- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 335 - ผ้าอนามัย
335 - ผ้าอนามัย
335 - ผ้าอนามัย
335 - ผ้าอนามัย
คำพูดที่หนักแน่นของหลี่อวี้หลานทำให้หลี่อวี้ซู่ถึงกับตะลึง
นี่ใช่พี่สามที่เคยมีท่าทางอ่อนแอของนางจริงๆ หรือ?
“หลี่อวี้หลาน! เจ้าไม่อายหรือ!” สิ่งที่ทำให้หลี่อวี้ซู่เจ็บปวด ไม่ใช่แค่เรื่องที่พี่สาวแย่งฉินโม่ไป แต่เป็นการที่พี่น้องต้องมาเผชิญหน้ากันแบบนี้
“ข้ายอมแลกแม้กระทั่งชีวิต แล้วเรื่องความอายจะนับเป็นอะไรได้?”
หลี่อวี้หลานมองน้องสาว “ข้าไม่จำเป็นต้องมาหาเจ้าด้วยซ้ำ เพราะพรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะจบลง แต่ข้ามาที่นี่เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าเข้าใจเขาผิด”
“เส้นทางนี้ เจ้าเลือกเอง และเจ้าคือคนที่ไม่ต้องการฉินโม่แล้ว พระบิดาก็จะหาคู่ครองที่เหมาะสมให้เจ้าใหม่”
“ข้ารู้จักเจ้าเป็นอย่างดี ข้าเคยพยายามเตือนเจ้า แต่เจ้าไม่เคยฟัง ตอนนี้เจ้าอาจจะไปหาทางเริ่มต้นกับกงซุนชง หากพวกเจ้ารักกัน ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเจ้า!”
หลี่อวี้ซู่รู้สึกเจ็บปวดมองดูแผ่นหลังของพี่สาวที่กำลังเดินจากไป “หลี่อวี้หลาน! จากวันนี้ไป เจ้าไม่ใช่พี่สาวของข้าอีกต่อไป ข้าเกลียดเจ้า!” นางนอนลงข้างเตียง ร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้นจนกระทั่งหลับไป
เช้าวันต่อมา
วันปีใหม่มาถึง!
เช้าตรู่ ฉินโม่ถูกปลุกให้ตื่น พร้อมกับของขวัญมากมาย เขาเพิ่งสนุกจนดึกเมื่อคืนกับการเปิดแผนที่ใหม่พร้อมกับคู่พี่น้องแฝดของเขา ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย
เมื่อมาถึงวังหลวง เขาก็เห็นบรรดาขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ยืนเรียงราย ตั้งแต่กว๋อกงไปจนถึงขุนนางชั้นล่างสุด ทุกคนมาร่วมถวายบังคมแด่พระเจ้าแผ่นดินในวันนี้
อย่าเข้าใจผิดว่าฮ่องเต้สามารถรับของขวัญได้โดยเปิดเผย เพราะของขวัญเหล่านี้ ฮ่องเต้จะให้กลับคืนมากกว่าที่รับเสียอีก ดังนั้นขุนนางทุกคนจึงพยายามรวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่มีค่าเพื่อส่งมอบให้กับฮ่องเต้ และสิ่งตอบแทนที่พวกเขาได้รับก็จะมากกว่าสิ่งที่ส่งออกไปเสมอ
“ท่านอาหลี่ ท่านอาเฉิง ท่านมากันแล้ว!” ฉินโม่ทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ว่าอย่างไร มาแค่คนเดียวหรือ?” เฉิงซานฝูถามขึ้น “แล้วบิดาเจ้าล่ะ?”
“ไม่มีหน้ามา!” ฉินโม่กล่าวติดตลก
ทุกคนต่างหันมามองด้วยความงุนงง และสวีซื่อชางก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ทำไมบิดาเจ้าถึงไม่มีหน้ามา?”
“ท่านลุง ข้าไม่เคยเห็นท่านมาก่อนเลยนะ ใครกัน?” ฉินโม่ตอบกลับ
“นี่คืออิ๋งกว๋อกง เขากับบิดาเจ้าเป็นขุนพลใหญ่แห่งอาณาจักรรุ่นเดียวกัน” เฉิงซานฝูกระซิบตอบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินโม่ก็เข้าใจทันที “อ้อ ที่แท้เป็นอิ๋งกว๋อกง หลานขอคารวะ”
สวีซื่อชางจับมือฉินโม่ “หลานชายฉิน พวกเราสองตระกูลเป็นพันธมิตรเก่าแก่กัน ข้าแค่ห่างจากราชสำนักไปนาน ข้ามีลูกชายสามคนกับลูกสาวสองคน อายุไล่เลี่ยกับเจ้า หากมีโอกาสแวะมาที่เรือนข้า ข้าจะแนะนำพวกเขาให้รู้จัก!”
“ได้สิ!” ฉินโม่ตอบรับด้วยท่าทีไม่ใส่ใจมากนัก
“ถ้าอย่างนั้น ไม่ต้องเลือกวันอื่นแล้ว จะมาเรือนข้ากันวันนี้เลยดีไหม?” สวีซื่อชางกล่าวพร้อมรอยยิ้ม เขามองออกว่าฉินโม่ตอบรับเพียงเพื่อให้เรื่องจบๆ ไป
“ต้องดูว่าจะได้รับอนุญาตจากฝ่าบาทและฮองเฮาหรือไม่ เพราะวันนี้ข้าคงต้องอยู่ในวังทั้งวัน”
สวีซื่อชางได้แต่ถอนหายใจ เมื่อได้ยินคำพูดของฉินโม่ พวกขุนนางหลายคนไม่อาจเข้าวังได้ ฉินโม่กลับเอ่ยได้เต็มปากว่าเขาจะอยู่ในวังจนค่ำ
พวกเขาต่างพากันนึกถึงเรื่องที่ว่า ฉินโม่เข้าวังเหมือนกับบ้านของตัวเอง ยกเว้นส่วนของวังหลัง ที่เหลือในวังใหญ่ก็เหมือนสวนหลังบ้านของเขา
หลี่ซุนกงเรียกฉินโม่มาหา "บอกข้ามาซิ ทำไมพ่อของเจ้าถึงไม่กล้ามาที่นี่?"
ฉินโม่เกาศีรษะเล็กน้อย "เฮ้อ ท่านพ่อข้าบอกว่าเสียใจที่สอนข้าจนเก่งเกินไป จนฮ่องเต้ทรงยกเลิกการหมั้นกับองค์หญิงใหญ่ ท่านรู้สึกละอายใจและไม่กล้าเข้าเฝ้า เพราะเห็นว่าตนเองทำลายโอกาสที่พระองค์ประทานให้"
"เจ้านี่นะ! จะพูดอะไรใส่ใจหน่อย จะเอาหน้าใส่ตัวเองทำไม? เจ้าเก่งขนาดนั้นแล้วพ่อเจ้าจะไม่กล้ามาวังหรือ?" เฉิงซานฝูยิ้มเยาะและตบบ่าฉินโม่ "ฟังข้านะ อย่าไปสนิทสนมกับลูกหลานบ้านสวี พ่อเขาสมัยหนุ่มๆ เป็นศัตรูของพ่อเจ้าจำไว้!"
"ทราบแล้ว!"
ฉินโม่พยักหน้า พลางวางแผนในใจ "แล้วพวกต้าเป่าหายไปไหนกัน?"
"วันนี้พวกเขารับหน้าที่ดูแลประตูวัง พอเสร็จงานจะตามมา"
"ดีเลย ข้าขอตัวเข้าไปข้างในก่อนนะ ท่านอาเฉิง ท่านอาหลี่ ท่านลุงสวี ลาก่อน" ฉินโม่ยกมือล่ำลา ก่อนจะจูงม้าเดินเข้าไปด้านใน
เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างพากันมองฉินโม่ด้วยสายตาไม่พอใจ
กงซุนชงแค่นเสียงหัวเราะ "พวกเรายังเข้าไปไม่ได้ แต่เขากลับได้เข้าไป เขามีสิทธิ์อะไร?"
"ใช่สิ เขามีหน้ามากกว่าพวกเราหรือ?" โต้เจี้ยนหมิงหัวเราะเยาะตาม
ตู้โหยวเว่ยยืนข้างบิดา ยังไม่ทันจะพูด ก็โดนบิดาตักเตือนก่อน "เจ้าควรลดการดูหมิ่นฉินโม่ลงเสียบ้าง เจ้าเรียกเขาว่า 'เจ้าโง่' ทุกวัน แต่ตัวเจ้าเทียบเขาได้หรือ!"
ตู้โหยวเว่ยถึงกับหน้าเจื่อนไป รู้สึกอับอายและไม่พอใจ แต่พอลองคิดดูดีๆ ก็พบว่าตนเองก็เทียบความรู้กับฉินโม่ไม่ได้ เรื่องต่อยตีกันยิ่งไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย
ทุกคนมองฉินโม่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูวางเพื่อรอให้คนมารับ
จากนั้น เกาซื่อเหลียนก็รีบวิ่งออกมาต้อนรับจริงๆ "อ้าว! ราชบุตรเขย! ทำไมเจ้าเอาของขวัญมาเมากมายแบบนี้ล่ะ!"
"สวัสดีปีใหม่ลุงเกา ปีนี้ท่านดูอ่อนเยาว์ขึ้นอีกปีนะ!"
เกาซื่อเหลียนยิ้มกว้างด้วยความชื่นใจ เขากุมมือฉินโม่แล้วดึงเข้าไปในวัง "ไปสิ เข้าไปเถอะ! เจ้านำของขวัญมากขนาดนี้ ฝ่าบาทจะต้องทรงพอพระทัยแน่ๆ!"
"เกากงกง พวกข้าพอจะเข้าไปด้วยได้ไหม?" กงซุนอู๋จี้เดินมาขออนุญาต
เกาซื่อเหลียนโบกมือปัด "จ้าวกว๋อกง ฝ่าบาทได้ตรัสแล้วว่าแม้พระองค์จะพอใจกับของขวัญของพวกท่าน อย่างไรก็ตามพวกท่านถูกห้ามไม่ให้เข้าเฝ้าในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ อีกอย่างทุกท่านล้วนถูกตัดเงินเดือนเป็นเวลาถึงสามปีเกรงว่าผู้คนในจวนอาจจะอดอยากได้ ดังนั้นฝ่าบาทจึงไม่สามารถรับของขวัญนี้ได้จริงๆ พวกท่านนำกลับไปเถอะ!"
เกาซื่อเหลียนสะบัดแขนเสื้อแล้วดึงฉินโม่เข้าไปในวัง ปล่อยให้กงซุนอู๋จี้ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความอับอาย
กงซุนชงและโต้เจี้ยนหมิงหน้าแดงเจ็บใจถึงขีดสุด
ตู้โหยวเว่ยรู้สึกโล่งใจ โชคดีที่เขาเชื่อฟังคำบิดา ไม่ได้เย้ยหยันฉินโม่
กงซุนอู๋จี้ได้แต่ถอนหายใจด้วยความอับจน "ทุกคนวางของขวัญและฎีกาของตัวเองไว้ที่นี่แล้วถอยกลับไปเถอะ"
ขุนนางต่างหันมองหน้ากันและถอนหายใจพร้อมกัน "คงทำได้แค่นี้แล้ว!"
ขณะนี้ในวัง ฉินโม่ขนของลงจากรถม้าหีบใหญ่ๆ พลางยิ้มกล่าว "ลุงเกา ของขวัญดีๆ สำหรับท่าน!"
"เจ้านี่รู้ใจจริง!" เกาซื่อเหลียนยิ้มกว้าง เขาได้รับน้ำใจจากฉินโม่ที่ดูแลเอาใจใส่มาตลอดเดือน แถมยังมีของขวัญติดมือให้เสมอ จนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาดีขึ้นมาก
"ไม่ต้องพูดถึงเงินทอง ของในนี้เหมาะกับท่านลุงที่สุดแล้ว!" ฉินโม่ยิ้ม
"อะไรหรือ?" เกาซื่อเหลียนเอ่ยด้วยความสงสัย
ฉินโม่ยิ้มเจ้าเล่ห์ "ในนี้มีของที่เรียกว่า 'ผ้าอนามัย' แปะปุ๊ปสดชื่นปั๊ปเลย!"
……………
(เดี๋ยวก่อนเช้าลงให้ครบนะครับ พาแมวห้าตัวไปทำหมันรอบสองเพิ่งกลับ เมื่อวานหมอไม่อยู่ ผมลากยาวมา 20 ชั่วโมงแล้วยังไม่ได้นอนเลย)
……….