมื่อคืนนี้ มันต้องเป็นฝึมือของมูซุนแน่นอน ! ถ้าเป็นคนอื่นที่โดนจับไปข้าอาจจะละเลยให้ได้ แต่เพราะมูซุน กล้าที่จะจับโม่ช่าวเกอไป หึ เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่ " โม่ตั่วตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากได้ยินอย่างนั้น ทุกคนที่อยู่ในศิลาพระเจ้า บนใบหน้าของพวกเขาก็กลายเป็นเข้าใจ ในที่สุดพวกเขาก็รู้แล้วว่าทำไมโม่ตั่วถึงโกรธมากเพียงนั้น

โม่ช่าวเกอ คือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นที่สองของตระกูลโม่ ไม่เพียงแต่มันมีความสามารถพิเศษ มันยังมีความฉลากเป็นอย่างมากออีกด้วย ที่ตระกูลโม่อยู่ในจุดนี้ได้ก็เพราะเขา

ตระกูลฉื่อ หลายคนนักที่ประสบความสุญเสียด้วยฝีมือของมัน

โม่ช่าวเกอ บอกได้เลยว่า มีนเป็นคนที่มีความสามารถมากที่สุดในรุ่นที่ 2 ของตระกูลโม่ แล้วคนที่สำคัญเช่นนี้ได้หายตัวไป โม่ตั่วจะอยู่เฉยได้อีกอย่างไร ในที่สุดเขาก็ทนไม่ได้และตอบโต้กลับ

มูซุน นั้นร้ากาจจริงๆ หัวใจของ ฉื่อหยานเต้นระรัว เขารู้ว่าตอนนี้โม่ตั่วคงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ให้ผ่านไปง่ายๆแน่

" ข้าไม่รู้ว่ามู่ชุนอยู่ที่ใด เจ้าจงใช้เวลาของเจ้าไปตามหาเขาเองเถอะ ที่แห่งนี้ไม่ต้อนรับเจ้า " ฉื่อเจี้ยน พูดอย่างเรียนเฉย หารู้ไม่ เขานั้นแอบมีความสุขอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกมา

" ท่านหัวหน้าตระกูลเป่ยหมิง ! " ฉื่อเตี่ยอุทานออกมา

ในตอนนั้นเอง เป่ยหมิง ชางก็ค่อยๆเดินขึ้นมาที่หอคอยตระกูลฉื่อ พร้อมกับคิ้วขมวด และมายืนอยู่ข้างๆ โม่ตั่วและฉื่อเจี้ยน . เป่ยหมิง ชางมองไปที่เขาทั้ง สอง แล้วกล่าวว่า " การประลองของตระกูลทั้งห้ากำลังจะจัดขึ้น ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะอยู่ในความสงบ และไม่สร้างปัญหาใดๆในการประลอง มิเช่นนั้นคนอื่นจะหัวเราะเยาะเราได้ "

" ลูกชายของข้า โม่ช่าวเกอ ได้หายตัวไป " โม่ตั่วตะโกน

สีหน้าของ เป่ยหมิง ชาง ชะงักสักครู่ แล้วเขากล่าวกับฉื่อเจี้ยน " ท่านฉื่อ ท่านก็รู้ดีว่ามู่ชุนนั้นเป็นแขก และเราต้องดูแลเขาเป็นอย่างดีเมื่อเขาได้มาที่สมาคมการค้าแห่งนี้ แต่นั้นก็ย่อมมีข้อจำกัด การที่เขาลักพาตัวโม่ช่าวเกอไป นั่นเป็นการกระทำที่เกินไป ท่านฉื่อ เจ้าควรควบคุมการกระทำหน่อย อย่าได้มากเกินไป "

ฉื่อเจี้ยน ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นเหมือนกับว่าเขาได้รับคำชม และเขาก็มองไปที่เป่ยหมิงชางอย่างเย็นชา เขารู้ดีว่าเหตุผลที่ เป่ยหมิงชาง พูดออกมาแบบนั้นก็เพื่อตระกูลโม่ เพราะตระกูลโม่และตระกูลเป่ยหมิงมีข้อตกลงบางอย่างที่ทำร่วมกันอยู่ และมันจะต้องเกี่ยวกับ " ประตูสวรรค์ " แน่นอน

ดูๆไปอาจจะเหมือนว่า เป่ยหมิงชางก้าวมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยให้ แต่จริงๆแล้วคำพูดของเขานั้นคอยสนับสนุนตระกูลโม่อยุ่ตลอด

" ข้าก็บอกท่านไปแล้ว ข้าไม่รู้ว่ามู่ชุนอยู่ที่ใด ! " ฉื่อเจี้ยนแกล้งทำเป็นสีหน้าลำยากใจ และเขาก็ทำหน้าบึ้ง ปฏิเสธเรื่องของมู่ชุนอย่างจริงจัง

