- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 455 - บิดาผู้สิ้นเปลือง
455 - บิดาผู้สิ้นเปลือง
455 - บิดาผู้สิ้นเปลือง
455 - บิดาผู้สิ้นเปลือง
ข่าวเรื่องฉินเซียงหรูต่อยจี้จื่อเซิ่งแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
ผู้คนต่างก็เดากันไปต่างๆ นานา
บางคนบอกว่า แม่ทัพทั้งหลายกำลังตอบโต้ขุนนางพลเรือน และจะใช้เรื่องทิเบตเป็นข้ออ้างเพื่อก่อสงคราม
ท้ายที่สุด ฉินเซียงหรูถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเหล่าแม่ทัพนายกอง ไม่มีใครกล้าดูแคลนเขา
เมื่อกลับถึงบ้าน ฉินเซียงหรูกำลังนั่งกินขาหมู ส่วนฉินโม่ก็กอดขาหมูกินอย่างเอร็ดอร่อยเช่นกัน
"ท่านพ่อ ยอมรับเลย ข้าเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อท่านแล้ว ท่านกล้าต่อยจี้จื่อเซิ่งแบบนั้นได้อย่างไร!"
"นี่จี้จื่อเซิ่งชไม่ใช่จี้เสวี่ย(บรรพชนตระกูลจี้)!" ฉินเซียงหรูกล่าวพร้อมปากมันเลื่อม "ทั้งนี้ก็เพราะเจ้าเลยนะ ทำตัวเด่นเกินไป เจ้าจะไปยุ่งเรื่องพวกนี้ทำไม?"
"คิดว่าข้าอยากหรือ?" ฉินโม่ทำหน้าบึ้ง "ข้าถูกบังคับทั้งนั้น ข้าไม่อยากให้ท่านออกไปรบ อีกอย่าง ท่านแม่ก็กำลังตั้งครรภ์ ตอนเด็กข้าก็แทบไม่เคยเห็นท่านเลย ท่านอยากให้เจ้าตัวน้อยต้องเจอแบบข้าหรือ อย่าบอกนะว่าท่านต้องการให้ข้าเป็นพ่อเขาแทน?"
ป๊าบ!
ฉินเซียงหรูตบหัวฉินโม่ทันที "ไม่รู้จักเคารพใครเลย เจ้านี่มันบ้าจริง คิดจะเป็นพ่อใครกัน!"
"ท่านพ่อ ข้าแค่อยากให้ท่านอยู่บ้าน ไม่อยากให้ท่านออกไป ข้ารู้ว่าพวกนั้นกำลังเรียกร้องอยากจะรบ" ฉินโม่ลูบหัวแล้วพูดอย่างน้อยใจ
ฉินเซียงหรูเองก็ดูเหมือนจะลังเล เขาอยากจะออกรบสักครั้ง เพื่อสร้างผลงานให้กับลูกคนใหม่ที่ยังไม่เกิด
แต่ปัญหาคือ ตำแหน่งของเขาสูงเกินไป หากเอาชนะทิเบตได้สำเร็จ ผลงานจะใหญ่หลวงจนยากที่จะไม่ถูกแต่งตั้งเป็นอ๋อง
อ๋องต่างแซ่ไม่มีใครมีจุดจบที่ดี ต่อให้รัชกาลนี้เขาจะยังคลองความยิ่งใหญ่ได้ แต่ในรัชกาลถัดไปเกรงว่าจะต้องถูกไหมหัวจากฮ่องเต้คนใหม่อย่างแน่นอน
"ตกลง พ่อจะฟังเจ้า ข้าจะไม่ไป ไม่เพียงแค่ไม่ไป เราสองพ่อลูกต้องทำตัวผิดพลาดกันบ้าง เข้าใจหรือไม่?" ฉินเซียงหรูกล่าว
"เข้าใจแล้ว! ถ้าต้องก่อเรื่อง ข้านี่แหละถนัดที่สุด!" ฉินโม่พูดก่อนจะอ้าปากรับไม้แคะฟันที่เกาเหยาถือมาให้ พร้อมเช็ดมือด้วยผ้าขนหนูร้อน แล้วจิบชาเขียวแก้เลี่ยนก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างสบายใจ
"แต่ว่า เรื่องสวนสนาม เจ้าต้องไม่มีปัญหา เข้าใจหรือไม่?"
"ข้าเข้าใจ ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องจะพูด ข้ากำลังคิดจะขอให้ฝ่าบาทแต่งตั้งตำแหน่งให้กับหัวหน้าตระกูลและญาติพี่น้องของเรา" ฉินโม่กล่าว
ฉินเซียงหรูเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะพยักหน้า "อืม นั่นเป็นความคิดที่ดี ตอนนี้ตระกูลฉินเรามีคนหลายพันคน แต่มีเพียงเราสองคนที่เป็นขุนนาง มันดูไม่ค่อยดี
จะให้ดีที่สุด หาเพิ่มมาอีกสักสิบคนแล้วส่งรายชื่อขึ้นไป ถ้าทำผิดพลาดบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะถึงเราสองคนพยายามทำลายผลงานอย่างไรก็ไม่หมด!"
ฉินโม่ยกนิ้วโป้งให้ "ท่านพ่อ ท่านคิดไวดีจริงๆ!"
"เอาล่ะ เจ้าก็ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพื่อรายงานความคืบหน้าเรื่องสวนสนามได้แล้ว!" ฉินเซียงหรูโบกมือไล่ แต่ในใจยังคงภูมิใจลึกๆ ที่ตนเองและบุตรชายเก่งในเรื่องสร้างผลงานจนต้องพยายามทำตัวเป็น "บิดาผู้สิ้นเปลือง"
---
ไม่นานนัก ฉินโม่ก็เดินทางไปถึงตำหนักเฉียนลู่
"ฝ่าบาท ติงหยวนกงขอเข้าเฝ้า!" เกาซื่อเหลียนเตือนหลี่ซื่อหลงที่กำลังอ่านไซอิ๋วฉบับต้าเฉียนอย่างจดจ่อ
หลี่ซื่อหลงรีบปิดหนังสือเก็บไว้ด้านหลัง ก่อนจะมองหน้าฉินโม่ที่นอนกอดอกยิ้มอยู่บนโต๊ะ "เจ้าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร?"
"พระบิดา ตอนที่ท่านอ่านหนังสือจนลืมตัวนั่นแหละ หนังสือเล่มนั้นสนุกดีใช่ไหม?"
หลี่ซื่อหลงหน้าแดง เหมือนเด็กที่โดนครูจับได้ตอนแอบอ่านนิยาย "ไม่ใช่ มันก็แค่พอใช้ได้ เอาไว้ฆ่าเวลา!"
หลี่ซื่อหลงพยายามทำตัวสงบ ก่อนจะถาม "แล้วเจ้ามาทำไม? ปกติต้องลากเจ้าก็ไม่มา วันนี้กลับมาด้วยตัวเอง?"
"อ้อ ข้ามารายงานความคืบหน้าเรื่องสวนสนาม และนำร่างสุนทรพจน์มาให้พระบิดาดู สองวันก่อนท่านบอกว่ากรมอาลักษณ์ส่งร่างสุนทรพจน์มา ข้าก็เลยเขียนของข้าไว้ด้วย จะได้เปรียบเทียบกัน!"
"ฮึ! ยังดีที่เจ้ารู้จักแยกแยะเรื่องสำคัญ" หลี่ซื่อหลงพูดพร้อมกับพยักหน้าอย่างพอใจ
หลังจากฟังฉินโม่รายงานเกี่ยวกับขั้นตอนสวนสนาม ฉินโม่ก็ยื่นร่างสุนทรพจน์ให้ "พระบิดา ทั้งหมดมีห้าร้อยคำ จำไว้นะ ตอนอ่านต้องใส่อารมณ์ด้วย!"
"ในวันนั้น ต้องแต่งตัวให้ดูดีหน่อย นี่คือการสวนสนามครั้งแรก ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์!"
หลี่ซื่อหลงพยักหน้าอย่างประหลาดใจที่ฉินโม่เขียนสุนทรพจน์ด้วยตัวเอง
หลี่ซื่อหลงหยิบร่างสุนทรพจน์ขึ้นมาดูแล้วถึงกับปวดหัว "เจ้านี่เขียนอะไรมา? ทำไมไม่เขียนด้วยพู่กัน กลับใช้ดินสอ เขียนยังลายมือยุ่งเหยิงอีก ข้ารู้จักพวกมัน แต่พวกมันไม่รู้จักข้า! เจ้าไม่อยากเขียนเอง ก็ให้คนอื่นเขียนแทนไม่ได้หรือ?"
ฉินโม่หัวเราะเจื่อน "ตอนนั้นข้าเขียนในค่ายทหาร มีเวลาไม่มาก แถมดื่มไปนิดหน่อย เลยเขียนลวกๆ!"
หลี่ซื่อหลงโกรธจนอยากจะตบหัว "เจ้าไปดื่มเหล้าในค่ายทหารเนี่ยนะ? เจ้าเป็นผู้บัญชาการใหญ่ของการสวนสนาม เจ้าทำแบบนี้แล้วคนอื่นจะคิดอย่างไร?"
"พระบิดา นั่นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือท่านลองดูสุนทรพจน์ ว่ามันใช้ได้ไหม!"
"ไม่ดู! แค่ดูข้าก็ปวดหัวแล้ว!" หลี่ซื่อหลงโยนร่างสุนทรพจน์ไปข้างๆ "เจ้าอ่านให้ข้าฟังเอง!"
ฉินโม่หยิบร่างสุนทรพจน์ขึ้นมา ขยี้หัวตัวเอง "เรื่องนี้นานมาแล้ว ข้า...ข้าเองก็อ่านไม่ออกแล้ว!"
หลี่ซื่อหลงพยายามระงับความโกรธ "ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เขียนใหม่! เจ้าลูกบ้า คนอื่นเขียนร่างสุนทรพจน์ให้ข้า ลายมือทุกตัวเหมือนกับประทับตรา
แต่ของเจ้าทำให้ข้าต้องคาดเดาตัวอักษร! ถ้าครั้งหน้าทำแบบนี้อีก ข้าจะหาครูมาสอนเจ้าเอง!"
"อย่าเลย พระบิดา แค่ได้ยินคำว่าเรียนข้าก็ปวดหัวแล้ว!" ฉินโม่ทำหน้าบิดเบี้ยว "คราวหน้าข้าจะให้คนอื่นเขียนแทน!"
หลี่ซื่อหลงหมดคำพูด คนอื่นเขียนรายงานให้เขาด้วยความตั้งใจเต็มที่ แต่กับฉินโม่ เขากลับต้องมาขอร้องให้หาใครช่วยเขียนแทน!
"พระบิดา ข้าขอดูร่างสุนทรพจน์ที่กรมอาลักษณ์เขียนให้หน่อยได้ไหม?"
หลี่ซื่อหลงส่งสัญญาณให้เกาซื่อเหลียน ซึ่งรีบนำร่างสุนทรพจน์มาให้ทันที ฉินโม่รับมาเปิดดูแล้วเบ้ปาก "ร่างนี้กระจอกมาก อ่านแล้วไม่มีพลังเลย เต็มไปด้วยถ้อยคำซับซ้อน ใครจะเข้าใจได้? นี่เป็นการเตือนศัตรูหรือเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาสงบเสงี่ยมกันแน่?"
"ข้าว่ามันก็ดูดี มีลักษณะของอาณาจักรผู้ยิ่งใหญ่ อะไรที่เจ้าเรียกว่ากระจอก?" หลี่ซื่อหลงมองด้วยความไม่พอใจ
"พระบิดา การสวนสนามของต้าเฉียน ไม่เพียงเพื่อข่มขวัญศัตรู แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการรวมใจราษฎร
ผู้ชมส่วนใหญ่ที่มาดูเป็นชาวบ้านธรรมดา ท่านคิดว่าพวกเขามีการศึกษาขนาดไหน?
พูดด้วยภาษาที่ซับซ้อน ใครจะเข้าใจ? ทุกวันมีแต่คนพูดหลักการต่างๆ น่าเบื่อ ถ้าหลักการแก้ปัญหาได้ คงไม่ต้องมีสงครามแล้ว!"
"ร่างสุนทรพจน์ของเรา ต้องเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และทรงพลัง แค่ได้ยินก็ต้องทำให้รู้สึกฮึกเหิม!"
หลี่ซื่อหลงพยักหน้า "ฟังดูมีเหตุผล เกาซื่อเหลียน ไปเรียกจี้เกาและคนอื่นๆ มา ร่างนี้พวกเขาเขียนไว้ พอดีจิ้งอวิ๋นอยู่ด้วย ให้เขามาฟังด้วย!"
………..