เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 นักเขียนเหรอ สงสัยเธอกำลังด่าฉัน

บทที่ 12 นักเขียนเหรอ สงสัยเธอกำลังด่าฉัน

บทที่ 12 นักเขียนเหรอ สงสัยเธอกำลังด่าฉัน


โลกใบนี้ให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์มาก

และในขณะเดียวกัน...

ผู้คนก็เปิดรับเรื่องการจ่ายเงินเพื่อความรู้ได้มากกว่าเดิมเยอะ

----------

ตอนเช้า ฟางโจวพลิกอ่านแมกกาซีนพวกนั้น

ที่จริงก็เพื่อดูว่าเล่มไหนออกโดยสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์

สไตล์งานเขียนแบบไหนที่แต่ละเล่มชอบ

เขาไม่อยากทำสงครามโดยไม่มีการเตรียมตัว

จริงๆ แล้ว ถ้าอยากดังไวๆ

ไปสายสำนักพิมพ์ของหน่วยงานราชการ จะไปได้เร็วกว่าด้วยซ้ำ

แต่ฟางโจวมาเพื่อหาเงินเลี้ยงปากท้อง

แน่นอนว่า...ต้องเลือกที่ได้เงินเยอะไว้ก่อน

วรรณกรรมเยาวชนสินะ

แถมต้องเป็นแนวที่คนในวัยนี้ชอบอ่านด้วย

หนีไม่พ้นเรื่องรักใสๆ หวานซึ้ง และอารมณ์ความรู้สึกสับสนประมาณนั้นแหละ

----------

โลกของนิยายออนไลน์ที่นี่  ถ้าเทียบกับยุคที่ฟางโจวข้ามมิติมา...

ก็เหมือนยุคบุกเบิกยังไงยังงั้น  เพิ่งเริ่มต้นไม่มีรูปแบบอะไรทั้งนั้น

จะเขียนแนวรักวัยใสแบบดราม่าเล่นใหญ่ ก็เหมือนเสือจับหมูเลยล่ะ

ต้องเป็นแนวที่ ‘ทรมานใจ’ คนอ่านแบบสุดๆ นั่นแหละถึงจะเวิร์ก

ใส่จุดขาย แทรกฉากบีบคั้นหัวใจเข้าไปอีกนิด

รับรองน้ำตาวัยรุ่นทั้งชายหญิงมีไหลพรากแน่

ต้นฉบับคิดค่าตามจำนวนตัวอักษร

ฟางโจวเลยกะไว้ว่าแต่ละเรื่องต้องเริ่มที่สองหมื่นคำ

วางพล็อตให้มีอุปสรรคเยอะๆ มีปัญหาเยอะๆ

จะได้ยืดเรื่องได้ยาวๆ

แบบนี้เขาไม่ได้เรียก ‘น้ำเยอะ’ นะ

เขาเรียกว่า พล็อตพลิกไปพลิกมาอย่างเข้มข้นต่างหาก!”

----------

ตอนนี้ยังไม่มีคอมพิวเตอร์

ฟางโจวเลยได้แค่ร่างโครงเรื่องออกมาเป็นแนวทางก่อน

แต่ละเรื่องค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัว

พอโครงเรื่องมา...เรื่องราวก็มาเอง

หนึ่งเรื่อง สองเรื่อง……

ตอนที่ฟางโจวกำลังร่างโครงเรื่องที่ห้า

ถังถังก็เดินเข้ามา

----------

พอเธอนั่งลงก็วางโค้กไว้บนโต๊ะของฟางโจว

บนโต๊ะตัวเองวางน้ำเปล่าไว้ขวดหนึ่ง

แล้วเธอก็เริ่มเล่า:

"ตอนเที่ยงฉันกินข้าวไปแค่ครึ่งชามเองนะ"

"ไม่ได้กินของที่แคลสูงเลยด้วย”

“หลักๆ ก็บร็อคโคลี่กับสลัดผักนั่นแหละ แต่แม่ฉันบังคับให้กินน่องไก่อันหนึ่ง”

"ตอนบ่ายมีเรียนแค่สองคาบเอง"

"กะว่าจะเลยไปออกกำลังที่ฟิตเนสสักหน่อย..."

