เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

375 - นางมาร!

375 - นางมาร!

375 - นางมาร!


375 - นางมาร!

“เขาบอกว่า ต้องจุมพิตจากรักแท้เท่านั้นที่จะปลุกได้!” ฉินโม่หน้าแดง “เจ้าคงไม่เชื่อใช่ไหม ข้าเองก็รู้สึกว่าเจ้าฉินเซียงหลินนั่นแปลกๆ ออกจะ...!”

เพี๊ยะ!

ฉินโม่ถูกตบไปหนึ่งฉาด

ฝางซุนหน้าแดง “ไปกวาดพื้นซะ ถ้ายังพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะเตะเจ้าเอง ไม่ว่าอย่างไรฝ่าบาทก็สั่งไว้ว่าแค่ไม่ทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บภายในก็พอแล้ว!”

โอ้ เจ้าคนเจ้าเล่ห์คนนี้ ช่างมีฝีมือจริงๆ! คอยดูนะ เจ้าติดหนี้ข้าไว้เท่าไร ข้าจะทบเท่าให้บุตรสาวของเจ้าเป็นคนชดใช้คืน ถ้าลูกสาวคนเดียวไม่พอ ข้าจะหาทางหาเพิ่มอีกสักคน!

ไม่นาน ฉินโม่ก็กวาดพื้นเสร็จแล้วไปทำอาหารต่อ ฝางซุนนั้นแสนจะเจ้าระเบียบ เอาเก้าอี้มานั่งเฝ้าที่หน้าครัว

“ศิษย์พี่วางใจได้ ข้าจะไม่หนีไปไหน ข้ารับรองด้วยเกียรติ!”

“เกียรตินี้เป็นของฉินเซียงหลิน หรือเจ้ากันแน่?”

“ข้านี่ล่ะ ข้าไม่ได้ควบคุมเจ้าฉินเซียงหลินได้สักหน่อย!” ฉินโม่กล่าว

“พอแล้ว ข้ารู้แล้ว พูดให้น้อยๆ แล้วทำอาหารไป!”

กลิ่นหอมโชยมาจากไกลๆ ฝางซุนถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ “จริงๆ สมแล้วที่เป็นเทพครัวแห่งต้าเฉียน” ฝางซุนกล่าวขึ้น “เอาล่ะ เจ้าเตรียมไว้เผื่อให้ท่านอาจารย์ด้วย เข้าใจไหม?”

“เข้าใจแล้ว!” ฉินโม่พยักหน้า เมื่อทำอาหารเสร็จ เขาก็เตรียมจะขึ้นโต๊ะกิน ฝางซุนก็รีบพูดขึ้นว่า “ไม่มีมารยาท ข้ายังไม่ได้กิน เจ้าอย่าหวังจะได้ขึ้นโต๊ะก่อนข้า!”

“เจ้ามันเอาเปรียบข้ามากเกินไปแล้ว!”

“ข้าจะเอาเปรียบเจ้าแล้วจะทำไม?” ฝางซุนเชิดหน้า “อาจารย์กล่าวไว้ว่า เจ้านี่แม้จะซื่อๆ แต่หยิ่งทะนงเกินไป ต้องขัดเกลานิสัยเสียๆ ของเจ้าบ้าง มิเช่นนั้น เจ้าจะก่อเรื่องไม่เว้นวัน จนทำให้ฝ่าบาทต้องปวดหัว”

ครั้งสุดท้ายที่ฉินโม่รู้สึกจนมุมขนาดนี้ก็คือที่จวนตระกูลเซียว

ฉินโม่ยกนิ้วโป้งขึ้น “ศิษย์พี่ เจ้ายอดเยี่ยมมาก พูดอะไรไม่อ้อมค้อม ข้าชอบนิสัยตรงๆ ของเจ้า!”

“ไม่ต้องมาเยินยอข้า!” ฝางซุนกัดไก่ทอดคำหนึ่ง “ไก่ทอดนี้อร่อยดี เจ้าทำอย่างไร?”

“ข้าทำได้ก็พอแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”

“ใช่ ข้าเองก็ไม่ใช่คนทำอาหาร รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์” ฝางซุนกินไปอย่างเอร็ดอร่อย

“เก่งนักใช่ไหม!”

ฉินโม่ถือชามข้าว นั่งกินที่ธรณีประตู กินข้าวขาวเปล่าๆ เพราะฝางซุนไม่ให้เขาขึ้นโต๊ะ!

“นางมาร เจ้าเต่าตัวเมีย รอดูเถอะ สักวันหนึ่งข้าจะทำให้เจ้าต้องอับอาย!” ฉินโม่บ่นไปพลางกินข้าวไปพลาง

ฝางซุนเห็นเขาทำหน้าเศร้า ก็กล่าวว่า “มองข้าทำไม? ยิ้มสิ เห็นเจ้าแบบนี้ ข้ากินข้าวไม่อร่อยเลย เร็วเข้า!”

ป้าบ!

แส้เส้นยาวตวัดฟาดใกล้เท้าฉินโม่ เกิดฝุ่นลอยฟุ้งจนฉินโม่กินเข้าไปเต็มปาก

“ฮ่าฮ่า...ฮือ~” เสียงหัวเราะไปก็กลายเป็นร้องไห้ “เจ้ามันรังแกกันเกินไปแล้ว นางมารอาศัยแค่มีฝีมือ ก็ทำตัวเก่งไปได้ จะอะไรกันหนักหนา ถ้ามีปัญญา...ลองมาสู้กันบนเตียงไหม ข้าจะทำให้เจ้าร้องไห้เลย!”

“พึมพำอะไรนะ?” ฝางซุนตวัดแส้ใส่อีกที ทำเอาฉินโม่สะดุ้งโหยง “อ้อ ข้ากล่าวว่า ศิษย์พี่นอกจากจะงามแล้วยังเก่งอีก ถ้าข้าเก่งได้สักครึ่งขอเจ้าน ข้าคงฝันหวานไปทั้งคืน!”

ฝางซุนฮึดฮัด ก่อนคีบไก่ทอดใส่ชามฉินโม่ “ให้รางวัล!”

ฉินโม่กำหมัดแน่น รอวันเอาคืน นางมารตัวนี้!

เขากัดไก่ทอด “ขอบคุณศิษย์พี่ ไก่ทอดที่เจ้าคีบมาให้ช่างหอมยิ่งนัก!”

ฝางซุนมองศิษย์น้องที่ขยันป้อยออย่างอารมณ์ดี แต่เดิมนางยังไม่เต็มใจจะรับเจ้าคนซื่อนี่เป็นศิษย์น้องนัก แต่ตอนนี้มองดูไปแล้วก็สนุกไม่น้อย

“ไท่ซ่างหวงตั้งซื่อรองให้เจ้าว่าจิ้งอวิ๋น อาจารย์ก็ให้เจ้าได้ชื่อทางธรรม เป็น ‘เมี่ยวอวิ๋น’”

“อะไรนะ? เมี่ยวอวิ๋น? นั่นมันชื่อของผู้หญิงนี่นา!”

ฉินโม่ถึงกับอึ้งไป ในหัวนึกถึงอาหญิงเซียว ที่ชื่อทางธรรมของนางคือ “เซียวเมี่ยวเจิน” และเป็นรุ่นเมี่ยวเช่นกัน

“ชื่อที่ผู้อาวุโสตั้งให้ห้ามปฏิเสธ เข้าใจไหม ไม่ว่าจะยินดีหรือไม่ เจ้าก็ต้องรับเอาไว้ จำไว้นะ ศิษย์พี่ของเจ้าชื่อเมี่ยวซุน ในหมู่ผู้บ่มเพาะ มักเรียกกันด้วยชื่อทางธรรม” ฝางซุนกล่าว

“หมายความว่าอาหญิงเซียวก็เป็นคนในยุทธจักรเช่นกัน?” ฉินโม่คิดในใจ ดูท่าทางว่าเขายังไม่สามารถชนะใจนางได้จริงๆ

“เจ้าบ่นพึมพำอะไรอยู่?”

ป้าบ!

แส้ตวัดโดนตัวฉินโม่ทำให้เขาสะดุ้งโหยง “ศิษย์พี่ เจ้าทำอะไรน่ะ?”

“จำไว้ให้ดี ต่อไปนี้ถ้าศิษย์พี่พูดอะไร เจ้าต้องฟังให้ดี ถ้าเจ้าทำตัวเหม่อลอย ข้าจะจับเจ้าไปแขวนไว้ที่ต้นไม้ ให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาดูว่าท่านโหวผู้ยิ่งใหญ่นั้นดูน่าเกรงขามแค่ไหน!” ฝางซุนกล่าว

“เจ้า!”

ฉินโม่ทั้งโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ นางมารคนนี้ช่างร้ายกาจเกินไป ตอนนี้หนีไปไหนก็ไม่ได้ เรียกหาใครก็ไม่มีใครสนใจ จะสู้กับนางต่อก็ไม่รอดแน่ เขาจึงแสร้งทำตามไปก่อน แล้วค่อยคิดหาทางทีหลัง...

ฉินโม่กลืนน้ำลาย “ทราบแล้วศิษย์พี่!”

“อีกอย่าง อาจารย์ของเรารุ่นเหิง ชื่อทางเรียกว่าเหิงกัง จำได้ไหม เมี่ยวอวิ๋น?”

“จำได้แล้ว!” ฉินโม่ยิ้มแบบซื่อๆ ฝืนรับซื่อนี้ไว้อย่างเจ็บปวด

“โธ่เอ๋ย เป็นเพราะตาแก่แท้ๆ มาตั้งซื่อให้ข้าเช่นนี้!”

ฝางซุนพอใจพยักหน้า “กินเสร็จแล้วก็ไปเก็บกวาด พอบ่ายๆ ก็ไปกวาดพื้นอีกครั้ง!”

พื้นที่สะอาดอยู่แล้ว นี่นางก็แค่หาเรื่องกลั่นแกล้งเขา ฉินโม่ได้แต่พยักหน้าด้วยความจำใจ “ทราบแล้วศิษย์พี่!”

เมื่อมาถึงครัว ฉินโม่โยนจานชามทิ้ง “จะไปกวาดอะไรนักหนา!”

เขามองซ้ายมองขวา แอบออกจากครัวไปหามุมเล็กๆ ที่มีหญ้าปกคลุมซ่อนรูเล็กๆ ไว้

“ขอแค่หนีออกไปได้ ข้าจะไม่กลับมาอีกเลย!”

ฉินโม่ค่อยๆ มุดเข้าไปในรูนั้น แต่กลับติดอยู่กลางทาง

แย่แล้ว ทั้งเข้าออกไม่ได้!

ฉินโม่ถึงกับร้องไห้ ทำไมไม่ปีนกำแพงไปเลยนะ? กระดูกหักยังดีกว่ามาติดในรูนี้!

“ต้องให้ช่วยไหม?”

“ต้องการ!” ฉินโม่เงยหน้ามองเห็นนางมารตัวร้ายยืนยิ้มเยาะ จับคอเสื้อเขาแล้วกระชากออกมาอย่างแรง

“โอ๊ย!”

ฉินโม่ถูกลากออกมาจากรูแบบกระทันหัน

ในขณะนั้น ความอับอาย ความอัดอั้น ทั้งหมดปะทุขึ้น “นางมาร ข้าจะสู้กับเจ้าแล้ว!”

“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าคงไม่เชื่อฟัง!”

ปัง!

ฉินโม่กระเด็นไปยังรูที่เพิ่งปีนออกมา นางจับตัวเขายัดกลับไปอย่างไม่ปรานี จนเขามีแผลถลอกหลายแห่ง แต่มันก็ไม่เจ็บเท่าความรู้สึกภายในใจ

“จำไว้ ถ้าหนีอีก ข้าจะจับเจ้าถอดเสื้อผ้า แล้วแขวนไว้!” นางมารกล่าวเสียงเย็น

น้ำตาแห่งความน้อยใจไหลออกจากตาฉินโม่ “ข้าเองที่เป็นคนแปลกยังรู้สึกว่าเจ้าแปลกยิ่งกว่า!”

“กลับไปกวาดพื้น!”

นางมารลากเขากลับไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย น่าประหลาดที่ร่างกายเล็กๆ ของนางสามารถลากบุรุษที่หนักถึงหนึ่งร้อยหกสิบจิน(ประมาณ 80 กิโลกรัม)ได้อย่างง่ายดาย

…………..

จบบทที่ 375 - นางมาร!

คัดลอกลิงก์แล้ว