เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 เจ้าคนประหลาด

บทที่ 21 เจ้าคนประหลาด

บทที่ 21 เจ้าคนประหลาด


บทที่ 21 เจ้าคนประหลาด

 

ฉื่อหยานล้มลงไปบนพื้นด้านหลัง แขนและขาของเขาอ้าออก ใบหน้ากลายเป็นสีแดงคล้ายกับมีเลือดโฉลมอยู่บนหน้า เขาหอบหายใจอย่างหนัก และร่างของเขาก็กระตุกเป็นครั้งคราว

เขามองไปที่ประกายแสงดาวที่อยู่บนท้องฟ้า ฉื่อหยานรู้สึกได้ว่าทุกๆเซลล์ในร่างกายของเขากำลังสั่น ร่างกายของเขากระตุกเป็นบางครั้ง กล้ามเนื้อ เส้นเลือดและกระดูกกำลังขยายขึ้นและหดตัวอย่างสม่ำเสมอ

โดยปราศจากลังปราณลึกลับของเขา เขาหลับตาลงช้าๆ และเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

ภายในร่างของเขา กล้ามเนื้อสั่นอย่างรุนแรง กระดูกและเซลล์เหล่านั้นค่อยๆฟื้นฟูอย่างช้าๆ และค่อยๆเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเขา

เขานั้นเป็นคนที่คลั่งไคล้ในกีฬาผาดโผนเป็นอย่างมาก , ฉื่อหยาน รู้ดีว่าการที่เขาฝืนร่างกายให้ถึงขีดจำกัดในครั้งนี้มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกขั้นต่อไป

เมื่อมนุษย์ไปถึงขีดจำกัดของตัวเองได้ครั้งหนึ่งแล้ว ในครั้งต่อไปขีดจำกัดก็จะถูกขยายใหญ่ขึ้น ศักยภาพของร่างกายมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีสิ้นสุด

ผู้เชี่ยวชาญในด้านกีฬาผาดโผนได้สอนเขาว่า มีเพียงการทำลายขีดจำกัดของตัวเองเท่านั้น ทีจะสามารถทำให้พัฒนาได้อย่างรวด

เขาหลับตาลง สัมพัสได้อย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเส้นใยในกล้ามเนื้อของเขาที่ปราศจากพลังปราณลึกลับ

เมื่อเขาตรวจสอบมันอย่างระมัดระวัง ฉื่อหยานก็พบว่าจิตวิญญาณอมตะในร่างกายของเขากำลังเริ่มทำงาน และมันก็เริ่มฟื้นฟูรักษาร่างกายอย่างน่าอัศจรรย์ มันกำลังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อฉีกขาดของเขาอย่างต่อเรื่อง

การฝึกฝนอย่างหนักภายใต้แรงโน้มถ่วงที่มากขึ้น ส่งผลกล้ามเนื้่อของเขาทำงานอย่างหนักจนฉีกขาด ทันทีที่พวกมันได้รับการฟื้นฟู พวกมันก็จะแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ฉื่อหยานผ่านการเล่นกีฬสผาดโผนมามากมาย เขาจึงรู้จักสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขาดี มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาอยู่บ่อยๆ มันเป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะสร้างกล้ามเนื้่อ

เขาสัมพัสได้ว่าจิตวิญญาณอมตะของเขากำลังทำงานอยู่ มันเริ่มที่จะลดความเจ็บปวดในเส้นใยกล้ามเนื้อทุกๆส่วนของเขา ฉื่อหยานพยายามลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง และหยิบเอาอาหารออกมาจากกระเป๋าและเขาก็เริ่มสวาปามมันทันที เขารู้สึกมีความสุขมากจากการที่เขาได้ก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น

การฝึกฝนร่างกายอย่างหนักนั้นกินพลังในร่างกายของเขาเป็นอย่างมาก เขาจึงต้องกินอาหารให้มากๆเพื่อที่มันจะได้ไปฟื้นฟูและเพิ่มพลังของเขา

เนื้อแห้งที่กินเข้าไปไหลผ่านเข้าไปในกระเพาะ มันถูกย่อยอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นสารอาหารซึมเข้าไปในร่างกายของเขา

ในเวลาสั้นๆ เมื่อเขาได้สวาปามอาหารสำหรับคน 5 คนเสร็จแล้ว

เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขาอีกครั้ง และเขาก็ยิ้มกว้่างขึ้น เขาเก็บแขนและขานั่งขัดสมาธิและปิดตาลงและเริ่มที่จะโคจรพลังปราณลึกลับของเขาอย่างเงียบๆ

