- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 71 ผู้ชายก็ชอบของใหญ่กันทั้งนั้น
บทที่ 71 ผู้ชายก็ชอบของใหญ่กันทั้งนั้น
บทที่ 71 ผู้ชายก็ชอบของใหญ่กันทั้งนั้น
หนานอู๋นี่มันเป็นเมืองที่น่าสนใจมาก เขตและเมืองในสังกัดแม้พอแยกออกมาแต่ละแห่ง เศรษฐกิจยังติดอันดับต้น ๆ ของประเทศได้เลย แม้กระทั่งบางแห่งดีกว่าระดับเมืองชั้นกลางเสียอีก
แต่ที่แปลกก็คือ…
ตัว “ศูนย์กลางเมือง” กลับเป็นพื้นที่ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจรั้งท้ายสุดในทั้งเมืองหนานอู๋ ถ้ามองจากภาพมุมสูง เมืองศูนย์กลางของหนานอู๋ดูเหมือนแค่เมืองโบราณเล็ก ๆ ที่ไม่มีชื่อเสียง ตึกสูงแทบไม่มีสักหลัง นี่ก็เลยกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองนี้ไปแล้ว
.
เพราะเหตุนี้…
ศูนย์กลางเมืองหนานอู๋จึงเต็มไปด้วยถนนสายเก่าและอาคารสไตล์โบราณ ทันทีที่ถังถังกับฟางโจวมาถึง ทั้งคู่ก็เดินเล่นไปตามถนน ปกติถังถังไม่ค่อยได้ออกมาเดินช็อปปิงหรอก แต่ก่อนถ้าจะซื้อเสื้อผ้าก็ไปกับหลานจือหย่าตรงเข้าร้านแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้าเลย
แต่ถังถังไม่ใช่คนเรื่องมาก ตอนนี้แค่ได้กินของข้างทางก็รู้สึกพอใจแล้ว
“นี่มันข้าวต้มน้ำตาลใช่ไหม”
“ดูแล้วน่ากินมาก ๆ เลย”
ถังถังมองโอ่งดินเผาแบบโบราณที่ตั้งอยู่บนรถเข็นอาหารสามล้อริมถนน ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความอยากกินแล้วมองหน้าฟางโจวอย่างมีนัย
ฟางโจวบอกว่า
"งั้นก็ซื้อมาชิมกันสักถ้วยสิ"
ถังถังหน้าแดงเล็กน้อย พูดอย่างอายๆ
“แต่ถ้วยนึงมันเยอะมากเลยนะ ชั้นกินคนเดียวไม่หมดหรอก”
เฮ้ย! นี่เธอไม่เกินไปหน่อยเหรอ!
เป็นเพื่อนสนิทกันจะมาอ้อนแบบนี้ไม่ได้!
สุดท้าย…
ฟางโจวก็ต้องจัดการข้าวต้มน้ำตาลที่ถังถังกินไปแค่ไม่กี่คำจนหมด
“ไม่ได้ใช้ช้อนอันเดียวกันสักหน่อย เป็นเพื่อนสนิทกันทำแบบนี้ก็ไม่มีอะไรที่เกินเลยนี่”
ฟางโจวปลอบใจตัวเองแบบนั้น
แต่ทั้งหมดนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
ทั้งผลไม้เคลือบน้ำตาล ขนมสายไหมคาราเมล ขนมหวานพื้นเมืองแบบต่าง ๆ…
“ฉันบอกแล้วไงว่าจะลดน้ำหนัก ห้ามกินของหวานเยอะ นายคงไม่อยากเห็นของพวกนี้ถูกทิ้งเปล่า ๆ หรอกใช่มั้ยล่ะ”
คำพูดของถังถังคล้ายๆจะมีนัยยะว่า "คุณผู้ชาย คุณก็ไม่อยากให้คุณผู้หญิงเป็นอะไรใช่ไหม?" คนฟังก็เลยได้แต่ยอมจำนนแบบไร้ข้อโต้แย้ง
ยัยนี่…
คำพูดแบบนี้ไปเรียนมาจากไหนเนี่ย?
แอบไปเข้าคลาสพิเศษมาหรือไง?
.
เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียเปรียบมากไปกว่านี้ ฟางโจวเลยลากเธอไปดูร้านเสื้อผ้าแทน พอเห็นถังถังยังเดินช็อปปิงอย่างอารมณ์ดี หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาลองทาบกับตัวบ้าง ฟางโจวก็แปลกใจเล็กน้อย
“ไม่คิดเลยว่าเธอจะสนใจร้านพวกนี้ คิดว่าเธอไม่ชอบเดินร้านข้างทางแบบนี้ซะอีก”
ถังถังตอบอย่างมั่นใจ
“ก็เสื้อผ้าพวกนี้สวยดีนี่”
“แค่แต่ก่อน ไม่ค่อยมีโอกาสได้มาเดินแบบนี้”
“ปกติจะซื้อของก็มักจะออกมากับแม่น่ะ”
ฟางโจวเข้าใจทันที ด้วยนิสัยของหลานจือหย่า ยังไงก็ไม่พาถังถังมาเดินร้านข้างถนนแบบนี้แน่นอน
---
#ภายในร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง
ถังถังสะดุดตากับชุดกระโปรงลายดอกไม้ตัวหนึ่ง เธอขอให้พนักงานหาไซส์ที่ใหญ่ขึ้นและลายอื่นๆ มาให้ดูด้วย
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในมือของฟางโจวก็ดังขึ้น เป็นโทรศัพท์ของถังถัง
ถังถังมองดู เห็นว่าเป็นเบอร์แปลกไม่รู้จัก เลยบอกให้ฟางโจวช่วยรับสายให้หน่อย
ฟางโจวมองดูท่าทีไม่เกรงใจของอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้ จึงกดรับสาย และยังใส่ใจเเปิดลำโพงให้อีกด้วย
ทันใดนั้น เสียงผู้หญิงน้ำเสียงยียวนก็ดังขึ้นในสายว่า:
“แฟนเธอตอนนี้เป็นของฉันแล้ว!”
ห๊ะ??
พนักงานร้านกับฟางโจวมองไปที่ถังถังเป็นตาเดียว ส่วนถังถังเองก็ออกอาการงงหนัก มองมือถืออย่างไม่เข้าใจ
เบอร์? ไม่รู้จัก!
เสียง? ไม่คุ้นเลย!
ถังถังเลยพยายามจะพูดเตือน:
“ฮัลโหล……”
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกขัดขึ้น:
"ฉันจะบอกให้รู้นะ ตอนนี้เขานอนอยู่ข้างฉัน เขาไม่มีทางชอบผู้หญิงแบบเธอหรอก ที่คบกับเธออยู่ก็แค่เล่นๆ เท่านั้น อย่าคิดเพ้อเจ้อไปเอง...
"……”
ถังถังไม่ใช่คนเก่งเรื่องปะทะคารม จึงไม่มีโอกาสได้พูดแทรกเลย
อีกฝ่ายก็พล่ามอยู่คนเดียวเกือบห้านาที ถังถังมองหน้าฟางโจวอย่างอึดอัด พนักงานยิ่งทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็นสุด ๆ
.
ครู่หนึ่ง…
เสียงในสายเงียบลง ฟางโจวนึกว่าอีกฝ่ายพูดจบแล้วก็วางไปแล้ว
แต่จู่ ๆ อีกฝ่ายก็ตะโกนลั่นอย่างหัวเสีย:
“โทรผิดแล้วทำไมไม่บอกล่ะ?”
“สะใจมั้ย?”
“ฟังเพลินเลยสิท่า!”
ฟางโจวพูดนิ่ง ๆ:
“ผมได้ยินคำสารภาพรักของคุณชัดเจนเลยล่ะ ยังอัดเสียงไว้ด้วยนะ คิดว่าคุณคงลืมที่พูดไปแล้ว งั้นบอกเบอร์ที่ถูกมาดีกว่าไหม เดี๋ยวผมช่วยส่งให้”
ตู๊ด ๆ ๆ…
สายถูกวางไปทันที
ฟางโจวพึมพำเบา ๆ: “ประสาท!”
ถังถังเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หน้าก็แดงแจ๋ มองฟางโจวอย่างอับอาย
แต่ในใจเธอก็รู้สึกขำ และโมโหไปพร้อม ๆ กัน
ทุกครั้งที่อยู่กับฟางโจว มักจะมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นเสมอ
เฮ้อ!
เสียดายจริง ๆ เรื่องแบบนี้ดันเล่าให้แม่ฟังไม่ได้
พนักงานร้านก็แอบหัวเราะเช่นกัน แต่หน้าที่ของเธอก็คือขายของให้ได้
“คุณผู้ชายคะ แฟนคุณใส่ชุดนี้ดูดีมากเลยค่ะ”
“เหมาะกับเธอมากเลยจริง ๆ”
.
ตอนนี้ในมือฟางโจว หิ้วถุงเสื้อผ้าผู้หญิงหลายใบ แม้กระทั่งมือถือที่หลายคนถือว่าเป็นชีวิตจิตใจไม่ยอมให้แฟนเห็น ตอนนี้ก็อยู่ในมือของเด็กหนุ่มเช่นกัน พนักงานร้านก็เลยเข้าใจว่า ทั้งสองเป็นแฟนกัน
ถังถังถึงกับหูแดง แต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจคำพูดพนักงาน
มือกำลังจับชุดกระโปรงอยู่ บ่นว่า:
“ดูเหมือนจะคับไปหน่อย”
“ถ้าผอมได้ถึงห้าสิบกิโลก็จะดีมาก คงเลือกเสื้อผ้าได้ง่ายกว่านี้”
ฟางโจวไม่เห็นด้วย:
“แค่หกสิบกิโลก็พอแล้ว”
“ถ้าไปลดผิดที่ เดี๋ยวร้องไห้ไม่ออกนะ”
“เล็กลงไม่เท่าไหร่ ยังห้อยด้วย……”
แน่นอนว่า…
ประโยคหลังนี่แค่พูดในใจ
เพราะความสัมพันธ์ยังไม่ถึงขั้นนั้น ถ้าพูดแบบนั้นก็ถือว่าแอบลวนลามแล้ว
.
ถังถังหน้าแดง ถามเบา ๆ ว่า:
“นายชอบของใหญ่เหรอ?”
เรื่องเริ่มออกทะเลไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
แต่ฟางโจวคิดว่าเรื่องนี้ต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจน
“พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ ใครล่ะจะไม่ชอบของใหญ่บ้าง”
.
ถังถังไม่ได้โกรธ แต่ในหัวดันมีภาพของดาวโรงเรียนคนนั้นลอยขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เธอเลยเงยหน้าผายอกเล็กน้อย สีหน้าดูเหมือนภูมิใจอยู่ลึก ๆ
พนักงานร้านถึงกับตะลึง! เดี๋ยวนี้วัยรุ่นกล้าพูดกันแบบนี้เลยเหรอ นี่ฟังฟรีได้ด้วยใช่มั้ย?
.
ในฐานะพนักงานร้านเสื้อผ้า เธอดูออกไม่ยากว่าเด็กสาวคนนี้สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว เสื้อผ้าชิ้นเดียวก็เท่ากับเงินเดือนหลายเดือนของเธอ ส่วนเด็กหนุ่มคนนั้นดูจะธรรมดามาก เสื้อผ้ารวมกันไม่ถึงพันหยวน
ในสายตาเธอ... นี่มันเหมือนจะเป็นเรื่องราวที่เรียกว่า ‘หนูตกถังข้าวสาร’ ชัด ๆ แต่ที่แปลกก็คือ สาวน้อยร่ำรวยคนนี้กลับยอมตามอีกฝ่ายทุกอย่าง แบบนี้แล้วเด็กหนุ่มคนนี้ต้องมีอะไรดีแน่ ๆ ความคิดเหล่านี้แวบเข้ามาแค่ครู่เดียว พนักงานก็เปลี่ยนกลับมาเป็นรอยยิ้มมืออาชีพ:
.
“คุณผู้หญิงคะ เสื้อผ้าชุดนี้ออกแบบเป็นแบบเข้ารูปอยู่แล้วค่ะ”
“คุณรูปร่างดีขนาดนี้ ใส่ชุดนี้ยิ่งจะช่วยเน้นสัดส่วนค่ะ ผู้หญิงอย่างเราต้องมั่นใจในตัวเองนะคะ”
ถังถังแอบมองฟางโจวอีกครั้ง เห็นเขาไม่ได้มองมาทางเธอ
จึงพูดเบา ๆ ว่า:
“งั้น…เอาชุดนี้ด้วยค่ะ”
พนักงานมองหน้าแดง ๆ ของเด็กสาว แล้วหันไปมองเด็กหนุ่มไม่ไกลนัก ก็เข้าใจขึ้นมาทันที
...
เมื่อทั้งสองออกจากร้านเสื้อผ้า ในมือฟางโจวก็มีถุงเพิ่มมาอีกใบ
“เหนื่อยจัง!”
ถังถังมองไปรอบ ๆ
ก่อนหน้านี้เพื่อนที่โรงเรียนเคยพูดว่าการเดินช็อปปิงสนุกมาก แต่พอมาลองเองถึงได้รู้ว่ามันเหนื่อย โชคดีที่มีฟางโจวมาเดินด้วย ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีความอดทนพอ
ฟางโจวก็รู้สึกเบื่อเหมือนกัน
“ไปเถอะ ไปหาอะไรกินกัน”
กำลังจะเดินไปยังถนนสายอาหาร ทันใดนั้น ฟางโจวก็ได้รับโทรศัพท์จากฟางเสวี่ยหรู น้าสาวของเขา
“อยู่ไหนน่ะ?”
“พรุ่งนี้เธอก็จะเปิดเรียนแล้วใช่มั้ย”
“น้าสาวที่รักของเธอวันนี้ได้หยุดพอดี เลยใจดีจะพาเธอไปกินข้าวหน่อย”
ก่อนหน้านี้ น้าเคยโทรมาชวนไปกินข้าว แต่ตอนนั้นฟางโจวติดธุระ เลยต้องปฏิเสธ
เขามองหน้าถังถังข้าง ๆ
แล้วบ่นเสียงอ่อย:
“น้า…”
“ตอนนี้ผมกำลังเดินช็อปปิงกับเพื่อนอยู่น่ะ!”
อีกฝั่งเงียบไปสามวินาที แล้วเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้น:
“บอกที่อยู่มาเลย เดี๋ยวน้าจะไปหาทันที เจ้าเด็กคนนี้ไม่เบานี่นา!”
ฟางโจวเพิ่งรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้เผลอพูดผิดไปแล้ว ถ้าเป็นเพื่อนผู้ชาย คงไม่ใช้คำว่า ‘เดินช็อปปิง’ หรอก ต้องพูดว่า ‘ออกมาเที่ยว’ มากกว่า
.
แล้วน้าสาวของเขาเป็นพวกจับประเด็นเก่งซะด้วยสิ…
---
(จบบทที่ 71)