- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- ตอนที่ 520 - ขาดเพียงลมตะวันออกเท่านั้น
ตอนที่ 520 - ขาดเพียงลมตะวันออกเท่านั้น
ตอนที่ 520 - ขาดเพียงลมตะวันออกเท่านั้น
เส้นผมและผิวพรรณเป็นสิ่งที่ได้รับมาจากบิดามารดา สำหรับชาวต้าเฉียน การตัดผมถือเป็นการดูหมิ่นอย่างร้ายแรง
ทุกคนตกตะลึง “ท่านแม่ทัพ!”
“ท่านแม่ทัพ ทำเช่นนี้ไม่ได้...”
เสียงคุกเข่าดัง "ปุถุ้ง" ตามกันเป็นระลอก
ฉินโม่ไม่รอช้า คุกเข่าลงทันที
ตามมาด้วยหลี่เยว่ โต้วอี้อ้าย และคนอื่นๆ ก็คุกเข่าตาม ทหารกองทัพสายฟ้าก็เช่นกัน
หลี่ซุนกงถือเส้นผมในมือและกล่าวว่า “ข้าหลี่ซุนกงมีบาปมหันต์ เดิมควรชดใช้ด้วยชีวิต แต่เพราะราชโองการ ข้าต้องรับผิดชอบในศึกครั้งนี้
ข้าขอตัดผมแทนการตัดศีรษะ เพื่อบอกกับทุกคนว่าความแค้นในวันนี้ วันหน้าจะต้องให้ทิเบตชดใช้ด้วยเลือด!”
“ท่านแม่ทัพ!”
เสียงสะอื้นดังระงม หลายคนร้องไห้ออกมา
แม้แต่ชาวจิ่วชวีที่เดิมมีความไม่ไว้วางใจในกองทัพต้าเฉียน ก็เริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป
ฉินโม่ลุกขึ้นยืนและกล่าว “ทุกท่าน เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของแม่ทัพ ไม่ใช่ความผิดของผู้ทำศึก แต่เป็นเพราะแม่ทัพทิเบต ฉินหลิงซานจั๋ว ที่ไร้ซึ่งคุณธรรม ใช้ชาวจิ่วชวีเป็นเครื่องมือ
ความผิดนี้ แม่ทัพไม่ควรต้องแบกรับเพียงผู้เดียว ข้า ฉินโม่ ที่ปรึกษากองทัพสายฟ้า และแม่ทัพผู้พิชิตแดนไกล ไม่สามารถปกป้องราษฎรต้าเฉียนได้ ข้ามีความผิด!”
พูดจบ เขาชักมีดสั้นออกมา ตัดเส้นผมของตัวเอง
แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า แต่เกาเหยาก็ยังกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “คุณชาย...”
หลี่เยว่ลุกขึ้นตาม “ข้าคือหลี่เยว่ องค์ชายแปดแห่งต้าเฉียน แม่ทัพกองทัพสายฟ้า ข้าไม่สามารถปกป้องทหารและราษฎรได้ ข้ามีความผิด!”
เขากล่าวจบ ก็ตัดผมตัวเองเช่นกัน
ทันใดนั้น ทุกคนต่างตกตะลึง
องค์ชายแปด ผู้สูงศักดิ์แห่งราชวงศ์!
กลับยอมรับความผิดด้วยตัวเอง
“ศึกครั้งนี้ ไม่ใช่ความผิดของพวกเรา ข้าหวังว่าทุกคนจะเข้าใจและลุกขึ้นมาใหม่ อย่าตกเป็นเหยื่อแผนการของฉินหลิงซานจั๋ว อย่าให้ศัตรูสะใจ!”
จากนั้น หลิวหรูเจี้ยนและคนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นตัดผมตาม ร่วมแบกรับความผิด
ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนในที่นั้นรู้สึกสะเทือนใจ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดแทบทุกคนก็ตัดผมตัวเอง
ไฟแห่งความแค้นลุกโชนในใจของพวกเขา เป็นไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
“ฆ่าพวกทิเบตให้หมด!”
“จับฉินหลิงซานจั๋วมาลงโทษประหาร!”
เสียงโห่ร้องของทหารดังกึกก้อง จิตวิญญาณของพวกเขาพลุ่งพล่าน
กงซุนอู๋จี้มองไปรอบๆ ก่อนจะเหลือบมองจางซี และเห็นว่าจางซีก็ได้ตัดผมตัวเองแล้ว
สุดท้าย เขาก็กัดฟัน ลุกขึ้นตัดผมเช่นกัน
เขาเป็นแม่ทัพแห่งราชสำนัก หากต้องพูดถึงความผิด เขาก็มีส่วนเช่นกัน
กลยุทธ์ของหลี่ซุนกงครั้งนี้เหนือชั้นมาก การตัดผมแทนการตัดศีรษะ การรับผิดชอบความผิดด้วยตัวเอง ทำให้ทุกคนต้องยอมรับ
หลี่ซุนกงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ผลลัพธ์ดีกว่าที่เขาคาดหวังไว้มาก
เมื่อเห็นกำลังใจและจิตวิญญาณของกองทัพที่พุ่งสูง เขาก็รู้ว่าตอนนี้คนพร้อมแล้ว
ตอนนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อม เหลือเพียงรอ “ลมตะวันออก” เท่านั้น!
...
เมื่อทุกคนแยกย้าย ฉินโม่มองเกาเหยาที่กำลังร้องไห้และกล่าวว่า “อย่าร้องไห้ แค่ตัดผม ไม่ได้ตัดหัว เจ้าเสียใจอะไร!”
เกาเหยาสูดจมูก “ผมของข้า ถ้าไม่มีแล้วจะรวบผมอย่างไร!”
“อย่ารวบเลย ข้าก็จะได้ไม่คันหัวแล้ว!”
การอยู่ในทิเบตหลายวันทำให้หัวเขาเต็มไปด้วยเหา จึงเป็นโอกาสดีที่จะโกนหัวให้เกลี้ยง
“มาเถอะ เกา เจ้าช่วยโกนหัวข้าให้หมดเลย!”
“ไม่ได้ คุณชาย!” เกาเหยาปฏิเสธเสียงแข็ง
สุดท้าย ฉินโม่หันไปมองฟางซุน “ศิษย์พี่ ช่วยข้าหน่อย โกนหัวให้ข้า!”
ฟางซุนถาม “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะโกนหัว?”
“ไม่มีปัญหา ข้าแค่โกนหัว ไม่ได้โกนเพื่อบวชเป็นพระ!”
ฉินโม่เอนตัวลงนั่ง ฟางซุนลังเลเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ช่วยเขาโกนศีรษะ
เกาเหยาซึ่งยืนมองอยู่ร้องไห้ไม่หยุด แต่ไม่กล้าร้องไห้เสียงดังเพราะกลัวโดนฉินโม่ตำหนิ เขามองฟางซุนด้วยสายตาเคียดแค้น "หากมีโอกาสข้าจะสั่งสอนนางให้หลาบจำ!"
เมื่อเส้นผมเส้นสุดท้ายร่วงลงพื้น ฉินโม่ลูบศีรษะโล่งเตียนของตนเอง "ในที่สุดก็โล่งสบายเสียที!"
เขาใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดศีรษะครู่หนึ่งก่อนจะนอนลงอย่างสบายใจ เกาเหยาก้มเก็บเส้นผมอย่างระมัดระวังและรวบรวมไว้ในที่เดียว
วันรุ่งขึ้น ฉินโม่ออกไปพร้อมศีรษะที่โล่งเตียน และพบว่ามีอีกหลายคนที่โกนศีรษะเช่นกัน
แม้แต่หลี่เยว่ก็โกนศีรษะจนเงางาม สายตาที่พี่น้องมองกันล้วนเต็มไปด้วยความแปลกใจ
“พวกเจ้าก็โกนด้วยหรือ?”
“มีเหาอยู่เต็มไปหมด ทนไม่ไหว เลยโกนออกเสีย!” หลี่เยว่รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก เพราะเขาเคยคิดว่าตนเองคนเดียวที่โกน แต่เมื่อเห็นว่าทุกคนก็ไม่ต่างกัน เขาก็รู้สึกเบาใจ
หลังจากพูดคุยกันไม่กี่คำ พวกเขาก็ออกจากเมืองซานเฉิงและมุ่งหน้าไปยังฐานฝึกชั่วคราว
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเขาเร่งผลิตจนได้เครื่องร่อนกว่าเจ็ดสิบลำ ฉินโม่ตั้งเป้าหมายไว้ที่หนึ่งร้อยลำ
เพื่อให้ทุกคนได้ฝึกฝนอย่างเพียงพอ แต่ละคนจะได้ฝึกสองชั่วยามต่อวัน และเวลาที่เหลือจะใช้ไปกับการเรียนรู้วิธีจัดการกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เขายังสั่งทำร่มชูชีพจากหนังวัว หนังได้รับการลอกไขมันอย่างพิถีพิถันจนเบากว่าเดิมถึงหกเท่า เมื่อเย็บรวมกันแล้วจะมีความหนาแน่นและกันลมได้ดี
ร่มชูชีพนี้ผูกไว้กับร่างกาย มีปมเชือกที่สามารถดึงเปิดได้เมื่อจำเป็น น้ำหนักของร่มชูชีพประมาณสิบห้าจิน (แปดกิโลกรัม)
วิธีทดสอบคือกางร่มชูชีพและยืนอยู่บริเวณที่มีลม หากลมสามารถยกตัวคนขึ้นได้ แสดงว่าร่มชูชีพนั้นผ่านการทดสอบ
แม้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะใช้ได้ผลเสมอ แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน การมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตย่อมดีกว่าไม่มี
...
หลี่ซุนกงเดินมาถาม “การฝึกเป็นอย่างไรบ้าง?”
“รอสักหน่อย พอครบหนึ่งร้อยลำแล้วเราจะเริ่มโจมตี” ฉินโม่ตอบ “ตอนนี้ทุกคนเริ่มเข้าใจทักษะการร่อนแล้ว และภูเขานั้นก็มีจุดช่วยวิ่งที่เหมาะสม แต่ข้าประเมินผิดเล็กน้อย ระยะทางจากที่นั่นถึงช่องเขาประมาณสองลี้กว่า”
“ทำไมต้องรอถึงหนึ่งร้อยลำ ตอนนี้ไม่พอหรือ?” หลี่ซุนกงถาม
“ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี เราจะได้สร้างแรงกดดันด้านไฟให้มากขึ้น” ฉินโม่กล่าวพลางมองไปยังทหารที่กำลังฝึกซ้อมด้วยเครื่องร่อนต่อไป
เขารู้ดีว่าพวกเขาขึ้นบินไปแล้ว ก็อาจไม่มีวันกลับมา
คราวนี้ฉินโม่ยังได้นำสิ่งสำคัญอย่าง “ระเบิดมือฟอสฟอรัสขาว” มาด้วย อาวุธนี้เดิมทีเป็นไพ่ตายของเขา แม้จะมีไม่มากนัก เพียงไม่ถึงสองพันลูก แต่ก็มากพอที่จะสร้างความเสียหายมหาศาลในช่องเขาเยว่ซาน
ระเบิดชนิดนี้คล้ายคลึงกับระเบิดเพลิง น้ำมันหรือทรายไม่สามารถดับไฟได้ง่าย และยังมีราคาสูงมาก ลูกหนึ่งต้องใช้เงินถึงห้าสิบถึงหกสิบตำลึง
“อาหลี่คราวนี้เราจะใช้เชลยแลกกับการปล่อยตัวชาวจิ่วชวีทั้งหมด เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นข้าจะเผาช่องเขาเยว่ซานให้ราบเป็นหน้ากอง!”
หลี่ซุนกงพยักหน้าด้วยความชื่นชม “ตอนนี้ *ขาดเพียงลมตะวันออกเท่านั้น”
...
วันที่สิบห้าเดือนห้า วันที่สี่สิบของกองทัพต้าเฉียนในทิเบต
เครื่องร่อนหนึ่งร้อยลำพร้อมรบ
หลี่เยว่ออกคำสั่งตรวจสอบเครื่องร่อนทั้งหมด ระเบิดฟอสฟอรัสขาวถูกผูกติดไว้ที่เอวของทหารเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน
กองกำลังหลักยังคงเตรียมพร้อมอย่างเคร่งเครียดในวันนี้
กงซุนอู๋จี้และจางซีต่างรู้สึกประหลาดใจ เพราะไม่มีสัญญาณใดๆ แต่หลี่ซุนกงกลับออกคำสั่งให้รวมพลและเตรียมบุกโจมตีช่องเขาเยว่ซาน
“ท่านทั้งหลาย บัดนี้โอกาสสุกงอมแล้ว ถึงเวลาที่เราจะต้องเอาชัยเหนือช่องเขาเยว่ซาน และชดใช้ด้วยเลือด!” หลี่ซุนกงกล่าวพร้อมกวาดตามองทุกคน “ออกเดินทัพ!”
………….
*ขาดเพียงลมตะวันออกเป็นสำนวนที่แปลว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสิ้นแล้ว ขาดเพียงปัจจัยสุดท้ายที่จะทำให้ผลลัพธ์เป็นไปตามความปรารถนา
มาจากเหตุการณ์ในสามก๊กตอนที่ขงเบ้งและจิวยี่วางแผนเผาทัพเรือของโจโฉ ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมแล้วขาดแค่ลมตะวันออกที่จะทำให้เรือไฟของกองทัพกังตั๋งลอยไปเผากองเรือของโจวโฉ