- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 49 นักเล่าเรื่องตลกตัวจี๊ด
บทที่ 49 นักเล่าเรื่องตลกตัวจี๊ด
บทที่ 49 นักเล่าเรื่องตลกตัวจี๊ด
#ร้านบะหมี่ตงอู
จ้าวเสี่ยวถงทำหน้าตกใจม่อยากเชื่อ
“นี่ที่บอกว่าจะเลี้ยงข้าว เลี้ยงฉันแค่บะหมี่เนี่ยนะ”
“ยังกล้าพูดว่า ‘มื้อเดียวลบล้างความแค้น’ อีกเหรอ”
“ถ้าบอกว่า ‘ตบครั้งเดียวลบความแค้น’ ฉันยังรู้สึกว่ามีความจริงใจมากกว่ากินบะหมี่เลยนะ”
.
บะหมี่ถูกทยอยยกมาเสิร์ฟ แม้จ้าวเสี่ยวถงจะคิดว่าบะหมี่อร่อยใช้ได้ แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าฟางโจวเลี้ยงแค่บะหมี่เพื่อไถ่โทษนั้น มันโคตรจะงกเลยจริงๆ
ฟางโจวยุ่งอยู่กับการแบ่งบะหมี่ให้เยว่เยว่ เขาเห็นเป่ยชิงเหยาเลื่อนชามบะหมี่ขนาดใหญ่กว่าหัวเยว่เยว่ไปตรงหน้าเด็กน้อย ทำเอาเขาอดถอนหายใจไม่ได้ การกระทำของเธอคนนี้ช่างหยาบกระด้างจริงๆ
ชาติที่แล้วเขาเลี้ยงหลานสาวบ่อย เรื่องดูแลเด็กนี่เขาเชี่ยวชาญนัก ฟางโจวหยิบชามใบเล็ก คีบบะหมี่แบ่งจากชามใหญ่มานิดหน่อยเพื่อให้มันเย็นเร็ว ตักเครื่องและผักเพิ่มลงไป เพื่อให้เยว่เยว่กินทีละคำเล็กๆ อย่างสบายใจ
.
พอจัดการเสร็จทุกอย่าง ฟางโจวหันมามองจ้าวเสี่ยวถง
“มีบะหมี่กินยังจะมาบ่นอีก”
“ไม่รู้จักบทกลอน ‘ข้าวทุกเม็ดเกิดจากความเหนื่อยยาก’ รึไง”
“จะให้เยว่เยว่ท่องบทกวี 'สงสารชาวนา' ให้ฟังไหมล่ะ”
"อย่าคิดว่าเป็นคนรวยแล้วจะดูถูกอาหารของชาวบ้านธรรมดาได้นะ"
“บะหมี่นี่มันไม่คู่ควรกับเธอตรงไหน”
“แถมฉันยังสั่งเครื่องให้ตั้งสองอย่างนะ มีปลาไหลด้วย”
“เสี่ยวหลงเวลาจะใส่เครื่องเพิ่ม ยังต้องจ่ายเงินเองเลย!”
“หรือว่า…”
“ต้องจัดโต๊ะหรูแบบโต๊ะจีนถึงจะพอใจ?”
เคล็ดลับการทะเลาะ อันดับแรกคือต้องยึดจุดยืนทางศีลธรรมที่เหนือกว่า จุดนี้ฟางโจวเข้าใจดี แล้วก็ได้ผล...ทันทีที่เขาพูดจบ ลูกค้าโต๊ะอื่นก็หันมามองกันหมด
เมื่อเห็นสายตาแปลกๆ จากคนรอบข้าง จ้าวเสี่ยวถงก็ได้แต่ยอมแพ้ แต่ปากก็ยังบ่นพึมพำด่าเจ้าตัวต้นเหตุ... จริงๆ แล้วเธอไม่ได้เรื่องมากเรื่องการกินหรอก แค่คิดว่าเธออุตส่าห์ไม่ถือโทษเรื่องที่ฟางโจวทำให้เธอเสียหายแล้วนะ แต่เขาดันเลี้ยงแค่บะหมี่? ‘ใจแคบจริงๆ’
ฟางโจวดูดเส้นบะหมี่ไป พูดไป
“พอแล้ว เลิกบ่นสักที”
“เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวผมเล่าเรื่องตลกให้ฟัง แล้วจากวันนี้เราถือว่าเป็นมิตรกันแล้วนะ ตกลงไหม”
จ้าวเสี่ยวถงใจอ่อนอีกจนได้ ฟังแบบนี้แล้วก็เผลอตอบตกลง
แต่ยังไม่ลืมรักษาศักดิ์ศรีตัวเองไว้หน่อย:
“ถ้าไม่ขำไม่ให้นับนะ!”
ฟางโจวพยักหน้าจริงจัง
“ไว้ใจได้ เล่าเรื่องตลกฉันเก่งสุดแล้ว”
---
“เรื่องมีอยู่ว่า มีผู้ชายคนนึงชื่อว่า ‘เสี่ยวชวย’”
“เขาไปซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วไปยืนจ้องชั้นวางแผ่นแปะแผลขนาดใหญ่อยู่นาน เพื่อเปรียบเทียบสรรพคุณแต่ละแบบ อย่างจริงจัง ทั้งแบบกลางคืน กลางวัน ฯลฯ”
“พนักงานขายสาวเห็นก็เดินเข้ามาถามว่า ซื้อให้แฟนเหรอคะ เสี่ยวชวยตอบว่า ‘ไม่ใช่’
...งั้นซื้อให้พี่สาวเหรอคะ เสี่ยวชวยตอบอย่างมั่นใจว่า ‘ก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ ผมใช้เอง’”
“พนักงานสาวทำตาโตเตรียมเรียก รปภ.แล้ว เสี่ยวชวยเลยรีบอธิบายว่า ‘ในทีวีบอกว่า แค่แปะแผ่นนี้ก็สามารถว่ายน้ำได้ เล่นสเก็ตน้ำแข็งได้ ตีเทนนิสได้ พอดีผมทำอะไรพวกนี้ไม่เป็นเลยสักอย่างน่ะ’”
...เงียบ…
...เยว่เยว่ ทำหน้าตาไร้เดียงสา
...เสี่ยวหลง หน้าตางงงวย
...ถังถัง หน้าแดงก้มหน้างุดๆ
...เป่ยชิงเหยาทำหน้าอึ้ง กลอกตาใส่ฟางโจว
มีแต่จ้าวเสี่ยวถง——
“พรวด!!!”
ตอนดูดเส้นบะหมี่อยู่พอดี ได้ยินมุกแล้วจะหัวเราะแต่ดันสำลัก
เส้นบะหมี่เส้นนึงพุ่งออกจากจมูกห้อยอยู่ครึ่งเส้น
.
บรรยากาศค้างแข็งในทันที...
วินาทีนั้นจ้าวเสี่ยวถงไม่รู้จะมีอารมณ์ไหนก่อนดี โกรธ? เสียใจ? หรืออับอาย?
มีแค่อย่างเดียวที่แน่ชัด— ถ้ามีรูให้มุด เธอมุดไปนานแล้ว!
.
ทุกคนรอบตัวต่างเคอะเขิน หลบสายตาเธอกันหมด
แม้แต่เป่ยชิงเหยาก็ยังไม่กล้ามอง เธอสัมผัสได้ถึงการดับอนาถของเพื่อนรัก
แม้แต่ถังถังก็ยังไม่กล้าสบตา กลัวจะทำให้จ้าวเสี่ยวถงอายยิ่งกว่าเดิม
ฟางโจวยังตกใจอยู่ แค่กะจะหยอกขำๆ ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแบบนี้
“โห! เรื่องตลกฉันมันขนาดนี้เลย?”
“งั้นโชว์อีกทีดิ เมื่อกี้ฉันยังดูไม่ทันเลย”
จ้าวเสี่ยวถงโกรธจนแทบจะร้องไห้ จ้องฟางโจวด้วยสายตาอยากฆ่า
‘แกยังเป็นคนอยู่ไหมเนี่ยะ’
‘แกมันร้าย!’
เยว่เยว่ปรบมือเชียร์
“น้าเสี่ยวถง โชว์อีกๆ!”
คำพูดของเด็กไร้เดียงสานี่แหละที่แทงใจแบบตรงเป้า...
จ้าวเสี่ยวถงสะอึก—
“พรวด!”
บะหมีอีกเส้นก็พุ่งออกจากจมูกอีกข้าง
ฟางโจวยกนิ้วให้ “โห..สั่งปุ๊บมาปั๊บเลย เก่งจริงๆ”
.
#หน้าร้านบะหมี่
จ้าวเสี่ยวถงวิ่งออกไปไกล ทั้งน้ำตาทั้งน้ำมูก ตาแดงเป็นกระต่าย เป่ยชิงเหยาช่วยลูบหลังเธอเบาๆ พอฟางโจวเดินออกมาจากร้าน ทุกคนก็หันไปมองเขาเป็นตาเดียว อารมณ์ประมาณ ‘ความผิดนายคนเดียวเลย!’
แม้แต่ถังถัง ตอนนี้มองฟางโจวยังถอยหนีไปข้างหลังโดยไม่รู้ตัว…โหดเกินไปแล้ว!
ถ้าเป็นเธอที่โดนแบบจ้าวเสี่ยวถง เธอคงอับอายอยากตายอยู่ตรงนั้น
แต่ฟางโจวรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ผิดอะไรเลย เขาเลี้ยงข้าวนะ ยังอุตส่าห์เล่าเรื่องตลกให้ฟังอีก เธอกลั้นขำไม่อยู่เอง จะโทษเขาได้ไง?
.
จ้าวเสี่ยวถงตอนนี้ไม่สนใจจะโทษใครแล้ว ชีวิตนี้ไม่เคยอับอายเท่านี้มาก่อน เมื่อกี้คนทั้งร้านหันมามองเธออย่างตกใจ เธอแทบจะระเบิดตรงนั้น
“ฟางโจว!!”
“ไอ้เวร!”
“ทั้งหมดนี่ความผิดแก! ฉันกับแกเป็นศัตรูกันจนตาย!”
ถึงจะตะโกนแบบนั้น แต่พอไปเดินเล่นในเขตท่องเที่ยวกันต่อ จ้าวเสี่ยวถงก็ไม่ได้หาเรื่องฟางโจวอีก เพราะเธอพบว่าทุกครั้งที่ทะเลาะกับฟางโจว เธอไม่เคยชนะเลยสักครั้ง
.
นี่ทำให้ฟางโจวเริ่มรู้สึกผิด เห็นอากาศร้อน เขาเดินไปซื้อเครื่องดื่มมาให้ทุกคน
แต่พอกลับมาก็เห็นตรงจุดพัก เริ่มมีคนมุง มีเสียงเอะอะและเสียงทะเลาะกัน
ฟางโจวขมวดคิ้ว รีบวิ่งเข้าไปดู ก็พบว่าเป่ยชิงเหยาและจ้าวเสี่ยวถงกำลังเถียงกับคนอีกกลุ่ม เป็นคู่สามีภรรยาอายุประมาณสามสิบ เป่ยชิงเหยาท่าทางโกรธจัด
ที่ด้านข้าง..เยว่เยว่กำลังยกมือป้องศีรษะ มีเด็กผู้ชายตัวโตกว่ากำลังดึงผมเธออยู่ ก่อนหน้านี้ ฟางโจวใช้หญ้าหางหมากับดอกไม้ริมทางทำมงกุฎให้เยว่เยว่สวมไว้บนหัว เธอชอบมาก เด็กๆ หลายคนมองด้วยความอิจฉา ทำให้เยว่เยว่ยิ่งภูมิใจและสวมไว้ตลอดทาง
เด็กผู้ชายคนนั้นดึงมงกุฎดแกไม้ เส้นผมเยว่เยว่ก็พันติดไปด้วย เป่ยชิงเหยาพยายามดึงมือเด็กให้ปล่อย แต่ไอ้เด็กนี่น่าจะโดนตามใจจนเสียคนเลยไม่ยอมปล่อยง่ายๆ พ่อแม่ของเด็กที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้ห้ามลูก แถมยังมาดึงมือเป่ยชิงเหยาอีก
.
สถานการณ์อลหม่านไปหมด ฟางโจวขมวดคิ้ว เดินเข้าไปบีบแขนเด็ก
“อ๊าาา!”
เสียงร้องลั่น..เด็กเกเรรีบปล่อยมือจากเยว่เยว่ทันที รีบเอามืออีกข้างปิดบริเวณที่โดนบีบ…แดงเป็นปื้น พ่อเด็กที่เมื่อกี้ยังแกล้งทำเป็นห้าม ตอนนี้หน้าเปลี่ยนสี พุ่งเข้ามาจะคว้าคอเสื้อฟางโจว
“ไอ้เชี่ยมึง—”
.
ฟางโจวคว้าข้อมืออีกฝ่าย ตามด้วยเข่ากระแทก ศอกกระทุ้ง—รวดเดียวจบ อีกฝ่ายลงไปนอนบนพื้น กุมท้องงอตัวเป็นกุ้ง คนแบบนี้ฟางโจวเจอมาบ่อย!
เมื่อกี้เขาไม่อยู่ พวกนี้คงเห็นว่าตรงนี้มีแต่ผู้หญิงกับเด็ก ส่วนหงเสี่ยวหลงเด็กหนุ่มที่หน้าหวานเหมือนผู้หญิง คนพวกนี้เลยไม่เห็นหัวกัน
ลูกตัวเองอยากได้พวงมาลัยเยว่เยว่ ห้ามไม่ได้ ก็เลยปล่อยให้ลูกแย่ง ในหัวคงคิดว่า ‘ถ้าของเสียหาย เดี๋ยวก็แค่ขอโทษ กับจ่ายเงินนิดหน่อยก็จบ’ ก็แค่เด็กจะทำอะไรได้? นี่คงเป็นเหตุผลที่เป่ยชิงเหยาทะเลาะเท่าไรก็ไม่เป็นผล
ในชาติก่อน ฟางโจวไม่เคยยอมกับเรื่องแบบนี้ ‘ถ้าห้ามลูกตัวเองไม่ได้ ฉันจัดการแทนก็แล้วกัน’
...จะหาว่าจิตใจคับแคบก็เถอะ!
...จะหาว่าเป็นพวกหัวรุนแรงก็ช่าง!
ข้ามมิติมาทั้งที จะให้โดนรังแกฟรีๆ งั้นเหรอ?
(จบบท)