เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 เข้ามาในมือ

บทที่ 57 เข้ามาในมือ

บทที่ 57 เข้ามาในมือ


บทที่ 57 เข้ามาในมือ

 

ในห้องหิน

ซั่วชู และฉื่อเจี้ยนดูจริงจัง ดวงตาพราวส่องแสง เขาจ้องมองอย่างจริงจังไปที่ซั่วฉือที่กดมือข้างหนึ่งลงในกระดองเต่า

ในฐานะหัวหน้าตระกูลซั่ว ซั่วชู รู้สึกตื่นแต้นเป็นอย่างมาก เขาใช้มือข้างหนึ่งกุมมืออีกข้างไว้ และมุมปากก็กระตุก

ซั่วฉือนั้นเป็นความหวังในอนาคตจองตระกูลซั่ว ไม่ว่าจะเป็นขุมพลังหรืออำนาจในอนาคตของตระกูลซั่ว หรือแม้กระทั่งความเจริญรุ่งเรืองด้านธุรกิจ ทุกสิ่งอย่างล้วนขึ้นอยู่กับซั่วฉือ !

ยิ่งซั่วฉื่อแข็งแกร่งมากเท่าใด ตระกูลซั่วก็จะมีอิทธิพลมากเท่านั้น ถ้านางอ่อนแอ ตระกูลซั่วไม่สามารถหลีกเลี่ยงการล่มสลายได้อย่างแน่นอน

มีตระกูลนับไม่ถ้วนที่ก่อตั้งขึ้นและหลายๆคนล้วนเป็นบุคคลสำคัญ แต่ละตระกูลจะต้องมีทายาทที่แข็งแกร่งเพื่อเป็นอำนาจค้ำจุนเอาไว้

เหตุผลที่ เป่ยหมิงชาง ให้กุ้ยหยินและจิ่วฉานไปอยู่ข้างๆกับเป่ยหมิงเช้อ ก็เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเป่ยหมิงเช้อไว้ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นบุคคลที่แข็งแกร่ง วัตถุประสงค์หลักของพวกเขาคือความเจริญรุ่งเรืองของตระกูลในอนาคตเท่านั้น

ฉื่อหยานจ้องดูอย่างเงียบๆ และในตอนนี้ เขาก็แอบสังเกตไปที่ปฏิกิริยาของซั่วชู

เขามีการเปลี่ยนแปลกเล็กน้อยกับการแสดงออกของซั่วชู เขาตระหนักว่า สำหรับซั่วชูแล้วซั่วฉือเป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดในตระกูลซั่ว นอกจากนี้เขายังตระหนักได้ว่านางจะสำคัญขนาดไหนเมื่อเป็นนางโตผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า

. . . . . . .

สัญลักษณ์ประหลาดสีเขียวลอยออกมาจากกระดองเต่า และหายเข้าไปในร่างของ ซั่วฉือ

ซั่วฉือในตอนนี้นางกำลังหลับตาบางๆ และแสงสีเขียวอ่อนก็ครอบคลุมไปทั่วใบหน้าที่ละเอียดอ่อนของนาง

จุดเล็กๆของแสงสว่างก็เพิ่มขึ้นทั่วใบหน้าของซั่วฉือ อย่างมีชีวิตชีวา เหมือนกับหิ่งห้อย จากนั้นมันก็เข้าไปในจิตใจของซั่วฉือ

สีหน้าของซั่วชูเปลี่ยนไปและเขาก็เกือบจะร้องอุทานออกมาเสียงดัง ด้วยสัญชาตญาณที่อยากก้าวไปข้างหน้าและปกป้อง ซั่วฉือไว้ , กลัวว่านางอาจจะตกอยู่ในอันตราย

" หยุด ! ! ! ! ! "

ฉื่อหยานก้าวไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน และเดินไปที่ซั่วชู และพูดเบาๆ " อย่าได้กังวลไป ปู่ซั่ว ท่านวิตกมากเกินไปแล้ว "

ซั่วชู จ้องไปที่หน้าฉื่อหยานสักพักด้วยความประหลาดใจ " เจ้าแน่ใจรึ ? "

" ถูกต้อง จะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับนางแน่นอน " ฉื่อหยานพยักหน้าด้วยความมั่นใจ " ประกายแสงเล็กๆที่ลอยออกมาจากกระดอง สมควรเป็นความทรงจำบางอย่าง ถ้าข้าเดาไม่ผิด มันอาจเป็นวิธีที่จะฝึกฝนบางอย่างจากคัมภีร์ก็เป็นได้ ดังนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอก นี่เป็นเพียงขั้นตอนการโอนถ่ายความทรงจำเท่านั้น”