...ฟังดูเหมือนกำลังสรุปรายงานการปฏิบัติงาน

ฟางโจววางปากกา หันไปมองถังถัง แล้วยิ้ม

“จะสอบเข้ามหาลัยแล้ว แค่คุมอาหารพอแล้ว”

“อย่าเพิ่งลดปริมาณอาหารเยอะ เดี๋ยวร่างกายไม่ไหว”

“เรียนก็เหนื่อยอยู่แล้ว ไปฟิตเนสนี่ไม่จำเป็นเลย”

“เธอแค่ลดน้ำหนัก ไม่ได้ไปฟิตหุ่นนะ”

“การออกกำลังมันเผาผลาญน้ำตาล ไม่ใช่ไขมัน”

“ยิ่งออกก็ยิ่งหิว สุดท้ายร่างกายก็ไม่ไหวเหมือนกัน”

“อยากขยับตัวก็แค่เดินเล่นสัก 2-3 กิโลพอ”

“อย่าทำให้สุขภาพพังล่ะ”

“ถ้าอยากหุ่นดีจริงๆ ก็รอหลังสอบเข้าค่อยว่ากัน”

“แล้วอีกอย่าง ผู้หญิงอยากหุ่นดีไม่จำเป็นต้องไปฟิตเนสยกเวตหรอก แค่โยคะหรือพิลาทิสก็พอแล้ว”

ฟางโจวพูดไป เอนหลังพิงโต๊ะด้านหลัง มือหนึ่งพาดบนโต๊ะ

น้ำเสียงไม่ได้ดัง แต่ฟังแล้วรู้สึกน่าเชื่อถือจนเถียงไม่ออก

ถังถังหรี่ตา

“รู้เยอะจังนะ เก่งจริงๆ!”

“อ้อ นี่แม่ฉันบังคับให้เอาลูกอมพวกนี้มาให้ด้วยแหละ”

ถังถังเปิดกระเป๋าเล็กของตัวเอง ดวงตากลมโตเป็นประกาย

-----------

จู่ๆ ก็ได้ยินเสียง...

“ฮือ ฮือ…”

ฟางโจวที่กำลังเขียนโครงเรื่องเรื่องสุดท้ายต้องหยุดมือ

หันไปมองถังถังที่กำลังซับน้ำตาด้วยกระดาษทิชชู่

ตาเธอแดงเถือกเลย

“ฮืออออ ทำไมตอนจบของสองคนนี้ต้องเป็นแบบนี้ด้วย”

“ก็แค่เข้าใจผิดกันไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเคลียร์กันไม่ได้แล้วจบแบบแฮปปี้ล่ะ!”

เอ่อ~~~

ฟางโจวก็แอบหมดคำจะพูดเหมือนกัน

เมื่อกี้ถังถังเห็นโครงเรื่องที่เขาร่างไว้ แล้วก็หยิบไปอ่าน

ใครจะคิดว่าเธอคนนี้จะอินขนาดนี้

ถึงจะมีแค่ประมาณพันคำ แต่ก็เล่าคร่าวๆ ถึงจุดเด่นของเรื่อง

คล้ายกับพวกคลิปสปอยหนังห้านาทีจบ

เขายังไม่ทันคิดชื่อตัวละครด้วยซ้ำ

แค่ร่างโครงเรื่องเฉยๆ ก็ทำเอาอีกฝ่ายน้ำหูน้ำตาไหลพรากได้ขนาดนี้

แค่พล็อตคร่าวๆ เองนะ ถ้าเขียนจริงจะขนาดไหน?

เห็นถังถังจมูกแดง ตาแดง เหมือนโดนโลกทั้งใบทำร้ายมา

ฟางโจวก็อดแซวไม่ได้

“รู้ไหม ทำไมเจ้าชายกับเจ้าหญิงในนิทานถึงได้อยู่กันอย่างมีความสุขตลอดไป?”

ถังถังตาปริบๆ แล้วส่ายหน้า

ฟางโจวว่า

"เหตุผลหลักคือ: คนหนึ่งสวย อีกคนรวยมาก"

“มันก็แค่นิทานน่ะ อย่าซีเรียสไปเลย”

“ความรักที่สวยงามน่ะ ใครก็อยากได้ทั้งนั้นแหละ แต่ในความจริงมักจะมาพร้อมกับความผิดหวัง… ซึ่งนั่นแหละ ที่ทำให้มันตราตรึง”

“ฉันเขียนเพื่อหาเงิน ก็ต้องเลือกทางที่ดึงอารมณ์คนให้ได้มากที่สุด”

“จากที่ดูเธอ… น่าจะเวิร์กนะ”

“หาเงินน่ะ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก”

ถังถังค้อนใส่

วางกระดาษคืนโต๊ะ

ถึงอยากอ่านโครงเรื่องอื่นด้วย แต่ก็กลัวว่าจะอินจนเสียอารมณ์

แต่ก็แอบเหลือบมองกระดาษแผ่นที่อ่านไปบ่อยๆ

ดูเหมือนยังรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง

----------

ไม่นานนัก

ถังถังก็ทนไม่ไหว หันกลับมา

“เธอเขียนดีมากเลยนะ”

“ไม่คิดเลยว่าใกล้ตัวเราจะมี ‘นักเขียน’ อยู่ด้วย เก่งสุดๆ ไปเลย!”

ฟางโจวขนลุกซู่

รีบโบกมือ..

“อย่าเรียกฉันว่า ‘นักเขียน’ เชียวนะ!”

ทุกวงการมันมีลำดับชั้นกันทั้งนั้น

พวกเขียนนิยายออนไลน์ถือเป็นอาชีพงานเขียนที่อยู่ก้นบึ้งของห่วงโซ่การดูถูก

ถึงชาติที่แล้วจะได้เงินจากการเขียนเว็บนิยาย

แต่ก็โดนคนรอบตัวดูถูกอยู่ดี

เวลาออกไปข้างนอกยังไม่กล้าบอกใครเลยว่าทำอาชีพนี้

หลายคนในวงการก็เหมือนกัน

หมกตัวอยู่บ้านทั้งวัน

มีเมีย...คนอื่นจะหาว่ากินแรงเมีย

ไม่มีเมีย...ก็กลายเป็นพวกเกาะพ่อแม่กินชัดๆ

เพราะงี้แหละ ฟางโจวเลยแพ้คำว่า ‘นักเขียน’ หนักมาก

----------

ถังถังรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของฟางโจว

แต่ก็ไม่ถามอะไรมาก

แล้วนึกขึ้นได้ว่าแม่เธอกำชับอะไรไว้

“คืนนี้ว่างไหม?”

“ตอนเที่ยงฉันบอกแม่ว่าเธอช่วยฉันไว้ แม่อยากเชิญเธอไปกินข้าวที่บ้าน”

มองหน้าเด็กสาวตาใสปิ๊ง

ฟางโจวก็พอเดาออก

มื้อนี้...ไม่ใช่แค่ขอบคุณธรรมดาแน่นอน

แต่เขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด

เลยพยักหน้าตอบ

“ได้สิ”

“บอกที่อยู่ฉันมา เดี๋ยวตอนเย็นฉันไป”

“ว่าแต่…ฉันก็มีเรื่องอยากให้เธอช่วยเหมือนกัน”

“หนังสือเรียน ม.4 กับ ม.5 ของเธอยังอยู่ไหม ถ้ายังเก็บไว้ เอามาให้ยืมหน่อยนะ”

“ยังอยู่สิ!”

ถังถังยิ้มจนตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว

เหมือนการที่ฟางโจวขอความช่วยเหลือจากเธอ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เธอมีความสุขแล้ว

----------

สองคาบผ่านไปเร็วมาก

พอครูประกาศเลิกเรียน

ทั้งห้องก็ส่งเสียงดังโห่ร้องเหมือนสัตว์ในกรงที่ได้รับอิสรภาพ

ก็ห้องนี้มีหลายคนที่มาเรียนแบบไปวันๆ

หงเสี่ยวหลงเดินเข้ามา

“ไอ้โจว เสาร์-อาทิตย์นี้มีแพลนยัง?”

“พ่อแม่ฉันไม่อยู่บ้าน เล่นเกมคนเดียวก็ไม่สนุก ไปเน็ตคาเฟ่ด้วยกันปะ?”

ตอนเที่ยง หงเสี่ยวหลงรู้แล้วว่าพ่อแม่ของฟางโจวหย่ากัน

เรื่องแบบนี้ ยังไงฟางโจวก็ต้องบอกในที่สุด

เลยพูดไปในช่วงกินข้าวเลย แล้วหงเสี่ยวหลงก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ

ตอนนี้เลยมาชวนไปนั่งร้านเกม

หงเสี่ยวหลงเรียนไม่เก่ง

ความหวังสูงสุดคือเข้าวิทยาลัยธรรมดา หรือไม่ก็หาที่เสียเงินแล้วเรียนให้จบเอาวุฒิ

วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ได้มาทั้งที

แน่นอนว่า...ไม่มีทางเรียนอยู่แล้ว

ถังถังที่อยู่ข้างๆถึงกับชะงัก

เธอเก็บของในกระเป๋าช้าลงทันที

แล้วก็เงี่ยหูรอฟังให้ชัดเจน

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 12 นักเขียนเหรอ สงสัยเธอกำลังด่าฉัน

คัดลอกลิงก์แล้ว