- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 70 หลอกได้แม้กระทั่งลูกสาว
บทที่ 70 หลอกได้แม้กระทั่งลูกสาว
บทที่ 70 หลอกได้แม้กระทั่งลูกสาว
หน้าบ้านเช่า
ฟางโจวนั่งยองๆ อยู่ริมถนน
ตอนนี้ยังมีคนเดินเล่นบนถนนอยู่ไม่น้อย
.
เขากวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นรถคันที่คุ้นเคย จึงถอนหายใจเบาๆ ช่วงก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่กลับบ้านตอนกลางคืน มักจะเห็นรถคันนั้นจอดอยู่ไม่ไกล เขารู้ดีว่าเป็นรถของใคร แต่ก็ไม่เคยเดินเข้าไปทัก
แม้จะจอดแอบไว้ในมุมเงียบๆ แต่ด้วยสัมผัสทั้งหกที่เฉียบคมของเขา ยังไงก็ไม่มีทางมองไม่เห็น เขาเองก็กลุ้มใจเหมือนกัน แล้วจะทำยังไงได้ ก็ได้แต่ทำเป็นไม่เห็นนั่นแหล่ะ!
นึกถึงเรื่องที่เพิ่งไปจัดการมา ฟางโจวก็หรี่ตาเล็กน้อย โลกนี้มีคนสารพัดรูปแบบจริงๆ เสียเงินไปนิดหน่อย
ก็ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เคยให้กำเนิดฟางชิงหลินก็แล้วกัน
…
หอพักนักศึกษาหญิง มหาวิทยาลัยซูจิง
เมื่อเห็นลั่วอี้เหอเดินเข้ามา
หม่าเจี๋ยที่กำลังนั่งเงียบๆ ก็เงยหน้าขึ้น มองอีกฝ่ายด้วยแววตาเวทนา
“หัวหน้า วันนี้กลับดึกจัง”
“ช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ มีกิจกรรมเยอะใช่ไหม หนักไหมงานโปรโมทน่ะ?”
“ฉันว่า เธอไปแจกใบปลิวแบบธรรมดาเถอะ ใส่ชุดตุ๊กตาในอากาศร้อนแบบนี้ มันทรมานเกินไป”
“ทำทั้งวันได้เพิ่มแค่ห้าสิบหยวนเอง”
.
ลั่วอี้เหอยิ้มบาง:
“ห้าสิบหยวนก็เงินนะ ได้ค่าแรงสองเท่าเลย”
“จริงๆ ฉันกลับมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วล่ะ แค่ไปโทรศัพท์หาแม่ที่ชั้นล่างก่อน”
สาวอีกคนที่กำลังลบเครื่องสำอางหน้าโต๊ะกระจกว่า
“หัวหน้าเธอนี่สุดยอดจริงๆ”
"ถ้าเป็นฉัน ฉันว่าหาแฟนสักคนดีกว่า จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แถมยังมีคนให้ใช้งานอีกด้วย"
"คนที่ตามจีบเธอมีตั้งเยอะแยะ เลือกสักคนจากพวกนั้นก็ได้นี่"
"ถ้าฉันมีรูปร่างหน้าตาเหมือนหัวหน้าละก็..."
"คงได้แต่งเข้าตระกูลเศรษฐีไปนานแล้ว"
.
หญิงสาวที่กำลังล้างเครื่องสำอางชื่อเฟิงลี่ลี่ เป็นตัวจี๊ดคนหนึ่งในห้อง เพียงปีเดียวเปลี่ยนแฟนไปสามคน ตอนนี้กำลังคบคนที่สี่ และไม่รู้จะอยู่ได้อีกกี่วัน
หม่าเจี๋ยดูไม่ค่อยพอใจ
“ลี่ลี่ เธอพูดแบบนี้ทำให้หัวหน้าไขว้เขวหมด”
“หัวหน้าเราออกจะดีขนาดนี้ ไม่รู้เลยว่าคนแบบไหนจะคู่ควรกับเธอ”
ลั่วอี้เหอยิ้มขำกับการล้อเลียน
"ก็ยังไม่เจอคนที่ถูกใจน่ะสิ"
“แต่ถ้าเจอเมื่อไหร่…”
“ฉันอาจจะคลั่งรักกว่าพวกเธอก็ได้”
.
ตอนนี้เฟิงลี่ลี่ลบเครื่องสำอางเสร็จแล้ว พอเห็นหน้าสวยไร้ที่ติของลั่วอี้เหอก็อิจฉาจนตัวจะแตก
“พระเจ้าช่างไม่ยุติธรรมเลย”
“ให้ใบหน้าสวยขนาดนี้ แถมนิสัยก็ดีขนาดนี้”
“เรียนก็เก่งอีก มันไม่แฟร์เลยจริงๆ!”
“ที่สำคัญคือ หัวหน้ายังขยันอีกด้วย”
“ซุนฮุยยังบอกว่า หัวหน้าคือเทพธิดาในใจของหนุ่มๆ หลายคน คนพวกนั้นแค่จินตนาการยังไม่กล้าเลย กลัวจะเทียบหัวหน้าไม่ติด”
(ซุนฮุย ก็คือแฟนปัจจุบันของเฟิงลี่ลี่)
...
“ไม่เหมือนฉัน ต้องลงแรงจริงๆ”
“ฉันมันพวกไม่เอาไหน”
“ฉันขอแค่เป็นปลาเค็ม อยู่เฉยๆ ไม่อยากดิ้นรนอะไรแล้วววว”
เด็กสาวผมหางม้าบนเตียงชื่อสวีซือหยวนโผล่หน้ามา
“เคยได้ยินไหมว่า…”
"ผู้หญิงที่ไม่มีความพยายาม สุดท้ายจะมีของตลาดนัดให้ซื้อไม่หมด มีตลาดสดให้เดินไม่สิ้น"
เฟิงลี่ลี่หัวเราะเยาะ
“ใช่เลย”
“ส่วนผู้หญิงที่ขยัน ก็ไม่มีเวลาเดินตลาดนัด ต้องทำโอที สั่งอาหารเดลิเวอรี่ ช้อปปิ้งออนไลน์”
"ดูหัวหน้าสิ ขยันขนาดนี้ พอเรียนจบก็คงได้เข้าบริษัทชั้นนำ อาศัยความพยายาม สามปีอาจจะมีหน้าที่การงานที่ดี กลายเป็นพนักงานบริษัทระดับสูง ทำงานล่วงเวลาทุกวัน สั่งแต่อาหารเดลิเวอรี่"
“เพื่อบรรลุเป้าหมายชีวิต!”
“นี่แหละชีวิตจริงของคนส่วนใหญ่”
"ฉันเป็นปลาเค็ม ฉันแค่อยากหาสามีที่มีฐานะพอควรและดูแลฉันดี ๆ แล้วก็ใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอด"
"ฉันใช้พลังงานหมดไปในช่วงมัธยมแล้ว"
“ไม่อยากแข่งแล้ว”
คำพูดของเฟิงลี่ลี่กลับจุดประกายให้ทุกคนพูดถึงอนาคต
บรรยากาศในห้องกลายเป็นเหมือนงานเลี้ยงน้ำชา
หม่าเจี๋ยถอนใจ
“ฉันคงต้องกลับบ้านไปสอบข้าราชการ”
“บ้านฉันไม่ว่าจะชายหรือหญิง ถ้ามีโอกาสต้องสอบ ไม่งั้นโดนดูถูกแน่”
.
ลั่วอี้เหอเงียบฟังเพื่อนคุยกัน ในหัวเธอกลับมีคำถามอีกเรื่อง
พอทุกคนเงียบ เธอเอ่ยขึ้นเบาๆ
“ลี่ลี่”
“เธอว่าความรู้สึกเวลาเจอคนที่ใช่ มันเป็นยังไง?”
“เธอมีแฟนมาหลายคน เจอแบบที่ใจตรงกันบ้างไหม?”
