เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 58 กลอุบาย

บทที่ 58 กลอุบาย

บทที่ 58 กลอุบาย


บทที่ 58 กลอุบาย

 

ในห้องแรงโน้มถ่วง

ใกล้ๆกับกระเป๋าที่วางอยู่มุมห้อง ฉื่อหยานส่งภาพสีเหลืองที่ไม่สมบูรณ์ให้ฉื้อเจี้ยน , " นี่มัน ! " .

ฉื่อเจี้ยน , ซั่วชูและ ซั่วฉือ ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความแปลกใจ

ฉื่อเจี้ยน กางรูปไม่สมบูรณ์ออก และเริ่มตรวจสอบมันอย่างละเอียด จากนนั้นก็ปรากฏแสงในตาของเขา " ยอดเยี่ยม ! นี่ไม่ใช่ของปลอม มันดูเก่าแก่และบางส่วนของมันยังไม่ชัดเจน นี่เป็นของจริงแน่นอน !”

" ให้ข้าดูหน่อย ! " ซั่วชู พูดออกไปอยากรวดเร็ว เขารีบหยิบเอาภาพที่ไม่สมบูรณ์มา หลังสัมพัสไปที่มัน เขาก็ร้องออกมา " นี่ไม่ใช่ของปลอมแน่ๆ ! เรามีกระดาษแบบเดียวกันซึ่งผลิตจากตระกูลซั่วของเรา ผิวของมันเนียนนุ่มเพราะมันทำมาจากหนังท้องของสัตว์อสูรวัยเยาว์ระดับสูง โดยทั่วไปมันไม่สามารถทำลายแต่ แม้จะใช้ น้ำ หรือ ไฟ ก็ตาม "

" บอกรายละเอียดมาสะ เกิดอะไรขึ้นระหว่างเจ้ากับการู ! . และมีใครบ้างที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ? " ฉื่อเจี้ยนดูจริงจัง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่จะมีประกายความสุขปรากฏขึ้นในตาของเขา

" เจ้านี่ช่างประหลาดจริงๆ " ซั่วฉื่อดวงตาคู่สวยของนางมองไปที่ฉื่อหยานด้วยความสนใจ

" นี่ . . . "

ฉื่อหยานสังเกตเห็นปฏิกิริยาที่รุนแรงของฉื่อเจี้ยน และซั่วชู หลังจากเห็นภาพแผ่นนี้ จึงรีบอธิบายเกี่ยวกับการได้รูปมาภาพมา และอธิบายเกี่ยวกับถ้ำโบราณ

" เช่นนั้นมันรับใช้ตระกูลโม่งั้นรึ ? "

ใบหน้าซั่วชูเปลี่ยนไป หลังจากหยุดและแสยะยิ้ม " ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนจากตระกูลโม่ยังคงอยู่ในเมืองเงียบสงัด เพราะพวกมันกำลังตามหาเจ้านี่เอง .

" ตระกูลโม่ "

ฉื่อเจี้ยน ถอนหายใจ และพูดด้วยความโกรธ " ต้องขอบคุณพระเจ้า ที่ฉื่อหยานยังปลอดภัย ถ้าพวกมันกล้าทำร้ายเขาหละก็ ข้าจะไปสังหารโม่ตั่วและตกตายไปพร้อมกับมันสะ ตระกูลโม่ ทำเรื่องเลวร้ายมามาก ! ถ้าหากตระกูลฉื่อเราไม่สั่งสอนมันบ้างหละก็ เราก็คงถูกกล่าวหาว่าขี้ขลาดแน่ "

" มู่หยู่เตี๋ย และ ตี่ย่าหลาน พวกนางได้ร่วมเดินไปทางไปกับเป่ยหมิงเช้อสินะ , และพวกนางไม่รู้งั้นรึว่าเจ้าเป็นใคร ? " ซั่วฉื่อคิดสักพักและถามออกไป

" ไม่ว่าจะเป็น มู่หยู่เตี๋ย ตี่ย่าหลาน หรือคนในตระกูลโม่ ต่างก็ไม่มีใครรู้ว่าข้าเป็นใคร ข้าบอกแม่นางทั้งสองว่าข้าชื่อ ติงหยาน "

" ยอดเยี่ยม ! เจ้าช่างมีความระมัดระวังและรอบคอบยิ่งนัก ! " ซั่วชูพูดชม

" ตอนนี้เราได้ภาพมาส่วนหนึ่งแล้ว เราควรจะไปเอาอีกส่วนมา ! " ฉื่อเจี้ยนพูดอย่างหนักแน่นพร้อมกับจ้องไปที่ซั่วชู " น้องซั่ว หากเรากล้าที่จะเสียงหละก็ เมื่อเราได้ภาพอีกส่วนจากศาลาหมอกมา เราสองตระกูลก็จะสามารถเปิดประตูนภาเพื่อเข้าไปที่ดินแดนของพระเจ้าเพื่อค้นหาสมบัติได้ ! "

ซั่วชูแววตาส่องประกาย จมลึกเข้าไปในความคิด จากนั้นเขาก็กล่าวว่า " มียอดฝีมือมากมายที่ศาลาหมอก เราต้องวางแผนให้รอบคอบก่อน หากเราต้องจากที่จะแย่งชิงรูปภาพอีกส่วนมาจากพวกมัน "

เขาพูดขึ้นหลังจากหยุดคิดสักพัก " ข้าจะเขียนจดหมายไปให้ชิเสี่ยวที่อยู่ภูเขาเมฆาทันทีผ่านนกอินทรี ชิเสี่ยว นั้นอยู่ในระดับนภา พวกเราจะปลอดภัยมากขึ้น หากได้รับความช่วยเหลือจากเขา ไม่นานมานี้ตาเฒ่าเป่ยหมิงชางกำลังวางแผนเพื่อที่จะแย่งชิงรูปภาพนั่นด้วยเช่นกัน " .

" เยี่ยม ! เราจะมีโอกาสมากขึ้นหากได้รับความร่วมมือจากชิเสี่ยว " ฉื่อเจี้ยนพูดอย่างมีความสุข

ชิเสี่ยว เป็นอาจารย์ของซั่วฉื่อ และใกล้ชิดกับตระกูลซั่ว อีกทั้งยังเป็นนักรบในระดับนภา เขาจะสามารถช่วยได้อย่างมาก หากเขาได้เข้ามาที่เมืองเทียนหยุนและพันธมิตกับเรา

ซั่วฉื่อ นั้นไม่ได้กลัวที่จะบอกความลับเช่นนี้กับชิเสี่ยวเลย ถึงแม้จะมีทรัพย์สมบัติมากมายในดินแดนพระเจ้า แต่พวกมันก็มาพร้อมกับอันตรายมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ การเดินทางจะปลอดภัยมากขึ้นหากได้รับความร่วมมือจากนักรบในระดับนภา

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ; เราจำเป็นต้องมีชิเสี่ยว !

ถึงแม้เขานั้นเป็นคนละโมภ แต่เขาก็ไม่สามารถครอบครองทุกอย่างในดินแดนพระเจ้าได้คนเดียวแน่นอน เพราะยังคงทีตระกูลใหญ่หลายตระกูลคอยชกชิงผลประโยชน์ทั้งหมดอยู่ เช่น ตระกูเป่ยหมิง

" นี่ ไม่ใช่ว่าเจ้าจะต้องเข้าร่วมงานประลองในปีนี้งั้นรึ ? " ซั่วชู กล่าวออกมาหลังจากคิดสักพัก " ถ้าตระกูลโม่เห็นหน้าของเจ้า พวกมันก็จะรู้ทันทีว่าภาพอีกส่วนนั้นอยู่กับตระกูลฉื่อ และเมื่อเราแย่งชิงภาพอีกส่วนมากศาลาหมอก พวกมันก็จะรู้ทันทีว่าเป็นเรา แล้วเราทั้งสองตระกูลก็จะถูกทุกคนลุมประนามแน่นอน”

" นี่ . . . . . . . " ฉื่อเจี้ยน ลังเล แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ " หื้ม งั้นก็หมายความว่าจะต้องละทิ้งการประลองไปสินะ "

" ก็ไม่เชิง เขาสามารถเข้าร่วมการประลองได้หากเขาเปลี่ยนแปลงโฉมหน้า ไม่มีใครในตระกูลโม่เคยพบเขามาก่อน แค่เปลี่ยนใบหน้าของเขาสะ ใครหละจะไปรู้ว่าเขาเป็นคนที่สังหาร การู " ซั่วฉื่อแนะนำด้วยรอยยิ้มกว้างใหญ่ และกระพริบตาข้างหนึ่งอย่างน่ารัก .

" เฮ้ ! นี่เป็นความคิดที่ดีนัก ! " ฉื่อเจี้ยนตอบกลับ หลังจากตรวจสอบฉื่อหยาน สักพัก เขาก็กล่าวว่า " เขานั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากหากนับตั้งแต่ที่เขากลับมา พวกคนจากตระกูลโม่จะต้องไม่รู้แน่นอนว่าเขาเป็นใคร ถ้าเราเปลี่ยนแปลงเขาอีกนิดหน่อย " .

 

ฉื่อหยานคิดสักพัก และพูดความคิดของเขาออกไป

" เราสมควรจะลงมือกันในระหว่างที่มี . . . . . . . การประลอง "

ซั่วชูพึมพำบางอย่างแล้วตอบเสียงดัง " ความคิดดี ! เราจะทำในระหว่างงานประลอง ! หากเราอยู่ที่นั่น ก็จะไม่มีใครรู้ว่าเป็นพวกเราที่เข้าไปแย่งชิงภาพอีกส่วนมา ! อืม หากชิเสี่ยวให้ความร่วมมือ เราก็จะมีโอกาสแปดสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ที่จะสามารถแย่งชิงภาพอีกส่วนจากศาลาหมอกมาได้ .

" ชิเสี่ยวจะช่วยเหลือพวกเราจริงรึ ? " ฉื่อเจี้ยนพูดอย่างไม่มั่นใจ

" อย่าได้กังวล เขาต้องช่วยเราแน่ ตาเฒ่านี่สนใจเรื่องของประตูนภาเป็นอย่างมาก ดังนั้น เขาจะต้องออกจากหุบเขาทันทีแน่ หากเขาได้ทราบเรื่องนี้ " ซั่วฉื่อนั้นไม่ได้กังวลเลย " ข้ารู้จักเขาดี เขานั้นต้องการที่จะรู้เรื่องเกี่ยวกับประตูนภาเป็นอย่างมาก "

" เขาจะต้องช่วยอย่างแน่นอน "

 

ฉื่อเจี้ยน ดูมั่นใจขึ้นเป็นอย่างมาก เขาหยิบภาพคืนมาจากซั่วชู และใส่มันลงในกระเป๋าของเขาเองอย่างมีความสุข " น้องซั่ว นี่ก็ได้เวลาที่เจ้าจะต้องไปเตรียมตัวแล้ว ข้าจะไปรอรับชิเสี่ยวคนละครึ่งทาง ที่เหมืองแร่เอง ฮ่าฮ่าฮ่า "

" เยี่ยม ! " ซั่วชูพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขาจับไปที่ซั่วฉื่อ " ไปกันเถอะ เราควรกลับไปเตรียมการกันได้แล้ว ."

" ข้าจะเก็บรูปภาพไว้เอง เจ้าไม่ต้องทำสิ่งใด และไปฝึกฝนสะ พรุ่งนี้ข้าจะหาใครสักคนมาเปลี่ยนรูปโฉมของเจ้าเอง เจ้าจะต้องเอาชนะรุ่นเยาว์ตระกูลโม่ให้ได้ด้วยหละ ! " ฉื่อเจี้ยนตะโกนไปที่ฉื่อหยาน

" ตกลง "

. . . . . . .

ในตระกูลโม่

โม่ตั่วกำลังเดินไปรอบๆตำนักอัศนีด้วยใบหน้าจริงจัง ข้างๆเขามีโม่ช่าวเกอและโม่หยานหยูยื่นอยู่ .

ใบหน้าที่น่ารักของโม่หยานหยูเต็มไปด้วยความขมขื่น นางและโม่ช่าวเกอกำลังก้มหัวลง .

" เหตุใดเจ้าจึงหามันไม่พบ ? พวกเจ้ามันไร้ความสามารถ  พวกเจ้าไม่แม้แต่จะตามหาตัวเด็กคนนึงที่ไม่มีพื้นเพอะไรได้พบ พวกเจ้ามันไร้ประโยชน์จริง ผู้คนมากมายทั้งแคว้นต่างก็รู้ดี ! ว่าพวกเราต้องสูญเสียกันไปเท่าใดจากสิ่งที่เกิดขึ้น " โม่ตั่วดุด่าเสียงดัง มันชี้ไปที่โม่ช่าวเกอ และโม่หยานหยูและตะโกนออกมา " เจ้าทั้งสองไม่สามารถทำเรื่องเล็กน้อยนี่ให้สำเร็จได้ เจ้าทั้งสองนั้นเป็นถังข้าวสารโดยแท้ ! " [TL.ถังข้าว หมายถึง ไม่สามารถทำประโยชน์อะไรได้นอกจากกิน]