เมื่อพลังปราณลึกลับเริ่มโคจร ฉื่อหยานก็รู้สึกสั่นเล็กน้อยในร่างกายของเขา

อย่างที่เขาคิดไว้

พลังปราณลึกลับโคจรไปที่เส้นชีพจรของด้วยความเร็วที่มากขึ้นกว่าเดิม 30 เปอเซนต์จากปกติ

ในตอนนี้่เขารู้สึกกดดันอย่างมากภายในร่างกายและเส้นชีพจรของเขากลายเป็นผิดและบ้าคลั่ง เส้นชีพจรที่อ่อนแอของเขาก่อนหน้านี้ ดูว่าเหมือนมันจะดูดซับพลังปราณลึกลับที่ไหลผ่านได้มากขึ้นกว่าเดิม พลังงานในเส้นชีพจรของเขาขยายและเข้มข้นมากขึ้น

ฉื่อหยานรู้อยู่แล้ว การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายนั้นสำคัญเช่นเดียวกับกับการเสริมสร้างพลังปราณลึกลับ ; ทั้งสองสิ่งล้วนแต่สำคัญ

เมื่อมีร่างกายแข็งแกร่งพอ พลังปราณลึกลับก็จะควบแน่นได้เร็วขึ้น ความแข็งแกร่งของร่างกายนั้นมีผลต่อการโคจรพลังปราณลึกลับเป็นอย่างมาก และบางทีมันอาจจะทำให้จิตวิญญานต่อสู้ทั้งสองที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเขา มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน

ความคิดแรกของฉื่อหยานสำเร็จไปได้ด้วยดีจากการฝึกฝน ดังนั้นเขาจึงมีความสุขเป็นอย่างมาก

 

. . . . .

ในพุ่มหญ้าที่อยู่ไกลออกไป

" เตี๋ยเอ๋อ เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ? เจ้าควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อที่จะฟื้นฟูจิตวิญญานต่อสู้ของเจ้านะ " ลั่วฮ่าว นั้นสังเกตเห็นมู่หยู่เตี๋ยตั้งแต่ที่เขาได้เริ่มฝึกฝนฉื่อหยานด้วยสนามแรงโน้มถ่วงแล้ว และเมื่อเขาเห็นฉื่อหยานกำลังนั่งอยู่กับพื้นอย่างหมดหมดแรง , เขาจึงแอบมาหามู่หยู่เตี๋ยอย่างเงียบๆ

" ข้านอนไม่หลับจึงออกมาเดินเล่นรอบๆ ข้าเพียงแค่มาดูท่านฝึกเท่านั้น " มู่หยู่เตี๋ยยิ้มเบา ๆด้วยความกังวลเธอหยุดคิดสักพักแลพูดออกมาด้วยรอยยิ้มซุกซน " ลุงลั่ว ข้าว่านั่นมันหนักเกินไปสำหรับเขา ข้าจำได้ว่าเมื่อท่านฝึกจ้าวชิน , ท่านใช้สนามแรงโน้มถ้วงแค่สามเท่า เท่านั้น และ จ้าวชินเองก็อยู่ในนภาที่สองของระดับ ก่อตั้ง อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์ในการฝึกความแข็งแกร่งของร่ายกายมาก่อน แต่น่าแปลกนะ เหตุใดท่านจึ้งใช้สนามแรงโน้มถ่วง 5 เท่ากับเขากัน ? "

รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของ  ลั่วฮ่าว เขาส่ายหัวและถอนหายใจ " ที่ข้าใช้แรงโน้มถ่วง 5 เท่านั่นเพราะข้าต้องการให้เขาสูญเสียพลังงานจนหมดและล้มเลิกไปเอง ใครจะไปรู้ว่าเขามันเป็นคนบ้าของแท้ ! ข้าเองก็ตกใจเช่นกัน ข้าได้พยายามจะทำให้เขาล้มเลิกหลายครั้งแล้ว แต่เขากลับไม่ยอมเสียที ! "

" ท่านจะบอกว่า ท่านแค่พยายามจะขู่เขาในตอนแรก เพื่อที่เขาจะไม่ขอให้ท่านช่วยฝึกในภายหลังอีกเช่นนั้นรึ ? " มู่หยู่เตี๋ยม้วนตาของเธอและรู้สึกตกตะลึง

" เห้อออ " ลั่วฮ่าว ถอนหายใจอีกครั้ง " เจ้าก็รู้ว่า การควบคุมสนามแรงโน้มถ่วงนั้น สิ้นเปลืองพลังปราณลึกลับเป็นอย่างมาก และในระหว่างนั้น ข้าก็ไม่สามารถสนใจสิ่งอื่นได้ ข้าแค่ไม่อยากจะสูญเสียพลังปราณลึกลับของข้าเท่านั้นเอง และข้าก็ไม่อยากให้เขาพิการในวันต่อไปด้วย หากเป็นเช่นนั้นมันจะทำให้การเดินทางของเราล่าช้าเป็นอย่างมาก แต่ใครจะไปรู้หละ ว่ามันเป็นคนบ้า ! "

" งั้น ลุงลั่ว ท่านคิดว่าเขาผ่านไปกี่รอบแล้ว ? "

" สี่รอบ "

 

ลั่วฮ่าว ชูสี่นิ้วขึ้นมา และพูดด้วยเสียงหนัก " นักรบที่พึ่งบรรลุถึงระดับก่อตั้ง และไม่เคยฝึกฝนร่างกายมาก่อน จะถูกต้องถูกแรงโร้มถ้วงห้าเท่าจัดการในรอบที่สี่เป็นแน่ อักทั้งร่างกายของมันยังผอมแห้งเช่นนั้นอีก ข้าคิดว่ามันจะต้องเดี้ยงก่อนถึงรอบที่ สี่แน่ๆ .

" หืม . . . . . . . . . . . . แต่ตอนนี้เขาได้ผ่านไป 11 รอบแล้วนะ " มู่หยู่เตี๋ยพูดออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ ช่วยไม่ได้ที่นางจะเอาแต่จ้องไปที่ฉื่อหยานจากที่ไกลๆ นางเห็นเขานั่งอยู่กับที่เหมือนกับภูเขาที่มั่นคงสักพัก และจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเริ่มฝึกอีกครั้ง " พระเจ้า ! หรือว่าเขากำลังจะเริ่มฝึกอีกครั้งกัน ? "

" ว่าไงนะ ? มันยังขยับได้อีกรึ ? " ลั่วฮ่าว ตกตะลึงและแอบมองไปที่ ฉื่อหยาน เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า " บ้าเกินไปแล้ว ! เจ้านี้ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ นั่นมันเสี่ยงเกินไป ! ข้าเดาว่าพรุ้งนี้มันจะต้องขยับไม่ได้แน่นอน ! ด้วยการฝึกฝนที่หนักหน่วงเช่นนี้ มันจะต้องเผชิญกับร่างกายที่เจ็บปวด ข้าพนันได้เลยว่า พรุ้งนี้ พวกเราจะต้องเปลี่ยนแผนในการเดินทางอีกครั้งแน่ๆ "

" เอาหละๆ ช่างเถอะ …. เขานี่ช่างดื้อลั้นจริงเลยๆ ! " มู่หยู่เตี๋ยส่ายหน้าและยิ้มเล็กน้อย .

. . . . .

เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้น ก็ปรากฏหมอกหนาขึ้นไปทั่ว

" เตี๋ยเอ๋อ ลงมาได้แล้ว เราไม่มีเวลาแล้วนะ . " ภายใต้ต้นไม้เก่าแก่ , เป็นลั่วฮ่าว ที่ตะโกนเรียกมู่หยู่เตี๋ยอย่างช้าๆ

" ข้าอยากนอนอีก " มู่หยู่เตี๋ญบ่นราวกับอยู่ในความฝัน " ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจังหละ ไม่ใช่ว่าท่านบอกข้าว่าเขาจะไม่สามารถขยับได้ในวันนี้รึ . . . . . . . "

" ตอนนี้เขากำลังรอเจ้าอยู่ต่างหากหละ " ลั่วฮ่าว กล่าวเบาๆ พยายามที่จะควบคุมใบหน้าของเขาไม่ให้แปลกใจ

เมื่อสิบนาทีก่อน ฉื่อหยานได้เดินมาและขออาหารสำหรับคนสามคนไป

ต่อหน้าต่อต่า ฉื่อหยานสวาปามอาหารเหล่านั้นลงไปจนหมดและตบไปที่ท้องของตัวเอง จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความพึงพอใจและเขาก็พูดอย่างสบายๆ " ไปกันเถอะ " ลั่วฮ่าว ตกตะลึง เขาถลึงตามองไปที่ฉื่อหยานด้วยความตกใจ และบ่นกับตัวเองเบาๆ " เจ้านี่ตัวประหลาดของแท้ !!! ! "

" เขารอข้าอยู่งั้นรึ ! " มู่หยู่เตี๋ยพึมพำพร้อมกับขยี้ตาของเธออย่างเบาๆ

" ถูกต้อง และดูเหมือนว่าเขากำลังคึกครื้นมากกว่าคนอื่นเสียอีก " ลั่วฮ่าวยิ้มอย่างขมขื่น

" ท่านว่าอะไรนะ ? " มู่หยู่เตี๋ยก็ตกตะลึง เธอมองไปทางฉื่อหยานที่นั่งตัวตรงใต้ต้นไม้เหมือนกับลูกศร ด้วยดวงตาที่สดใสของนาง และอุทานออกมาเบาๆเช่นเดียวกับ ลั่วฮ่าว " เจ้าตัวประหลาด ! "

ฉื่อหยาน ก้มมองเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมใส่ และมั่นใจว่าไม่มีอะไรแปลกๆ เขาขมวดคิ้ว " ลุงลั่ว แม่น่างมู่ ส่วนไหนของข้างั้นรึที่ดูประหลาด  ? "

" ทุกส่วนของเจ้านั่นแหละ ! ฮ่าฮ่า" มู่หยู่เตี๋ย หัวเราะด้วยอารมณ์สนุกสนาน

การหัวเราะของเธอดูเหมือนจะนำมาซึ่งฤดูใบไม้ผลิ ทำให้เกิดฉากสวยงามขึ้นในป่าทมิฬที่ดูมืดสลัวแห่งนี้

จ้าวชินและหู้หยานก็ต่างก็มองไปที่นางด้วยสายตาที่หลงไหล แต่แล้วก็ตระหนักได้ว่ากำลังทำผิด และพวกเขาก็ลดหัวลง ไม่กล้าจะมองไปที่มู่หยู่เตี๋ยตรงๆ

ฉื่อหยานคอดตาของเขาลงและดวงตาของเขารู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาเมื่อจ้องไปที่มู่หยู่เตี๋ย " แม่นางมู่ ข้านั้นเป็นคนประหลาดของแท้ และข้าจะลงมือกับเจ้าแน่นอน ดังนั้น โปรดระวังตัวไว้ให้ดี คืนนี้ข้าอาจจะไปหาเจ้า หึหึหึ เจ้าจะต้องตะโกนร้องออกมาว่า ข้ารักท่านเจ้าคนประหลาด ข้ารักท่านมากๆ ! แน่นอน "

" เจ้ากล้าดียังไง ! " ตี่ย่าหลาน พ้นลมหายใจออกมา .

" โอ้ ขออภัย ข้าลืมไปเลยว่ายังมีหญิงสาวที่น่ารักอยู่ตรงนี้อีกคน บางทีเจ้าอาจจะโกรธ เพราะข้าไม่สนใจเจ้า แต่เจ้าเชื่อข้าสิ ข้าจะไปสนุกกับเจ้าด้วยเช่นกัน อย่าได้น้อยใจเลยนะ " ฉื่อหยานแกล้งทำเป็นเหมือนพึ่งคิดได้และได้เอามือจับไปที่หัวของเขา

" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า " มู่หยู่เตี๋ยเอามือกุมท้องและเธอก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา   เธอชี้ไปที่ฉื่อหยาน และหัวเราะคิกคัก " น่าขันนัก ! ทำไมเจ้าช่างตลกเช่นนี้ ! ฮ่าฮ่า . . . . . . ."

ตี่ย่าหลานตกใจแล้วหัวเราะด้วย เธอรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ยินฉื่อหยานพูดเช่นนั้น

จ้าวชิน และหู้หยาน ต่างก็ถูกครอบงำด้วยความสับสน ด้วยการแสดงออกของสองสาวที่มีต่อคนแปลกหน้าเช่นฉื่อหยาน

พวกเขาไม่เข้าใจ พวกเขานั้นมักจะทำตัวสุภาพกับหญิงสาวทั้งสอง และไม่เคยขัดใจพวกนางเลย แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวทั้งสองก็ไม่แม้แต่จะยิ้มให้พวกเขา

และเหตุใด ฉื่อหยานที่แสดงกิริยามารยาทไม่เหมาะสมแถมพูดจาบัดซี ถึงทำให้หญิงสาวทั้งสองยิ้มได้ นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ?

" เห้ ! " ลั่วฮ่าว ชายตามองฉื่อหยานแปลกๆและยิ้ม " เราควรพอแค่นี้ แล้วออกเดินทางกันได้แล้ว ! "

––––––––––––––––––––––––

ห่างหายไปนานในการลงเว็ปนี้ ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1183 แล้วนะคะ หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่ กดตรงนี้ >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

 

จบบทที่ บทที่ 21 เจ้าคนประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว