- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 16 เสื้อกันหนาวน้อยของพ่อ กำลังจะมีรูขาดแล้ว!
บทที่ 16 เสื้อกันหนาวน้อยของพ่อ กำลังจะมีรูขาดแล้ว!
บทที่ 16 เสื้อกันหนาวน้อยของพ่อ กำลังจะมีรูขาดแล้ว!
หลานจือหย่าหัวเราะเหอะๆ:
“พอเลยเถอะ”
“อีกหน่อยถังถัง มีครอบครัว มีลูก ก็ต้องเลี้ยงทั้งลูก ทั้งคุณคนแก่ๆด้วยนะ”
“คุณไม่รำคาญตัวเองก็คิดถึงถังถังบ้างเถอะน่า”
พูดยังไม่ทันขาดคำ
ถังถังผลักประตูเข้ามาในครัว
“พ่อแม่กระซิบกระซาบอะไรกันอยู่ที่นี่คะ”
หลานจือหย่าหันไปมองถังเจี้ยนหวง เขาทำหน้าเก้อเขิน
“เอ่อ.. ก็ได้ยินว่าเพื่อนลูกจะมา ก็แค่ถามเกี่ยวกับเพื่อนของลูกนิดหน่อย”
ถังถังตบหน้าผากตัวเอง:
“ตายแล้ว ลืมสนิทเลย”
“ไม่รู้ว่าเขามาถึงหรือยัง เดี๋ยวหนูโทรไปถามหน่อย”
----------
แต่ยังไม่ทันหยิบโทรศัพท์ ถังเจี้ยนหวงก็รีบคว้ามือไว้
“ไม่ต้องๆมั้ง เขาอาจจะติดธุระระหว่างทาง บางทีอาจไม่มาแล้วก็ได้”
“ว่าแต่ แม่ลูกบอกว่า ที่โรงเรียนมีคนรังแกลูก แล้วเพื่อนชื่อฟางโจวไปช่วยจัดการเขาให้ใช่ไหม ถึงแม้จะรู้สึกขอบคุณเขานะ แต่ไปชกต่อยกันในโรงเรียนมันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะ”
“นิสัยแบบนี้แสดงว่าอารมณ์ร้อน”
ถังถังรีบโบกมือ
“ฟางโจวไม่ใช่คนแบบนั้นซักหน่อย”
“เขาไม่เคยมีเรื่องในโรงเรียนมาก่อน ครั้งนี้ก็เพราะหนูต่างหาก…”
"เขาเรียนเก่งมากนะคะ ตอนมัธยมต้นติดอันดับต้นๆ ตลอดเลย”
“พอขึ้น ม.ปลาย...เอ่อ...คงมีเรื่องอะไรซักอย่างมั้ง”
“อีกอย่าง…”
“เขาเขียนบทความได้ด้วยนะ”
“หนูอ่านแล้วค่ะ เขาเขียนเก่งมากเลย”
----------
พอฟังมาถึงตรงนี้ ถังเจี้ยนหวงกับหลานจือหย่าก็สบตากัน
ถังเจี้ยนหวงยิ้มเยาะ
“ดูสิ เผยไต๋แล้วล่ะ บอกว่าเขียนบทความได้อีก”
“พ่อเคยได้ยินชื่อเพื่อนในห้องที่เก่งๆ อยู่บ้างนะ ไม่เห็นมีชื่อฟางโจวเลย”
“เทคนิคแบบนี้มีไว้หลอกคนนั่นแหละ หวังจะดึงดูดความสนใจจากลูก”
“ลูกพ่อ…ต้องรู้จักระวังตัวให้มากนะ”
หลานจือหย่ากลับนึกอะไรบางอย่างออก:
“ว่าแล้วเชียว ชื่อนี้มันคุ้นๆ”
“ฟางโจว…”
“ใช่เพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัย ม.ต้น ของลูกที่โรงเรียนเก่าใช่ไหม แม่เขาชื่อฟางอวี้หรู เคยเจอกันอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่ได้สนิทอะไรมาก ไม่คิดเลยว่าจะกลับมาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันอีก”
----------
ตอนนั้น ฟางโจวกับถังถังเรียนอยู่โรงเรียนเอกชนเดียวกัน ห้องเดียวกัน
หลานจือหย่าทำหน้าแปลกใจ:
"แม่จำได้ว่า บ้านตระกูลฟางมีลูกสาวบุญธรรมด้วย คนที่เรียนเก่งที่สุดในชั้นปี ชื่อฟางชิงหลิน นั่นไม่ใช่น้องสาวฟางโจวเหรอ”
เมื่อเชื่อมโยงเรื่องราวแล้ว หลานจือหย่าก็เริ่มประหลาดใจ
เพราะถังถังไม่ใช่เด็กเรียนเก่งอะไรนัก
โรงเรียนมัธยมอันดับสามก็เข้าได้เพราะเส้นสาย
ส่วนฟางโจว ตอนนั้นสอบเข้าได้ด้วยตัวเองล้วนๆ
----------
พอพูดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าถังถังเปื้อนยิ้ม ภูมิอกภูมิใจสุดๆ:
“ม.ต้น ฟางโจวตอนนั้นเก่งจริงๆ ไม่ใช่แค่เรียนดี เล่นบาสเก่งด้วย เป็นขวัญใจสาวๆ หลายคนเลยนะคะ”
“ว่าแต่ เดี๋ยวเขามาถึงแล้ว พ่อกับแม่อย่าไปถามเรื่องครอบครัวเขานะ”
ถังถังลังเลนิดหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงเรื่องครอบครัวของฟางโจวให้พ่อแม่ฟัง
กันไว้ก่อน เดี๋ยวเผลอถามอะไรไม่เข้าท่า จะทำให้ลำบากใจเปล่าๆ
----------
หลานจือหย่าทำหน้าประหลาดใจ
บ้านตระกูลฟางในเมืองหนานอู๋ก็เป็นคนมีหน้ามีตา
แถมเรื่องที่พ่อของฟางโจวเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง ก็มีข่าวลือมากมาย
ใครจะไปคิดว่าท้ายที่สุดจะเป็นแบบนี้ไปได้
เจออะไรแบบนี้เข้าไป คงเสียใจไม่น้อย
แค่คิด...หลานจือหย่าก็รู้สึกสงสารเพื่อนของลูกสาวขึ้นมาทันที
----------
ตอนนี้เอง…เสียงกริ่งก็ดังขึ้น
ยังไม่ทันที่ถังเจี้ยนหวงหรือหลานจือหย่าจะได้พูดอะไร
ถังถังก็พุ่งออกจากบ้านวิ่งไปที่หน้าประตู
ร่างอวบๆ สะบัดไปมาเหมือนผีเสื้ออ้วนตัวหนึ่ง
พ่อกับแม่ถังถัง มองหน้ากันอย่างจนใจ
ไม่รู้ทำไม อยู่ๆก็รู้สึกประหม่า เหมือนกำลังจะเจอว่าที่ลูกเขยครั้งแรกยังไงยังงั้น
สองคนเลยเดินตามออกไปที่หน้าประตูด้วยกัน
----------
ตรงหน้าประตู
ถังถังยืนอยู่กับฟางโจวที่ถือถุงผลไม้อยู่ในมือ
“พ่อ แม่ นี่ฟางโจว เพื่อนร่วมชั้นหนูเองค่ะ ฟางโจว นี่พ่อแม่ฉัน”
เมื่อกี้ยังดูมั่นใจ
แต่ตอนนี้เอง…
ถังถังกลับรู้สึกเขินหน้าแดง
บรรยากาศมันให้ความรู้สึกคล้ายๆ ‘พาแฟนมาเจอพ่อแม่’ ชัดๆ!
‘ก็แค่เพื่อน ก็แค่เพื่อนร่วมชั้น ไม่มีอะไรหรอก’
ถังถังพยายามปลอบใจตัวเอง
----------
ฟางโจวกลับดูสบายๆ
เขาก็แค่ซื้อผลไม้ติดมือมานิดหน่อย
ครั้งแรกที่มาบ้านคนอื่นจะให้มามือเปล่าก็ยังไงอยู่ แต่จะให้ซื้อของแพงๆมาอวดรวยก็ไม่ใช่
ก็ยังเป็นนักเรียนอยู่ จะโชว์หล่อโชว์เท่แบบผู้ใหญ่พกเหล้าแพงมา มันก็ดูจะงี่เง่าเกินไป
‘หาเงินเองได้รึยังก่อน’ ฟางโจวพลางคิด
----------
มารยาทเป็นเรื่องที่ควรมีอยู่แล้ว ฟางโจวจึงกล่าวทักทาย:
“สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า ผมฟางโจว เป็นเพื่อนร่วมชั้นของถังถัง วันนี้รบกวนด้วยนะครับ”
รู้พื้นเพบ้านเขาอยู่แล้ว พอเห็นเขาแค่ถือผลไม้มาธรรมดาๆ สีหน้าถังเจี้ยนหวงก็ดีขึ้นหน่อย
เขาไม่ชอบเด็กหนุ่มที่ยังเรียนอยู่แต่หัวหมอเกินวัย
แต่พอมองหน้าฟางโจวแล้ว…
เสียงเตือนภัยในหัวของถังเจี้ยนหวงก็ดังขึ้นมาอีกรอบ — ไอ้เด็กนี่… หน้าตาแบบนี้มันอันตราย!
----------
หลานจือหย่ายิ้มต้อนรับ และชวนทุกคนเข้าบ้าน
ก็แค่เพื่อนลูก มาเยี่ยมบ้านธรรมดา
พอถึงโต๊ะอาหาร
ถังเจี้ยนหวงหยิบขวดเหมาไถออกมา หันไปถามฟางโจว:
“เอาสักหน่อยไหม”
ครอบครัวทั้งสามคนต่างคิดว่าฟางโจวคงปฏิเสธ
แต่เปล่าเลย ฟางโจวพยักหน้า:
“งั้นขอดื่มเป็นเพื่อนลุงสักหน่อยนะครับ”
...ได้ใจจริงๆ...
คิดว่าฟางโจวจะรักษามารยาท ที่ไหนได้ไม่ทำตัวเป็นคนนอกเลยสักนิด
ฟางโจวไม่ได้ดื่มมาสักพักแล้ว แถมช่วงนี้ยังยุ่งมาก
เมื่อชาติก่อนเวลาเขียนนิยายก็สูบบุหรี่ พอแรงบันดาลใจก็จะจิบเหล้าจนเคยชินไปแล้ว
พอถังพ่อของถังถังชวนมา เขาก็ไม่ปฏิเสธ
ถึงจะเป็นการพบกันครั้งแรก ฟางโจวมองออกว่าพ่อของถังถังคงมีอคติกับเขาอยู่ไม่น้อย
ก็เข้าใจได้...เพราะในใจฟางโจวก็เป็นชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
ถ้าเขามีลูกสาวน่ารักขนาดนี้ ก็คงรู้สึกเกลียดผู้ชายไม่ว่าคนไหนก็ตามที่อาจจะมาล่อลวงลูกสาวของเขาเหมือนกัน
----------
แต่ฟางโจวเองก็ไม่คิดอะไร
แม้เขาจะรู้ว่าถ้าถังถังผอมลง ความสวยจะต้องทำให้หลายคนตกตะลึงแน่ๆ
แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้คิดอะไรกับเด็กคนนี้
ก่อนหน้านี้บังเอิญได้ช่วยเธอ
เธออยากขอบคุณ...เขาก็เลยมา
ในเมื่อย้อนเวลากลับมาแล้ว ฟางโจวไม่คิดจะเป็น ‘คนสุภาพเรียบร้อย’ อะไรอีก
แค่ใช้ชีวิตตามใจก็พอ
----------
ถังเจี้ยนหวงเห็นแบบนั้น ก็ยิ้มกริ่ม
แอบชำเลืองตามองลูกสาว
เขารู้ว่า ลูกสาวเขาน่ะเกลียดคนดื่มเหล้าเป็นที่สุด
แบบนี้เจ้าหนุ่มนี่เสียคะแนนแน่นอน
แต่ที่ถังเจี้ยนหวงไม่รู้คือ…
ลูกสาวน่ะ..แบบอย่างที่อยากให้พ่อเป็น กับสเปกของคนที่ชอบมันจะเหมือนกันได้ยังไง
ผู้ชายที่ชอบจะกระโดดเชือกยังดูเท่ แต่ถ้าไม่ชอบ ต่อให้ตีกอล์ฟยังดูเหมือนขุดดิน!
----------
หลานจือหย่าจับสังเกตได้ว่า
เล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ น้อยๆ ของถังเจี้ยนหวงไม่ได้ผลเลย...
เห็นลูกสาวมองฟางโจวด้วยสายตาเขินอายและประหม่า ก็รู้ว่าลูกสาวคงจะตกหลุมรักไปแล้ว
‘เสื้อกันหนาวน้อยของพ่อ’ เริ่มจะมีรูขาดแล้วจริงๆ
หลานจือหย่าเดาไม่ผิดเลย!
----------
ถังถังมองฟางโจวที่พูดคุยกับพ่อแม่อย่างเป็นธรรมชาติ
แล้วยังบอกว่าจะดื่มเหล้ากับพ่อเธออีก
เธอรู้สึกอิจฉาสุดๆ
ในฐานะ ‘ราชินีแห่งโรคกลัวสังคม’
แค่เธอเจอพ่อแม่เพื่อนก็แทบพูดไม่ออก
ยิ่งเห็นคนที่เป็น ‘เทพแห่งทักษะการเข้าสังคม’ แบบนี้
เธอได้แต่ชื่นชมอย่างหมดหัวใจจริงๆ
(จบบท)