เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

436 - จดหมายจากจิ้งอัน

436 - จดหมายจากจิ้งอัน

436 - จดหมายจากจิ้งอัน


436 - จดหมายจากจิ้งอัน

พี่น้องทั้งสอง แม้จะเติบโตในธิเบต แต่พูดภาษาต้าเฉียนได้ดี เห็นได้ชัดว่าเป็นผลจากการสอนขององค์หญิงจิ้งอัน

โดยเฉพาะม่างลั่วม่างจ้าน ที่ดูเหมือนจะ "ได้ลักษณะจากบรรพชน"

หลี่เยว่คล้ายกับฮ่องเต้องค์ก่อนถึงแปดส่วน ม่างลั่วม่างจ้านก็มีความคล้ายถึงห้าส่วน

ปกติเด็กผู้ชายมักจะหน้าตาเหมือนบิดา แต่ทำไมถึงเหมือนตาได้?

ฉินโม่คิดได้เพียงว่าคงเป็นเพราะพันธุกรรมของฮ่องเต้องค์ก่อนนั้นแข็งแกร่งเกินไป

ลั่วเสวี่ยเองก็ดูดี แม้จะมีความเป็นธรรมชาติและเรียบง่าย ไม่ได้มีคิ้วโก่งเรียวดั่งสตรีในเมืองหลวง แต่รูปร่างคิ้วที่เป็นธรรมชาติของนางกลับดูดีอย่างมาก

นางมีดวงตาที่ดำขาวเด่นชัด เมื่อยิ้มมีความเขินอายเล็กน้อย ฟันขาวสะอาดสะอ้าน

หากจะพูดกันตามตรง สตรีในตระกูลหลี่ล้วนมีความงดงาม

เมื่อขึ้นนั่งบนรถม้าสี่ล้อ พี่น้องทั้งสองรู้สึกแปลกตา รถม้านี้ต่างจากที่พวกเขาเคยใช้ในธิเบต

ทั้งกว้างขวางและนั่งสบาย

ฉินโม่พาทั้งสองไปยังย่านตะวันออกที่เจริญรุ่งเรือง เดินชมถนนฉางอัน ก่อนจะพาไปยังร้านอาหารของตระกูลฉิน

พี่น้องทั้งสองถึงกับตะลึงไปกับความแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นในธิเบต

นอกจากนี้ ฉินโม่ยังเอาใจพวกเขาด้วยการไม่เสิร์ฟอาหารที่พวกเขาไม่ชอบ

ลั่วเสวี่ยลองกินเค้กชิ้นหนึ่ง ก่อนจะยิ้มตาหยี

"อร่อยมาก ขอบคุณพี่เขย!"

"ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ!" ฉินโม่ยิ้มพลางจิบชา "เมื่อมาเมืองหลวงแล้ว อย่าเกรงใจ ถือว่าที่นี่คือบ้านของพวกเจ้า"

ม่างลั่วม่างจ้านเองก็รู้สึกถึงความอบอุ่นจากฉินโม่ "ขอบคุณพี่เขย!"

ถึงแม้เขาจะดูเคร่งขรึมกว่า แต่ยังคงปฏิบัติตัวตามมารยาทที่อาโข่วสอนมาอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นเศษเค้กติดอยู่มุมปากของลั่วเสวี่ย เขาก็เช็ดให้ด้วยความเอ็นดู

หลังจากมื้ออาหาร ฉินโม่ก็สร้างความประทับใจให้พี่น้องทั้งสองเป็นอย่างมาก

"ไปกันเถอะ พี่เขยจะพาพวกเจ้าเข้าวัง!"

ที่ตำหนักไท่จี๋ ผู้คนมากมายยืนรออยู่

เมื่อพี่น้องทั้งสองก้าวเข้าสู่ตำหนัก พวกเขารู้สึกตื่นตระหนกกับบรรยากาศที่ขึงขัง

หลี่ซื่อหลงประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร ขณะที่หลี่หยวนประทับด้านซ้าย ด้านล่างเต็มไปด้วยเหล่าองค์ชายและองค์หญิง

"ฝ่าบาท บุตรชายและบุตรีขององค์หญิงจิ้งอันมาถึงแล้ว!" ฉินโม่แสดงความเคารพ ก่อนจะหันไปบอกพี่น้องทั้งสอง "เบื้องหน้าคือเสด็จลุงของพวกเจ้า ฮ่องเต้ต้าเฉียน และทางซ้ายคือเสด็จตาของพวกเจ้า แสดงความเคารพซะ!"

ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสองรีบคุกเข่าลงบนพื้น "ถวายบังคมเสด็จลุง ถวายพระพรเสด็จตา ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน!"

เหล่าองค์ชายและองค์หญิงต่างมองพี่น้องทั้งสองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ชื่อขององค์หญิงจิ้งอัน ถือเป็นสิ่งต้องห้ามในราชวงศ์ต้าเฉียน

ทุกครั้งที่มีคนเอ่ยถึง พระบิดาก็มักจะกริ้วหนัก

"เด็กๆ ลุกขึ้นเถอะ เร็วเข้า!"

หลี่หยวนลุกขึ้นอย่างรีบร้อน ก้าวลงจากบัลลังก์ แม้แต่เว่ยจงที่ตามมาติดๆ ก็เกือบจะพลาดไม่ทัน

เมื่อมาถึงหน้าพี่น้องทั้งสอง หลี่หยวนจับมือพวกเขาขึ้นพลางมองสำรวจด้วยดวงตาที่เริ่มมีน้ำตาคลอ "เหมือน...เหมือนจริงๆ ทั้งจมูกและดวงตา เหมือนกับเสวี่ยเอี้ยนของข้าไม่มีผิด"

หลี่หยวนรอวันนี้มานานนับสิบปี

แม้ว่าการแต่งงานของจิ้งอันจะเป็นตราบาปของประเทศ แต่เด็กสองคนนี้ไม่มีความผิดใดๆ

โดยเฉพาะลั่วเสวี่ย นางเหมือนกับองค์หญิงจิ้งอันราวกับพิมพ์เดียวกัน

แม้จะเป็นครั้งแรกที่พี่น้องทั้งสองพบกับหลี่หยวน แต่กลับรู้สึกอบอุ่นและสนิทสนม

เมื่อเห็นหลี่หยวนดวงตาแดงก่ำและพูดด้วยเสียงสั่น ลั่วเสวี่ยเองก็น้ำตาคลอเช่นกัน

หลี่ซื่อหลงก้าวลงจากบัลลังก์ด้วยท่าทางสงบนิ่ง มองดูพี่น้องทั้งสองก่อนเอ่ยด้วยความรู้สึกที่ยังไม่สงบ "เหมือน...เหมือนน้องสี่(ตอนก่อนหน้าบอกว่าองค์หญิงเก้า)ไม่มีผิดเลย!"

องค์หญิงหลี่เสวี่ยเอี้ยนเป็นคนที่สนิทสนมกับเขามากที่สุด

ในตอนที่หลี่เสวี่ยเอี้ยนคุกเขาลาก่อนเดินทางไปแต่งงาน หลี่ซื่อหลงรู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่ง

"เด็กดี ตลอดทางนี้ เจ้าเจอความลำบากมามากใช่หรือไม่?"

หลี่หยวนจับมือของพี่น้องทั้งสองไว้ เว่ยจงจัดหาที่นั่งให้ทั้งสามคน และพวกเขานั่งคุยกันในท้องพระโรง

"เมื่อได้พบกับเสด็จตา ก็ไม่มีอะไรลำบากแล้ว!" ม่างลั่วม่างจ้านกล่าว

หลี่หยวนพยักหน้ารัว "แม่ของพวกเจ้า สบายดีหรือไม่?"

"สบายดี เพียงแต่คิดถึงเสด็จตามาก ครั้งนี้พระมารดาเขียนจดหมายหลายฉบับให้พวกเรานำกลับมาด้วย" ม่างลั่วม่างจ้านตอบ

"เร็ว เอามาให้ข้าดู!"

สิบกว่าปีที่ผ่านมา หลี่หยวนไม่เคยได้พบกับหลี่เสวี่ยเอี้ยนเลย แม้แต่จดหมายสักฉบับก็ไม่มี

ม่างลั่วม่างจ้านหยิบกระดาษกองหนาออกมาจากเสื้อ กระดาษในธิเบตถือเป็นสิ่งของที่มีค่า และกระดาษเหล่านี้ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีด บ่งบอกว่าเก็บไว้มานาน

หลี่หยวนมองดูซองจดหมาย ก่อนจะลังเลที่จะเปิด "จิ้งอวิ๋น มานี่ ช่วยข้าเปิดและอ่านให้ฟังหน่อย!"

