เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 ผู้ชายก็ชอบของใหญ่กันทั้งนั้น

บทที่ 71 ผู้ชายก็ชอบของใหญ่กันทั้งนั้น

บทที่ 71 ผู้ชายก็ชอบของใหญ่กันทั้งนั้น


หนานอู๋นี่มันเป็นเมืองที่น่าสนใจมาก เขตและเมืองในสังกัดแม้พอแยกออกมาแต่ละแห่ง เศรษฐกิจยังติดอันดับต้น ๆ ของประเทศได้เลย แม้กระทั่งบางแห่งดีกว่าระดับเมืองชั้นกลางเสียอีก

แต่ที่แปลกก็คือ…

ตัว “ศูนย์กลางเมือง” กลับเป็นพื้นที่ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจรั้งท้ายสุดในทั้งเมืองหนานอู๋ ถ้ามองจากภาพมุมสูง เมืองศูนย์กลางของหนานอู๋ดูเหมือนแค่เมืองโบราณเล็ก ๆ ที่ไม่มีชื่อเสียง ตึกสูงแทบไม่มีสักหลัง นี่ก็เลยกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองนี้ไปแล้ว

.

เพราะเหตุนี้…

ศูนย์กลางเมืองหนานอู๋จึงเต็มไปด้วยถนนสายเก่าและอาคารสไตล์โบราณ ทันทีที่ถังถังกับฟางโจวมาถึง ทั้งคู่ก็เดินเล่นไปตามถนน ปกติถังถังไม่ค่อยได้ออกมาเดินช็อปปิงหรอก แต่ก่อนถ้าจะซื้อเสื้อผ้าก็ไปกับหลานจือหย่าตรงเข้าร้านแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้าเลย

แต่ถังถังไม่ใช่คนเรื่องมาก ตอนนี้แค่ได้กินของข้างทางก็รู้สึกพอใจแล้ว

“นี่มันข้าวต้มน้ำตาลใช่ไหม”

“ดูแล้วน่ากินมาก ๆ เลย”

ถังถังมองโอ่งดินเผาแบบโบราณที่ตั้งอยู่บนรถเข็นอาหารสามล้อริมถนน ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความอยากกินแล้วมองหน้าฟางโจวอย่างมีนัย

ฟางโจวบอกว่า

"งั้นก็ซื้อมาชิมกันสักถ้วยสิ"

ถังถังหน้าแดงเล็กน้อย พูดอย่างอายๆ

“แต่ถ้วยนึงมันเยอะมากเลยนะ ชั้นกินคนเดียวไม่หมดหรอก”

เฮ้ย! นี่เธอไม่เกินไปหน่อยเหรอ!

เป็นเพื่อนสนิทกันจะมาอ้อนแบบนี้ไม่ได้!

สุดท้าย…

ฟางโจวก็ต้องจัดการข้าวต้มน้ำตาลที่ถังถังกินไปแค่ไม่กี่คำจนหมด

“ไม่ได้ใช้ช้อนอันเดียวกันสักหน่อย เป็นเพื่อนสนิทกันทำแบบนี้ก็ไม่มีอะไรที่เกินเลยนี่”

ฟางโจวปลอบใจตัวเองแบบนั้น

แต่ทั้งหมดนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

ทั้งผลไม้เคลือบน้ำตาล ขนมสายไหมคาราเมล ขนมหวานพื้นเมืองแบบต่าง ๆ…

“ฉันบอกแล้วไงว่าจะลดน้ำหนัก ห้ามกินของหวานเยอะ นายคงไม่อยากเห็นของพวกนี้ถูกทิ้งเปล่า ๆ หรอกใช่มั้ยล่ะ”

คำพูดของถังถังคล้ายๆจะมีนัยยะว่า "คุณผู้ชาย คุณก็ไม่อยากให้คุณผู้หญิงเป็นอะไรใช่ไหม?" คนฟังก็เลยได้แต่ยอมจำนนแบบไร้ข้อโต้แย้ง

ยัยนี่…

คำพูดแบบนี้ไปเรียนมาจากไหนเนี่ย?

แอบไปเข้าคลาสพิเศษมาหรือไง?

.

เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียเปรียบมากไปกว่านี้ ฟางโจวเลยลากเธอไปดูร้านเสื้อผ้าแทน พอเห็นถังถังยังเดินช็อปปิงอย่างอารมณ์ดี หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาลองทาบกับตัวบ้าง ฟางโจวก็แปลกใจเล็กน้อย

“ไม่คิดเลยว่าเธอจะสนใจร้านพวกนี้ คิดว่าเธอไม่ชอบเดินร้านข้างทางแบบนี้ซะอีก”

ถังถังตอบอย่างมั่นใจ

“ก็เสื้อผ้าพวกนี้สวยดีนี่”

“แค่แต่ก่อน ไม่ค่อยมีโอกาสได้มาเดินแบบนี้”

“ปกติจะซื้อของก็มักจะออกมากับแม่น่ะ”

ฟางโจวเข้าใจทันที ด้วยนิสัยของหลานจือหย่า ยังไงก็ไม่พาถังถังมาเดินร้านข้างถนนแบบนี้แน่นอน

---

#ภายในร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง

ถังถังสะดุดตากับชุดกระโปรงลายดอกไม้ตัวหนึ่ง เธอขอให้พนักงานหาไซส์ที่ใหญ่ขึ้นและลายอื่นๆ มาให้ดูด้วย

จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือในมือของฟางโจวก็ดังขึ้น เป็นโทรศัพท์ของถังถัง

ถังถังมองดู เห็นว่าเป็นเบอร์แปลกไม่รู้จัก เลยบอกให้ฟางโจวช่วยรับสายให้หน่อย

ฟางโจวมองดูท่าทีไม่เกรงใจของอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้  จึงกดรับสาย และยังใส่ใจเเปิดลำโพงให้อีกด้วย

ทันใดนั้น เสียงผู้หญิงน้ำเสียงยียวนก็ดังขึ้นในสายว่า:

“แฟนเธอตอนนี้เป็นของฉันแล้ว!”

ห๊ะ??

พนักงานร้านกับฟางโจวมองไปที่ถังถังเป็นตาเดียว ส่วนถังถังเองก็ออกอาการงงหนัก มองมือถืออย่างไม่เข้าใจ

เบอร์? ไม่รู้จัก!

เสียง? ไม่คุ้นเลย!

ถังถังเลยพยายามจะพูดเตือน:

“ฮัลโหล……”

แต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกขัดขึ้น:

"ฉันจะบอกให้รู้นะ ตอนนี้เขานอนอยู่ข้างฉัน เขาไม่มีทางชอบผู้หญิงแบบเธอหรอก ที่คบกับเธออยู่ก็แค่เล่นๆ เท่านั้น อย่าคิดเพ้อเจ้อไปเอง...

"……”

ถังถังไม่ใช่คนเก่งเรื่องปะทะคารม จึงไม่มีโอกาสได้พูดแทรกเลย

อีกฝ่ายก็พล่ามอยู่คนเดียวเกือบห้านาที ถังถังมองหน้าฟางโจวอย่างอึดอัด พนักงานยิ่งทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็นสุด ๆ

.

ครู่หนึ่ง…

เสียงในสายเงียบลง ฟางโจวนึกว่าอีกฝ่ายพูดจบแล้วก็วางไปแล้ว

แต่จู่ ๆ อีกฝ่ายก็ตะโกนลั่นอย่างหัวเสีย:

“โทรผิดแล้วทำไมไม่บอกล่ะ?”

“สะใจมั้ย?”

“ฟังเพลินเลยสิท่า!”

ฟางโจวพูดนิ่ง ๆ:

“ผมได้ยินคำสารภาพรักของคุณชัดเจนเลยล่ะ ยังอัดเสียงไว้ด้วยนะ คิดว่าคุณคงลืมที่พูดไปแล้ว งั้นบอกเบอร์ที่ถูกมาดีกว่าไหม เดี๋ยวผมช่วยส่งให้”

ตู๊ด ๆ ๆ…

สายถูกวางไปทันที

ฟางโจวพึมพำเบา ๆ: “ประสาท!”

ถังถังเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หน้าก็แดงแจ๋ มองฟางโจวอย่างอับอาย

แต่ในใจเธอก็รู้สึกขำ และโมโหไปพร้อม ๆ กัน

ทุกครั้งที่อยู่กับฟางโจว มักจะมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นเสมอ

เฮ้อ!

เสียดายจริง ๆ เรื่องแบบนี้ดันเล่าให้แม่ฟังไม่ได้

พนักงานร้านก็แอบหัวเราะเช่นกัน แต่หน้าที่ของเธอก็คือขายของให้ได้

“คุณผู้ชายคะ แฟนคุณใส่ชุดนี้ดูดีมากเลยค่ะ”

“เหมาะกับเธอมากเลยจริง ๆ”

.

ตอนนี้ในมือฟางโจว หิ้วถุงเสื้อผ้าผู้หญิงหลายใบ แม้กระทั่งมือถือที่หลายคนถือว่าเป็นชีวิตจิตใจไม่ยอมให้แฟนเห็น ตอนนี้ก็อยู่ในมือของเด็กหนุ่มเช่นกัน พนักงานร้านก็เลยเข้าใจว่า ทั้งสองเป็นแฟนกัน

ถังถังถึงกับหูแดง แต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจคำพูดพนักงาน

มือกำลังจับชุดกระโปรงอยู่ บ่นว่า:

“ดูเหมือนจะคับไปหน่อย”

“ถ้าผอมได้ถึงห้าสิบกิโลก็จะดีมาก คงเลือกเสื้อผ้าได้ง่ายกว่านี้”

ฟางโจวไม่เห็นด้วย:

“แค่หกสิบกิโลก็พอแล้ว”

“ถ้าไปลดผิดที่ เดี๋ยวร้องไห้ไม่ออกนะ”

“เล็กลงไม่เท่าไหร่ ยังห้อยด้วย……”

แน่นอนว่า…

ประโยคหลังนี่แค่พูดในใจ

เพราะความสัมพันธ์ยังไม่ถึงขั้นนั้น ถ้าพูดแบบนั้นก็ถือว่าแอบลวนลามแล้ว

.

ถังถังหน้าแดง ถามเบา ๆ ว่า:

“นายชอบของใหญ่เหรอ?”

เรื่องเริ่มออกทะเลไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

แต่ฟางโจวคิดว่าเรื่องนี้ต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจน

“พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ ใครล่ะจะไม่ชอบของใหญ่บ้าง”

.

ถังถังไม่ได้โกรธ แต่ในหัวดันมีภาพของดาวโรงเรียนคนนั้นลอยขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เธอเลยเงยหน้าผายอกเล็กน้อย สีหน้าดูเหมือนภูมิใจอยู่ลึก ๆ

พนักงานร้านถึงกับตะลึง! เดี๋ยวนี้วัยรุ่นกล้าพูดกันแบบนี้เลยเหรอ นี่ฟังฟรีได้ด้วยใช่มั้ย?

.

ในฐานะพนักงานร้านเสื้อผ้า เธอดูออกไม่ยากว่าเด็กสาวคนนี้สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว เสื้อผ้าชิ้นเดียวก็เท่ากับเงินเดือนหลายเดือนของเธอ ส่วนเด็กหนุ่มคนนั้นดูจะธรรมดามาก เสื้อผ้ารวมกันไม่ถึงพันหยวน

ในสายตาเธอ... นี่มันเหมือนจะเป็นเรื่องราวที่เรียกว่า ‘หนูตกถังข้าวสาร’ ชัด ๆ แต่ที่แปลกก็คือ สาวน้อยร่ำรวยคนนี้กลับยอมตามอีกฝ่ายทุกอย่าง แบบนี้แล้วเด็กหนุ่มคนนี้ต้องมีอะไรดีแน่ ๆ ความคิดเหล่านี้แวบเข้ามาแค่ครู่เดียว พนักงานก็เปลี่ยนกลับมาเป็นรอยยิ้มมืออาชีพ:

.

“คุณผู้หญิงคะ เสื้อผ้าชุดนี้ออกแบบเป็นแบบเข้ารูปอยู่แล้วค่ะ”

“คุณรูปร่างดีขนาดนี้ ใส่ชุดนี้ยิ่งจะช่วยเน้นสัดส่วนค่ะ ผู้หญิงอย่างเราต้องมั่นใจในตัวเองนะคะ”

ถังถังแอบมองฟางโจวอีกครั้ง เห็นเขาไม่ได้มองมาทางเธอ

จึงพูดเบา ๆ ว่า:

“งั้น…เอาชุดนี้ด้วยค่ะ”

พนักงานมองหน้าแดง ๆ ของเด็กสาว แล้วหันไปมองเด็กหนุ่มไม่ไกลนัก ก็เข้าใจขึ้นมาทันที

...

เมื่อทั้งสองออกจากร้านเสื้อผ้า ในมือฟางโจวก็มีถุงเพิ่มมาอีกใบ

“เหนื่อยจัง!”

ถังถังมองไปรอบ ๆ

ก่อนหน้านี้เพื่อนที่โรงเรียนเคยพูดว่าการเดินช็อปปิงสนุกมาก แต่พอมาลองเองถึงได้รู้ว่ามันเหนื่อย โชคดีที่มีฟางโจวมาเดินด้วย ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีความอดทนพอ

ฟางโจวก็รู้สึกเบื่อเหมือนกัน

“ไปเถอะ ไปหาอะไรกินกัน”

กำลังจะเดินไปยังถนนสายอาหาร ทันใดนั้น ฟางโจวก็ได้รับโทรศัพท์จากฟางเสวี่ยหรู น้าสาวของเขา

“อยู่ไหนน่ะ?”

“พรุ่งนี้เธอก็จะเปิดเรียนแล้วใช่มั้ย”

“น้าสาวที่รักของเธอวันนี้ได้หยุดพอดี เลยใจดีจะพาเธอไปกินข้าวหน่อย”

ก่อนหน้านี้ น้าเคยโทรมาชวนไปกินข้าว แต่ตอนนั้นฟางโจวติดธุระ เลยต้องปฏิเสธ

เขามองหน้าถังถังข้าง ๆ

แล้วบ่นเสียงอ่อย:

“น้า…”

“ตอนนี้ผมกำลังเดินช็อปปิงกับเพื่อนอยู่น่ะ!”

อีกฝั่งเงียบไปสามวินาที แล้วเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้น:

“บอกที่อยู่มาเลย เดี๋ยวน้าจะไปหาทันที เจ้าเด็กคนนี้ไม่เบานี่นา!”

ฟางโจวเพิ่งรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้เผลอพูดผิดไปแล้ว ถ้าเป็นเพื่อนผู้ชาย คงไม่ใช้คำว่า ‘เดินช็อปปิง’ หรอก ต้องพูดว่า ‘ออกมาเที่ยว’ มากกว่า

.

แล้วน้าสาวของเขาเป็นพวกจับประเด็นเก่งซะด้วยสิ…

---

(จบบทที่ 71)

จบบทที่ บทที่ 71 ผู้ชายก็ชอบของใหญ่กันทั้งนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว