เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 ดินแดนเร้นลับ

บทที่ 52 ดินแดนเร้นลับ

บทที่ 52 ดินแดนเร้นลับ


บทที่ 52 ดินแดนเร้นลับ

 

" ปัง ! "

ฉื่อหยานไม่สามารถทรงตัวได้อีกต่อไป และเขาล้มลงกับพื้นและหอบหายใจอย่างหนัก

ก้อนควันแปลกประหลาดที่มองไม่เห็น ไหลออกมาจากเส้นชีพจรของเขาเข้าไปในจิตใจเหมือนกับผ้าไหม

พลังงานเชิงลบที่บุกรุกเข้าไปในจิตใจของเขาเริ่มหลอมรวมเข้ากับเส้นประสาท

แล้วเขาก็รู้สึกเจ็บปวด เหมือนกับว่ามีอะไรมาเจาะลงที่หัวของเขา

ความเจ็บปวดนี่เป็นเหมือนกระแสไฟฟ้า และมันได้กระจายไปทั่วร่างของเขา , มันบุกเข้าไปในเส้นชีพจรของเขาทั้งหมด

ทั้งหมดนี่มันกินเวลาเพียงแค่สามวินาทีเท่านั้น

พลังงานเชิงลบกระจายหนาแน่นไปที่เส้นชีพจรทุกเส้น

ไม่เพียงเท่านั้นพลังงานเชิงลบในเส้นชีพจรของเขายัง ยังไหลผ่านเส้นเลือด กล้าม กระดูก เซลล์ และอวัยวะภายใน

เป็นเหมือนกระแสไฟฟ้าที่ไหลไปทั่วๆร่างกายของเขา ในขณะที่เขากำลังปวดหัวอย่างรุนแรง แขนและขาของเขาเริ่้มส่งสัญญานบางอย่างออกมา เป็นควันสีขาวลอยออกมาจากทุกๆรูขุมขน . . . . . . .

ควันสีขาวซีดเป็นห่อเป็นชั้นรอบๆตัวของเขา พวกมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือด , เป็นความกระหายเลือดที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะฆ่าฟัน !

พลังงานเชิงลบทั้งหมดที่ไหลออกมาจากตัวของเขาทำให้ร่างกายของเขาผอมแห้งลง 1 ใน 3 ของร่างกายเดิม

เขายืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับร่างกายที่ผอมแห้ง ฉื่อหยานถูกห้อมล้อมไปด้วยความกระหายเลือด

จู่ๆ ความเจ็บปวดที่อยู่ภายในจิตใจของเขาก็พลันหายไปในครั้งเดียว

ฉื่อหยานลืมตาขึ้นทันที แล้วก็พบว่าประสาทสัมพัสของเขาได้กลายเป็นแหลมคมมากขึ้น และเขาก็สามารถคิดและคำนวณได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ในตอนนี้เขาสามารถคิดเรื่องต่างๆได้อย่างสงบและเยือกเย็น !

ในที่สุดดูเหมือนว่าพลังงานเชิงลบจะหลอมรวมเข้ากับเส้นประสามของเขาและทำให้ร่างกายของเขาผอมแห้งลงไปอย่างมากอีกครั้ง !

เขาลุกยืนอยู่ตรงนั้น เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังงานด้านลบที่อยู่ในเลือดและเนื้อของเขามันได้เพิ่มพลังให้เขาอย่างมหาศาล

ตอนนี้เขาได้กลายเป็นเหมือนเครื่องจักสังหารที่ไม่มีอารมณ์ใดหลงเหลืออยู่ในจิตใจของเขาอีกแล้ว เขาเพียงแต่คิดถึงแต่ การฆ่าฟัน เท่านั้น

ในตอนนี้เขาได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวันที่สุดไปแล้ว !

ไม่มีความคิดอื่นใดที่อยู่เหนือไปกว่าการฆ่าฟันในจิตใจของเขา สิ่งเดียวที่เขาคิดได้คือ การฆ่าฟัน โดยไร้ความเมตตา และไม่มีข้อแม้อย่างใด เพียงแค่ ฆ่า เท่านั้น

" ฮู้ ….. ฮู้ …. ! "

ฉื่อหยาน หายใจออกมาอย่างรุนแรงเหมือนปีศาจฆาตกร อยู่ในห้องแรงโน้มถ่วงซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยเลือดของเขา ไม่มีความเมตตาใดๆหลงเหลืออยู่ในสายตาของเขา และดูเหมือนว่าเขาจะสังหารสิ่งใดก็ได้ที่ปรากฏขึ้นมาในสายตา

" หยุดเดี้ยวนี้ ! ! ! ! ! ! "

นั่นเป็นเสียงที่ดังก้องในจิตใจของเขา มันดังออกมาอย่างรุนแรง ฉื่อหยานควบคุมควันสีขาวให้กลับเข้ามาในเส้นชีพจรของเขา

เขานั่งขัดสมาธิลงและ หลับตาลง เริ่มรวบรวมสมาธิ ชำระล้างความคิดในการฆ่าฟันที่อยู่ในจิตใจของเขาและค่อยๆควบคุมพลังงานเชิงลบในหัวให้กลับมาที่เส้นชีพจรของเขา

หลังจากผ่านไปเวลานาน

ฉื่อหยานก็เริ่มหายใจอย่างสม่ำเสมอ แต่เขากลับรู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างมาก . จากนั้นเขาก็ค่อยๆลืมตาขึ้น

ในแววตาของเขาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า มันไม่มีร่องรอยความเย็นชาหรือความกระหายเลือดหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

ในที่สุดข้าก็ สำเร็จขั้นแรกของ ' บ้าคลั่ง ' !

ในช่วงเวลานั้น ฉื่อหยานรู้สึกได้ถึงสภาพที่แท้จริงของ ' บ้าคลั่ง ' ในขั้นแรก

นอกจากมันจะเปลี่ยนแปลงร่างกายของเขาแล้ว มันยังเปลี่ยนแปลงจิตใจของเขาในทางที่น่ากลัวยิ่งขึ้นอีกด้วย

เขาเชื่อว่า หากเขาใช้งานมัน มันจะทำให้เขากลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่เย็นชา และสังหารทุกสิ่งได้อย่างเยือกเย็น

ในสภาวะเช่นนั้นความรู้สึกของเขาคงจะมีแค่ อยากจะฆ่าฟันเท่านั้น ! ทั้งหมดที่เขาคิดคือจะต้องฆ่าอย่างไรให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มันช่างเป็นความรู้สึกที่เลือดเย็นยิ่งนัก !

นี่มันน่าหวาดกลัวเกินไป !

ฉื่อหยาน ช่วยไม่ได้ที่จะร้องตะโกนอยู่ในจิตใจของเขาหลังจากที่เขาฟื้นสติกลับมา เขาสามารถจดจำสภาวะแปลกประหลาดนั้นได้อย่างชัดเจน เขาตระหนักว่าบางทีเขาอาจจะฝึกฝนผิดวิธี

การฝึกอบรมของ ' บ้าคลั่ง ' ควรเริ่มจากส่วนหัวและขั้นตอนการฝึกทั้งจะต้องประสาทสัมพัสจากสมอง เมื่อเขาเริ่มใช้ ' บ้าคลั่ง ' ภายในความคิดของเขา ร่างกายของเขาก็จะเปลี่ยนไปตามมัน

แต่เขากลับเริ่มฝึกจากมือ เท้า และร่างกายของเขาก่อน จากนั้นก็ค่อยมาฝึกที่ส่วนศีรษะของเขา เช่นนั้น ร่างของเขาจึงผอมแห้ง และรู้สึกเจ็บปวดในเส้นประสาทที่หัวของเขา

นี่เห็นได้ชัดว่าเขาได้ฝึกฝนในทางที่ผิด ดังนั้นเขาจึงมักจะเป็นลมหลายครั้งระหว่างหลายการฝึก

และตอนนี้เอง เขาก็ได้บรรลุก้าวสุดท้ายในขั้นแรกของ ' บ้าคลั่ง ' จนได้ . . . . . . .

ฉื่อหยานรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ไม่มีพลังงานใดหลงเหลืออยู่ เพื่อฝึกฝน ' ดรรชนีย์ทะลวง ' อีกต่อไป เขาต้องนั่งลงและฟื้นฟูตัวเองจากผลข้างเคียงของ ' บ้าคลั่ง ' โดยใช้จิตวิญญาณอมตะเสียก่อน

หลังจากพลังปราณลึกลับของเขากลับมาโคจรดั่งและฟื้นคืนมาเป็นส่วนมากแล้ว  เขาก็พยายามที่จะโคจรพลังปราณลึกลับเพื่อให้ทะลวงผ่านม่านพลังป้องกันที่แหวนอีกครั้ง

เมื่อเร็วๆ นี้ เขามักจะพยายามที่จะทะลวงม่านป้องกันแหวนสีโลหิตอยู่บ่อยๆ เพื่อดูว่ามีความลับอะไรอื่นอีกที่อยู่ในภายในแหวน

แต่ทุกๆการทะลวงก็ล้วนแต่ล้มเหลว ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในนภาที่สามของระดับก่อตั้งก็ตาม , เขาก็ไม่สามารถทะลวงม่านป้องกันนั้นได้

พลังปราณลึกลับของเขาจะถูกปิดกั้นโดยม่านพลังนั่น

และพลังปราณลึกลับของเขาก็จะถูกสะท้อนกลับออกมา ฉื่อหยานลุกขึ้นเดินไปที่มุมของห้องแรงโน้มถ่วง และหยิบหนังสือวิชาระดับวิญญาน ' หลุมแรงโน้มถ่วง ' ออกมาจากกระเป๋าของเขา

เขานั่งอยู่ที่มุมนั้น และ ก็ทำหน้ามุ่ยพร้อมกับเปิดหนังสือทีละหน้า

 

