- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 9 ยึดขนมเธอไปซะแล้ว
บทที่ 9 ยึดขนมเธอไปซะแล้ว
บทที่ 9 ยึดขนมเธอไปซะแล้ว
ฟางโจวชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะยิ้มออกมาแบบ…ยิ้มแบบปีศาจนั่นแหละ
ที่ว่า “ของหวานทำให้คนมีความสุข” เนี่ย
ฟังดูเหมือนคำพูดงี่เง่าปลอบใจตัวเอง แต่เอาจริงแล้วมันก็มีหลักวิทยาศาสตร์รองรับอยู่
แต่ว่า…ฟางโจวรับช็อกโกแลตมาแล้วไม่พูดไม่จา คว้ากระเป๋าของถังถังไปทั้งใบ
ถังถัง: ??
จากนั้นก็เห็นเขาเปิดกระเป๋า หยิบเอาพวกช็อกโกแลตครึ่งถุง
ลูกอมขนมหวานต่างๆ โยนเข้าลิ้นชักโต๊ะตัวเองอย่างหน้าตาเฉย
พลางพูดเสียงกร่างราวกับตัวเองเป็นหมอว่า
“เธอน้ำหนักเกิน ต้องควบคุมนิสัยการกิน ลดน้ำตาลกับของแคลอรี่สูงหน่อย”
“จะดีต่อสุขภาพของเธอเอง”
“เธออาจห้ามใจไม่ไหว…”
“งั้นเดี๋ยวฉันช่วย!”
ห๊ะ?... ถังถังอึ้งไปเลย
พลางมองลิ้นชักโต๊ะของฟางโจวด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์สุดชีวิต แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรค้านออกมา
แล้วเธอก็เพิ่งมารู้ตัวว่า...
แต่ก่อนถ้ามีใครมาทักเรื่องน้ำหนักเธอ เธอต้องรู้สึกแย่แน่ๆ
แต่พอฟางโจวพูดแบบนี้ เธอกลับไม่รู้สึกผิดอะไรเลย
แถมยังรู้สึกเหมือน…ถูกใส่ใจนิดหน่อยด้วยซ้ำ
แต่นั่นแหละ ถังถังรีบเก็บความรู้สึกพิลึกพิลั่นแบบนั้นลงไปให้ลึกที่สุด
------
เธอรู้ดีว่า…ฟางโจวเป็นเหมือนเทพบุตรของสาวๆ ทั้งโรงเรียน
ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมาช่วยเธอวันนี้ แต่คนอย่างเธอที่ไม่เคยมั่นใจในตัวเอง
ก็ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองไปไกลหรอก แค่ได้พูดคุยกับเขาเหมือนเพื่อนคนหนึ่งก็รู้สึกดีเกินพอแล้ว
อย่าได้คิดเกินเลยไปมากกว่านั้นเลยไม่งั้นอาจจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำในอนาคต
-----
ขนมหวานของโปรดทั้งหลายของเธอ ตอนนี้อยู่ในลิ้นชักโต๊ะของฟางโจวหมดแล้ว
ถังถังมองภาพนั้นเหมือนเห็นสมบัติที่เธอสะสมไว้ราวกับมีปีกงอกค่อยๆบินหนีไป…
เจ็บใจแทบบ้า!
เห็นถังถังนิ่งไป แถมยังเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ
ฟางโจวกลับรู้สึกว่า…ยัยอวบตัวกลมตรงหน้านี่ ดูน่ารักชอบกล?
...ไอ้บ้าเอ๊ย! นี่มันยังไงกัน นี่มันเด็กสาววัยใสเชียวนะ!
เขาคิดพลางสะบัดหัวในใจแรงๆ ความคิดแบบนี้อันตรายชะมัด
ถึงจะบอกว่าผู้ชายตั้งแต่สิบแปดยันแปดสิบก็ยังชอบเด็กสาววัยสิบแปดเหมือนกันหมดก็เถอะ
แต่ความชอบของคนอายุสิบแปด กับคนอายุสี่สิบ มันคนละเรื่องเลยนะ!
