- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 477 - ตาเฒ่านี่ช่างรังแกคนเกินไปแล้ว!
477 - ตาเฒ่านี่ช่างรังแกคนเกินไปแล้ว!
477 - ตาเฒ่านี่ช่างรังแกคนเกินไปแล้ว!
477 - ตาเฒ่านี่ช่างรังแกคนเกินไปแล้ว!
"จริงหรือ?"
หลี่ซื่อหลงกล่าวว่า "การส้รางถนนระยะทางหนึ่งลี้ต้องใช้เงินเท่าไร?"
ฉินโม่ตอบว่า "ห้าร้อยตำลึงเงินก็พอ!"
การจ้างแรงงานไม่ต้องใช้เงิน เพียงแค่จัดหาอาหารให้ ส่วนหินและทรายก็มีมากมาย ให้เหล่านักโทษขุดเอาก็ได้
ปูนซีเมนต์หนึ่งถุงหนักหนึ่งร้อยจิน ราคาเพียงหนึ่งตำลึงเงิน อีกทั้ง ระยะทางหนึ่งลี้ของแผ่นดินต้าเฉียน ประมาณสี่ร้อยห้าสิบเมตร
ถ้าวัดความกว้างหนึ่งวา จะต้องใช้ปูนซีเมนต์ประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบตัน ห้าร้อยตำลึงก็มากพอแล้ว
"ห้าร้อยตำลึงต่อหนึ่งลี้ ถูกขนาดนี้เลยหรือ?"
หลี่ซื่อหลงถึงกับอึ้ง เพราะถนนหน้าประตูเที่ยงที่ปูด้วยอิฐเขียวและแผ่นหิน หนึ่งลี้ใช้เงินสี่ถึงห้าพันตำลึง แถมยังซ่อมแซมได้ช้ามาก
"ข้าคำนวณตามความกว้างหนึ่งวา แต่หนึ่งวาแคบเกินไป ถนนหลวงอย่างน้อยต้องซ่อมกว้างสองวาครึ่งหรือสามวา!" ฉินโม่กล่าว "ถนนหลวงควรสร้างให้กว้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการค้าขาย
ถนนระดับมณฑลและอำเภอให้กว้างสองวา ถนนในหมู่บ้านกว้างหนึ่งวา กำหนดมาตรฐานไปเลย!"
ถนนหลวงกว้างสามวา ช่างกว้างเสียจริง!
"ถ้าคำนวณเช่นนี้ ถนนหนึ่งลี้ต้องใช้เงินหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงใช่หรือไม่?"
"พระบิดา เริ่มจากซ่อมถนนสายหลักในเมืองหลวงก่อน แล้วค่อยซ่อมต่อไปยังจิงเจ้า ข้าได้คำนวณแล้ว ใช้เงินไม่ถึงสองแสนตำลึงก็ซ่อมได้เสร็จ!"
"เจ้ารู้หรือไม่ว่าสองแสนตำลึงนั้นมากเพียงใด?"
"รู้ ข้าคิดว่าเทียบเท่ากับเงินปันผลสองเดือนของพระบิดา!"
หลี่ซื่อหลงถึงกับพูดไม่ออก "เจ้าคิดจะเอาเงินจากส่วนนี้ไปใช้?"
"พระบิดา ยังไงเงินนี้ก็ไม่ได้มาจากคลังส่วนตัวของท่าน เพียงแค่ลดเงินปันผลไปสักเดือนสองเดือนเท่านั้น อีกทั้งถ้าถนนกว้างขึ้น ค่าขนส่งสินค้าจะลดลง ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็สามารถคืนทุนได้
เราต้องมองการณ์ไกลหน่อย วางแผนให้ยิ่งใหญ่
บางทีวันหนึ่ง เราอาจสร้างถนนไปถึงเมืองลาซาของทิเบต หรือไปถึงค่ายทองคำของชาวซงหนู พระบิดาว่าจริงหรือไม่ การที่พระองค์จะเป็นเทียนข่านก็อยู่ไม่ไกลแล้ว!"
"เจ้าเลิกประจบข้าได้แล้ว!" หลี่ซื่อหลงแค่นเสียง "ไปเขียนฎีกามาสิ ข้าไม่อนุมัติงบประมาณถ้าเจ้าไม่เขียนมาให้ละเอียด!"
ฉินโม่ถึงกับอึ้ง "พระบิดา อย่าทำแบบนี้ ข้ายังมีโครงการเขตใต้ของเมืองหลวงที่ต้องดูแล ซึ่งต้องใช้เงินเป็นหลักแสนตำลึง ท่านไม่อนุมัติเลยหรือ?
ช่างงกเสียจริง น่าเบื่อมาก ข้าไม่เล่นด้วยแล้ว วันๆ เอาแต่กดดันข้ารังแกเด็กอย่างนี้ได้อย่างไร?"
หลี่ซื่อหลงรู้สึกเขินหน้าแดง "เอาล่ะ จิ้งอวิ๋น สองเดือนนี้ข้าจะไม่เอาเงินปันผล อีกอย่าง ราชสำนักไม่มีเงิน เจ้าก็ต้องเข้าใจ เอาแบบนี้ เจ้าต้องการแรงงานเท่าไรข้าจะจัดหาให้ ข้าจะให้นางกำนัลที่ร่างกายใหญ่โตมาช่วยเจ้าอีกสองสามคน คอยดูแลในทุกๆ ด้าน"
ฉินโม่ถึงกับกระโดด "ตาเฒ่าช่างรังแกคนเกินไปแล้ว สามนางกำนัลไม่พอ ยังจะยัดเยียดมาให้ข้าอีกหรือ? ช่างรังแกคนเกินไปแล้ว!"
"เจ้าหนู ข้าก็แค่ห่วงใยเจ้า!" หลี่ซื่อหลงแค่น คิดว่าเจ้าหนูคนนี้เริ่มให้ความสนใจหลี่ลี่เจิน และดูเหมือนหลี่ลี่เจินก็มีใจเช่นกัน
ลูกสาวที่เขารักมีไม่กี่คน เจ้าหนูนี่จะเอาไปหมดทุกคนหรืออย่างไร?
"เอาเถอะ ข้าไม่เล่นด้วยแล้ว ช่างรังแกคนเกินไป!" ฉินโม่กล่าวอย่างโมโห "ต่อไปข้าจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว!"
"เจ้าหนู กลับมา!" หลี่ซื่อหลงเห็นฉินโม่หันหลังเดินจากไปก็รีบพูดขึ้น "ข้าจะไม่ให้นางกำนัลเจ้าหรอก เจ้าแค่ทำงานนี้ให้สำเร็จ ข้าจะมอบยศ 'กว๋อกง' ให้เจ้า และอนุญาตให้บุตรชายรองสืบทอดยศนี้ได้ ตกลงหรือไม่?"
"พระบิดา ข้าบอกแล้วว่ายศอะไรข้าไม่สนใจ!" ฉินโม่กลับมาอย่างช่วยไม่ได้
หลี่ซื่อหลงมองฉินโม่ด้วยความขัดใจ "ไม่สนใจก็ต้องรับ!"
แท้จริงแล้ว เขามอบยศ 'กว๋อกง' สองตำแหน่งให้ฉินโม่ ก็เพื่อผลประโยชน์ของหลานชายเขาเอง เพราะเขาตั้งใจจะพระราชทานองค์หญิงอีกคนให้ฉินโม่
"ก็ได้ น่ารำคาญจริงๆ!" ฉินโม่กล่าวอย่างไม่พอใจ
หลี่ซื่อหลงถึงกับหัวเราะทั้งโกรธ "ออกไป ออกไป ข้าเห็นหน้าเจ้าก็รำคาญแล้ว!"
"พระบิดา ท่านไม่ใช่ว่ามีเรื่องจะพูดกับข้าอีกหรือ?"
"โกรธจนลืมแล้ว ออกไป!"
"ได้เลย!"
ฉินโม่คำนับเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
"เจ้าเด็กคนนี้ วันใดวันหนึ่งต้องทำให้ข้าโมโหจนตายแน่!" หลี่ซื่อหลงกล่าวพร้อมสบถ
เกาซื่อเหลียนเดินเข้ามา "ฝ่าบาท ถึงแม้ฉินจวิ้นกงจะดูเหมือนไม่เอาการเอางานในยามปกติ แต่เขาก็ทำทุกอย่างด้วยความจริงใจเพื่อราษฎร
บ่าวมีเรื่องหนึ่งอยากกราบทูล ไม่ทราบว่าจะสมควรหรือไม่?"
"เจ้ากล่าวมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังมีอะไรที่ไม่สมควรกล่าวอีก?" หลี่ซื่อหลงแค่นเสียง
เกาซื่อเหลียนก้มศีรษะ "ฉินจวิ้นกงยังหนุ่มแน่น ฝ่าบาทพระราชทานรางวัลยิ่งใหญ่เกินไป อาจไม่เป็นผลดีต่อตัวเขา คนอื่นจะอิจฉาและริษยาเขา แม้ไม่มีเรื่องอะไร ก็จะหาเรื่องขึ้นมาเอง
แทนที่จะให้รางวัลใหญ่โต ควรปล่อยให้เขาสนุกสนานกับสิ่งที่เขาชอบดีกว่า เขาไม่ได้สนใจยศถาบรรดาศักดิ์ อีกทั้งในบ้านก็มีสตรีมากพอแล้ว หากจะพระราชทานสตรีเพิ่มก็คงไม่เหมาะสม
เขายังหนุ่ม หากมัวแต่สนุกจนร่างกายทรุดโทรม นั่นจะเป็นการสูญเสียสำหรับแผ่นดินต้าเฉียน"
หลี่ซื่อหลงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา "สิ่งที่คนอื่นใฝ่ฝันอยากได้ เขากลับโยนทิ้งราวกับเศษผ้า วันๆ เอาแต่เล่นไม่เป็นเรื่อง!"
"ฝ่าบาท นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้ฉินจวิ้นกงมีค่ามากกว่าผู้อื่น บ่าวต้องขออภัยที่บังอาจ บ่าวอยู่ข้างฝ่าบาทมากว่าสามสิบปี ได้เห็นผู้คนหลากหลาย
มีทั้งคนทรยศที่แสร้งเป็นภักดี และผู้ที่เสแสร้งเป็นคนดีเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน แต่คนเช่นฉินจวิ้นกง บ่าวยังไม่เคยพบมาก่อน
อีกทั้งบ่าวแค่คิดถึงโครงการเขตใต้ที่ใช้เงินนับล้านตำลึง ก็รู้สึกเหมือนภูเขาทับอยู่บนอก แต่ฉินจวิ้นกงกลับไม่ปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย เขารับผิดชอบทั้งหมดอย่างเต็มใจ
ลองถามดูเถิด ทั่วทั้งต้าเฉียน มีใครอีกบ้างที่มีใจอุทิศเพื่อแผ่นดินเช่นเขา?"
หลี่ซื่อหลงลึกๆ แล้วพอใจในตัวฉินโม่มาก แต่ภายนอกกลับแค่นเสียงกล่าว "เจ้าชมเขาเสียจนฟ้าแทบถล่ม ถ้าเจ้าเด็กคนนั้นได้ยิน หางคงกระดกถึงฟ้า!"
"จวิ้นกงยังมีจิตใจเหมือนเด็ก ชอบทำตัวขัดใจผู้อื่น แต่สำหรับฝ่าบาทและต้าเฉียนแล้ว เขาทำได้อย่างไร้ที่ติ"
"เฮ้อ เจ้าก็พูดถูก!" หลี่ซื่อหลงพยักหน้า "ดังนั้นเรื่องที่เขาขอ ถ้าพอทำได้ ข้าจะให้เขาลอง เพราะทั่วทั้งต้าเฉียน คงไม่มีใครเหมือนฉินโม่อีกแล้ว"
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ หลี่ซื่อหลงพูดขึ้นว่า "ออกราชโองการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้โอรสธิดาเริ่มฝึกหัดดูแลตนเองตั้งแต่อายุห้าขวบ
ยกเว้นเงินค่าครองชีพพื้นฐาน ทุกอย่างต้องพึ่งพาความพยายามของพวกเขาเอง
สำหรับเด็กอายุสิบปีขึ้นไป นอกจากการศึกษาในสถาบันกว๋อกงจื่อเจี้ยน ให้ส่งไปที่บ้านของฉินโม่ ให้เขาช่วยสอนอบรม"
"ฝ่าบาท เช่นนี้ท่านจวิ้นกงคงโมโหจนแทบบ้า!" เกาซื่อเหลียนกล่าวด้วยความกังวล "อีกอย่าง จวิ้นกงเป็นพี่เขยหรือเขยของพวกเขา จะสามารถควบคุมได้หรือไม่?"
"ไม่ต้องกังวล จิ้งอวิ๋นมีวิธี ขอแค่ไม่ถึงกับแขนขาหัก ก็ปล่อยให้เขาทำไป" หลี่ซื่อหลงกล่าว "ถ้าอยู่ในวัง เหล่าข้ารับใช้มีแต่จะรังแกเด็กเหล่านี้ ต้องส่งไปอยู่กับจิ้งอวิ๋นเท่านั้น พวกเขาถึงจะได้เรียนรู้อะไรจริงจัง!"
เกาซื่อเหลียนเห็นด้วย เพราะในวังหลวง แม้ข้ารับใช้จะดูต่ำต้อย แต่หากเป็นองค์ชายองค์หญิงที่ไม่มีมารดาคอยปกป้อง ย่อมถูกรังแกอย่างแน่นอน
นางกำนัลที่อยู่ในวังจะใช้กฎระเบียบต่างๆ มากดดันจนพวกเขาทำอะไรไม่ได้ ตัวอย่างเช่นหลี่เยว่ก่อนหน้านี้
ด้วยเหตุนี้ ฮองเฮาจึงต้องรวบรวมเด็กๆ พวกนี้มาอยู่ด้วยกัน
"แล้วสำหรับโอรสธิดาที่บรรลุนิติภาวะแล้วล่ะ?"
"ไม่ต้องไปยุ่งกับพวกเขา!" หลี่ซื่อหลงกล่าว "ไม่มีเวลาไหนเหมาะกว่านี้แล้ว ประกาศราชโองการ ให้พวกเขาเก็บของในคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าส่งไปที่บ้านฉินจวิ้นกง!"
…………..