เป็น เป่ยหมิงชาง ที่คิ้วของเขาค่อยๆย่นขึ้น . เขาพยักหน้าและไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวมากกว่านี้ " อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ข้าต้องการก็คือ อยากให้พวกเจ้าทั้งสองสนิทกันระหว่างงานประลอง หากเจ้าทั้งสองทำให้ภาพลักษ์ของสมาคมการค้าดูแย่ลงหละก็ เจ้าทั้งสองต้องรับผิดชอบ ! "

" ฉื่อเจี้ยน ผ่านคืนนี้ไป แล้วเจ้ายังไม่บอกว่ามู่ชุนอยู่ทีใดหละก็ ในการประลองวันพรุ่งนี้ อย่าได้มาโทษข้าแล้วกัน ! ฮึ่ม ! " โม่ตั่วตะโกนออกมาและจ้องอย่างโหดเหี้ยมไปยังลูกหลานที่รุ่นสามของตระกูลฉื่อ รวมถึง ฉื่อเทียนเค้อ และ ฉื่อเทียนหยุนด้วย จากนั้นก็กล่าวว่า ' ระวังชีวิตของบุตรชายและหลานชายของเจ้าไว้ให้ดี "

" โม่ตั่ว , นี่เจ้ากำลังขู่ข้าอยู่งั้นรึ ? " สีหน้าของ ฉื่อเจี้ยน เปลี่ยนแปลงไปและเขาก็แสยมยิ้ม " เช่นนั้นหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตระกูลเจ้าในวันพรุ้งนี้ เจ้าก็อย่ามาหาว่าข้าไร้ความปราณีละกัน! "

" เรื่องของเจ้า ! ถ้าหากข้ายังไม่พบตัวมู่ชุนหละก็ มารอดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นพรุ่งนี้ " โม่ตั่วสูดลมหายใจเข้า จากนั้นก็หยุดพูดแล้วเดินลงไปข้างล่าง

" ท่านฉื่อ สงสัยต้องเกิดเรื่องร้ายแรงกับท่านแล้ว " เป่ยหมิง ชางกล่าวอย่างเห็นใจ เขาส่ายศีรษะและตามโม่ตั่วลงบันไดไป

" บูม ! "

ฉื่อเจี้ยน ต่อยไปที่ระเบียงของหอคอยหิน ที่เป็นเหล็กแข็งสีเขียว เมื่อถูกกระแทกด้วยกำปั้นของฉื่อเจี้ยน มันก็ปรากฏเป็นรูปรอยหมัดเขาขึ้น หอคอยหินที่สูงหลายเมตร ทั้งหอคอยต่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากแรงกระแทก

ทุกคนจากตระกูลฉื่อที่ยืนอยู่บนหอคอย ต่างก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนความเขากำลังโกรธ

" พวกมันทำเกินไป ! " ฉื่อเจี้ยนคำรามมา ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังพูดถึงโม่ตั่ว หรือ เป่ยหมิง ชางกันแน่

วันนั้นทั้งวัน ใบหน้าของฉื่อเจี้ยนกลานเป็นน่ากลัวตลอดทั้งวัน ในตอนท้ายของวันซึ่งการประลองไปแล้วได้สิ้นสุดไปแล้ว หลังจากที่มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะ ใบหน้าของเขาก็ยังน่ากลัวเช่นเดิม

ในคืนนั้น

ในห้องลับ ฮันเฟิงยื่นข้างๆฉื่อเจี้ยน , และกล่าวว่า , " โม่ตั่ว และ เป่ยหมิงชาง ต่างก็พยายามกดดันมาที่เรา เช่นนั้นเราจะทำเช่นไรดี "

" ไม่ต้องกังวล " ฉื่อเจี้ยน ยังคงหน้าบึ้ง

" นายท่าน เราสามารถที่จะไม่กังวลโม่ตั่วได้  แต่ เป่ยหมิงชาง นั้น . . . . . . . " ฮันฟงกล่าวอ้อมแอ้ม .

" ชิเสี่ยวยังอยู่ในเมืองแห่งนี้ ถ้าเกิดเป่ยหมิงชางกล้ามายุ่งกับเราหละก็ ข้าไม่ปล่อยมันไว้แน่ ข้าจะไปขอร้องให้ชิเสี่ยวช่วยเหลือ ข้าคิดว่า เป่ยหมิงชางนั้นไม่กล้าลงมือกับเราเพราะตระกูลสวะเช่นตระกูลโม่แน่นอน ! ”

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 66 กล้าหาญ

คัดลอกลิงก์แล้ว