" ท่านพ่อ ข้าได้ส่งคนไปค้นหาในเมืองเงียบสงัดแล้ว และพวกมันก็ไม่คลาดสายตาไปเลยแม้แต่วันเดียว แต่สมาคมการค้านั้นกว้างใหญ่ ใครจะไปรู้ว่าเจ้าเด็กนั่นหายไปไหนกันแน่? ข้าได้ทำอย่างสุดความสามารถแล้วจริงๆ "

" ไร้ค่า ! ไร้ประโยชน์ ! "

โม่ตั่วด่าเสียงดังประมาณสิบนาที ในที่สุดก็เหนื่อย มันถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ " ข้าจะต้องไปคุยกับคนตระกูลเป่ยหมิง”

" ท่านพ่อ เรานั้นจะไม่ได้รับประโยชน์อันใด หากเป่ยหมิงชางรู้เรื่อง "

" เจ้ามีความคิดที่ดีกว่านี้ไหมละ ? " โม่ตั่วดูโกรธเป็นอย่างมากตอนนี้มันสามารถกลืนสัตว์อสูรได้ทั้งตัว " เจ้าก็รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ข้าต้องการ หากเจ้าไม่ปล่อยให้มันหนีไปได้ ข้าก็คงไม่ต้องไปคุยกับเป่ยหมิงชางเช่นนี้ ! แต่มู่หยู่เตี๋ย นางเป็นคนที่รู้จักเจ้าเด็กที่ฆ่าการู ! นางเท่านั้นที่รู้ว่าตอนนี้่เจ้าเด็กนั่นอยู่ไหน เจ้าคิดว่าข้าจะทำเช่นนั้นรึหากเจ้าไม่ไร้ค่าเช่นนี้ ? หึ ! "

" ท่านพ่อ ข้าขออภัย ข้าผิดไปแล้ว " โม่ช่าวเกอ อ้อนวอนอย่างน่าสังเวช แล้วเขาก็หันไปมองโม่หยานหยูอย่างหนัก " หากเจ้าไม่สามารถชนะการประลองได้ ตอนนั้นแม้แต่บิดาของเจ้าก็ไม่สามารถช่วยได้ "

โม่หยานหยูพยักหน้าอย่างเร่งรีบ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัวของนาง

. . . . . . .

ในตระกูลเป่ยหมิง

ที่ศูนย์กลางของทะเลสาบเทียม มีเกาะขนาดปานกลางที่ปกคลุมไปด้วยต้นไผ่

ในสวนไม้ไผ่ มู่หยู่เตี๋ยกำลังนั่งอยู่ นางกำลังรู้และรู้สึกไปที่สายลมอ่อนนุ่มที่พัดผ่านผิวของนาง นางตั้งใจเคลื่อนไหวนิ้วของนางไปมา .

เสียงพิณที่ไพเราะดังออกมาเป็นระลอกคลื่นช้าๆ ดึงดูดเหล่านกน้อยรอบๆทะเลสาบให้มารวมกันอยู่ที่สวน

ตี่ย่าหลาน กำลังฝึกฝนอยู่อีกด้านหนึ่งของสวน ด้วยดาบยาวในมือของนางที่ฟาดฟันออกมาเป็นประกายไฟ นางกำลังฝึกวิชาต่อสู้บางอย่างอยู่ ร่างกายที่เร่าร้อนของนางกระทบกับแสงแดดส่งผลให้ผู้พบเห็นลุ่มหลงได้

ที่บนฝั่งของทะเลสาบ นักรบหลายคนที่ผ่านทางมาต่างก็ต้องจ้องไปที่เกราะอย่างไม่วางตา

" พี่สาวหลาน , นั่นย่อมเป็นดาบเมฆาอัคคีใช่หรือไม่ ? " หลังจากมู่หยู่เตี๋ยบรรเลงเพลงเสร็จก็หันไปถามตี่ย่าหลาน ด้วยรอยยิ้ม " ตระกูลเป่ยหมิงต่างเป็นที่รู้จักกันในด้านการสร้างอาวุธ แม้ในจักวรรดิ์อัคคีของเราก็ไม่มีที่จะสามารถสร้างอาวุธได้เช่นเดียวกับตระกูลเป่ยหมิง”

"ดาบเมฆาอัคคีเป็นอาวุธในระดับลึกลับ ซึ่งมันสามารถช่วยให้ข้าปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาได้อย่างสมบูรณ์และยังมีเคล็ดลับเมฆาอัคคีอีกด้วย มันจะแข็งแกร่งมากขึ้นหากใช้ร่วมกับเปลวอัคคีคราม นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ " ตี่ย่าหลาน พยักหน้า เห็นได้ชัดว่านางพอใจมากกับอาวุธใหม่ของนาง

" ท่านยังเสียใจอีกหรือไม่ที่มากับข้า "

" โธ่ . . . . . . . "

ตี่ย่าหลาน ส่ายหน้าและภาพที่บางคนก็ปรากฏอยู่ในจิตใจของนางอีกครั้ง นางแทบจะยิ้มไม่ออก " มันไร้ประโยชน์ที่จะพูดเรื่องพวกนี้แล้ว ข้าเพียงแค่กลัวว่าข้าจะไม่สามารถเจอเขาได้อีกในชีวิตนี้เท่านั้น แต่ตอนนี้ข้าต้องทำเพื่อ แก้แค้นและ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตระกูล ข้าจะต้องทำมัน ข้าก็แค่ . . . . . . .ต้องอดทน . . . . . . . . "

" ท่านไม่สามารถเลิกคิดถึงเขาได้เช่นนั้นรึ "

" ถูกต้อง " .

" บางครั้งข้าเองก็คิดถึงเขาเช่นกัน . . . . . . . "

มู่หยู่เตี๋ยถอนหายใจออกมา " ข้ารู้สึกว่า ข้าติดหนี้เขา แต่เราจะทำอะไรได้ล่ะ ? เราเป็นเป็นเพียงแค่หญิงสาวสองคนที่สูญเสียตระกูลไป และยังมีหน้าที่ ที่ยิ่งใหญ่รอเราอยู่อีก เรามีเหตุผลของเราที่จะเลือกผู้ที่แข็งแกร่ง มิเช่นนั้นข้าคงเลือกที่จะใช้ชีวิตธรรมดา และมีชีวิตที่สงบสุขเสียดีกว่า "

" ตั้งแต่ตอนนั้นมาข้าก็ไม่พบเขาอีกเลย บางครั้งข้ารู้สึกว่าเขามีพรสวรรค์มากกว่า เป่ยหมิงเช้อเสียอีก ! เขาไม่ได้แย่มากนักหาก เขาได้รับโอกาส "

" แต่ก็โชคร้ายที่พระเจ้าไม่ให้โอกาสแก่เขา ถ้าเขาต้องการที่จะประสบความสำเร็จ เขาก็ต้องก้าวทีละขั้นเท่านั้น เพราะเขาไม่มีตระกูลใหญ่คอยสนับสนุนเขา เราไม่สามารถรอได้นานเช่นนั้นหลอกนะ "

" ข้ารู้ดี นั่นก็คือเหตุผลที่ข้ามากับเจ้าที่นี่ และเลือกที่จะไม่ไปกับเขาไงหละ . "

. . . . . . .

" แม่นางมู่ ท่านหัวหน้าตระกูลได้เชิญท่าน และแม่นางตี่ย่าหลาน ไปที่ตึกเหมันต์ มันเป็นเรื่องสำคัญมาก ! " ที่ศูนย์กลางของทะเลสาบ มีนักรบที่ยืนอยู่บนเรือกำลังลอยเข้ามาที่เกาะ

" ข้าทราบแล้ว " มู่หยู่เตี๋ย ตอบออกไป นางขมวดคิ้วด้วยความสับสน " เหตุใดเขาถึงต้องการพบเรา เราไม่เคยปรากฏตัวเลยสักครั้งตั้งแต่มาถึงตระกูลเป่ยหมิง แต่นี่เขากลับมาเชิญไปพบ มันไม่แปลกไปไหน่อยรึ . . . . . . . "

" หรือเขาจะต้องการพูดถึงเรื่องงานแต่งของเจ้ากับเป่ยหมิงเช้อ ? " ตี่ย่าหลาน สันนิษฐาน

" ข้าจะไม่มีวันแต่งงานกับเป่ยหมิงเช้อแน่นอน หากพวกเขายังไม่ล้างแค้นให้ข้าเสียก่อน " มู่หยู่เตี๋ยพูดออกมาย่างเย็นชา " ข้ามาที่ตระกูลเป่ยหมิงเพื่อให้พวกเขาล้างแค้นให้กับข้า ข้านั้นไม่ได้หลงรักเป่ยหมิงเช้อเลยสักนิด หากเขาไม่สามารถช่วยเหลือเราได้ ในอนาคต ข้าก็จะจากไปทันที หึ !

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 58 กลอุบาย

คัดลอกลิงก์แล้ว