เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ฆ่าสังหาร

บทที่ 37 ฆ่าสังหาร

บทที่ 37 ฆ่าสังหาร


บทที่ 37 ฆ่าสังหาร

 

ภายในถ้ำ มีศพอยู่ 3 ศพ , และนักรบที่บาดเจ็บอยู่อีก 3 คน พร้อมกับฉื่อหยานที่ยืนอยู่

ฉื่อหยาน หลังจากที่เดินเข้าไปในถ้ำแล้ว เขาก็ไม่ได้ทำอะไรอีก เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น และสัมพัสไปที่คลื่นพลังปราณลึกลับที่มาจากบรรดาศพทั้งสามที่พึ่งตายสดๆ พลังปราณลึกลับเหล่านั้นพุ่งเข้าไปใน เส้นชีพจรทั้ง 720 เส้น ในร่างกายของเขา คลื่นพลังเหล่านั้นซัดโหมกระหน่ำในเส้นชีพจรของเขาอย่างรุนแรง จนเขารู้สึกเจ็บเล็กน้อย

ในตอนนั้นเอง ร่างกายของฉื่อหยานก็กลับกลายเป็นบ้าคลั่งอีกครั้ง กล้ามเนื้อของเขาก็หดตัวจนเขาดูผอมแห้งลงไปอีก

ปรากฏเป็นคลื่นพลังงานของความชั่วร้ายลอยออกมาอย่างรวดเร็ว และแพร่กระจายไปทั่ว มันเป็นควันสีขาวปกคลุมร่างกายของเขานั่นเอง พลังงานที่เต็มไปด้วยความเย็นยะเยี้บและโหดเหี้ยมก็ได้ปกคลุมไปทั่วถ้ำอย่างรวดเร็ว

มันเป็นเหมือนอาคมที่ชั่วร้ายที่เต็มไปด้วยวิญญานที่น่าขนลุก

เมื่อนักรบทั้งสามคนที่ได้รับบาดเจ็บ สูดดมควันนี้เข้าไป จิตใจของพวกมันก็ถูกปกคลุมไปด้วยความบ้าคลั่งและกระหายเลือดทันที

" แก ไอ้ลูกหมา ! ข้าจะถลกหนังเจ้า ! "

เป็นผู้นำของพวกมันที่ตะโกนเสียงดังออกมา พร้อมกับมีดอกป๊อปปี้สีเขียวปรากฏบนฝ่ามือของมัน เป็นดอกป๊อปปี้ที่สร้างจากพลังปราณลึกลับทั้งหมดของมัน และดอกป๊อปปี้นั่นดูเหมือนกับว่ามันจะมีชีวิต มันกำลังเติบโต และขยายตัวขึ้นด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์บนฝ่ามือของผู้นำ

แค่วินาทีเดียวดอกป๊อบปี้สีเขียว ก็มีขนาดเท่าต้นหญ้าธูปฤๅษี มันดูแข็งแกร่ง และส่องแสงออกมาในช่วงกลางของดอกตูม เป็นแสงสีเขียวที่ส่องกระจายไปรอบ ๆ

มันแกว่งไปมาบนมือของผู้นำ จากนั้น ดอกป๊อปปี่ยักษ์นั่น ก็พุ่งมาที่ฉื่อหยานทันที

ใบของดอกป๊อปปี้เป็นสีแดงเหมือนกับปากที่มีเลือดเปรอะอยู่ มันพยายามจะกัดไปที่หัวของฉื่อหยาน และดูเหมือนกับว่ามันกำลังพยายามกลืนกินหัวของเขาและหญิงสาวทั้งสอง

" ฮ้า ! "

เป็นเสียงคำรามออกมาจาก ฉื่อหยาน เขารีบบีบอัดพลังงานเชิงลบที่เขาดูดซับมาจากนักรบที่ตายไป และปลดปล่อยพลังงานพวกนั้นออกมาจากเส้นชีพจร บังคับให้มันพุ่งออกมาครอบคลุมร่างกายของเขาทั้งหมด ไม่นานนัก ก็ปรากฏเป็นเงาวิญญานของนักรบสามคนที่พึ่งตายไป ขึ้นด้านหน้าเขา

