เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ยึดขนมเธอไปซะแล้ว

บทที่ 9 ยึดขนมเธอไปซะแล้ว

บทที่ 9 ยึดขนมเธอไปซะแล้ว


ฟางโจวชะงักไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะยิ้มออกมาแบบ…ยิ้มแบบปีศาจนั่นแหละ

ที่ว่า “ของหวานทำให้คนมีความสุข” เนี่ย

ฟังดูเหมือนคำพูดงี่เง่าปลอบใจตัวเอง แต่เอาจริงแล้วมันก็มีหลักวิทยาศาสตร์รองรับอยู่

แต่ว่า…ฟางโจวรับช็อกโกแลตมาแล้วไม่พูดไม่จา คว้ากระเป๋าของถังถังไปทั้งใบ

ถังถัง: ??

จากนั้นก็เห็นเขาเปิดกระเป๋า หยิบเอาพวกช็อกโกแลตครึ่งถุง

ลูกอมขนมหวานต่างๆ โยนเข้าลิ้นชักโต๊ะตัวเองอย่างหน้าตาเฉย

พลางพูดเสียงกร่างราวกับตัวเองเป็นหมอว่า

“เธอน้ำหนักเกิน ต้องควบคุมนิสัยการกิน ลดน้ำตาลกับของแคลอรี่สูงหน่อย”

“จะดีต่อสุขภาพของเธอเอง”

“เธออาจห้ามใจไม่ไหว…”

“งั้นเดี๋ยวฉันช่วย!”

ห๊ะ?... ถังถังอึ้งไปเลย

พลางมองลิ้นชักโต๊ะของฟางโจวด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์สุดชีวิต  แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรค้านออกมา

แล้วเธอก็เพิ่งมารู้ตัวว่า...

แต่ก่อนถ้ามีใครมาทักเรื่องน้ำหนักเธอ เธอต้องรู้สึกแย่แน่ๆ

แต่พอฟางโจวพูดแบบนี้ เธอกลับไม่รู้สึกผิดอะไรเลย

แถมยังรู้สึกเหมือน…ถูกใส่ใจนิดหน่อยด้วยซ้ำ

แต่นั่นแหละ ถังถังรีบเก็บความรู้สึกพิลึกพิลั่นแบบนั้นลงไปให้ลึกที่สุด

------

เธอรู้ดีว่า…ฟางโจวเป็นเหมือนเทพบุตรของสาวๆ ทั้งโรงเรียน

ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงมาช่วยเธอวันนี้  แต่คนอย่างเธอที่ไม่เคยมั่นใจในตัวเอง

ก็ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองไปไกลหรอก แค่ได้พูดคุยกับเขาเหมือนเพื่อนคนหนึ่งก็รู้สึกดีเกินพอแล้ว

อย่าได้คิดเกินเลยไปมากกว่านั้นเลยไม่งั้นอาจจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำในอนาคต

-----

ขนมหวานของโปรดทั้งหลายของเธอ ตอนนี้อยู่ในลิ้นชักโต๊ะของฟางโจวหมดแล้ว

ถังถังมองภาพนั้นเหมือนเห็นสมบัติที่เธอสะสมไว้ราวกับมีปีกงอกค่อยๆบินหนีไป…

เจ็บใจแทบบ้า!

เห็นถังถังนิ่งไป แถมยังเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากเบาๆ

ฟางโจวกลับรู้สึกว่า…ยัยอวบตัวกลมตรงหน้านี่ ดูน่ารักชอบกล?

...ไอ้บ้าเอ๊ย! นี่มันยังไงกัน นี่มันเด็กสาววัยใสเชียวนะ!

เขาคิดพลางสะบัดหัวในใจแรงๆ ความคิดแบบนี้อันตรายชะมัด

ถึงจะบอกว่าผู้ชายตั้งแต่สิบแปดยันแปดสิบก็ยังชอบเด็กสาววัยสิบแปดเหมือนกันหมดก็เถอะ

แต่ความชอบของคนอายุสิบแปด กับคนอายุสี่สิบ มันคนละเรื่องเลยนะ!

โดยเฉพาะเขา ที่มีประสบการณ์ในชาติก่อน

สภาพจิตใจวัยสี่สิบ แต่ร่างกายกลับอายุสิบแปด

ถ้าจะบอกว่าอนาคตจะไม่กลายเป็นพวกเจ้าชู้ เขาเองยังไม่กล้ารับประกันเลย

แต่ถึงจะเจ้าชู้…

อย่างน้อยก็ไม่ควรทำร้ายใคร

เพราะผู้หญิงอย่างถังถัง ไม่มีทางเล่นเกมที่ชื่อว่า ‘ความรัก’ แบบขำๆ ได้แน่นอน

-----

เห็นถังถังมองมาอย่างน่าสงสาร ฟางโจวก็หยิบลูกอมเม็ดนึงออกมาจากถุง

ดูไม่หวานจัดเท่าไหร่ยื่นให้เธอ “กันอาการลงแดง”

“ให้เธอกินวันละเม็ดพอหายอยาก”

ดวงตากลมโตของถังถังเปล่งประกาย

ดีใจจนรีบแกะกระดาษห่อ แล้วเอาลูกอมรสถั่วลิสงเข้าปาก

ขนตายาวๆ สะบัดพริ้ว ตาหยีด้วยความฟินเหมือนแมวบริติชชอร์ตแฮร์

-----

“ฟางโจว…”

"เมื่อกี้ที่นายทำแบบนั้นกับจางเซียว ครูซุนรู้รึเปล่า... ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?"

หัวหน้าห้องเฉียวจิ้งเดินเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

ฟางโจวหันไปมองเฉียวจิ้งที่ยืนข้างๆ แล้วยิ้มให้จนอีกฝ่ายต้องหลบตา

เขาจึงหันกลับมาแล้วยิ้มตอบ:

“ไม่เป็นไร!”

เฉียวจิ้งถอนหายใจโล่ง รีบพูดว่า:

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว งั้นฉันไปก่อนนะ”

พูดจบก็รีบเดินกลับไป แต่แผ่นหลังเธอดูจะออกแนว…หนีอย่างหมดท่า

นักเรียนในห้องแอบดูสถานการณ์เงียบๆ  หลายคนก็รู้กันอยู่ว่า...

หัวหน้าห้องเฉียวจิ้งน่ะ แอบชอบฟางโจวมานานแล้ว

แต่ดูเหมือนฟางโจวไม่ค่อยสนใจเธอสักเท่าไหร่

คราวนี้ดูเหมือนเธอจะพ่ายแพ้อีกครั้ง

-----

ถังถังมองตามหลังเฉียวจิ้งแล้วพึมพำเบาๆ ด้วยความอิจฉา:

“สวยจัง…”

จะไม่ให้เธออิจฉาได้ไง ก็เฉียวจิ้งนี่มันทั้งสวยทั้งหุ่นดี แค่นี้ก็เกินไปแล้ว!

ฟางโจวมองเฉียวจิ้งแวบเดียว แล้วพูดแบบไม่ใส่ใจว่า:

“ก็พอใช้ได้แหล่ะ”

ถังถังเพิ่งนึกออกอะไรบางอย่าง เลยเบะปากพูดว่า:

“ก็จริงนะ น้องสาวนายน่ะคือฟางชิงหลิน… มาตรฐานนายคงสูงอยู่แล้วล่ะ”

ถึงเฉียวจิ้งจะได้รับการขนานนามว่าเป็นดอกไม้ประจำห้อง

ในระดับชั้นเดียวกันเธอก็อยู่ในอันดับต้นๆ

แต่ไม่เคยมีใครเรียกเธอว่าดอกไม้ประจำโรงเรียน

ก็เพราะมีฟางชิงหลินจากห้องข้างๆ อยู่

ฟางโจวส่ายหน้า

“อย่าดูถูกตัวเองนักเลย”

“แค่ลดน้ำหนักลงนิดหน่อย เธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าฟางชิงหลินที่ผอมแห้งเหมือนไม้แขวนเสื้อนั่นหรอก”

“ส่วนเฉียวจิ้ง… ยิ่งห่างไกลเข้าไปใหญ่”

ฟางโจวไม่ได้พูดปลอบใจ ตอนนี้ยังเรียนมัธยม ทุกอย่างดูเรียบง่าย

แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยไป ก็เหมือนก้าวขาครึ่งนึงเข้าสู่โลกความจริง

เส้นทางชีวิตแต่ละคนจะเปลี่ยนไปทันที

-----

ถังถังน่ะด้วยพื้นฐานครอบครัวและนิสัยของเธอ

ถ้าเจอกันอีกในอนาคต…

อาจจะกลายเป็นคนละโลกกันไปเลยก็ได้

ขนตายาวๆ ของถังถังกระพืออย่างไม่แน่ใจ

แต่พอมองหน้าฟางโจว ก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นทั้งหมด

เธอเริ่มลังเล ‘หรือว่า…จะลองดูดี?’

-----

ทางด้านหน้าห้อง เฉียวจิ้งกลับไปนั่งที่

โต๊ะข้างๆ คือเพื่อนร่วมห้องหน้ากลมๆ อย่างเจ้าเจินเจิน เธอถามด้วยความตื่นเต้น:

“เฉียวจิ้ง! เมื่อกี้คุยอะไรกับฟางโจวอ่ะ?”

สุดท้ายก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เรื่องพวกนี้อดอยากรู้ไม่ได้

เฉียวจิ้งก้มหน้าตอบเบาๆ:

“เขาดูเหมือนเป็นคนละคนเลย…”

“แต่ก็ยังรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยอยากยุ่งกับใครอยู่ดี”

เฉียวจิ้งแค่พยายามปลอบใจตัวเอง

เพราะเมื่อครู่ เธอเห็นชัดว่า ฟางโจวกับถังถังคุยกันสนุกขนาดไหน

เจินเจินกระซิบตอบ:

“เขาเป็นเทพบุตรเลยนะ!”

“หล่ออยู่แล้ว ยังซัดคนอื่นได้อย่างโหดอีก!”

“เธอเห็นไหมล่ะ จางเซียวยังต้องย้ายโต๊ะหนีไปเองเลย เท่ห์มาก!”

ถ้าฟางโจวได้ยินเข้า คงอยากจะบ่นว่า:

ความคิดแบบนี้แหละ ถึงได้โดนพวกหัวทองหลอกง่ายนัก!

-----

ห้องเรียนข้างๆ

เพื่อนร่วมห้องของฟางชิงหลินกลับมานั่ง แล้วกระซิบข่าววงในทันที:

“ชิงหลิน! ได้ข่าวแล้ว!”

“เด็กห้องสองบอกว่า—เมื่อกี้พี่เธอ...ฟางโจว

ไปต่อยกับเด็กอีกคนเพื่อช่วยผู้หญิงอ้วนๆ คนนั้นแหละ”

“โห ไม่คิดเลยว่าพี่เธอจะกล้า!”

กล้างั้นเหรอ? โคตรเด็กน้อยเลย...

แต่เขาไปต่อยคนเพราะผู้หญิงเนี่ยนะ?

ฟางชิงหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย

...

ถึงเวลาเรียนแล้ว

อาจารย์จิน ครูสอนคณิต เดินเข้าห้องพร้อมหอบเอกสารเข้ามาในห้องสอง

เขาเป็นชายร่างเล็ก วัยห้าสิบกว่า พอเข้ามาก็มองไปยังหลังห้อง

ดูเหมือนจะรู้เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นแล้ว พลางพูดเน้นย้ำขึ้นมา:

“อาทิตย์หน้าจะมีการสอบจำลอง”

“อีกแค่สองเดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว รีบอ่านหนังสือกันด้วย”

“อีกไม่นานพอพวกเธอก้าวเข้าสู่สังคม แล้วหันกลับมามองช่วงเวลานี้ จะรู้ว่าสมัยม. ปลายนี่แหละที่ลืมไม่ลงที่สุด”

“เอาเถอะ ไม่พูดมากแล้ว”

"ใครอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่า ตั้งใจอีกนิด สอบได้อีกไม่กี่คะแนน ก็อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเองได้ทั้งชีวิต"

"แน่นอนว่า ใครไม่มีใจจะเรียน ก็อย่ารบกวนคนอื่น..."

ครูจินพูดไปเรื่อย หลายคนหันไปมองหลังห้อง

รู้กันอยู่แก่ใจว่าครูจินพูดถึงเรื่องของฟางโจวกับจางเซียวเมื่อกี้แน่ๆ

แต่ตอนนี้...ครูก็ไม่อยากเสียเวลาว่ากล่าวอะไรแล้ว

เลยพูดแค่นั้น แล้วเริ่มเข้าสู่บทเรียนเนื้อหาสำคัญ

ฟางโจวประหลาดใจเล็กน้อย

เขาคิดว่าเรียนคณิต ต้อง งงแหงๆ แต่พอครูเริ่มพูดเนื้อหา

อยู่ดีๆสมองเขาก็ผุดความรู้ขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ

บางส่วนที่ครูไม่ได้พูดถึง เขาก็ยังรู้สึกว่าจำได้ลางๆ

‘นี่มันโบนัสจากการข้ามมิติรึเปล่าเนี่ย?’ แววตาฟางโจวเริ่มเปล่งประกาย

พอครูจินเริ่มแจกข้อสอบให้ทำ  เขาก็เปิดหนังสือเรียน

‘มีของดีแฮะ…โบนัสจากการข้ามมิติไม่ได้มีแค่พละกำลัง แต่ยังรวมถึงพัฒนาการด้านสมองกับความรู้ด้วย!’

ฟางโจวรู้สึกว่า…

ชีวิตใหม่ของเขา…ดูเหมือนจะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วล่ะ

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 9 ยึดขนมเธอไปซะแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว