เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ออกจากบ้าน

บทที่ 14 ออกจากบ้าน

บทที่ 14 ออกจากบ้าน


ฟางโจวเดาได้ทันทีว่าฟางชิงหลินคิดไปไกลเกินไปแล้ว

เขายกมือเคาะหน้าผากของฟางชิงหลินเบาๆ แล้วพูดอย่างหมดคำจะพูด

“อย่ามโนเองให้มากนัก”

“เรื่องนี้ไม่ใช่อย่างที่เธอคิด”

“จริงๆ แล้ว พ่อรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรก ที่ตอนนี้มันมีเงื่อนงำอื่นต่างหาก”

“ถ้าสงสัยอะไรก็ไปถามแม่เองเถอะ”

ฟางโจวไม่อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้

----------

ฟางชิงหลินสูง 167 ซม. ซึ่งในหมู่ผู้หญิงถือว่าสูงพอตัว

แต่ก็ยังเตี้ยกว่าฟางโจวเกือบ 20 ซม.

การโดนดีดหน้าผากโดยไม่ทันตั้งตัว

ทำให้เธอสะดุ้งถอยหลังโดยอัตโนมัติ

ก่อนจะจ้องฟางโจวอย่างระแวง

แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นภาพของอีกฝ่ายลากกระเป๋าเดินออกไปหน้าตาเฉย

ฟางชิงหลินพูดขึ้นมาเสียงเรียบ:

“ฉันจะบอกแม่ว่าพี่ไม่ได้ไปอยู่หอ แต่ไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก เว้นแต่พี่จะไปบอกแม่เอง”

ฟางโจว: …

“น้องสาว”

“ตกลงอะไรสักอย่างกันหน่อยไหม”

“ฟังนะ เธอไม่อยากเป็นผู้หญิงแกร่งมาตลอดเหรอ? อนาคตบริษัทหยุนซื่อกรุ๊ปฉันไม่เอาสักแดงเดียว ให้เธอหมดเลย จะได้ให้เธอได้ทำตามฝัน”

“แต่มีข้อแม้ข้อนึง เธอห้ามมายุ่งกับเรื่องของฉัน”

----------

“ว่าไง?”

“ถ้าไม่เชื่อ”

“ฉันเขียนสัญญาให้ได้เดี๋ยวนี้เลยนะ”

ฟางโจวค่อยๆ เกลี้ยกล่อม

เขารู้ดี ฟางอวี้หรูเป็นคนที่มีความต้องการในการควบคุมสูงมาก

ถ้าแม่รู้ว่าเขาจะไม่อยู่หอพัก แต่จะไปเช่าห้องข้างนอก

แม่ต้องไม่มีทางยอมแน่ๆ แถมแม่ก็เป็นคนที่ไม่ค่อยประนีประนอมด้วย

ถึงเขาจะฝืนทำก็ได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างความขัดแย้ง

----------

แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา

สิ่งที่เขาเห็นคือ ดวงตาหงส์ที่ดื้อรั้นคู่นั้นที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาและจ้องมองเขาอย่างแน่วแน่

“ฟางโจว”

“ฉันพูดอีกครั้งนะ”

“ฉันซาบซึ้งที่พ่อแม่รับเลี้ยงฉันและให้ชีวิตใหม่กับฉัน”

“ฉันจะตอบแทนพวกเขา และจะเป็นลูกที่ดีให้ได้ด้วยความสามารถของตัวเอง”

“แต่เธอไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่แย่งมรดกของตระกูลฟาง”

----------

ฟางโจวเอามือกุมขมับ

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขารู้สึกว่าคำพูดนี้มันคุ้นๆ

เขานึกขึ้นได้ว่าเมื่อสามปีก่อน เขาก็เคยพูดอะไรแบบนี้เหมือนกัน

แค่ตอนนั้น เขาพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

แต่พิจารณาจากนิสัยของฟางชิงหลินและวัยของเธอในตอนนี้

แน่นอนว่าเธอไม่มีทางสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเขาแน่ๆ

ฟางโจวบ่นพึมพำ  “สาวน้อย ทำไมถึงล้อเล่นไม่เป็นเลยนะ”

----------

เขาไม่คิดจะอธิบายอะไรอีก

ฟางโจวจึงเปลี่ยนกลยุทธ์

“ฉันออกไปอยู่ข้างนอกเพื่อทุ่มเทกับการเรียนจริงๆ”

“ยังไงซะ แม่ก็ต้องการให้ฉันสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ อยู่แล้ว”

“เธอที่เชื่อฟังแม่ขนาดนั้น ก็คงอยากเห็นแม่มีความสุขเหมือนกัน ใช่ไหม?”

“เรามาเดิมพันกันดีไหม”

“ยังไงซะ การสอบจำลองรอบสองก็ใกล้เข้ามาแล้ว”

“ถ้ารอบนี้ มีวิชาไหนก็ตามที่ฉันได้คะแนนสูงกว่าเธอ เธอจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก”

“แต่ถ้าฉันทำไม่ได้ เธออยากจะบอกแม่เมื่อไหร่ก็เชิญ”

“ตกลงไหม?”

เวรเอ๊ย จำลองไฟไหม้แต่ไม่มีไฟไหม้

จำลองแผ่นดินไหวแต่ไม่มีแผ่นดินไหว

แต่ทำไม สอบจำลอง ถึงต้องสอบจริงๆ ด้วยฟะ

----------

แต่เอาเถอะ

ฟางโจวยังรู้ขีดจำกัดของตัวเอง

ถ้าต้องแข่งทุกวิชา นั่นคือเอาตัวเองไปให้โดนยำชัดๆ

ยัยเด็กนี่ไม่เคยหล่นจากอันดับหนึ่งในสามในช่วงปีที่เรียนมัธยมปลายเลย

ฟางชิงหลินเม้มริมฝีปาก

มองเขาด้วยสายตาที่เหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง

รู้สึกว่าฟางโจวตรงหน้าดูเปลี่ยนไป

ถึงแม้คำพูดของเขาจะยังน่าหงุดหงิดเหมือนเดิม

แต่ก็ไม่ได้จงใจจะกระแทกแดกดันเธอเหมือนเมื่อก่อน

----------

ฟางโจวมองเธอเช่นกัน

ถึงฟางชิงหลินจะเก่งกาจไปซะทุกด้าน

เวลาทำอะไรก็คล่องแคล่ว วางตัวมั่นใจและสุขุมเสมอ

แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เจ้าของร่างนี้เคยใช้ชีวิตร่วมกับเธอ

ฟางโจวรู้ดีว่า...

จริงๆ แล้ว ยัยเด็กนี่เป็นคนที่อ่อนไหวและขาดความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็น้อยลงทุกที

----------

ทันใดนั้น ฟางโจวก็หวนนึกถึงอดีต

เมื่อตอนยังเด็ก สาวน้อยคนนี้เคยตามเขาต้อยๆ

เรียกเขาว่า พี่ชาย พี่ชาย ตลอดเวลา

ดูเหมือนว่าความเปลี่ยนแปลงของเธอจะเริ่มขึ้น

ตั้งแต่เจ้าของร่างคนก่อนเริ่มเปลี่ยนไป

เห็นฟางชิงหลินเงียบไป

ฟางโจวเลยสรุป  “ตกลงตามนี้แล้วกัน”

เขาเดินไปที่ประตู หันไปมองห้องของตัวเองแวบหนึ่ง

และสายตาก็สะดุดกับกล้องดูดาว ‘นักสำรวจ’ ที่วางอยู่ที่มุมห้อง

ของที่เคยเห็นเป็นสมบัติล้ำค่า ตอนนี้กลับดูเป็นเรื่องตลกสิ้นดี

เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะวางกุญแจลงบนตู้ข้างๆ แล้วเปิดประตูลากกระเป๋าออกไป

----------

ฟางชิงหลินเริ่มใจคอไม่ดี รีบวิ่งไปที่ประตูตะโกนเรียก

“พี่วางกุญแจไว้ทำไม?”

ภาพเงาหลังของฟางโจวทับซ้อนกับภาพของเมื่อวาน

ทำให้เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ไร้ขอบเขต

...ฟางโจวโบกมือ

“กลัวทำหาย”

“หรือเธอจะไม่เปิดประตูให้ฉันตอนฉันกลับมาเหรอ”

ประตูค่อยๆ ปิดลง

ฟางชิงหลินเดินไปที่หน้าต่าง มองดูฟางโจวลากกระเป๋าเดินไปที่ประตูทางออกของหมู่บ้าน

เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นนานมากจนขาชาไปหมด ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมา

“แม่ วันนี้ต้องทำโอทีไหม?”

----------

บริษัทหยุ่นซื่อ

เมื่อรับสายจากฟางชิงหลิน ฟางอวี้หรูถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว

เธอนวดต้นคอที่ปวดเมื่อย ก่อนจะพูดขอโทษลูกสาว

"ชิงหลิน วันนี้แม่ต้องทำโอที คงกลับบ้านดึกหน่อย"

"ตอนเย็นสั่งอาหารมากิน หรือให้พี่ชายเธอทำให้ก็ได้ หรือไม่ก็ออกไปกินข้าวข้างนอกกัน"

ฟางชิงหลินเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

"แม่ พี่… เขาย้ายออกไปแล้ว"

----------

ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง

ไม่นาน ฟางอวี้หรูก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงเรียบเฉย

"อืม"

"งั้นเย็นนี้ลูกจัดการเรื่องอาหารเองละกัน"

"แม่จ้างแม่บ้านไว้แล้ว แต่พรุ่งนี้ถึงจะเริ่มงาน หลังจากนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารอีก"

จริงๆแล้วฟางชิงหลินมีหลายอย่างที่อยากพูด

โทรไปก็ไม่ได้ตั้งใจจะถามเรื่องอาหาร

แต่สุดท้าย เธอกลับพูดเพียงว่า

"แม่ทำงานต่อเถอะ รักษาสุขภาพด้วยนะ กินข้าวให้ตรงเวลาด้วย"

หลังจากวางสาย ฟางชิงหลินยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าซับซ้อน

---

นอกคฤหาสน์ตระกูลฟาง

รถฟอร์ดมัสแตงสีแดง เบรกดัง ‘เอี๊ยด!’ แล้วจอดสนิทริมถนน

หงเสี่ยวหลงก้าวลงจากรถ เห็นฟางโจวลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความแปลกใจ

จากนั้น ก็ตกใจยิ่งกว่าเดิม  เมื่อรับซองบุหรี่ที่ฟางโจวโยนมาให้

ฟางโจวโยนกระเป๋าขึ้นเบาะหลัง เปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง

พูดเสียงไม่สบอารมณ์:

"มึงติดเกมขนาดนี้เลยเหรอ ปล่อยให้กูรอตั้งนาน"

"ไปเถอะ! ไปฝั่งตะวันตกของโรงเรียน กูย้ายออกมาอยู่เองแล้ว"

----------

หงเสี่ยวหลงนิ่งเงียบ

ตอนกลางวัน ฟางโจวบอกว่าพ่อแม่เขาหย่ากันแล้ว

หงเสี่ยวหลงไม่ได้ตกใจนัก เพราะข่าวลือเรื่องนี้เป็นที่รู้กันในวงสังคมระดับสูงอยู่แล้ว

แถมเรื่องที่พ่อของฟางโจวเป็นลูกเขยที่แต่งเข้าตระกูลฟาง ก็ไม่ใช่ความลับอะไร

และผู้ชายที่เป็น ‘ลูกเขยแต่งเข้า’ ก็มักจะมีจุดจบที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

แต่สิ่งที่หงเสี่ยวหลงคาดไม่ถึง คือการที่ฟางโจวตัดสินใจออกมาอยู่คนเดียว

อย่างไรก็ตาม  เขาก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ

----------

ขณะขับรถ หงเสี่ยวหลงยกมุมปาก ยิ้มแล้วพูดขึ้นมา

"ให้ตายเถอะ น่าอิจฉาว่ะ ได้อยู่คนเดียวแม่งโคตรอิสระ"

"อยากกลับตอนไหนก็ได้ อยากสูบบุหรี่ก็สูบได้"

"เมื่อก่อน มึงออกมาเที่ยวแต่ละที แม่งยากเย็นสุดๆ"

"ฉลองหน่อยไหม"

"คืนนี้พาไป ‘ชิงกั๋ว’ "

"มึงยังไม่เคยไปบาร์ใช่ไหม? ที่นั่นเป็น ‘บาร์เงียบๆ’ บรรยากาศสงบ"

"พวกสาวๆ ที่นั่นคุณภาพสูง แต่จีบไม่ง่ายนะ"

"แต่หน้าตามึงหล่อขนาดนี้ คงมีสาวๆอยากปลอบโยนมึงเยอะแยะเลย"

"อย่าไปยุ่งกับเด็กมัธยมนะ มันผิดกฎหมาย!"

ฟางโจวเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะไม่นาน

น้ำเสียงของหงเสี่ยวหลงเต็มไปด้วยความอิจฉาปนขมขื่น

เขาเคยไปบาร์อยู่สองสามครั้ง แต่ด้วยหน้าตาที่ดูสะอาดสะอ้านของเขา

คนที่เข้ามาหามักเป็นพี่สาวหรือสาวใหญ่

ดูเหมือนว่าสาววัยรุ่นไม่ค่อยปลื้มหน้าแบบเขาเท่าไหร่

แต่ฟางโจวกลับเป็น ‘ประเภทที่กินได้ทั้งวงการ’

----------

ฟางโจวไม่สนใจ

"เดี๋ยวต้องไปที่อื่นก่อน"

"ถังถังบอกว่าแม่เธออยากชวนกูไปกินข้าวที่บ้าน"

หงเสี่ยวหลงหัวเราะลั่น

"โคตรดีเลยว่ะ!"

"จริงๆ แล้ว ถังถังก็น่ารักดีนะ"

"ถึงหน้าตากับหุ่นจะธรรมดาไปหน่อย แต่เธอนิสัยดี ถ้าแต่งไปเป็นเมีย มึงจะต้องได้เมียที่เชื่อฟังแน่ๆ"

เขาหัวเราะเหมือนเป็ด

ฟางโจวมองหน้าเขาด้วยสายตาดูถูก

"ไอ้โง่!"

---

(จบบทที่ 14)

จบบทที่ บทที่ 14 ออกจากบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว