เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53 ผู้มาเยือนจากตระกูลซั่ว

บทที่ 53 ผู้มาเยือนจากตระกูลซั่ว

บทที่ 53 ผู้มาเยือนจากตระกูลซั่ว


บทที่ 53 ผู้มาเยือนจากตระกูลซั่ว

 

ในห้องแรงโน้มถ่วง

ฉื่อหยาน พยุงตัวกลับหัวพิงอยู่กับเสาแรงโน้มถ่วง , รักษาสมดุลระหว่างที่เอานิ้วชี้ของเขาจิ้มไปที่พื้น ตอนนี้สามารถเห็นเส้นเลือดของเขาได้อย่างชัดเจน

ในสองชั่วมองที่ผ่านมาเขาจะเปลี่ยนนิ้วของเขาที่จิ้มลงพื้นทุกๆ 15 นาที เขาจะเปลี่ยนไปยังนิ้วต่อไปและทำอย่างนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ

หลังจากที่ผ่านไปหนึ่งรอบ ฉื่อหยานก็นั่งอยู่บนก้อนหินสีเขียวบนพื้นด้วยร่างกายเปียกไปด้วยเหงือ เขาเหยียดมือซ้ายของเขาออกไปและปล่อยพลังงานด้านลบบางส่วนจากเส้นชีพจรในแขนของเขาออกไป

และควันสีขาวก็ไหลออกมายาวกว่าแขนของเขาและมันก็ลอยขึ้นมาที่ด้านหน้าตามความคิดของเขา .

พลังปราณลึกลับที่กำลังโคจรอยู่ในมือซ้ายของเขาก็เริ่มสั่น จากนั้นเขาก็ถ่ายเถมันเข้าไปในควันสีขาวที่กำลังลอยอยู่ตรงหน้า

เมื่อถ่ายเถพลังปราณลึกลับเข้าไปควันสีขาวแล้ว ทันทีควันสีขาวก็เคลื่อนไหวดิ้นไปมา เหมือนกับอสรพิษ . . . . . . .

ควันสีขาวและพลังปราณลึกลับค่อยๆหลอมรวมกันและสร้างเป็นวงหมุนวนเล็กๆขึ้น , ซึ่งมันก็เกิดเป็นแรงดึงดูดขึ้นอย่างอัศจรรย์

ทันทีที่เกิดขึ้นสภาพอากาศรอบๆก็แปรปวนทันที

มันดูดอากาศที่อยู่รอบๆให้เข้ามาที่จุดศูนย์กลาง และพื้นที่โดยรอบอากาศก็ลดลงอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกได้ทันทีว่าอากาศรอบๆดูหนักขึ้น

ตาของฉื่อหยานส่องประกาย เขาตั้งสมาธิไปที่วงหมุนเล็กๆนั่นและพยายามที่จะเพิ่มความอัศจรรย์ให้มัน โดยการถ่ายเถพลังปราณลึกลบเข้าไปมากกว่าเดิม

แต่น่าแปลกที่วงหมุนนั้นกลับไม่ได้ดูดรุนแรงขึ้นอย่างใด ในทางตรงกันข้าม , มันกลับเบาบางและอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก

" เอ๋ ? "

ฉื่อหยาน ก็งงและสับสน

หลังจากครุ่นคิดเป็นเวลานาน ดูเหมือนเขาจะทำบางอย่างผิดวิธี เขาจึงหยุดถ่ายเถพลังปราณลึกลับเข้าไปและจึงปลดปล่อยควันสีขาวให้เข้าไปยังวงหมุนมากขึ้น

วงหมุนก่อนหน้านี้ที่มีขนาดเล็กและพลังอ่อนแอลง มันก็แข็งแกร่งขึ้นทันทีหลังจากปลดปล่อยควันสีขาวเข้าไป

เขาจ้องไปที่วงหมุน 10 วินาที ฉื่อหยานก็คิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในที่สุดเขาก็โคจรพลังทั้งสองประเภทออกมาจากวงหมุนนั่นทันที