เมื่อฉื่อหยานได้ฝึก [ บ้าคลั่ง ] จากแหวนสายโลหิต สภาพของเขาในตอนนั้นก็คล้ายคลึงกับตอนนี้มาก

ในเวลานั้น มีความทรงจำมากมายลอยออกมาจากแหวนสายโลหิตและมันก็บุกเข้าไปในจิตใจของเขา สร้างเป็นความทรงจำประทับอยู่ในหัวของเขา

เมื่อเขาได้ผ่านประสบการณ์เช่นนั้นมา และเมื่อเขามองไปที่ซั่วฉือ เขาจึงยังคงใจเย็นอยู่

" เจ้าบ้า อย่าพูดไร้สาระนะ นี่มันอาจจะเป็นเรื่องร้ายแรงเป็นอย่างมากก็เป็นได้ ! " ฉื่อเจี้ยนตะโกนด้วยความโกรธ

ฉื่อเจี้ยนไม่มั่นใจ เขากลัวว่าฉื่อหยานจะประมาทและมันอาจก่อให้เกิดอันตรายกับซั่วฉือได้ เข้าไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งใดๆกับตระกูลฉื่อและตระกูลซั่ว !

ตั้งแต่ตระกูลซั่วได้สนิทกับชิเสี่ยวเพราะซั่วฉือ พวกเขาก็เริ่มที่จะแข่งขันกับตระกูลเป่ยหมิงทันที ตระกูลฉื่อนั้นต้องการพันธมิตรที่แข็งแกร่งพอ ที่จะต่อกรกับตระกูลอื่นๆได้ ไม่ว่าจะเป็นกับตระกูล โม่ หรือ ตระกูลเป่ยหมิง ,

ฉื่อเจี้ยนนั้นไม่อยากจะเป็นผิดใจกับตระกูลซั่วจริงๆ

" อย่าได้กังวลไป ซั่วฉือจะปลอดภัยแน่นอน ท่านวางใจได้ . " ฉื่อหยานกล่าว อย่างมีความสุขขณะจ้องไปที่ซั่วชู " ยินดีด้วย ปู่ซั่ว เวลานี้ซั่วฉือย่อมต้องได้รับประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่แน่นอน ท่านเตรียมหัวเราะออกมาได้เลย "

" เจ้าสารเลวน้อย . . . " หลังจากได้ยินคำพูดของเขา ซั่วชู จึงหัวเราะขึ้น " ฮ่า ฮ่า หากเป็นเช่นที่เจ้าพูดหละก็ ถือว่าพวกข้าติดหนี้เจ้าครั้งใหญ่เลยหละ เจ้าสารเลวน้อย. . . "

" ปู่ซั่ว ครั้งนี้ท่านจะต้องติดหนี้ข้าแล้ว”

ซั่วฉือก็เปิดตาของนางขึ้นและยิ้มอย่างมีความสุข จากนั้นนางก็กล่าวว่า " บรรดาแสงเหล่านั่นต่างเต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับ [ คัมภีร์หินลาวา ] ตอนนี้พวกมันได้ปรากฏขึ้นมาในใจของข้า ข้านั้นรู้วิธีการฝึกต่างๆของ [ คัมภีร์หินลาวา ] ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ในตอนนี้ "

" มันเป็นวิชาระดับใดรึ ? " ซั่วซูถามอย่างจริงจัง เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมากมาก จนแทบจะกระโดดไปมา

ซั่วฉือส่ายหัวและ กล่าวว่า " ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน ทั้งหมดที่ข้าได้รับก็คือวิธีการบ่มเพาะ [ คัมภีร์หินลาวา ] เท่านั้น และมันก็ไม่ได้บอกถึงระดับของมันแต่อย่างใด .

" ตัวอักษรที่จารึกอยู่บนกระดองนั่นดูเก่าแก่เป็นอย่างมาก ! สมควรเป็นวิชาต่อสู้ของคนในยุคก่อน ในขณะเดียวกัน มันไม่สมควรจะฝึกฝนได้ง่ายนักหากเทียบกับวิชาในยุคปัจจุบัน . . . " ฉื่อหยานยิ้มและก็อธิบาย " แต่วิชาในยุคเก่าแก่นั้นย่อมลึกล้ำมากกว่าวิชาปัจจุบันแน่นอน คราวนี้ซั่วฉือช่างโชคดีจริงๆ "

" ฮ่า ฮ่า "

ซั่วชู หัวเราะครื้นเครง และตบไปที่ไหล่ของฉื่อหยาน และกล่าวว่า " เจ้าเด็กบ้า ช่วยไม่ได้นะ ครั้งนี้ข้าติดหนี้เจ้าแล้วจริงๆ ! ตระกูลฉื่อมีอัจฉริยะเช่นเจ้า ใยจะต้องกังวลเกี่ยวกับพลังและอำนาจในอนาคตอีกหละ "

 

ฉื่อเจี้ยน ดวงตาสดใส เขาแอบมองไปที่ ซั่วฉือ และคิดบางอย่าง ใบหน้าของเขาสว่างขึ้นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

" แกร๊กกก…. แกร๊กก ! "

เมื่อซั่วฉือยกมือของนางออกจากกระดองเต่า มันก็เกิดรอยแยกและแตกเป็นชิ้นส่วนของกระดองออกมาเป็นเหมือนเกราะ

ชิ้นส่วนเกราะเหล่านี้บางชิ้นมีขนาดบางและส่องแสงสีเขียวแปลกๆออกมา มีหนึ่งชิ้นมีลักษณะคล้ายหัวมังกระ และอีกชิ้นมีรูปร่างคล้ายกับหางมังกร . พวกมันทั้งสองดูเหมือนกับเกราะส่วนไหล่ และที่แปลกมากไปกว่านั้นคือ

ในช่วงกลางของเกราะมีเม็ดยาสามเม็ดขนาดเท่าลูกวอลนัทอยู่ เม็ดยานั้นส่องแสงสีเขียวออกมา เม็ดเหล่านี้มีรูปร่างเหมือนเต่าแต่มีหัวเป็นมังกร พวกมันดูราวกับว่ายังมีชีวิตอยู่

เม็ดยาทั้งสามกระจายกลิ่นหอมสดชื่นออกมาอย่างรุนแรง เพียงแค่สูดดมเข้าไปเล็กน้อย ก็ทำให้ร่างกายรู้สึกถูกกระตุ้นได้

" เม็ดยาทั้งสามย่อมเป็น เม็ดยาเต่ามั่งกร มันจะทรงอนุภาพอย่างยิ่งโดยเฉพาะเมื่อใช้กับการบ่มเพาะ [ คัมภีร์หินลาวา ] ส่วน ชุดเกราะเต่ามังกรนั้น ว่ากันว่ามีความสามารถในการป้องกันที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก " ซั่วฉือหยิบยาทั้งสามเม็ดขึ้นมา และเก็บพวกมันทั้งหมดเข้าไปและกล่าวว่า " เมื่อข้าเริ่มบ่มเพราะ [ คัมภีร์หินลาวา ] ข้าจะต้องใช้เม็ดยาเต่ามังกรพวกนี้ เม็ดยาทั้งสามจะช่วยข้าในการฝึกฝน . "

สีหน้าของซั่วชูดูตื่นเต้น เขาตบมือและหัวเราะด้วยความตื่นเต้น

ที่จริงฉื่อเจี้ยน ค่อนข้างรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง ที่เห็นซั่วฉือหยิบเอาเม็ดยาทั้งหมดไป เขากดริมฝีปากของเขาลงก่อนที่จะพูดอะไร ช่วยไม่ได้ที่เขาจะพึมพำออกมา " ฉื่อหยานก็มีส่วนในการช่วยเหลือเช่นนั้นนินา . . . . . . . "

" เขาสามารถรับเกราะเต่ามังกรไปได้ " ซั่วฉือแตะเบาๆไปที่ชุดเกราะที่อยู่บนพื้นดิน , คิ้วของนางขมวดนิดหน่อยและนางก็หัวเราะออกมาอย่างน่ารัก " หิหิ ข้าไม่อยากสวมชุดเกราะกระดองที่ดูหนักนี่หลอกนะ ! เจ้ารับไปเถอะ .

ฉื่อเจี้ยนจ้องไปที่ฉื่อหยานอย่างร้อนใจ และเรียกร้องให้เขารับชุดเกราะเต่ามังกรมานั้นมาแต่โดยดี

" ตกลงเช่นนั้นก็ได้ เจ้ารับชุดเกราะนี่ไป " ซั่วชูกัดฟันและเขาก็ดูลังเล แม้ว่าเขาชอบฉื่อหยานมาก แต่เขาก็ยังไม่อยากจะทิ้งเกราะเต่ามังกรไป

ฉื่อหยานยังคงยืนอยู่และส่ายหัวของเขา " ข้าไม่ต้องการมัน จิตวิญญานต่อสู้ของตระกูลฉื่อเชี่ยวชาญในด้านป้องกัน , ข้าไม่ต้องการที่จะสวมชุดเกราะเต่ามังกรที่ดูหนักนี่เช่นกัน "

" เจ้า ! " ฉื่อเจี้ยนอารมณ์เสีย เขากระทืบเท้าและตะโกนออกมา , " อกตัญญู ! "

" ถ้าเจ้าไม่อยากได้มัน เจ้าก็นำไปให้ผู้อื่นก็ได้ เจ้าโง่ ! " ฉื่อเจี้ยนสาปแช่งในใจของเขาโดยไม่พูดออกมา

" ฮ่า ฮ่า เจ้าหนู ! ข้าชื่นชอบเจ้ายิ่งนัก ! " ซั่วซูหัวเราะแล้วยักคิ้วของเขาไปที่ ฉือเจี้ยน , " มันไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากมอบมันให้เขานะ แต่ฉื่อหยานปฏิเสธข้อเสนอนี้เอง ตอนนี้เจ้าโทษข้าไม่ได้นะ " เขาพูดและรีบหยิบเกราะเต่ามังกรขึ้นมา ด้วยรอยยิ้มที่กว้างมากๆของเขา

" หึหึ ท่านปู่ ถ้าท่านสวมเกราะเต่ามังกรนั่นข้าพนันได้เลยว่าท่านจะต้องดูเหมือนเต่าแก่ๆตัวใหญ่แน่นอน , ไม่เชื่อท่านก็ลองสวมดูสิ " ซั่วฉือหัวเราะออกมา .

" ถูกต้อง นางพูดถูก ไหนน้องซั่ว ? เจ้าลองสวมดูสิ " ฉื่อเจี้ยนกล่าวอย่างมีความสุข และแอบรู้สึกสะใจเล็กๆ

" หยาบคาย ! เจ้าพวกบ้า เจ้าเอาอะไรมาพูด ? " หน้าซั่วชูหมองลง เขาจ้องไปที่ ซั่วฉือ , " ถ้าเจ้ายังพูดจาบ้าๆเช่นนี้ คราวหน้าข้าจะไม่มารับเจ้าที่ภูเขาเมฆาอีกและข้าจะปล่อยให้เจ้าเบื่อตายกับชิเสี่ยวเลย ! "

" ข้าไม่ทำแล้วก็ได้ " ซั่วฉือแลบลิ้นของนางออกมา

" อะแห่ม ! พี่ใหญ่ เช่นนั้น พวกข้าเองก็ได้เวลาไปกันแล้ว " ซั่วชู อมยิ้มและมองไปที่ฉื่อเจี้ยน และพูดว่า " อย่าได้กังวลไป คนของตระกูลเรา กำลังเฝ้าดูป่าทมิฬอยู่ ถ้ามีข่าวอะไรเกี่ยวกับ การู ข้าจะส่งคนมาบอกท่านทันที เช่นเดียวกัน หากพวกเจ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็สามารถบอกข้าได้ "

" แน่นอน เฮ้อ ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าการูจะขโมยชิ้นส่วนรูปภาพจากอาจารย์ของมัน มู่ชุน มาได้ ในตอนนี้ที่ศาลาหมอกก็ปรากฏอีกส่วนหนึ่ง ใครก็ตามที่สามารถรวบรวมชิ้นส่วนทั้งสองได้  มันก็ไม่ยากที่จะสถานที่ ที่ประตูสวรรค์ปรากฏขึ้นมา แต่ตอนนี้ช่างโชคร้ายนัก . . . . . . . " ฉื่อเจี้ยน สีหน้าเต็มไปด้วยโศกเศร้า

" การูงั้นรึ ? " ฉื่อหยานขมวดคิ้ว และกระซิบ เขาคิดอย่างรอบคอบและถามออกไป " ใช่การู ที่เป็นนักกลั่นสกัดระดับห้าหรือไม่ "

" ถูกต้อง เจ้ารู้จักการูงั้นรึ ? " ซั่วชู สงสัย

" เขาเป็นคนสำคัญเช่นนั้นรึ ? " ฉื่อหยาน ไม่ตอบ และถามออกไป

" จริงๆมันก็ไม่ได้สำคัญอะไร ที่สำคัญหนะจริงๆแล้วคือที่ซ่อนสมบัติ ภาพวาด' ประตูสวรรค์ ' ต่างหาก นั่นหนะเป็นเรื่องสำคัญมาก ! " ซั่วชู กล่าว

" อ๋อ ถ้าเช่นนั้นหละก็ ข้าได้สังหารเขาไปแล้ว และแผนที่ รวมถึงสมบัติอื่นๆของเขาตอนนี้ก็อยู่กับข้าเช่นกัน .

" เจ้าว่าอะไรนะ ? ! "

ซั่วชู , ฉื่อเจี้ยน และซั่วฉือทั้งหมดล้วนดวงตาเปิดกว้างด้วยความตกใจพร้อมกับอุทานออกมาเสียงดังอย่างพร้อมเพียง

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 57 เข้ามาในมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว