- หน้าแรก
- ก็เกิดใหม่ทั้งที ใครจะยอมเป็นคนซื่ออีกล่ะ
- บทที่ 8 คนบ้า
บทที่ 8 คนบ้า
บทที่ 8 คนบ้า
ตอนแรก..
ฟางโจวยอมรับว่าแค่คิดเล่นๆ เท่านั้นเอง
แต่พอคิดดูดีๆ ถ้ามันเวิร์กขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่เลวเลยทีเดียว
แม้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของร่างเดิม
แต่สำหรับหวังฉางเฟิง ฟางโจวยังไงก็รู้สึกขอบคุณ
และอยากให้เขาเจอใครสักคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันได้จริงๆ
ครูซุนสอนพวกเขามาหนึ่งปี ทุกคนรู้ดีถึงนิสัยของเธอ
ในฐานะแฟน ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองคนก็เคยมีความเกี่ยวพันกันอยู่บ้าง
หวังฉางเฟิงในบ้านตะกูลฟางนั้นแทบไม่มีตัวตน เป็นพ่อบ้านประจำบ้านก็จริง
แต่ตอนมหาวิทยาลัย— เขาคือดาวเด่น เป็นนักเขียนหนุ่มอนาคตไกล
แรกๆ ต้องเลี้ยงลูกสองคนก็เลยยุ่งมาก
แต่พอฟางโจวกับฟางชิงหลินเข้าโรงเรียนแล้ว ก็เริ่มมีเวลา
ถึงจะเป็นเวลาช่วงสั้นๆ แต่ก็พอให้เขากลับมาเขียนหนังสือได้อีกครั้ง
ก็ได้ตีพิมพ์บทความในหนังสือพิมพ์ นิตยสารไปเยอะ แม้แต่นิยายก็มีพิมพ์ออกมาหลายเล่ม
ในวงการเดียวกัน หวังฉางเฟิงก็ถือว่าดังไม่น้อย
ตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในกรรมการสมาคมนักเขียนเมืองหนานอู๋ด้วย
แน่นอนว่าถ้าเทียบกับบ้านตระกูลฟางที่มีทรัพย์สินเกือบสองพันล้าน..เขาก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร
ครูซุนเองก็ชอบวรรณกรรม ก่อนหน้านี้ก็เคยอ่านงานของหวังฉางเฟิง
เข้าร่วมชมรมอ่านหนังสือกับฟังบรรยายอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นแฟนคลับไปในที่สุด
เคยเจอตัวจริงด้วยแต่ไม่รู้เรื่องอื่นมากนัก เพราะหวังฉางเฟิงไม่ค่อยออกงาน
ไม่ค่อยมีใครรู้จักหน้าค่าตา คนนอกก็รู้จักแค่นามปากกา
ส่วนเรื่องชีวิตส่วนตัวแทบไม่มีใครรู้เลย
จนกระทั่ง ม.6 หวังฉางเฟิงมาเข้าร่วมประชุมผู้ปกครอง
ครูซุนถึงเพิ่งรู้ว่า เขาคือพ่อของฟางโจวนั่นเอง
ครูซุนเคยชื่นชมหวังฉางเฟิงต่อหน้านักเรียน ฟางโจวก็รู้เรื่องนั้นดี
เคยแนะนำให้นักเรียนอ่านบทความของหวังฉางเฟิงด้วย
เพราะแบบนี้ ฟางโจวก็เลยคิดว่าถ้าจับคู่สองคนนี้น่าจะไม่เลวนะ
“ฟางโจว เป็นอะไรไปเหรอ?” ถังถังมองฟางโจวที่จู่ๆนิ่งไป สีหน้าเธอแฝงไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน
เธอเพิ่งจะรู้ว่าฟางโจวเคยเจออะไรแบบนี้มา
ฟางโจวโบกมือเบาๆ “ไปกันเถอะ”
แต่พอมาถึงบันได เขากลับไม่รีบเดินต่อ ไปยืนรออยู่ตรงหัวมุม
พอเห็นจางเซียวเดินมา ฟางโจวก็ก้าวเข้าไปบีบคอเขา แล้วดันติดกำแพงทันที
ตามด้วยเพี๊ยะๆ สองฉาดใหญ่เข้าไป
“จำไว้ให้ดี”
“พูดมากอีก โดนต่อยแน่”
“ไม่พอใจก็ไปฟ้องครูซุนซะเลยตอนนี้”
พูดจบ ฟางโจวก็พาถังถังที่ยังยืนงง เดินออกไปอย่างสบายอารมณ์
จางเซียวก็งงไม่แพ้กัน โดนฟางโจวตบหน้าสองทีก็รู้สึกเจ็บใจ
แต่ถ้าจะไปฟ้องครู เขาก็เสียหน้าเกินกว่าจะทำ
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงแววตาของฟางโจวเมื่อกี้
ความแค้นที่คิดจะเอาคืนหลังออกจากห้องพักครูก็เหือดหายไปหมด
‘ไอ้บ้าเอ๊ย!’ จางเซียวคิดได้แค่นั้น
กลับมาถึงห้องเรียน พอเห็นว่าฟางโจวกับถังถังยังไม่กลับมา
เขาก็ยกโต๊ะตัวเองไปไว้มุมห้องอีกฝั่งทันที
‘หลบได้ก็หลบวะ!’ เมื่อกี้ที่โดนฟางโจวจัดไปนั่น…แม่งน่ากลัวจริง
ถ้าตอนแรกยังพออ้างได้ว่าโดนฟางโจวเล่นทีเผลอ
แต่เมื่อกี้ เขาโดนบีบคอทั้งที่พยายามขัดขืนสุดตัวแต่กลับสลัดไม่หลุด
เขายังจำแววตาของฟางโจวได้ มันบ้าคลั่งเกินไป!
‘คนปกติเขาไม่เอาเรื่องกับคนบ้าหรอก!’
จางเซียวปลอบใจตัวเอง แต่คำปลอบใจพวกนั้น ไม่ได้ช่วยให้คนอื่นในห้องเชื่อแบบเดียวกัน
ก่อนหน้านั้นที่ทั้งคู่ถูกเรียกตัวไป ทุกคนก็พุดกันให้วุ่น ว่าจะโดนทำโทษหรือเปล่า
แต่พอเห็นจางเซียวกลับมา แล้วยังย้ายโต๊ะหนีอีก
แม้ไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่ก็รู้แหละว่า ‘จางเซียว… ยอมแพ้แล้ว’
พอฟางโจวกับถังถังเดินกลับเข้าห้องมา ก็โดนจับจ้องทันที
ฟางโจวไม่สนใจสายตาเหล่านั้น แต่ถังถังกลับก้มหน้าตลอดทาง
จนกลับมาถึงที่นั่ง ถึงได้เห็นว่าจางเซียวย้ายโต๊ะไปแล้ว
ฟางโจวหัวเราะเบาๆ แล้วนั่งลงอย่างสบายใจ
ขณะเดียวกัน เพื่อนชายหน้าตาหวานๆ ตี๋ๆ ข้างๆ ก็โน้มตัวมาถาม
“เฮ้ยไอ้โจว เป็นไงวะ?”
“วันนี้กูมาช้า ได้ยินแต่ข่าวว่าไปจัดการจางเซียวมาซะงั้น”
“อะไรฟะ จะมาแนวฮีโร่ขี่ม้าขาวช่วยสาวงามหรือไง?”
ถังถังยังคงก้มหน้า แต่หูแดงแจ๋แล้ว
ผู้ชายหน้าหวานคนนั้นชื่อ หงเสี่ยวหลง เป็นเพื่อนสนิทของฟางโจว
บ้านหงทำธุรกิจขนส่งทางเรือ ทรัพย์สินพอๆ กับบ้านตระกูลฟาง
ทั้งหงเสี่ยวหลงและฟางโจวต่างก็เป็น ‘พวกทั้งหล่อ ทั้งเกเร’ สไตล์เดียวกัน
ต่างกันแค่ว่า
หงเสี่ยวหลงมีความนุ่มนวลกว่า
ฟางโจวจะดูร่าเริง สดใสกว่า
ฐานะบ้านใกล้เคียง นิสัยก็เข้ากันได้ สองคนเลยกลายเป็นเพื่อนซี้กัน
หงเสี่ยวหลงได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากเพื่อนๆ เลยเหล่มองจางเซียวเล็กน้อย
แล้วพูดเบาๆ ว่า “จะให้ส่งคนไปเตือนมันหน่อยไหม?”
ทรัพย์สินบ้านตระกูลจางเซียวมีแค่สิบกว่าล้าน
แต่บ้านตระกูลหงกับบ้านตระกูลฟางมีมากกว่าร้อยเท่าของ
หงเสี่ยวหลงเลยไม่เคยเห็นจางเซียวในสายตาอยู่แล้ว
ยิ่งบ้านตระกูลหงทำธุรกิจเรือเดินสมุทร พ่อเขามีเรือสิบกว่าลำ
มีโกดังอยู่ตามท่าเรือต่างๆ ในหนานอู๋เต็มไปหมด
เส้นสายของบ้านตระกูลหงน่ะ… ดิบเถื่อนกว่าบ้านตระกูลฟางอีก
ครอบครัวจางเสี่ยวกับครอบครัวฟางโจวและหงเสี่ยวหลงไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันตั้งแต่แรก
แค่ตอนนี้ยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันเท่านั้นเอง
พอเรียนจบไปแล้ว ไม่มีทางโคจรมาพบกันอีกแน่นอน
ฟางโจวโบกมือ
“ช่างเหอะ”
“สอนบทเรียนไปแล้ว มันยังจะกล้าอีกเหรอ?”
หงเสี่ยวหลงตื่นเต้นขึ้นมาทันที แม้จะสนิทกันแต่ยังไม่เคยเห็นฟางโจวลงไม้ลงมือเลย
ได้ยินว่าเมื่อกี้ฟางโจวซัดจางเซียวไปเรียบร้อย น่าเสียดายที่เขาไม่ได้เห็นกับตา!
รู้ว่าจางเซียวไม่อาจก่อเรื่อง หงเสี่ยวหลงก็เตือนอย่างมีสติ
“ในโรงเรียนมันคงไม่กล้าทำไรหรอก”
“แต่ก็รู้กันอยู่ว่า…”
“บ้านมันมีญาติพี่น้องเยอะ เผื่อมีใครอยากทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์มังกรอะไรแบบนั้น ระวังมันเล่นไม่ซื่อข้างนอก”
ฟางโจวยิ้มเหยียด
“จะกลายเป็นปัญหาให้พ่อมันมากกว่ามั้ง มึงนึกว่ามันเป็นนักเลงรึไง?”
“ว่าแต่… คืนนี้อาจต้องยืมรถมึงหน่อย”
“เปิดเครื่องไว้ล่ะ โทรไปจะได้ติด”
หงเสี่ยวหลงพยักหน้าทันที เขารู้สึกว่าฟางโจวตอนนี้แตกต่างจากเดิม
เหมือนมีออร่าชัดเจนกว่าเดิม น้ำเสียงก็คมขึ้น มั่นใจขึ้น
ความรู้สึกคล้ายๆ ตอนอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ในบ้าน หงเสี่ยวหลงอดอิจฉาไม่ได้
หลังจากหงเสี่ยวหลงเดินไป
ถังถังถึงได้แอบเงยหน้าขึ้นมามองฟางโจวแวบหนึ่ง
ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าหลบไปอีกครั้ง
แล้วหันไปกระซิบถามว่า
“นายจะใช้รถเหรอ”
“งั้น… ให้คนเอารถพ่อฉันมาส่งก็ได้”
“หรือจะเอาของแม่ก็ได้นะ”
ฟางโจวรีบโบกมือ
“ไม่ต้องๆ ยุ่งยากเปล่าๆ”
“ไอ้เสี่ยวหลงนั่นมันชอบขับรถโชว์อยู่แล้ว วันนี้ก็ให้มันทำตัวเป็นคนขันรถขนของสักครั้ง”
ถังถังคิดดูแล้วก็พยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก
แอบเหลือบมองฟางโจวอีกที หน้าแดงขึ้นนิดหน่อย
มือซุกอยู่ใต้โต๊ะ ไม่รู้กำลังง่วนอะไรอยู่ หลังลังเลอยู่สิบกว่าวินาที
ก็หยิบเป้สีชมพูใบเล็กออกมารูดซิป เปิดหยิบช็อกโกแลตห่อภาษาต่างประเทศขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
ยื่นให้ฟางโจว แล้วพูดว่า
“กินช็อกโกแลตก่อนนะ”
“พ่อฉันให้คนซื้อมาให้ อร่อยมากเลย”
“เวลามีเรื่องไม่สบายใจ พอกินของหวานแล้ว…ฉันก็รู้สึกดีขึ้นมาทันทีเลยล่ะ!”
(จบบท)