ทันใดนั้นวงหมุนก็หายไป

ด้วยการฝึกในรอบนี้ เขาก็ได้ข้อสรุปว่า เพื่อที่จะเพิ่มพลังให้กับวงหมุน , ควรจะมีพลังทั้งสองประเภทอย่างสมดุลในวงหมุนนั่น เพียงทำแค่นี้ ก็จะทำให้วงหมุนมีประสิทธิภาพขึ้นแล้ว

ถ้าพลังประเภทหนึ่งมีมากกว่าพลังอีกประเภท มันจะไม่เพิ่มประสิทธิภาพให้  แถมยังทำลายสมดุล และลดพลังอำนาจของมันลงอีกด้วย

มันต้องมีความสมดุลระหว่างพลังทั้งสอง หรือจะบอกได้ว่า ไม่ควรปลดปล่อยพลังอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป

ในระหว่างวันเหล่านี้ ฉื่อหยานอุทิศตัวให้กับการฝึกฝนวิชาต่อสู้ทั้งสอง : [ ดรรชนีย์ทะลวง ] และ [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] นอกจากเวลาอาหารทั้งสามมื้อแล้ว เขาใช้เวลาเกือบทั้งหมดในการฝึกฝนพวกมัน

หลังจากฝึกฝนอย่างทรมานมาหนึ่งเดือน การฝึกฝน [ ดรรชนีย์ทะลวง ] ของฉื่อหยานก้าวหน้าเป็นอย่างมาก

ตอนนี้เขาสามารถทรงตัวได้นิ้วละ 15 นาทีอย่างไม่ทรมานอีกต่อไป

นิ้วมือทั้งสิบของเขากลายเป็นแข็งแกร่งและแข็งแรงขึ้นเป็นอย่างมาก และมันจะเกิดเป็นเสียงโลหะเมื่อเขาได้เปิดใช้งานจิตวิญญานกายาแข็งและนำมันมากระทบกัน .

ทุกครั้งที่เขาฝึกฝน [ ดรรชนีย์ทะลวง ] เสร็จ เขาก็จะมุ่งมันในฝึกวิชาต่อสู้ระดับวิญญาน [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] ต่อ

เขาไม่ได้เรียกพลังงานด้านลบให้กลับมาที่เส้นชีพจรของเขาทุกครั้งหลังจากที่ฝึกเสร็จ เขากลับบังคับให้มันไหลไปที่แขนและขาแทนและให้มันหลอมรวมกับพลังปราณลึกลับของเขาแทน เพื่อฝึกฝน [ หลุมแรงโน้มถ่วง ] ถึงแม้ว่าวงหมุนที่เขาสร้างขึ้นนั้นมีขนาดเล็กก็ตาม แต่ประสิทธิภาพของมันกลับไม่ด้อยไปกว่าวงใหญ่เลย

หลังจากสิ้นสุดการฝึกฝนซ้ำไปมาเหล่านี้ เขาก็เข้าใจเกี่ยวกับ [ สนามโน้มถ่วง ]มากขึ้น และ เขาก็รู้ว่าเขาสามารถคงสภาพมันไว้ได้นานเท่าใด

ยิ่งเขาเข้าใจวิชา [ สนามโน้มถ่วง ] , ลึกซึ้งมากเท่าใด เขาก็พบว่ามันยังมีบางอย่างอีกมากมายในวิชาระดับวิญญานนี่

ในขณะที่ฝึกวิชาระดับวิญญานนี้อยู่ ฉื่อหยาน ก็ยังคงคิดเกี่ยวกับโลกแห่งนี้อยู่

ฉื่อหยานนั่งตัวตรงด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อ และจมไปในความคิด

" แกร๊กกกก "

ประตูหินห้องแรงโน้มถ่วงถูกเปิดออกมา เป็นฮั่นจงที่เดินเข้าไปและตะโกนว่า " น้องหยาน ท่านหัวหน้าตระกูลให้มาตามเจ้าไปที่ห้องรับแขก "

" ห้องรับแขก ? " ฉื่อหยาน เหลือบมองเขา แล้วขมวดคิ้ว " เขาไม่ได้ห้ามไม่ให้ ข้าออกจากห้องแรงโน้มถ่วงงั้นรึ ? หรือว่ามีบุคคลสำคัญมาเยื่อน ? "

" ซั่วชู มากับสาวน้อยที่ชื่อว่าซั่วฉือ " ฮั่นจงอธิบายในขณะที่ยืนอยู่ที่ประตู " ซั่วชูและซั่วฉือพึ่งเดินทางกลับหลังจากไปพบอาจารย์ของนางมา ชื่อว่า ชิเสี่ยว ดังนั้นพวกเขาจึงมาเยี่ยมเราระหว่างทาง และกำลังหารือเรื่องงานประลองฝีมือกับท่านหัวหน้าตระกูลอยู่”

ตระกูลซั่วเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ในสมาคมการค้า และค่อนข้างใกล้ชิดกับตระกูลฉื่อ

ตระกูลซั่วนั้นครอบครองจิตวิญญานเงา ในระหว่างการต่อสู้ จะมีร่างแยกอยู่ข้างๆ นักรบตระกูลซั่ว และตรกูลซั่วเองก็มีทักษะในการสร้างร่างของตนเจ็ดถึงแปดร่างในการต่อสู้ ร่างแยกเหล่านี้สามารถเคลื่อนไหวและการกระทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อสร้างความสับสนให้กับศัตรูได้

ตระกูลซั่วจะสร้างร่างเงาเหล่านี้ออกไปต่อสู้และร่างจริงก็จะซ่อนตัวอยู่ในจุดบอด

 

ฝ่ายตรงข้ามจะเข้าใจผิดโจมตีไปที่ร่างแยกพวกนั้น จากนั่นนักรบตระกูลซั่วก็จะใช้จังหวะนั้นสังหารศัตตรูได้อย่างง่ายดาย

จิตวิญญานเงาไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์กับการต่อสู้ได้เท่านั้น แต่ยังทำให้ความแตกต่างอย่างใหญ่หลวง เมื่อใครสักคนต้องการจะหลบหนี

เมื่อนักรบตระกูลซั่วถูกคุกคามพวกเขาจะสร้างร่างของตนเองหลายร่างและเคลื่อนไปในทิศทางที่แตกต่างกัน ถ้าหากพวกเขามีศัตตรูเพียงคนเดียว คนๆนั้นก็จะเลือกไล่ตามหนึ่งในร่างเหล่านั้นแน่นอน

หลังจากที่ศัตรูไล่ตามได้ทัน กว่าจะรู้ตัวมันก็จะพบว่านั่นเป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น และร่างจริงของเขาก็ได้หลบหนีไปแล้ว

ถ้าตัวจริงถูกไล่ตาม พวกเขาสามารถก็จะสร้างร่างแยกขึ้นมาและทำให้ศัตรูสับสนอีกครั้ง

ไม่มีใครสามารถสังหารนักรบตระกูลซั่วได้ และยากนักที่จะได้พบกับตัวจริงของพวกเขา

" ข้าเข้าใจแล้ว " ฉื่อหยานพยักหน้าอย่างเนื่อย ๆพร้อมกับหยิบเครื่องแบบนักรบสีเขียวจากพื้นขึ้นมาและสวมมัน เขาก้าวเดิน ออกไปจากห้องแรงโน้มถ่วง " ไปกันเถอะ "

" เอ่อ . . . . . . . น้องชาย เจ้าไม่อาบน้ำก่อนรึ ? " ฮันจงเอามือครอบไปที่จมูกของเขาด้วยมือข้างหนึ่งและโบกมือไปมา " ตัวเจ้าช่างเหม็นเหงื่อนัก ! "

" ไม่ ข้าจะไปแบบนี้แหละ "

" เจ้าไม่อยากจะสร้างความประทับใจดีๆกับซั่วฉืองั้นรึ ? " ฮันจงมองด้วยสายตาแปลกๆ " ซั่วฉือเป็นที่รู้จักกันดีในสมาคมการค้าด้วยความงดงามของนาง เทียนเซียว เทียนลั่ว รวมถึงนายน้อยหลายๆคนต่างลุมล้อมนางทุกๆวัน เจ้าไม่อยากทำให้นางประทับใจเช่นนั้นรึ ? "

" ซั่วฉือ " ฉื่อหยานคิดสักพักและจานั้นก็ปรากฏประกายแสงในใจของเขา โดยไม่คาดคิด เขารู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยในหัวใจของเขาและเขาก็ส่ายหัว " นี่…. มีเรื่องบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับข้าและนางเช่นนั้นรึ . . . "

" ถูกต้อง ! "

ฮั่นจงแสยะยิ้ม " เจ้าทั้งสองเกิดในวันเดียวกัน มันช่างบังเอิญนัก ! แล้วปู่ของเจ้ากับซั่วชูได้ทำการหมั้นหมายเจ้ากับนางแล้ว ตั้งแต่ในวันที่สามหลังจากที่นางเกิดนางก็ได้สืบทอดจิตวิญญานเงา ในขณะที่เจ้ายังไม่ได้รับสืบทอด อืม.. แล้วก็ ไม่มีใครรู้เรื่องการหมั้นระหว่างเจ้าทั้งสองด้วย มีเพียงเราสองตระกูลเท่านั้น . . . . . . . "

ฮั่นจงหยุดและถอนหายใจออกมา " มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่ซั่วฉือผู้ได้รับสืบทอดจิตวิญญาณการต่อสู้ นั้นไม่ได้สนใจเจ้าตั้งแต่แรก ทั้งตระกูลฉื่อและตระกูลซั่ว คิดว่าเจ้านั้นจะไม่ประสบความสำเร็จในอนาคตแน่นอน ตระกูลซั่วนั้นไม่ต้องการที่จะแต่งงานกับผู้ที่ไม่ใช่นักรบและซั่วฉือเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน เพราะว่า ตระกูลฉื่อก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรในเรื่องนี้เลย . "

ความทรงจำที่ซ่อนอยู่ลึกภายในจิตใจของเขาถูกปลุกให้ตื่นด้วยคำพูดของฮั่นจง ฉื่อหยานยืนตะลึงสักพัก แล้วจึงค่อยๆ เริ่มค้นหาเศษเสี้ยวของความทรงจำเหล่านี้และพึมพำกับตัวเองเป็นเวลานาน " เจ้าช่างน่าเห็นในจริงๆ . . . . . . "

" ซั่วฉือเก่งและฉลาดเป็นอย่างมาก แต่นางค่อนข้างที่จะไม่สนใจวิชาต่อสู้และไม่ค่อยฝึกฝนนัก ความสำเร็จของนางเป็นผลมาจากการผลักดันของตระกูล นางสามารถฝึกฝนได้เร็วกว่านักรบทั่วไป นางนนั้นอยู่ใน นภาที่สองของระดับมนุษย์ในตอนนี้ ซึงนางมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ช่างเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ในสมาคมการค้ายิ่งนัก "

ฮั่นจงส่ายศีรษะแล้วถอนหายใจ " เจ้าเป่ยหมิงเช้อ มันไปถึงนภาที่สองของระดับมนุษย์ได้ตั้งแต่อายุสิบเจ็ด เพราะมันนั้นได้ฝึกฝนอย่างหนัก แต่ในขณะที่ซั่วฉือนั้นเอาแต่นอนและเล่นไปวันๆ . . . . . . . ข้าเดาว่าซั่วฉือต้องมีพรสวรรค์มากกว่าเป่ยหมิงเช้อเป็นแน่ "

ฉื่อหยานไม่ตอบอย่างใดและเอาแต่ขมวดคิ้ว .

เขารู้สึกได้ถึงความเศร้าโศกเล็กน้อยในหัวใจของเขาเมื่อได้ยินชื่อซั่วฉือ . . . . . . .

เขามุ่งความสนใจไปที่ความจำ ฉื่อหยานรู้ว่าเจ้าของร่างคนเดิมนั้นได้หลงรักซั่วฉือ , ในขณะที่ นางไม่เคยสนใจใยดีเขาเลย

ซั่วฉือเป็นคนขี้เกียจมาก นางไม่ชอบ ฝึกฝนวิชาต่อสู้ แต่กลับสนในในเรื่องของ ศิลปะ , ธรรมชาติ , พิธีชงชา , หรือ โหราศาสตร์และอื่น ๆ . . . . . . .

เป็นงานอดิเรกที่แตกต่างกันออกไป ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ฝึกหนัก นางก็สามารถบรรลุระดับได้อย่างง่ายดายและยังไปถึงนภาที่สองในระดับมนุษย์ได้ ต่อให้นั้นจะเป็นเพราะการผลักดันของตระกูลก็ตาม นี่ก็ย่อมเป็นพรสวรรค์ที่น่าทึ่งของนางอยู่ดี

นอกเหนือจากพรสวรรค์ที่เหลือเชื่อของนางแล้ว นางยังมีใบหน้าที่ละเอียดอ่อนและงดงามเป็นพิเศษ

เจ้าของร่างคนเก่าได้หลงรักซั่วฉื่อตั้งแต่แรกเห็น แต่เขาไม่กล้าที่จะพูดออกไป เพราะ เขาก็รู้ดีว่าเขาอ่อนแอ เช่นนั้นเขาจึงไม่แสดงออกอะไรที่บ่งบอกว่าเชาชอบนางเลย

ด้วยการที่เขาเป็นแบบนั้น เขาย่อมไม่สมหวังแน่นอน

" เอ่อ . . . " หลังคิดพร้อมกับเดินไปสักพัก ฉื่อหยานก็ยิ้ม " งั้น . . . . . . . สาวน้อยคนนั้นย่อมเป็นอัจฉริยะสินะ "

" แน่นอน ! "

ฮั่นจงพยักหน้าและพูดยืนยัน " ไม่งั้น ชิเสี่ยว จากหุขเขาเมฆาคงจะไม่รับนางเป็นศิษย์แน่ และเขายังรับนางเป็นศิษย์ทันทีหลังจากที่เห็นนางครั้งแรกอักด้วย เมื่อสามปีก่อน ชิเสี่ยวได้บรรลุเป็นนักรบในระดับนภา ซึ่งนั่นหาได้ยากมากในสมาคมการค้าและจักวรรดิ์อัคคีและจักวรรดิ์พรพระเจ้า ว่ากันว่า แม้แต่ เป่ยหมิงชาง เองก็เคยถูกเขาทุบตีมาแล้ว "

" เช่นนี้นี่เอง "ฉื่อหยานดูไม่แยแส " เช่นนั้นไปกันเถอะ "

" นี่ . . . . . . . เจ้าจะไม่ทำอะไรสักอย่างกับสิ่งข้าพูดหน่อยรึ เจ้าควรไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าสะ " ฮัน จงยิ้มอย่างขมขื่น

" ตอนนี้ หญิงสาวคนหนึ่งที่มีคนชมชอบมากมายอีกทั้งนางยังได้รับการปกป้องจากชิเสี่ยวและซั่วชูกำลังรออยู่ , ข้าไม่อยากจะให้นางรอนาน เด๋วจะเสียโอกาส  "

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 53 ผู้มาเยือนจากตระกูลซั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว