เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 272 ไลฟ์สดขายของ

บทที่ 272 ไลฟ์สดขายของ

บทที่ 272 ไลฟ์สดขายของ


หลานจือหย่าอุตส่าห์พูดจาหว่านล้อมถังถังอย่างใจเย็น แต่ถังถังกลับไม่ตอบอะไรเลย เธอจึงรู้สึกแปลกใจอยู่นิดหน่อย วันนี้ลูกสาวทำไมถึงยอมเชื่อฟังแบบนี้นะ?

พอหันไปมอง ก็เห็นลูกสาวกำลังพิมพ์ข้อความหาใครบางคนในมือถือ แถมยังยิ้มเหมือนคนเพ้ออีกด้วย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงกำลังคุยกับฟางโจวอยู่แน่ ๆ

หลานจือหย่ารู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง เธอยื่นนิ้วไปจิ้มหน้าผากถังถังแล้วพูดว่า

“แม่พูดไปตั้งเยอะแยะเมื่อกี้ เธอได้ฟังบ้างไหมเนี่ย?”

ถังถังเงยหน้ามองแม่ด้วยสีหน้างง

“อะไรนะ? เมื่อกี้แม่ว่าไงนะ?”

หลานจือหย่า: “………”

“ช่างเถอะ ไม่มีอะไร”

“ลูกคนนี้ บางทีก็ดูฉลาด บางทีก็ดูงี่เง่า”

“แม่ก็ไม่รู้ว่าเธอแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจรึเปล่า”

“เอาเถอะ”

“ตอนเย็นชวนฟางโจวมากินข้าวด้วยกันนะ”

ถังถังรีบตอบว่า

“คืนนี้ไม่ได้คะ”

เธอชูมือถือให้แม่ดู

“คืนนี้ ‘ต้วยฉวี่’ เปิดระบบไลฟ์สดแล้วค่ะ”

“หงเสี่ยวหลงกับฟางโจวเปิดบริษัท ‘หลงโจวเทรดดิ้ง’ ร่วมกัน แล้วคืนนี้เป็นวันแรกที่ไลฟ์สดขายของ”

“หงเสี่ยวหลงยังไม่มั่นใจ เลยชวนฟางโจวไปช่วยดูสถานการณ์”

“ฟางโจวถามหนูว่าอยากไปด้วยไหม”

“หนูก็สนใจนะ อยากรู้ว่าการไลฟ์สดขายของที่ฟางโจวพูดถึง มันเป็นยังไง”

“เลยจะไปดูด้วยตัวเอง เผื่อเอามาปรับใช้กับร้าน ‘ชิงเหอถัง’ ของเราบ้าง”

หลานจือหย่าถอนใจ แต่ในใจก็อดภูมิใจไม่ได้

ร้าน ‘ชิงเหอถัง’ นั่นลูกสาวเธอเป็นคนเปิดเอง ตั้งแต่ต้นก็เอาจริงเอาจังมาตลอด จนถึงตอนนี้ก็ยังทำได้ดีมาก

ตอนนี้คนรอบตัวเธอหลายคนก็เล่น ‘ต้วยฉวี่’ กันแล้ว หลายคนก็รู้จักร้าน ‘ชิงเหอถัง’ บางคนก็รู้ด้วยว่า ร้านนี้ลูกสาวเธอเป็นคนเปิดร่วมกับคนอื่น

เพื่อน ๆ ของหลานจือหย่าที่รู้เรื่องนี้ ต่างก็ชมถังถังไม่หยุด บอกว่าดูจากภายนอกก็รู้แล้วว่าถังถังเป็นเด็กฉลาด เป็นแบบอย่างของคนที่ดูเงียบ ๆ แต่หัวดีมาก ตอนนี้เหมือนเปิดโลกแล้ว ทำอะไรก็เก่งไปหมด

ถึงแม้เธอจะรู้ว่าคำชมพวกนั้นบางทีก็พูดเว่อร์เกินจริง แต่หลานจือหย่าก็ชอบฟังอยู่ดี ทุกครั้งที่ได้ยินคนชมลูกสาว เธอก็มีความสุขมาก

ข้อเสียเดียวที่ยังรู้สึกอยู่คือ...ลูกสาวเธอใจดีเกินไปหน่อย สนิทกับเพื่อนผู้หญิงคนอื่นก็ดีอยู่หรอก แต่ร้าน ‘ชิงเหอถัง’ เหมือนจะเปิดร่วมกับเพื่อนอีกสองคนด้วย แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่กันแน่

แต่เมื่อถังถังบอกว่าคืนนี้มีธุระ หลานจือหย่าก็ทำได้แค่ยอมรับและสำหรับเรื่องที่ถังถังพูด หลานจือหย่าก็ไม่อาจมองลูกสาวเป็นเด็กเล็ก ๆ อีกต่อไป

ตั้งแต่ช่วงเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฟางโจวก็คอยพาถังถังทำโน่นทำนี่ ถึงจะดูเหมือนเล่นสนุก แต่ก็ทำสำเร็จจริง ๆ แถมยังยิ่งทำก็ยิ่งไปได้ดี

เป็นเพราะฟางโจว ตอนนี้ทรัพย์สินของถังถังก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หลานจือหย่าติดตามข่าวคราวของบริษัทที่ฟางโจวทำอยู่โดยเฉพาะบริษัทที่ถังถังถือหุ้นด้วย ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าแค่หุ้นในมือถังถังตอนนี้ มูลค่าทรัพย์สินรวมก็เกือบหมื่นล้านแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงหลานจือหย่าเลย แม้แต่ถังเจี้ยนหวงเอง ตอนคุยเรื่องนี้ก็ยังรู้สึกเหมือนฝัน

“ไปเถอะ ๆ”

“พวกเธอไปทำธุระของพวกเธอเถอะ”

“เสร็จแล้วค่อยกลับมาบอกก็ได้ แม่กับพ่อแค่มาเที่ยว ไม่ขัดขวางเรื่องงานหรอก”

--

#ช่วงเย็น

ท้องฟ้าเมืองซูจิงกลับมาครึ้มอีกครั้ง

ฟางโจวจอดรถเรียบร้อย ถังถังกับลั่วอี้เหอลงจากรถ ทั้งสองคนพากันดึงเสื้อให้แน่นขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะความอยากรู้ สองสาวคงไม่ออกจากบ้านในสภาพอากาศแบบนี้แน่

ทั้งถังถังและลั่วอี้เหอล้วนสนใจการไลฟ์สดขายของนี้ สำหรับลั่วอี้เหอ ก็ถือเป็นการศึกษาสินค้าไปในตัว

หงเสี่ยวหลงเช่าออฟฟิศหนึ่งในตึกนี้ ใช้เป็นที่ตั้งของบริษัทหลงโจวเทรดดิ้ง ดูภายนอกเหมือนไม่มีอะไร และก็ไม่ได้มีอะไรจริง ๆ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ใช้สำหรับไลฟ์สดโดยเฉพาะ ส่วนสินค้าทั้งหมดเก็บไว้ที่คลังอื่น ที่นี่มีแค่ของที่ใช้ไลฟ์สดจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น

บริษัทอยู่ชั้นแปด พอขึ้นมาถึงและเมื่อเปิดประตูกระจกเข้าไป ก็เห็นว่าที่นี่จัดการสถานที่แบบเร่งรีบ บริษัทก่อนหน้านี้เพิ่งย้ายออกไป หงเสี่ยวหลงก็เช่าต่อแล้วแค่เก็บกวาดแบบลวก ๆ ของเก่าหลายอย่างยังไม่เก็บ แม้แต่สโลแกนของบริษัทเดิมยังติดอยู่บนผนัง ดูแล้วก็ซอมซ่อพอสมควร แต่แค่นี้ยังพอรับได้อยู่

ฟางโจวเห็นหงเสี่ยวหลงกับเฟิงลี่หลี่คุยอยู่กับคนอื่น ก็ทักทายเสียงแข็งว่า

“เฮ้ย ไอ้หมอนี่ เปิดเครื่องทำความร้อนหน่อยไม่ได้รึไง? เงินที่ได้จากนักลงทุนเอาไปทำอะไรหมดเนี่ย คนจะหนาวตายอยู่แล้วรู้มั้ย?”

ออฟฟิศไม่เปิดเครื่องทำความร้อนเลย ฟางโจวไม่รู้สึกหนาวเท่าไร แต่ถังถังกับลั่วอี้เหอพากันหนาวสั่น ส่วนคนในบริษัทอย่างหงเสี่ยวหลงและพนักงานคนอื่นก็ถูมือไปมาเพื่อไล่ความหนาว

ตอนนี้เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีแล้ว อุณหภูมิลดลงถึง -10 องศา หลายวันติดกันแล้ว

หงเสี่ยวหลงบ่นกลับว่า

“ฉันก็กลุ้มเหมือนกัน!”

“แผงควบคุมของเครื่องทำความร้อนมันเสื่อมสภาพ อยู่ดี ๆ ก็เพิ่งเสียช่วงเช้านี้เอง ตอนนี้ฝ่ายอาคารก็ตามช่างมาซ่อมอยู่”

“เมื่อกี้ฉันให้คนไปซื้อฮีตเตอร์มาแล้ว น่าจะใกล้ถึง”

จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับพนักงานที่อยู่ในออฟฟิศซึ่งมีประมาณสิบกว่าคน

“บริษัทเพิ่งเปิด อะไร ๆ ก็ยังไม่พร้อมเท่าไหร่”

“วันนี้เป็นวันแรกที่ไลฟ์สดขายของ พวกคุณทุกคนล้วนมีประสบการณ์ด้านนี้ทั้งนั้น คืนนี้หลังไลฟ์เสร็จ ผมขอเลี้ยงข้าวทุกคนเอง”

“ถ้ายอดขายดี ผมจะแจกอั่งเปาทุกคนเลย”

เพราะฟางโจวเคยพูดไว้แล้วว่า วิธีการขายของบริษัทจะเป็นการไลฟ์สดขายของ ช่วงนี้เลยยังไม่มีหน้าร้านของหลงโจวเทรดดิ้ง แต่นี่เป็นแค่ระยะเริ่มต้นเท่านั้น ต่อไปจะต้องเปิดหน้าร้านเพื่อโชว์สินค้าของบริษัทด้วย เพราะภาพลักษณ์สำคัญมาก

ตอนนี้ในสิบกว่าคน มีครึ่งหนึ่งเป็นทีมไลฟ์สดที่หงเสี่ยวหลงดึงตัวมาทั้งทีม พอเห็นฟางโจวเข้ามา ทุกคนก็รีบลุกขึ้นทักทายอย่างเกร็ง ๆ เพราะรู้ว่าบริษัทนี้ถึงจะดูเป็นเพียงทีมเล็ก ๆ แต่เจ้าของบริษัทสองคนนี่ไม่ธรรมดาเลย

โดยเฉพาะฟางโจว ในหมู่คนรุ่นใหม่แทบไม่มีใครไม่รู้จักเขา อีกคนหนึ่งก็หน้าตาหล่อเหลาแบบเกินมนุษย์มนา ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน

ก่อนจะมาร่วมงานกับหงเสี่ยวหลง ทุกคนต่างก็สืบประวัติทั้งคู่มาแล้ว พอรู้ว่าหงเสี่ยวหลงเป็นทายาทบริษัทหงกรุ๊ป ทุกคนก็รู้สึกเหมือนได้โชคจากฟ้า

ยิ่งหงเสี่ยวหลงยังใช้ชื่อฟางโจวมาเป็นตัวแทนของบริษัทอีกด้วย ฝ่ายตรงข้ามตอบตกลงอย่างรวดเร็ว

ตอนนี้พวกเขากำลังช่วยกันคุยเรื่องขั้นตอนที่จะใช้ตอนไลฟ์สด

ในกลุ่มชายหญิงไม่กี่คนที่นั่น มีหญิงสาวคนหนึ่งใส่เสื้อโค้ทขนเป็ดสีขาวตัวยาว ดูแล้วค่อนข้างประหม่า เอาแต่ก้มหน้ามองเอกสารในมือ

ฟางโจวหัวเราะ

“รุ่นพี่ครับ อย่าบอกนะว่ากำลังตื่นเต้น?”

“ตอนผมเห็นคุณแชทกับคนอื่นในเน็ต ก็ดูปล่อยของดีนี่นา สรุปแล้วก็เป็นพวก ‘ปากเก่งแต่ตัวหงอ’ สินะ?”

ชื่อของเธอคือ “ต้าฉงจื่อ” ชื่อจริงคือ “เฉินจื่อ” เป็นพิธีกรของไลฟ์สดรอบนี้ บ้านเกิดอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ปัจจุบันเรียนปีสามอยู่ในวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองซูจิง ก่อนจะถูกหงเสี่ยวหลงชวนมา เธอเคยเป็นพิธีกรในแพลตฟอร์มไลฟ์สดอื่นมาก่อน

เมื่อคิดจะทำไลฟ์ขายของ พิธีกรถือว่าเป็นหัวใจหลักของงาน หน้าตาอาจไม่ต้องสวยที่สุด แต่อย่างน้อยต้องดูแล้วสบายตา และที่สำคัญต้องคุยเก่ง ต้าฉงจื่อคนนี้นับว่าแหวกแนวอยู่ไม่น้อย

เสียงร้องก็ธรรมดา เต้นก็เหมือนเต้นแอโรบิกหน้าชั้นเรียน อย่างเดียวที่พอใช้ได้คือ “ฝีปาก” เวลาคุยกับคนดู ถึงจะคุยแปลก ๆ แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยรู้สึกกระอักกระอ่วน

พิธีกรแบบนี้ไม่มีแฟนคลับประจำ รายได้ก็น่าหดหู่ ไม่มีสังกัด ต้องทำงานเป็นแค่ “ฟรีแลนซ์” เดือนหนึ่งมีรายได้แค่ไม่กี่ร้อยหยวน

ที่จริงเธอก็มีพื้นฐานดี เพียงแต่…ด้วยความที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ จึงไม่อยากทำอะไรที่ล่อแหลมหรือหวือหวา ทุกวันก็แค่คุยกับคนดูแบบมั่ว ๆ ร้องเพลงส่ง ๆ เอาใจคนดูเพี้ยน ๆ บ้าง หรือไม่ก็เต้นแอโรบิกแก้เขิน

ตอนที่ฟางโจวกับหงเสี่ยวหลงมองหาไลฟ์พิธีกร พอเข้าไปดูห้องไลฟ์ของเธอ ฟางโจวก็รู้สึกว่าคนนี้ “มีอะไรบางอย่าง” เขาเห็นว่าจิตใจเธอแข็งแกร่งใช้ได้ เลยใช้แอคเคานต์ของหงเสี่ยวหลงส่งของขวัญ แล้วพิมพ์ในช่องแชทว่า

“เต้นแอโรบิกใช้ได้นี่ เธอนี่มันตัวท็อปเลยนะ”

ในห้องไลฟ์ของต้าฉงจื่อไม่ค่อยมีคนดูมากนัก ยิ่งไม่ค่อยมีคนส่งของขวัญ แต่อยู่ดี ๆ มีคนส่งของขวัญ 66 หยวนมาให้ ก็เหมือนเจอเซอร์ไพรส์ปีใหม่

คนดูพากันตกใจ

“ต้าฉงจื่อ มีเจ้าพ่อเข้าไลฟ์แล้วเหรอ?”

“เฮ้ย ประโยคของเจ้าพ่อนี่ มันดูแปลก ๆ ปะ หรือฉันเรียนภาษาจีนไม่แตกฉาน?”

ต้าฉงจื่อเห็นข้อความและของขวัญแล้ว

ก็พูดอย่างใจเย็นว่า

“ขอบคุณของขวัญจากคุณ ‘เจ้ามังกรโต’ นะคะ”

“ท่านเจ้าพ่อพูดว่า ‘เธอนี่มันตัว...?’”

“พี่ ๆ คะ”

“รู้สึกเหมือนท่านเจ้าพ่อกำลังดูถูกฉันอยู่เลย แต่ต้องยอมรับว่าภาษาจีนเรียงคำยังไงก็ยังเข้าใจได้อยู่ดี”

“กับของขวัญจากเจ้าพ่อ ฉันจะตอบกลับว่า ‘คุณนี่มันสุดยอดจริง ๆ!’”

ช่องแชทด้านล่างพากันส่งอีโมจิ แสดงความตกใจแบบฮา ๆ

“666!”

“พิธีกรนี่มันตัวเก๋า แต่ขอถามหน่อยค่ะ คำว่า ‘ตัวท็อป’ ที่พูดถึงนี่มันหมายถึงอะไร?”

“ฮ่า ๆ ๆ พวกนายมันร้าย!”

ฟางโจวก็รู้สึกว่าเธอคนนี้น่าสนใจดี เลยตัดสินใจทันที

“เอาคนนี้แหละ!”

พิธีกรที่ทำไลฟ์สดจะเจอคนดูแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น แม้แต่คนที่มีประสบการณ์มากก็เคยพังเพราะคอมเมนต์มาแล้ว แต่ต้าฉงจื่อคนนี้มีจังหวะคุยที่ดี รู้จักกาลเทศะ บุคลิกในจอก็ให้ความรู้สึกสบาย ๆ แค่เรื่องโชว์ความสามารถยังไม่เด่นเท่านั้น แต่เรื่องนี้ก็ไม่สำคัญ

ฟางโจวกับหงเสี่ยวหลงตัดสินใจจะนัดคุยกับเธอ ตอนแอด WeChat ไปคุยครั้งแรก บอกว่าชวนมาเป็นพิธีกรไลฟ์ขายของ ต้าฉงจื่อคิดว่าหงเสี่ยวหลงเป็นพวกหลอกลวง แบบนี้เธอเจอมาเยอะแล้ว แต่พอหงเสี่ยวหลงอธิบายละเอียด เธอก็เลยยอมแอด WeChat แต่ก็ยังไม่ไว้ใจเขาอยู่ดี

สุดท้าย หงเสี่ยวหลงเห็นว่าเธออยู่ซูจิงด้วยกัน เลยอยากนัดเจอตัวจริงเพื่อเคลียร์ข้อสงสัย แต่เธอก็ยิ่งระวัง แม้แต่คุยวิดีโอยังไม่ยอม สุดท้ายหงเสี่ยวหลงเลยดึงฟางโจวเข้ามาในเฟรม พอเธอเห็นฟางโจวเท่านั้นแหละ กลายเป็นแฟนคลับสายหวีดทันที ทำเอาหงเสี่ยวหลงเสียใจนิด ๆ

ต้าฉงจื่อก็มาร่วมทีมแบบง่ายดาย หงเสี่ยวหลงถึงกับรู้สึกเสียดาย รู้งี้ไม่น่าชวนฟางโจวมาตั้งแต่แรกเลย ยังไงเขาก็เป็นคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นฉากหลังให้ฟางโจวเปล่งประกาย คิดแล้วมันช้ำใจนัก แต่ก็ดีที่ตอนนี้เขาเริ่มชินแล้ว

--

ตอนนี้ในบริษัท ต้าฉงจื่อได้ยินคำแซวของฟางโจวก็ยังเกร็งนิด ๆ เลยกล่าวทักทายด้วยความเคารพ

“ท่านประธานฟาง ท่านประธานถัง ท่านประธานลั่ว!”

“ยินดีต้อนรับค่ะ”

เธอพูดพร้อมหันไปมองถังถังกับลั่วอี้เหออย่างสนใจ

แม้ว่าตอนชวนเข้าร่วมทีม ฟางโจวจะเป็นคนเจรจา แต่ช่วงนี้มีแค่หงเสี่ยวหลงที่ยุ่งอยู่ในบริษัท ถ้าฟางโจวไม่ปรากฏตัวอีก เธอคงคิดว่าเขาแค่หน้าม้าโฆษณาเท่านั้น

วันนี้เป็นครั้งแรกที่ต้าฉงจื่อได้เจอฟางโจวตัวเป็น ๆ และแน่นอนนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ฟางโจวได้เจอเธอตัวจริงเช่นกัน ซึ่งดูต่างจากในไลฟ์มาก และเห็นได้ชัดว่าเธอดูเกร็งพอสมควร

ฟางโจวยิ้มและทักว่า “รุ่นพี่” เพราะอีกฝ่ายก็เรียนอยู่ในซูจิงเหมือนกัน เป็นนักศึกษาปีสาม กำลังจะต้องหาที่ฝึกงานในเทอมถัดไป และเธอไม่ได้กลับบ้านช่วงปิดเทอม เพราะอยากทำไลฟ์สดต่อ ดังนั้น...เรียก “รุ่นพี่” จึงเหมาะสมดี

แต่หลังจากทักทายเสร็จ สายตาของต้าฉงจื่อก็สำรวจไปที่ถังถังกับลั่วอี้เหออย่างไม่ละสายตา ในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัย เธออ่านเรื่องราวของทั้งสองมามาก

ต้าฉงจื่อเองก็ชอบ “เชียร์คู่จิ้น” รู้สึกเหมือนได้ดูซีรีส์รักวัยเรียน แต่พอได้เจอจริง ๆ ถึงได้รู้ว่า สองสาวนี่สวยจริงอะไรจริง

พอเห็นต้าฉงจื่อเหม่อ ฟางโจวก็โบกมือตรงหน้าเธอ

“คืนนี้ต้องไลฟ์หลายสินค้านะ มีมากกว่ายี่สิบรายการ เธอรู้ข้อมูลหมดหรือยัง?”

“ไม่ต้องรู้ลึกทุกชิ้นก็ได้ แต่อย่างน้อยหยิบขึ้นมาควรจะคุยอะไรออกได้บ้างนะ”

ต้าฉงจื่อยกเอกสารในมือขึ้นเล็กน้อย แล้วรีบตอบ

“ฉันเตรียมข้อมูลไว้แล้วค่ะ”

“จำทั้งหมดไม่ได้หรอก แต่ก็ศึกษาไว้เกือบครบแล้ว”

พูดจบ เธอก็หยิบไวน์ขวดหนึ่งที่วางข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วเริ่มแนะนำ

“ขวดนี้เป็นไวน์จากออสเตรเลีย แหล่งผลิตคือหุบเขาฮันเตอร์ หนึ่งในแหล่งผลิตไวน์เก่าแก่ที่สุดของยุโรป…”

จะว่าไปแล้ว ต้าฉงจื่อก็พยายามอย่างเต็มที่ จะถูกหรือผิดไม่สำคัญ เพราะยังไงนี่ก็ไม่ใช่ข้อสอบ ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเป๊ะ ๆ อยู่แล้ว และยังมีเครื่องช่วยเตือนบทพูดอีก

#

ภายในห้องไลฟ์สด ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อย

แม้สภาพแวดล้อมในออฟฟิศจะไม่ดีนัก แต่หงเสี่ยวหลงลงทุนกับอุปกรณ์ไลฟ์ไปหลักล้าน เขาบอกว่า “ของดีต้องใช้ให้คุ้ม”

ถังถังมองอย่างสนใจ เธอเคยดูไลฟ์สดมาก่อน แต่ก็แค่ในเน็ต เห็นแค่ภาพพิธีกรหน้ากล้องเท่านั้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นห้องไลฟ์สดจริง ๆ บรรยากาศนี้ ไม่เหมือนการถ่ายละครเลย ดูแล้วก็น่าสนุกเหมือนกัน

“รุ่นพี่คะ เดี๋ยวไลฟ์ที่นี่เลยเหรอ?”

“ถ้ามีคนอยู่รอบข้างด้วย จะเขินไหมคะ?”

----------

(จบบทที่ 272)

จบบทที่ บทที่ 272 ไลฟ์สดขายของ

คัดลอกลิงก์แล้ว