โดยเฉพาะเขา ที่มีประสบการณ์ในชาติก่อน
สภาพจิตใจวัยสี่สิบ แต่ร่างกายกลับอายุสิบแปด
ถ้าจะบอกว่าอนาคตจะไม่กลายเป็นพวกเจ้าชู้ เขาเองยังไม่กล้ารับประกันเลย
แต่ถึงจะเจ้าชู้…
อย่างน้อยก็ไม่ควรทำร้ายใคร
เพราะผู้หญิงอย่างถังถัง ไม่มีทางเล่นเกมที่ชื่อว่า ‘ความรัก’ แบบขำๆ ได้แน่นอน
-----
เห็นถังถังมองมาอย่างน่าสงสาร ฟางโจวก็หยิบลูกอมเม็ดนึงออกมาจากถุง
ดูไม่หวานจัดเท่าไหร่ยื่นให้เธอ “กันอาการลงแดง”
“ให้เธอกินวันละเม็ดพอหายอยาก”
ดวงตากลมโตของถังถังเปล่งประกาย
ดีใจจนรีบแกะกระดาษห่อ แล้วเอาลูกอมรสถั่วลิสงเข้าปาก
ขนตายาวๆ สะบัดพริ้ว ตาหยีด้วยความฟินเหมือนแมวบริติชชอร์ตแฮร์
-----
“ฟางโจว…”
"เมื่อกี้ที่นายทำแบบนั้นกับจางเซียว ครูซุนรู้รึเปล่า... ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?"
หัวหน้าห้องเฉียวจิ้งเดินเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
ฟางโจวหันไปมองเฉียวจิ้งที่ยืนข้างๆ แล้วยิ้มให้จนอีกฝ่ายต้องหลบตา
เขาจึงหันกลับมาแล้วยิ้มตอบ:
“ไม่เป็นไร!”
เฉียวจิ้งถอนหายใจโล่ง รีบพูดว่า:
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว งั้นฉันไปก่อนนะ”
พูดจบก็รีบเดินกลับไป แต่แผ่นหลังเธอดูจะออกแนว…หนีอย่างหมดท่า
นักเรียนในห้องแอบดูสถานการณ์เงียบๆ หลายคนก็รู้กันอยู่ว่า...
หัวหน้าห้องเฉียวจิ้งน่ะ แอบชอบฟางโจวมานานแล้ว
แต่ดูเหมือนฟางโจวไม่ค่อยสนใจเธอสักเท่าไหร่
คราวนี้ดูเหมือนเธอจะพ่ายแพ้อีกครั้ง
-----
ถังถังมองตามหลังเฉียวจิ้งแล้วพึมพำเบาๆ ด้วยความอิจฉา:
“สวยจัง…”
จะไม่ให้เธออิจฉาได้ไง ก็เฉียวจิ้งนี่มันทั้งสวยทั้งหุ่นดี แค่นี้ก็เกินไปแล้ว!
ฟางโจวมองเฉียวจิ้งแวบเดียว แล้วพูดแบบไม่ใส่ใจว่า:
“ก็พอใช้ได้แหล่ะ”
ถังถังเพิ่งนึกออกอะไรบางอย่าง เลยเบะปากพูดว่า:
“ก็จริงนะ น้องสาวนายน่ะคือฟางชิงหลิน… มาตรฐานนายคงสูงอยู่แล้วล่ะ”
ถึงเฉียวจิ้งจะได้รับการขนานนามว่าเป็นดอกไม้ประจำห้อง
ในระดับชั้นเดียวกันเธอก็อยู่ในอันดับต้นๆ
แต่ไม่เคยมีใครเรียกเธอว่าดอกไม้ประจำโรงเรียน
ก็เพราะมีฟางชิงหลินจากห้องข้างๆ อยู่
ฟางโจวส่ายหน้า
“อย่าดูถูกตัวเองนักเลย”
“แค่ลดน้ำหนักลงนิดหน่อย เธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าฟางชิงหลินที่ผอมแห้งเหมือนไม้แขวนเสื้อนั่นหรอก”
“ส่วนเฉียวจิ้ง… ยิ่งห่างไกลเข้าไปใหญ่”
ฟางโจวไม่ได้พูดปลอบใจ ตอนนี้ยังเรียนมัธยม ทุกอย่างดูเรียบง่าย
แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยไป ก็เหมือนก้าวขาครึ่งนึงเข้าสู่โลกความจริง
เส้นทางชีวิตแต่ละคนจะเปลี่ยนไปทันที
-----
ถังถังน่ะด้วยพื้นฐานครอบครัวและนิสัยของเธอ
ถ้าเจอกันอีกในอนาคต…
อาจจะกลายเป็นคนละโลกกันไปเลยก็ได้
ขนตายาวๆ ของถังถังกระพืออย่างไม่แน่ใจ
แต่พอมองหน้าฟางโจว ก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นทั้งหมด
เธอเริ่มลังเล ‘หรือว่า…จะลองดูดี?’
-----
ทางด้านหน้าห้อง เฉียวจิ้งกลับไปนั่งที่
โต๊ะข้างๆ คือเพื่อนร่วมห้องหน้ากลมๆ อย่างเจ้าเจินเจิน เธอถามด้วยความตื่นเต้น:
“เฉียวจิ้ง! เมื่อกี้คุยอะไรกับฟางโจวอ่ะ?”
สุดท้ายก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เรื่องพวกนี้อดอยากรู้ไม่ได้
เฉียวจิ้งก้มหน้าตอบเบาๆ:
“เขาดูเหมือนเป็นคนละคนเลย…”
“แต่ก็ยังรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยอยากยุ่งกับใครอยู่ดี”
เฉียวจิ้งแค่พยายามปลอบใจตัวเอง
เพราะเมื่อครู่ เธอเห็นชัดว่า ฟางโจวกับถังถังคุยกันสนุกขนาดไหน
เจินเจินกระซิบตอบ:
“เขาเป็นเทพบุตรเลยนะ!”
“หล่ออยู่แล้ว ยังซัดคนอื่นได้อย่างโหดอีก!”
“เธอเห็นไหมล่ะ จางเซียวยังต้องย้ายโต๊ะหนีไปเองเลย เท่ห์มาก!”
ถ้าฟางโจวได้ยินเข้า คงอยากจะบ่นว่า:
ความคิดแบบนี้แหละ ถึงได้โดนพวกหัวทองหลอกง่ายนัก!
-----
ห้องเรียนข้างๆ
เพื่อนร่วมห้องของฟางชิงหลินกลับมานั่ง แล้วกระซิบข่าววงในทันที:
“ชิงหลิน! ได้ข่าวแล้ว!”
“เด็กห้องสองบอกว่า—เมื่อกี้พี่เธอ...ฟางโจว
ไปต่อยกับเด็กอีกคนเพื่อช่วยผู้หญิงอ้วนๆ คนนั้นแหละ”
“โห ไม่คิดเลยว่าพี่เธอจะกล้า!”
กล้างั้นเหรอ? โคตรเด็กน้อยเลย...
แต่เขาไปต่อยคนเพราะผู้หญิงเนี่ยนะ?
ฟางชิงหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย
...
ถึงเวลาเรียนแล้ว
อาจารย์จิน ครูสอนคณิต เดินเข้าห้องพร้อมหอบเอกสารเข้ามาในห้องสอง
เขาเป็นชายร่างเล็ก วัยห้าสิบกว่า พอเข้ามาก็มองไปยังหลังห้อง
ดูเหมือนจะรู้เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้ว พลางพูดเน้นย้ำขึ้นมา:
“อาทิตย์หน้าจะมีการสอบจำลอง”
“อีกแค่สองเดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว รีบอ่านหนังสือกันด้วย”
“อีกไม่นานพอพวกเธอก้าวเข้าสู่สังคม แล้วหันกลับมามองช่วงเวลานี้ จะรู้ว่าสมัยม. ปลายนี่แหละที่ลืมไม่ลงที่สุด”
“เอาเถอะ ไม่พูดมากแล้ว”
"ใครอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่า ตั้งใจอีกนิด สอบได้อีกไม่กี่คะแนน ก็อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเองได้ทั้งชีวิต"
"แน่นอนว่า ใครไม่มีใจจะเรียน ก็อย่ารบกวนคนอื่น..."
ครูจินพูดไปเรื่อย หลายคนหันไปมองหลังห้อง
รู้กันอยู่แก่ใจว่าครูจินพูดถึงเรื่องของฟางโจวกับจางเซียวเมื่อกี้แน่ๆ
แต่ตอนนี้...ครูก็ไม่อยากเสียเวลาว่ากล่าวอะไรแล้ว
เลยพูดแค่นั้น แล้วเริ่มเข้าสู่บทเรียนเนื้อหาสำคัญ
ฟางโจวประหลาดใจเล็กน้อย
เขาคิดว่าเรียนคณิต ต้อง งงแหงๆ แต่พอครูเริ่มพูดเนื้อหา
อยู่ดีๆสมองเขาก็ผุดความรู้ขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ
บางส่วนที่ครูไม่ได้พูดถึง เขาก็ยังรู้สึกว่าจำได้ลางๆ
‘นี่มันโบนัสจากการข้ามมิติรึเปล่าเนี่ย?’ แววตาฟางโจวเริ่มเปล่งประกาย
พอครูจินเริ่มแจกข้อสอบให้ทำ เขาก็เปิดหนังสือเรียน
‘มีของดีแฮะ…โบนัสจากการข้ามมิติไม่ได้มีแค่พละกำลัง แต่ยังรวมถึงพัฒนาการด้านสมองกับความรู้ด้วย!’
ฟางโจวรู้สึกว่า…
ชีวิตใหม่ของเขา…ดูเหมือนจะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วล่ะ
(จบบท)