หม่าเจี๋ย เฟิงลี่ลี่ สวีซือหยวน: ???
ทุกคนจ้องลั่วอี้เหอเป็นตาเดียว ห้องเงียบจนชวนอึดอัดสักพัก แล้วก็แตกตื่นกันทันที
ทั้งสามรุมซักถามไม่หยุด ลั่วอี้เหอเพียงยิ้มรับ
รอจนทุกคนซักไซ้ไม่ได้ความ จึงแยกย้ายกันกลับไปยุ่งเรื่องของตัวเอง
ลั่วอี้เหอมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางคิดเพ้อฝัน
‘ถ้าความถี่ของความคิดตรงกันครั้งเดียวอาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถ้าหลายครั้งล่ะ? บางทีมันอาจเป็นพรหมลิขิตก็ได้…"
…
#เช้าวันรุ่งขึ้น
หลานจือหย่าทำอาหารเช้าเสร็จ
ถังถังแต่งตัวเรียบร้อย นั่งลงที่โต๊ะอาหาร เตรียมพร้อมออกไปข้างนอก
หลานจือหย่าถาม
“วันนี้จะออกไปข้างนอกเหรอลูก?”
ถังถังตอบหน้าตาเฉย:
"อืม หนูนัดกับเพื่อนไว้ จะไปเดินห้างซื้อเสื้อผ้าฤดูร้อนนิดหน่อยค่ะ"
ถังเจี้ยนหวงเงยหน้าขึ้นด้วยความระแวง
“ไม่ใช่นัดกับฟางโจวนะ?”
“หมอนั่นมีเล่ห์เหลี่ยมเยอะ ลูกอย่าให้เขาหลอกเอาล่ะ”
.
ช่วงนี้ข่าวเรื่องหยุนซื่อกรุ๊ปเพิ่งเงียบลง นึกถึงเรื่องราวก่อนหน้า ถังเจี้ยนหวงก็ยังรู้สึกเสียวสันหลัง เจ้าหนุ่มคนนั่นฉลาดเกินไป ไม่เหมาะกับลูกสาวที่น่ารักและเชื่อฟังของเขาเลย เขาต้องคอยระวังไม่ให้ลูกสาวถูกหลอก!
หลานจือหย่าเสนอ
“ให้แม่ไปด้วยไหม?”
ถังถังรีบส่ายหน้า
“ไม่ต้องค่า~ หนูไปกับเพื่อนเอง ถ้ามีแม่ไป เพื่อนหนูจะรู้สึกอึดอัดแน่ๆ”
หลานจือหย่าขมวดคิ้ว ยังไม่เคยได้ยินว่าลูกสาวสนิทกับเพื่อนผู้หญิงคนไหนขนาดนั้นเลยนี่นา
ตอนนี้ฟางโจวอยู่ระหว่างทางไปบ้านถังถัง เขาเพิ่งได้รับข้อความจากหลานจือหย่า:
"วันนี้พวกเธอจะไปเดินห้างเหรอ?"
ฟางโจวรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ตอบไปตามตรง:
"ถังถังบอกว่าอยากซื้อเสื้อผ้าฤดูร้อน ชวนผมไปเป็นเพื่อน มีอะไรเหรอครับ?"
หลานจือหย่าตอบ
“ไม่มีอะไร แค่ถามเฉยๆ”
“ถังถังไม่ค่อยชอบเดินห้าง นายต้องดูแลเธอให้ดีๆ ล่ะ”
.
ที่โต๊ะอาหาร
หลานจือหย่าเงยหน้ามองลูกสาวที่ยังคงแต่งเรื่องว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับเพื่อนผู้หญิง แล้วก็อดกลอกตาไม่ได้
ก่อนหน้านี้ลูกสาวไม่เคยโกหกเลย ครั้งนี้พูดแบบนี้ก็เพราะฟางโจวนั่นแหละ แบบนี้จะปล่อยให้ใกล้ชิดกันมากไปไม่ได้เด็ดขาด!
ที่แย่กว่านั้นคือ…เธอเองก็ไม่สามารถจับผิดลูกสาวได้ตรงๆ ปกติถังถังอ่อนโยนเชื่อฟัง แต่จริงๆ แล้วก็มีด้านดื้อเงียบอยู่ ถ้าโดนเปิดโปงแล้วอับอายจนโกรธจัด มีหวังระเบิดแน่ๆ
.
ในขณะที่หลานจือหย่ากำลังคิดฟุ้งซ่าน
ฟางโจวก็ส่งข้อความกลับมา
“คุณป้าสบายใจได้ครับ ผมกับถังถังเป็นเพื่อนกัน ผมจะดูแลเธอให้ดีแน่นอนครับ!”
หลานจือหย่า:
“[อิโมจิทุบหัวสุนัข]”
ลูกสาวฉันอุตส่าห์โกหกเพื่อจะไปกับนาย ยังตอบหน้าตาเฉยว่า ‘เพื่อน’ อีก! ไม่มีหัวใจเอาซะเลย!
ในสายตาของหลานจือหย่าตอนนี้ ฟางโจวกลายเป็น “ไอ้ผู้ชายสารเลว” ไปเรียบร้อยแล้ว
.
หลังทานข้าว
หลานจือหย่ามองถังถังออกจากบ้านไป ก็รู้สึกห่อเหี่ยวใจ
ถังเจี้ยนหวงเองไม่ค่อยเข้าใจ
“ออกไปเดินห้างกับเพื่อนผู้หญิงจะเป็นไรไป?”
“ก่อนหน้านี้เธอก็ยังบอกให้ถังถังเปิดใจเข้าสังคมนี่นา?”
หลานจือหย่ามองสามีเหมือนมองคนโง่ เขาจะไม่รู้จริงเหรอ?
หรือเขาแกล้งปิดหูปิดตากันแน่!
.
#ที่หัวมุมซอย
พอเจอฟางโจว ถังถังรีบคว้ามือเขาแล้วพาวิ่งหนีออกไป เหมือนพวกทำอะไรผิดอยู่ จนกระทั่งเข้ามาในสถานีรถไฟใต้ดิน เธอถึงได้ถอนหายใจโล่ง
พอขึ้นรถ...ถังถังตบอกตัวเองเบาๆ
“เฮ้อ! ตกใจแทบตาย~”
เสียงดังจนฟางโจวต้องเหลือบมอง ก่อนหน้านี้ถังถังบอกแล้วว่า พ่อแม่ไม่อยากให้เธอเข้าใกล้เขา
เขาก็พอจะเดาได้ แต่เขาไม่ใช่คนที่เชื่อฟังใครอยู่แล้ว
ฟางโจวถามขึ้น
“ถ้าพ่อแม่เธอไม่อยากให้เราเจอกัน แล้วเธอยังบอกพวกเขาอีกว่าออกมาเดินห้างได้ยังไง?”
.
ถังถังยิ้มกริ่ม
“จะไปบอกความจริงได้ยังไงล่ะ~”
“ฉันบอกพ่อกับแม่ว่าไปกับเพื่อนผู้หญิง”
“แหะๆ ฉันนี่ฉลาดใช่มะ~ ปกติไม่เคยโกหก เลยไม่มีใครจับได้เลย”
ฟางโจวไม่แสดงสีหน้าใดๆ
เหลือบมองแชตที่ตัวเองคุยกับหลานจือหย่าในมือถือ
‘โธ่เอ๊ย... หลอกได้แม้กระทั่งลูกสาว!’
เขาส่งข้อความไปหา:
“เหอะเหอะ!”
หลานจือหย่าตอบกลับทันที:
"อย่ามาประชดประชัน"
“ดูแล ‘เพื่อน’ ของนายดีๆ ล่ะ!”
.
ฟางโจวมองสาวน้อยข้างตัวที่ยังยิ้มอย่างภูมิใจในความสำเร็จ
เขาส่ายหัวเบาๆ แล้วก็เก็บมือถืออย่างเงียบๆ
---
(จบบทที่ 70)