"ท่านปู่ ข้าเกรงว่าจะไม่เหมาะ" ฉินโม่กล่าวอย่างลังเล เพราะเกรงว่าในจดหมายอาจมีเรื่องส่วนตัวที่ไม่เหมาะสมจะเปิดเผย

"ไม่เป็นไร เจ้าช่วยอ่านเถอะ" หลี่หยวนกล่าวหนักแน่น ชีวิตนี้สิ่งที่เขารู้สึกผิดที่สุดคือการเสียสละบุตรีของตนเอง

เรื่องนี้กลายเป็นแผลในใจของเขา เขากลัวว่าในจดหมายหลี่เสวี่ยเอี้ยนอาจเล่าถึงความยากลำบาก แต่เขาก็อยากให้หลี่ซื่อหลงได้ฟังสิ่งที่น้องสาวของเขาเขียน

---

จดหมายฉบับแรก เขียนขึ้นในฤดูหนาวปีแรกนับตั้งแต่พี่นางออกจากวัง วันที่ยี่สิบเอ็ดเดือนสิบสอง

ฉินโม่เปิดจดหมายอ่าน เส้นอักษรเริ่มเลือนลาง แต่ยังพออ่านออก เห็นได้ชัดว่าหลายส่วนเลอะเพราะน้ำตา

"พระบิดา วันนี้คือวันคล้ายวันเกิดของพระองค์ บุตรีอกตัญญูไม่มีโอกาสได้อยู่ร่วมงาน

ภูเขาในธิเบตสูงชันและเส้นทางยาวไกล นับจากนี้บุตรีไม่อาจอยู่เคียงข้างพระองค์อีกแล้ว

พระองค์มีอาการเจ็บขา ฤดูหนาวจะยิ่งเจ็บมากขึ้น โปรดใส่เสื้อผ้าหนาๆ

ดื่มสุราให้น้อยลง และระวังเรื่องอาหารการกินให้มาก

โปรดวางใจ บุตรีอยู่ที่นี่ทุกอย่างเรียบร้อยดี และจะพยายามทำให้ธิเบตและต้าเฉียนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขให้ได้"

เมื่อจดหมายฉบับแรกจบลง หลี่หยวนแหงนหน้ามองเพดานของท้องพระโรง

"จิ้งอันของข้า!"

---

จดหมายฉบับต่อมาเป็นปีที่สองของรัชศกบู๊เต๋อ(รัชสมัยของหลี่หยวน) และมีจดหมายต่อเนื่องมาจนถึงปีที่เก้าของรัชศกนี้

จากนั้น เปลี่ยนมาเป็นรัชศกหลงจิ้ง(รัชสมัยของหลี่ซื่อหลง)ปีแรก ในปีนี้มีจดหมายสองฉบับ โดยฉบับหนึ่งเขียนถึงหลี่ซื่อหลง

ฉินโม่มองไปยังหลี่ซื่อหลง "พระบิดา จะให้ข้าอ่านหรือไม่?"

หลี่ซื่อหลงลังเลอยู่ในใจ เขาเฝ้าถามตัวเองว่าควรอ่านหรือไม่

ปีนั้น เขาฆ่าพี่ใหญ่และน้องชายคนที่สาม ทั้งยังบีบบังคับให้พระบิดาสละราชสมบัติ น้องสี่ของเขาย่อมต้องรู้เรื่องนี้

นางจะเขียนอะไรในจดหมาย? จะด่าทอเขาหรือเปล่า?

ทุกคนจับจ้องมองเขาอย่างลุ้นระทึก

ข้าราชบริพารผู้บันทึกเรื่องราวประจำวันถือพู่กันเตรียมพร้อม

"อ่าน!" หลี่ซื่อหลงกล่าวในที่สุด

ฉินโม่เปิดจดหมายอ่าน "พี่รองข้าได้ยินว่าท่านได้เป็นฮ่องเต้แล้ว ข้าที่อยู่ไกลถึงธิเบตไม่สามารถมาร่วมพิธีราชาภิเษกของท่านได้ ข้าทำได้เพียงแสดงความยินดีผ่านจดหมายเท่านั้น พระบิดาเองก็แก่แล้ว การได้พักผ่อนในวัยชราก็ดี

สำหรับพี่ใหญ่และพี่สาม ข้าได้สร้างวิหารให้พวกเขาในธิเบต เพื่อให้ได้รับการสักการะตลอดไป

หวังว่าพี่รองจะไม่โกรธเคืองข้า

ข้ารู้ว่าพี่รองเป็นคนมีความสามารถและมีความฝันใหญ่โต ข้าเชื่อว่าท่านจะเป็นฮ่องเต้ที่ดี

ข้าขอร้องท่าน ช่วยดูแลพระบิดาให้ดี ได้โปรดดูแลแทนข้าด้วย ขอถวายพระพรท่านจากธิเบต!"

หลี่ซื่อหลงแหงนหน้ามองเพดาน และน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

………..

จบบทที่ 436 - จดหมายจากจิ้งอัน

คัดลอกลิงก์แล้ว