เขารู้สึกขอบคุณเจ้าของร่างคนเก่าเป็นอย่างมากมากในตอนนี้ เขาสามารถอ่านหนังสือโบราณทั้งหมดได้ เป็นเพราะความรู้ของเจ้าเด็กนี่

และนอกจากเจ้าเด็กนี้แล้วไม่มีใครอื่นในตระกูลที่สามารถอ่านอักษรโบราณพวกนี้ได้เลย

โชคดีที่เด็กนี่สามารถอ่านออกได้ เหมือนกับว่าเจ้าเด็กนี่ได้ศึกษาพวกอักษรโบราณเพื่อมาแปลให้กับเขา

นี้ย่อมเป็นหนังสือวิชาต่อสู้ระดับวิญญาณแน่นอน

เขาไม่ได้พูดอะไร เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ให้ใครฟัง แม้แต่ฉื่อเจี้ยน หรือ หยางไห่ก็ตาม มันจะเป็นการยุ่งอยากหากเขาบอกออกไป

. . . . . . .

เขาอ่านอักขระโบราณเหล่านั้นอย่างช้าๆและแอบคิดในใจของเขา

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้หนานัก มันมีเพียงแค่ยี่สิบเจ็ดหน้า เขารีบอ่านเนื้อหาทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

และปิดหนังสือลง ฉื่อหยานดูเหมือนกันกำลังคิดอะไรบางอย่าง และเขาก็พึมพำออกมา " หนังสือเล่มนี้ย่อมเป็นวิชาระดับวิญญานแน่นอน มันเป็นวิชาที่แปลกประหลาดนัก คนๆหนึ่งจะต้องมีประเภทของพลังสองประเภทถึงจะฝึกมันได้ " .

แม้ว่าวิชานี่จะไม่ได้เข้มงวดเรื่องระดับพลังแต่มันกลับเข้มงวดในเรื่องของประเภทของพลัง

แม้ว่านี่จะเป็นวิชาระดับวิญญาน , แต่นักรบระดับเริ่มต้นและก่อตั้งก็สามารถฝึกมันได้

แต่ว่ามันมีเพียงเงือนไขเดียวเท่านั้นที่จะสามารถฝึกวิชานี้ได้ คือ คนผู้หนึ่งจะต้องมีพลังสองประเภทในร่างกาย

เมื่อพลังทั้งสองประเภทหลอมรวมกัน ๆ มันก็จะสร้างเป็นสนามหมุนวน และจึง สร้างเป็นแรงดึงดูดขึ้นมา

เมื่อสนามถูกสร้างขึ้นมา มันก็จะดึงดูดทุกๆคนแม้แต่ผู้สร้างเองก็ตาม

ภายใต้อำนาจของมัน ใครก็ตามที่อยู่ในจุดศูนย์กลางของมันจะต้องโดนบีบจนแหลกสะหลายกลายเป็นเนื้อบดทันที พลังปราณลึกลับของเขาจะถูกปิดกั้นไว้และพวกเขาจะไม่สามารถที่ใช้วิชาต่อสู้ของพวกเขาได้

ตามที่ผู้เขียนบอกในหนังสือ ' หลุมแรงโน้มถ่วง ' ยิ่งมีประเภทของพลังมากมายเท่าใด การฝึกฝนก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และพลังของมันก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

เช่นถ้าผู้ฝึกครอบครองพลัง 3-4 ประเภท สนามที่เขาสร้างขึ้น จะสามารถบดนักรบในระดับหายนะได้อย่างง่ายดาย

และเมื่อครอบครองพลัง5 ประเภท แม้แต่นักรบในระดับปฐพี ก็จะตกตายทันทีหากตกอยู่ภายใต้ วิชา หลุมแรงโน้มถ่วง นี่ !

ฉื่อหยานถือหนังสือแล้วคิดบางอย่าง จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ ขณะที่สายตาของเขาสดใสขึ้น

นักรบทั่วไป มีเพียงพลังหนึ่งประเภทในร่างกายของพวกเขาเท่านั้น และเฉพาะผู้ที่ครอบครองจิตวิญญานพิเศษเท่านั้นที่อาจจะมีพลังงานประเภทอื่นรวมอยู่ด้วย เช่น ตี่ย่าหลาน ที่ครอบครองเปลวเพลิงอัคคีคราม

เห็นได้ชัดที่สุดคือนักรบทั่วไปไม่สามรถฝึกวิชาต่อสู้ระดับวิญญานนี้ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะได้ครอบครองพลังหลายประเภทในร่างกายของพวกเขา

โชคดีที่ฉื่อหยานเป็นหนึ่งในคนกลุ่มน้อยนั้น เขามีพลังงานเชิงลบอยู่มากในเส้นชีพจร มันแตกต่างออกไปจากพลังปราณลึกลับ เพราะเขาสามารถฝึกฝนได้โดยตรง

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 52 ดินแดนเร้นลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว