- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 430 - ระเบิดมันให้สิ้น
430 - ระเบิดมันให้สิ้น
430 - ระเบิดมันให้สิ้น
430 - ระเบิดมันให้สิ้น
หลี่หยวนกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ในราชสำนัก ทั้งหมดก็ปรึกษากันมาได้เพียงแค่แผนที่ไร้ประโยชน์เพียงไม่กี่ข้อเท่านั้นหรือ? สามทางเปิดศึกพร้อมกัน จะเอาอะไรไปสู้ จะเอาหัวไปชนหรือ?”
หลี่ซื่อหลงรู้สึกอับอายและจนปัญญา เพราะทิเบตมีความได้เปรียบจากภูมิประเทศซึ่งเป็นที่ราบสูงที่ยากต่อการโจมตี การบุกโจมตีทิเบตไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น
อีกทั้งราชสำนักยังขาดแคลนเงินทุน ซึ่งยากที่จะสนับสนุนสงครามยาวนาน แม้จะได้กำไรจากการพิชิตแคว้นอันนัมก็ตาม แต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะใช้สนับสนุนสงครามขนาดใหญ่
หลี่หยวนที่รู้สึกโกรธถึงกับต้องนั่งพิงเก้าอี้โยกอย่างหมดแรง ในใจเขาอยากจะโจมตีทิเบตมานานแล้ว แต่ก็เกรงว่าสงครามนี้อาจทำให้สันติภาพที่ได้มาอย่างยากลำบากต้องสูญสิ้นไป
หลี่ซื่อหลงสามารถอดทนได้ หลายครั้งไม่ใช่เพราะเขาอยากทน แต่เป็นเพราะจำเป็นต้องทน ความอับอายที่เขาได้รับนั้นก็ไม่น้อยเลย
“พระบิดา จริงๆ แล้วยังมีวิธีที่สี่” หลี่ซื่อหลงกล่าวขึ้น
“เจ้าพูดอะไร ทำไมไม่กล่าวให้จบทีเดียว” หลี่หยวนกล่าวอย่างหงุดหงิด
หลี่ซื่อหลงหันไปถามฉินโม่ “จิ้งอวิ๋น ข้าถามเจ้า ถ้าเราพกปืนและปืนใหญ่ของฉินจวงไปด้วย พอจะสู้ชนะทิเบตได้ไหม?”
ทุกคนหันไปมองที่ฉินโม่พร้อมกัน
ฉินโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ก็น่าจะได้อยู่ แต่ทางไกลและการขนส่งลำบากมาก อีกทั้งในช่วงนี้อากาศที่นั่นก็หนาวกว่าในเมืองหลวงเยอะ
สำคัญที่สุดคือ เมื่อทหารของเราไปถึงที่สูงแบบนั้น ร่างกายจะอ่อนแรง ถูกไหม?”
“เจ้าไปรู้เรื่องพวกนี้มาได้อย่างไร?” หลี่ซื่อหลงถามอย่างประหลาดใจ
“พ่อของข้าบอกไว้อย่างไร!” ฉินโม่ตอบ “ข้าบอกท่านหลายครั้งแล้วว่า พ่อข้ากลับมาทีไรก็ชอบโม้เรื่องวีรกรรมของเขาจนข้าเอือม”
หลี่ซื่อหลงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ที่แท้เหตุผลที่ฉินโม่รู้เรื่องนี้ก็เพราะได้ฟังจากบิดาของเขา
“เอาล่ะ อย่าขัดจังหวะ จิ้งอวิ๋นกล่าวต่อเลย!” หลี่หยวนกล่าว
“ข้าจะกล่าวต่อละกัน” ฉินโม่กล่าว “ถึงข้าจะไม่เคยออกรบเอง แต่พ่อข้าสอนข้าเกี่ยวกับยุทธวิธีทุกวัน จนข้าเบื่อเต็มที ทิเบตตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ที่สูงจากระดับน้ำทะเลหลายพันวา ยิ่งสูง อากาศยิ่งเบาบาง คนที่ไม่เคยใช้ชีวิตในที่สูงแบบนั้นจะอ่อนแรงไปตามๆ กัน ในบางกรณีอาจถึงตายได้”
“จริง ข้าจำได้ว่าครั้งที่ฮ่องเต้โจวส่งทหารไปโจมตีทิเบต หลายคนตายก่อนจะเห็นทหารของฝ่ายศัตรูด้วยซ้ำ บริเวณนั้นจึงถูกเรียกว่าดินแดนต้องคำสาป” โต้วเสวียนหลิงเสริม
ฉินโม่หัวเราะเย้ย “ไม่มีคำสาปอะไรหรอก ก็แค่อากาศเบาบางเกินไป พอปรับตัวอยู่ที่นั่นสักสองสามวัน ก็ไม่มีปัญหาอะไร อีกอย่าง ทหารทิเบตถ้าลงมาในที่ต่ำก็ไม่ใช่ว่าจะกล้าหาญอะไรนัก พวกเขาก็มีอาการเมาออกซิเจนได้เหมือนกัน”
ตู้จิ้งหมิงถามขึ้นว่า “อาการเมาออกซิเจนคืออะไร?”
“พวกเขาอยู่ในสภาพอากาศที่เบาบางมาตลอด พอลงมายังที่ที่อากาศดีอย่างบ้านเรา พอสูดหายใจเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอาการมึนเมาปรับตัวไม่ได้
อาการนี้ไม่ถึงตายเหมือนกับภาวะขาดออกซิเจนในที่สูง ใช้เวลาปรับตัวแค่ไม่กี่วันก็หายได้ แต่ถ้าอยากให้หายไวๆ ก็ให้ใส่หน้ากากเพื่อลดการรับออกซิเจนเข้าไป จะช่วยบรรเทาอาการได้”
แม้พวกเขาจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะมีเหตุผลอยู่ไม่น้อย
ทันใดนั้น พวกเขาก็เข้าใจถึงสาเหตุที่ฮ่องเต้โจวพ่ายแพ้ในการโจมตีทิเบต
“เจ้าแน่ใจได้อย่างไร ว่าสิ่งที่เจ้ากล่าวเป็นเรื่องจริง?” อวี๋ป๋อซือถามขึ้น
“ไม่เห็นยากอะไรเลย ท่านไปถามพ่อค้าที่เดินทางไปๆ มาๆ ระหว่างทิเบตกับต้าเฉียนสิ ถามพวกเขาดูสิว่าตอนแรกๆ พวกเขาไม่ค่อยสบายตัวใช่ไหม แต่พอผ่านไปไม่กี่วันก็ไม่มีปัญหาแล้ว พวกเขารู้จักธรรมเนียมท้องถิ่นแน่นอน พวกเขาที่เดินทางมาจะต้องมีอาการเมาออกซิเจนเหมือนที่ข้ากล่าวไว้แน่ๆ!”
หลี่ซื่อหลงยกมือให้สัญญาณ เกาซื่อเหลียนจึงออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ เกาเหยาก็ถูกพาตัวออกไปเช่นกัน เรื่องที่เหลือไม่ใช่สิ่งที่นางควรจะได้ยิน
“ขอเพียงให้ทหารของเราคุ้นชินกับสภาพแวดล้อม เรื่องก็จะไม่มีปัญหา แต่กระบวนการนี้ค่อนข้างควบคุมยาก หากฝ่ายตรงข้ามโจมตีโดยไม่ให้ทันตั้งตัวก็อาจแพ้ได้”
ในมิติคู่ขนานของต้าถัง ตั้งแต่สมัยสุยถึงสมัยบูเช็คเทียนได้เปิดศึกกับทิเบตหลายครั้ง ในปีเซี่ยนเฮิง ทิเบตเอาชนะกองทัพถังที่ต้าฝายชวน ยึดดินแดนถู่อวี่ฮุน และโจมตีเมืองกุยจือ ทำให้เสียเขตการป้องกันทั้งสี่แห่งของอันซีไป
ในปีฉางโซ่ว ราชวงศ์ถังโจมตีทิเบตจนพ่ายแพ้ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะหลังจากนั้นสิบปี ทิเบตกับราชวงศ์อู่ก็กลับมาดีต่อกันอีกครั้ง โดยราชวงศ์ถังได้ส่งองค์หญิงจิ้นเฉิงแต่งงานกับอ๋องทิเบตฉือเต๋อจู่ซ่าน และมอบดินแดนเก้าโค้งในเหอซีเป็นสินสมรสให้ทิเบต
หลังจากนั้น ทิเบตก็ใช้ดินแดนนี้เป็นฐานในการโจมตีดินแดนของถัง ทำให้ต้าถังต้องเสริมกำลังป้องกันในพื้นที่เหอซีและหลงโหยว
ในมิติแห่งนี้ ไม่มีพันธมิตรแห่งเว่ยสุ่ย ทิเบตกลับยึดโอกาสรุกรานและบีบให้หลี่หยวนแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ อีกทั้งยกดินแดนเก้าโค้งในเหอซีให้แก่ทิเบต
ประวัติศาสตร์มาถึงตรงนี้ กลับมีความคล้ายคลึงและซ้ำรอยกันอย่างน่าตกใจ
แม้จะเป็นเพียงเขตชายแดน แต่กลับมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์เป็นอย่างมาก ใครที่ควบคุมที่นี่ได้ ก็เหมือนครอบครองอำนาจเชิงรุกในสงคราม
จึงไม่แปลกที่เพียงทิเบตส่งทูตมา ราชสำนักต้าเฉียนจึงระส่ำระสาย
เพราะนี่คือแผลในใจที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ใครแตะต้องก็พร้อมที่จะปะทุ
แต่กระนั้น ศัตรูก็มีมากมาย แถมอาณาจักรยังยากจน
เมื่อมองเช่นนี้ ต้าเฉียนก็ลำบากกว่าต้าถังเสียอีก
“แต่ถ้าพวกนั้นกล้าลองดีกับเรา ก็ต้องดูสิว่าใจกล้าหรือไม่ ระเบิดพวกมันให้สิ้นซาก!” ฉินโม่กล่าวอย่างหงุดหงิด “ไม่ต้องกังวล พวกเรามีระเบิดมากมาย ต่อให้ไม่ถึงหลักล้าน แต่ก็มีเป็นแสนๆ ลูกแน่นอน”
“ทิเบตกล่าวว่าตนมีทหารห้าแสน แม้จะโอ้อวดไปบ้าง แต่คงมีจริงสักสามสี่แสน ส่วนประชากรก็มีสักห้าหกล้าน” ตู้จิ้งหมิงกล่าว
“ต้าเฉียนของเรามีประชากรสามถึงสี่สิบล้าน ทหารก็แค่หกแสนกว่า ส่วนทิเบตมีประชากรห้าหกล้าน จะมีปัญญาที่ไหนเลี้ยงทหารมากมายขนาดนั้น พวกเขากลัวการพ่ายแพ้มากกว่าเรา หากพ่ายแพ้ จะเป็นการกระทบกระเทือนครั้งใหญ่ของทิเบต
ทิเบตเพิ่งจะรวบรวมหลายเผ่าเข้ามาด้วยกัน อีกทั้งยังมีการแบ่งอำนาจ ข้าไม่เชื่อว่าในระยะเวลาอันสั้นพวกเขาจะเข้ากันเป็นอันหนึ่งอันเดียว
แม้แต่พี่น้องแท้ๆ ยังจ้องจะแทงดาบใส่หลังกันอยู่ตลอดเวลา แล้วจะนับประสาอะไรกับคนที่มาจากคนละพ่อและแม่ แถมยังมีพี่ใหญ่ที่พี่น้องคนอื่นๆไม่ยอมรับนับถือ เจ้าคิดว่าผู้ปกครองเผ่าพันธมิตรของพวกเขาจะยอมรับนับถือฮ่องเต้ทิเบตจริงๆ?”
ฉินโม่กล่าว “เราไม่ต้องกังวลมากนัก หากต้าเฉียนพ่ายแพ้ เรายังมีโอกาสฟื้นตัว แต่ทิเบตมีโอกาสเพียงครั้งเดียว
เริ่มแรกเราควรกล่าวจาด้วยเหตุผล หากเหตุผลใช้ไม่ได้ ก็ใช้กำลัง หากกำลังยังไม่ได้ผลก็ใช้ระเบิด จากนั้นก็ตามด้วยปืนใหญ่ ระเบิดมันให้พินาศ”
“ใช่ ทำอย่างนั้นเลย!” ความกังวลของหลี่หยวนเริ่มจางหายไป เมื่อได้ฟังคำกล่าวของฉินโม่เขาก็รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น
หลี่ซื่อหลงขมวดคิ้วก่อนจะคลายออก มองไปยังฉินโม่ด้วยความรู้สึกยินดีอย่างมาก
ลูกเขยเรานี่แหละ เพียงไม่กี่คำก็ทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงได้ แม้จะกล่าวตรงไปตรงมาแต่ก็มีเหตุผลไม่ใช่เล่น!
โต้วเสวียนหลิงและพรรคพวกอีกสองคนมองหน้ากัน
ฉินจิ้งอวิ๋นผู้นี้ ช่างเป็นบุคคลที่น่าอัศจรรย์เสียจริง
ดูเหมือนว่าอุปสรรคใหญ่เพียงใด เมื่อมาถึงเขา แค่สะบัดมือก็แก้ไขได้แล้ว
…….