พวกเงาวิญญานเหล่านั้นลอยอยู่ด้านหน้าของเขา สีหน้าของเงาวิญญานเหล่านั้นด้วยความหวาดกลัว และดวงตาของมันก็เต็มไปด้วยความแค้น

" สตีฟ มิคกี้ เท็ดดี้ "

นักรบบางคนเห็นดังนั้นจึงรู้สึกกลัว , มันตกตะลึงจนพูดไม่ออก เงาวิญญานเหล่านั้นกำลังลอยอยู่ด้านหน้าของฉื่อหยาน และพวกมันกำลังร้องโหยหวนออกมาไม่หยุด

เงาวิญญานทั้งสามมีลักษณะคล้ายกับนักรบสามคนที่ตายไป

หัวหน้าค่อนข้างประหลาดใจ ช่วยไม่ได้ที่เขาจะก้าวเท้าถอยหลังไปด้วยความกลัว แต่ว่า ดอกป๊อปปี้ที่น่าขนลุกของมันนั้นยังไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว และกำลังจะพยายามกัดไปที่หัวของฉื่อหยาน

" หายไปสะ ! "

ฉื่อหยานโบกกำปั้นของเขาและส่งคลื่นควันสีขาวที่ยุ่งเหยิงพุ่งออกไปและพลังงานเชิงลบเหล่านั้นก็บีบอัดกันกลายเป็นกระแสของพลังงานเชิงลบที่พันกันเป็นเหมือนงูสีเงินและก็พุ่งเข้าไปในจุดศูนย์กลางของดอกป๊อบปี้

" บูม ! "

ดอกป๊อปปี้ระเบิดออกเป็นชิ้นๆและ กลายเป็นประกายแสงที่หนาวเย็นและน่าขนลุกสาดกระจายไปรอบๆเหมือนกับพลุ

" ระวัง ! ! ! "

หัวหน้าตะโกนออกมา มันรีบเคลื่อนตัวไปข้างหน้า และครอบคลุมอีกสองคนด้วยมือทั้งสองของมัน จากนั้นก็มีจุดประกายไฟเล็กๆบนฝ่ามือของมัน มันโบกมือออกไป และมือของมันกระทบกับแสงที่หนาวเย็น และจู่ ๆประกายไฟนั้นก็ลอยเข้าไปที่หน้าอกของมัน

ฉื่อหยานใบหน้ากลายเป็นโหดเหี้ยมอย่างที่สุด เขาเริ่มที่จะใช้ความคิดของเขาเปิดใช้งานจิตวิญญานกายาแข็ง ในถ้ำมืดๆแห่งนี้ ทั้งร่างของเขากลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม และมันก็ดูเหนียวแน่นแข็งแกร่งเหมือนเหล็ก

จากนั้นก็มีพลังงานเยือกแข็งนับสิบพุ่งมาแทกที่เขา และเกิดเป็นเสียงดังออกมา อย่างไรก็ตาม พวกมันทั้งหมดก็ถูกขวางกั้นโดยเงาวิญญานทั้งสาม มีเพียงพลังงานเยือกแข็งส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้ผ่านมากระทบกับร่างกายและกล้ามเนื้อของเขา

พลังงานเยือกแข็งที่เล็ดลอดมานั้นพุงมาอย่างรวดเร็วและชนเข้าไปที่ร่างกายของเขา แต่พลังเหล่านั้นกลับถูกขวางกั้นด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งอของเขา

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที ร่างของฉื่อหยาน ก็ได้กลับสู่ภาวะปกติ และไม่ได้เปิดใช้งานจิตวิญญานกายาแข็งหรือพลังใดๆอีก

" ติงหยาน ! "

ตี่ย่าหลาน วิ่งเข้าไปในถ้ำ และเห็นฉื่อหยานกำลังเผชิญหน้ากับนักรบทั้งสามคน ด้วยตัวคนเดียว ช่วยไม่ได้ที่นางจะกรีดร้องออกมาและถามเขาด้วยความเป็นห่วง " เจ้าเป็นไรหรือไม่ ? "

" ท่านช่วยใช้จิตวิญญานอัคคีครามไปสังหารเจ้าหัวหน้าไว้แทนข้าที เดี๋ยวข้าจะไปสังหารนักรบอีกสองคนที่อยู่ในระดับก่อตั้งเอง "

ฉื่อหยานออกคำสั่งด้วยใบหน้าที่โหดร้าย จากนั้นเขาก็เริ่มควบคุมจิตใจของเขา และเงาวิญญานทั้งสามที่อยู่ข้างหน้าก็เคลื่อนไหว พุ่งไปที่นักรบทั้งสามคนเหมือนหมาป่าที่หิวโหย

ในถ้ำหินเล็กๆแห่งนี้ เมื่อเกิดการจู่โจมขึ้น ก็แถบจะไม่สามารถหลบได้พ้น เพราะมันไม่มีพื้นที่กว้างพอให้หลบเลี่ยง และฝ่ายตรงข้ามทำได้แค่เพียงป้องกันเท่านั้น

เมื่อเห็นเงาวิญญานทั้งสามกำลังพุ่งมาที่พวกมัน นักรบทั้งสามคนที่อยู่ในถ้ำก็กลายเป็นหวาดกลัวทันที

ทุกคนย่อมหวาดกลัวต่อสิ่งที่ตนเองไม่รู้จัก

โดยเฉพาะเมื่อ 1 นาทีที่แล้ว เงาวิญญานพวกนั้นนั้นยังเป็นพี่น้องของมันอยู่เลย !

 

พวกมันทั้งสามพยายามที่จะหลบหนีแต่เส้นท้างก็ถูกขวางกั้นเรียบร้อยแล้ว ด้วยก้อนหินใหญ่ พวกมันตอนนี้ไม่มีที่จะหลบหนีอีก

" อย่าไปกลัว ! "

เป็นหัวหน้าของมันที่ตะโกนขึ้น และปลเปล่อยพลังงานเยือกแข็งออกมาจากอกของมัน จากนั้นก็ปรากฏโล่น้ำแข็งสีเงินปกคลุมนักรบทั้งสอง

ฉื่อหยานแอบมองไปที่มัน และเขาก็กำลังใช้ความคิด

เงาวิญญานทั้งสามหยุดอยู่ตรงหน้าพวกมันทั้งสองคน โดยมีโล่สีเงินขวางกั้นเอาไว้ เงาวิญญานทั้งสามสะบัดหมัดของพวกมันออกไปและเริ่มที่จะทำในสิ่งที่น่ากลัว เช่น กระแทกระทัน และ กัดกิน โล่นั่น ด้วยดวงตาของพวกมันที่ปรากฏความไม่พอใจออกมา พวกมันปลดปล่อยพลังงานเชิงลบทั้งหมดออกไปที่นักรบเหล่านั้น

พลังงานเชิงลบรวมตัวกันอยู่ในม่านตาของวิญญานทั้งสาม และมันก็ได้พุ่งเข้าไปที่นักรบทั้งสามคน

แทบจะทันที พวกมันก็ได้รับผลกระทบจากพลังงานเชิงลบ , จิตใจของพวกมันทั้งสามในตอนนี้เหมือนถูกโยนลงไปอยู่ในชั้นล่างสุดของนรก พร้อมกับมีเสียงวิญญานนับไม่ถ้วนร้องโหยหวนดังออกมาที่หูพวกมันเหมือนกับว่าพวกมันกำลังตกอยู่ในนรกที่ไม่มีวันสิ้นสุดและไม่มีทางที่พวกมันจะหนีออกมาได้

ใบหน้าของนักรบทั้งสามกลายเป็นแข็งค้างและสายตาของพวกมันกลายเป็นไร้ซึ่งชีวิต ใบหน้าทั้งหมดของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว" พี่สาวหลาน ! ใช้อัคคีครามทำลายโล่เยือกแข็งของมันสะ " ฉื่อหยาน ตะโกน

ตี่ย่าหลาน สั่นเล็กน้อย นางไม่คิดอะไรอีก และรีบพุ่งออกไป พร้อมกับมีเปลวเพลิงสีฟ้าปรากฏอยู่บนฝ่ามือของนาง เปลวเพลิงสีฟ้ากลายเป็นนกฟินิกซ์ที่ปราดเปรียวพุ่งไปที่โล่สีเงิน

" ชี่….. ชี่... ! "

โล่สีเงินเริ่มละลายจากความร้อนของเปลวเพลิงสีฟ้า โล่พลังปราณลึกลับของหัวหน้าก็ค่อยๆอ่อนแอลง ด้วยการโจมตีของจิตวิญญานอัคคีครามของตี่ย่าหลาน มันก็ได้แตกออกกลายเป็นรูขนาดเท่ากำปั้น

เงาวิญญานทั้งสามฉวยโอกาสจากรอยร้าวนี้อย่างรวดเร็ว พวกมันกลายเป็นควันและพุ่งผ่านรูนั้นเข้าไป จากนั้นพวกมันก็เข้าไปในร่างของนักรบทั้งสามตามลำดับทันที

ตอนนั้นเองฉื่อหยานก็วิ่งไปที่ข้างหน้าของพวกมัน

เขาโคจรพลังปราณลึกลับทั้งหมดให้ไหลเข้าไปในแขนของเขาอย่างบ้าคลั่ง และเมื่อเขาขยับแขนของเขา มันก็เกิดเสียงระเบิดขึ้นในอากาศ เสียงของมันเหมือนกับภูเขาที่ถูกระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

ปรากฏเป็นหมอกสีขาวพัวพันไปรอบๆกำปั้นเหล็กของเขา มันควบแน่นและกลายเป็นชั้นของเหลวอ่อนๆครอบคลุมแขนของเขา มันกลายเป็นเหมือนกับกระดูกและปรากฏขึ้นบนแขนของเขา มันดูน่ากลั่วเ็นอย่างมาก มันเหมือนกับกรงเล็บที่แหลมคมของวิญญานร้าย

" ปุ ! "

แขนที่เหมือนคมดาบของฉื่อหยาน แทงทะลุหน้าอกของผู้ชายที่ปากหมาที่กระทำเรื่องไร้มายาทกับมู่หยู่เตี๋ย เขาได้ใช้กำปั้นชกไปที่ชายคนนั้นอย่างรุนแรงจนมันล้มลงบนและกระเด็นไปติดผนังถ้ำ และเกิดเป็นเสียงกระทบที่หนักแน่นดังขึ้น

" เจ้ากำลังรนหาที่ตาย ไอ้สารเลว ! "

ในตอนนั้นเอง หัวหน้านักรบก็ตื่นขึ้นมากลางคัน มันได้ตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายของมัน และเห็นว่าหนึ่งในพี่น้องของมันกำลังทุกข์ทรมานและตกตายต่อหน้าต่อตามัน ช่วยไม่ได้ที่มันจะตะโกนออกมาด้วยความโกรธ มันสร้างลูกบอลแสงสีเงินขนาดใหญ่บนฝ่ามือของมันและซัดมันไปที่หน้าอกของ ฉื่อหยาน อย่างรุนแรง

ในตอนนั้นเองก็เหมือนมีแรงโน้มถ่วงที่ท่วมท้นกำลังกดทับลงไปที่ฉื่อหยาน ซึ่งมันได้รวมเข้ากับพลังเยือกแข็ง ทันใดนั้นก็ระเบิดออกที่หน้าอกของฉื่อหยาน

" แต๊ก แต๊ก แต๊ก "

ฉื่อหยานต้องถอยไปไกล และหยายามที่จะยืนอย่างมั่นคง

เขานั้นรับแรงระเบิดที่เกิดจากนักรบในระดับมนุษย์ไปเต็มๆ อย่างไรก็ตาม หน้าอกของฉื่อหยานเพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากการระเบิด เขาก็ตรวจดูร่างกายของเขาเป็นครั้งที่สองเพื่อดูว่าร่างกายของเขายังเหมือนเดิมหรือไม่

ที่หน้าอกของเขาได้รับผลกระทบจากพลังเยือกแข็งเล็กน้อย แต่มันก็ไม่สามารถทำร้ายอะไรเขาได้

นี้สินะคือขั้นที่สองของจิตวิญญานกายาแข็ง ! ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก !

ฉื่อหยานกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ เขาโคจรพลังปราณลึกลับ ให้มันไหลไปที่หลอดเลือดที่อยู่ภายในหน้าอกของเขา พลังปราณลึกลับของเขาเป็นเหมือนกระแสพลังงานที่อบอุ่น มันได้ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจากพลังเยือกแข็งอย่างรวดเร็ว ทั้งในเส้นชีพจร และ หลอดเลือด

ตี่ย่าหลาน พุ่งไปข้างหน้าด้วยดาบสั้นที่อยู่ในมือ และนางเริ่มต่อสู้กับหัวหน้า นางได้สร้างเพลิงสีฟ้าที่แข็งแกร่งขึ้นมาเป็นรูปนกฟินิกซ์ ,และปล่อยมันไปที่พลังเยือกแข็งของหัวหน้านักรบ แต่เพลิงนกฟันิกซ์สีน้ำเงินนั้น ก็ไม่สามารถตอบโต้พลังเยือกแข็งได้ทั้งหมด

" พวกท่านเป็นอะไรหรือไม่ ? "

มู่หยู่เตี๋ยเข้ามาในถ้ำและมือครอบคลุมไปที่จมูกของนาง เมื่อนางก้าวเข้าไป นางเกือบจะอาเจียนออกมาทันที เพราะกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรง

 

" เอากองศพไปไว้นั่นสะ ! "

 

ฉื่อหยานสั่งด้วยความบึ้งตึง เขาไม่ได้รอมู่หยู่เตี๋ยตอบสนองอย่างใด เขาพุ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปที่นักรบในระดับก่อตั้ง ที่ยังจมอยู่กับฝันร้ายของมันด้วยเงาวิญญาน

 

" ไม่ ! โจ น้อยยย ! "

สีหน้าของหัวหน้าเปลี่ยนไปทันที มันได้กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง

 

มันไม่อยากเชื่อ มันไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่า นักรบเพียงระดับก่อตั้ง จะสามารถทนระเบิดพลังเยือกแข็งเต็มกำลังของมันได้ อีกทั้งยังมีชีวิตอยู่ และมันยังฆ่าพี่น้องของเขาอีกด้วย !

แล้วมันนั้นเป็นใคร มันนั้นเป็นถึงนักรบที่มีพลังในนภาที่สองของระดับมนุษย์ ! เหตุใดพลังของมันถึงไม่อาจสังหารเขาได้

" พี่ ทรัม! "

เมื่อได้ยินชื่อของมันถูกเรียก มันก็ได้สติขึ้นมา แต่ก็สายเกินไป มันไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพีนงกรีดร้องออกมา

และนั่นก็เป็นเสียงกรีดร้องสุดท้ายของมันที่ได้ร้องออกมาในโลกนี้

วินาทีต่อมา มันก็ได้หยุดร้องไปและร่างของมันก็พุ่งไปกระแทกเข้ากับก้อนหินอย่างรุนแรง และเลือดเนื้อของมันก็ได้แตกกระจายออกมาจากร่างของมันทั้งหมด

เป็นร่างกายของฉื่อหยานที่ระเบิดพลังที่สามารถทะลายภูเขาได้ออกมาอย่างบ้าคลั่งออกมา เขาเพียงแค่พุ่งชนไปที่มันเท่านั้น ก็ส่งร่างของมันก็กระเด็นออกไปชนกับก้อนหินจนร่างกายแตกละเอียดทันที

" ไม่ ! ! โจน้อยยย !! "

ช่วยไม่ได้ที่หัวหน้าจะร้องโหยหวนออกมา เมื่อเห็นพี่น้องของเขาตกตายอย่างเลวร้าย พลันดวงตาของมันปรากฏแววสิ้นหวังออกมา มันเริ่มรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาที่มาแย่งชิงถ้ำแห่งนี้

มันรู้สึกเสียใจที่ไปตอแยกับฉื่อหยาน , ด้วยความสิ้นหวังเหล่านี้ มันรู้สึกเสียใจที่เข้ามาในป่าแห่งนี้จริงๆ

" แม่นางมู่ , เร็วเข้า , รีบเคลื่อนย้ายศพเหล่านั้นสะ ! "

ฉื่อหยานมองอย่างแข็งกร้าวไปที่มู่หยู่เตี๋ย และพูดด้วยเสียงเย็นชา " ถ้าไม่อยากตาย ก็รีบทำมันสะ ! "

มู่หยู่เตี๋ยช่วยไม่ได้ที่จะกลัวจนตัวสั่น ภายใต้ดวงตาที่ดูเลือดเย็นของ ฉื่อหยาน , นางคุกเข่าลงเพื่อที่จะจัดการกับศพที่น่ารังเกียจพวกนี้ นางจัดการเก็บชิ้นส่วนเลือดเนื้อและเคลื่อนย้ายร่างศพไปที่อีกมุมหนุ่งของถ้ำอย่างหวาดกลัว

" ฉื่อหยาน มาช่วยข้าหน่อย ! "

ตี่ย่าหลาน ร้องออกมา " หมอนี่มันมีพลังปราณลึกลับแข็งแกร่งเกินไป ข้าไม่สามารถหยุดมันไว้ได้อีกแล้ว ! "

สัตว์อสูรเริ่มรวมตัวอยู่ที่หลังก้อนหินข้างนอกถ้ำ พวกมันส่งเสียงคำรามและเห่าหอนออกมาให้พวกเขาได้ยิน ดูเหมือนว่าอีกไม่นาน หุบเขานี้จะต้องปกคลุมด้วยสัตว์อสูรเป็นแน่ และแน่นอนว่าตี่ย่าหลานรู้สถานการณ์ในเวลานี้ดี พวกเขาจะต้องจบการต่อสู้นี้อย่างรวดเร็วและต้องฆ่าเจ้าหัวหน้าให้เร็วที่สุด

" ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ ! "

ฉื่อหยานรีบวิ่งมายืนตรงหน้า ตี่ย่าหลาน และเผชิญหน้ากับหัวหน้า

" บูม ! "

ในตอนนั้นเอง ก็มีพลังงานเยือกแข็งสีเงินปรากฏขึ้นบนฝ้ามือหัวหน้าอีกครั้ง และพุ่งไปที่หน้าอกของตี่ย่าหลานและฉื่อหยาน

" เฮ้ เฮ้ ! "

ฉื่อหยานใส่ยิ้มน่ากลัวบนใบหน้าของเขา แต่ด้วยความช่วยเหลือของจิตวิญญานกายาแข็งซึ่งอยู่ในขั้นที่สอง

เขาก็โต้ตอบพลังนั่นกลับไปอย่างสบาย ตอนนี้หัวหน้าได้ถูกบังคับให้ถอยไปในมุมของถ้ำหิน มันไม่มีทางให้หนีอีกต่อไป

จากนั้นก็ปรากฏเปลวเพลิงฟีนิกซ์สีฟ้าพุ่งไปที่ไหล่ของหัวหน้าอย่างรวดเร็ว

เปลวไฟนั่นล้อมไปรอบๆและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนไหล่ของมันปรากฏเป็นรอยสีเทาๆขึ้น ไม่นาน ก็มีกลิ่นเนื้อไหม้ลอยออกมาบนไหล่ของมัน เปลวเพลิงเริ่มแข็งแกร่งและรุนแรงขึ้น จากนั้นแพร่กระจายจากไหล่ไปถึงช่วงท้องและเอว และลามไปเผาน้องชายใต้เข็มขัดของมัน

" อ๊าาาาาาา ! "

หัวหน้าเริ่มกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เสียงของมันนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มันต้องกานที่จะทำลายการป้องกันของฉื่อหยาน มันจึงออกไปจากถ้ำแห่งนี้และมันเริ่มโจมตีไปที่ฉื่อหยานอย่างบ้าคลั่ง

" เจ้าอยากจะได้ถ้ำแห่งนี้นักไม่ใช่รึไง เหตุใดตอนนี้อยากจะจากไปสะหละ เฮ้ เฮ้ แต่นั่นมันสายเกินไปแล้ว ! "

ฉื่อหยานใช้ [โล่แสงมืด]และ จิตวิญญานกายาแข็งเพื่อป้องกันการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของมันพร้อมกับล้อเลียนและปรากฏรอบยิ้มบนใบหน้าของเขา แม้ร่างของเขาจะดูผอมแห้ง แต่ฉื่อหยานก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนภูเขามั่นคง ไม่ว่ามันจะพยายามโจมตีมาสักกี่ครั้ง เขายืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

ตี่ย่าหลาน เห็นว่านี่เป็นโอกาสที่ดี นางจึงใช้ดาบสั้นในมือของนาง แทงไปที่ขาข้างหนึ่งของผู้นำถึงสองครั้ง

" ได้โปรด อย่าฆ่าข้าเลย ข้าจะมอบสมบัติที่พวกข้าขโมยมากจากถ้ำหมาป่าอัศนีขนเงินให้หมดเลย ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ได้โปรด ข้าจะมอบมันให้พวกเจ้าทั้งหมด ได้โปรด ! " หัวหน้าตะโกนขอร้องออกมาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว

" ถึงเจ้าไม่บอก ข้าก็จะเอาสมบัตของเจ้าไปแน่นอนอยู่แล้ว ! "

ฉื่อหยานยิ้มอย่างน่ากลัว และก็ปรากฏควันสีขาวนับไม่ถ้วนห่ออย่างแน่นหนาไปรอบๆ ร่างของหัวหน้า และมันก็เริ่มกรีดร้องออกมาอย่างน่ากลัว ตอนนั้นเอง ฉื่อหยานก็เจาะไปที่คอของมันด้วยนิ้วมือของเขา

ในไม่ช้าดวงตาของหัวหน้าก็กลายเป็นไร้ซึ่งชีวิต ร่างกายของเขาก็เริ่มจะกลายเป็นอ่อนลงและล้มลงบนพื้นอย่างช้าๆ

ฉื่อหยานไม่ได้มองไปที่ร่างของมัน แต่เขากลับรีบหันไปรอบ ๆและมองไปที่มู่หยู่เตี๋ยด้วยใบหน้าที่น่ากลัว เขาสบถด้วยเสียงเย็น " ชักช้า ! ยังจัดการกับศพพวกนั้นไม่เสร็จอีกรึ "

มู่หยู่เตี๋ยนางโมโหเป็นอย่างมาก นางนั้นได้พยายามอย่างหนักที่จัดการกับศพพวกนี้แล้ว แต่สำหรับเด็กสาวที่เกลียดสิ่งที่น่ารังเกียจเช่นนี้ มันไม่ง่ายเลยที่นางจะเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนศพเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะทำมันได้ทัน

ฉื่อหยานไม่เสียเวลาพูดกับนางอีก เขาเพียงแค่แบกศพเหล่านั้นขึ้นมาทั้งหมดด้วยร่างกายตัวเอง พร้อมกับคิ้วของเขาที่ขมวดลง ใบหน้าและมือของเขาเองก็เต็มไปด้วยเลือด จากนั้นเขาก็พูดด้วยเสียงที่เย็นชา " สัตว์อสูรกำลังจะมาที่นี่ เราจะรอดหรือไม่ นั่นก็ขึ้นอยู่กับประสงค์ของพระเจ้าแล้ว ! "

––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

 

 

จบบทที่ บทที่ 37 ฆ่าสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว