- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 327 - โทษใครไม่ได้นอกจากข้าเอง!
327 - โทษใครไม่ได้นอกจากข้าเอง!
327 - โทษใครไม่ได้นอกจากข้าเอง!
327 - โทษใครไม่ได้นอกจากข้าเอง!
“หลี่เอ้อ เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”
หลี่หยวนก้มลงมอง พบว่าฉินโม่กำลังร้องไห้น้ำตาไหลพราก เนื้อตัวสกปรกมอมแมม ใบหน้าเต็มไปด้วยเขม่าดำและมีเลือดกำเดาไหล เขารู้สึกเจ็บใจแทนฉินโม่ขึ้นมาในทันที
“พระบิดา เจ้าเด็กโง่นี่...”
“ข้าไม่อยากฟังคำแก้ตัวของเจ้า!” หลี่หยวนโกรธจนแทบทนไม่ได้ ฉินโม่ตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ เขายังตามไล่ตีอีก ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือ?
หลี่ซื่อหลงได้แต่แสดงท่าทางจนปัญญา มองฉินโม่ด้วยความขุ่นเคือง
“มาเถอะ เจ้าหนู บอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” หลี่หยวนรีบพยุงฉินโม่ขึ้นมา
“ท่านปู่ โหวเกิงเหนียนเป็นคนทรยศ พยายามทำร้ายฝ่าบาทต่อหน้าธารกำนัล ข้ารีบร้อนเกินไปจึงคิดจะตัดหัวมัน แต่ฝ่าบาทกลับมาไล่ตีข้า ข้ารู้สึกน้อยใจมาก!” เขาแอบหยิกขาตัวเองอย่างแรงจนเจ็บจนน้ำตาไหลพรากออกมา
“ข้าเคยเตือนเจ้ามานานแล้วว่าโหวเกิงเหนียนเป็นบ่าวสามนายไม่ควรเลี้ยงไว้ สุดท้ายเป็นอย่างไร!” หลี่หยวนโกรธจัด “เจ้าไม่ฟังคำเตือนของข้าเลย!”
แท้จริงแล้วหลี่หยวนรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรก เขาเพียงแค่ไม่ปรากฏตัวออกมาเพื่อดูว่าหลี่ซื่อหลงจะจัดการอย่างไร อีกทั้งเขายังไม่อยากแย่งชิงความโดดเด่นอีกด้วย
เหตุผลที่ออกมาในตอนนี้เป็นเพราะเขาเห็นว่าฉินโม่ถูกตีอย่างรุนแรง ในสายตาของเขา ฉินโม่เป็นเด็กซื่อสัตย์และมีความกตัญญู ถูกคนอื่นรังแกถึงเพียงนี้ แต่ก็ยังตั้งใจปกป้องหลี่ซื่อหลงไว้
ความจงรักภักดีเป็นสิ่งที่แฝงอยู่ในกระดูกของเขา
หลี่ซื่อหลงก็ไม่ตอบโต้ มีแต่เพียงรอยยิ้มที่ขมขื่นเท่านั้น
“ข้าบอกเจ้าไว้แล้ว ว่าอยากแสดงบารมีก็ไปแสดงกับคนอื่น ไม่ใช่มาลงที่หลานเขยของข้า ดูสิว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายจนเป็นอย่างไรแล้ว”
เขาคว้าแส้จากมือของหลี่ซื่อหลงและโยนลงพื้น “บอกไว้เลยว่าหลานเขยของข้าไม่ใช่คนที่จะยอมทนให้ใครรังแกได้!”
ยอดเยี่ยมจริงๆ ท่านปู่!
ฉินโม่ที่เคยร้องไห้สะอื้นเบาๆ “ท่านปู่ท่านยุติธรรมที่สุด ที่นี่ไม่มีอะไรดี ข้าอยากกลับบ้านแล้ว!”
“มาเถอะ ไปกับข้าด้วยกันไปตำหนักต้าหาน!” หลี่หยวนพาฉินโม่เดินออกไป “หลี่เอ้อ เจ้าจะจัดการคนอื่นอย่างไรก็ตามใจเจ้า แต่ข้ารอฉินโม่กลับมาอย่างใจจดใจจ่อ หากเจ้าทำให้เขาต้องหนีกลับไปอีก ข้าจะทำให้เจ้าไม่มีความสุข!”
พูดจบ เขาก็พาฉินโม่ออกไปด้วยความโกรธ
บรรดาผู้ที่นั่งคุกเข่าอยู่พากันก้มหน้า ไม่มีใครกล้ามองตรงๆ
แต่พวกเขาได้ยินทุกอย่าง
ทันใดนั้นทุกคนก็นึกถึงโชควาสนาของฉินโม่ด้วยความชื่นชม
“เรื่องนี้ห้ามแพร่งพรายไปเด็ดขาด! หากเรื่องรั่วไหล ข้าจจะตัดหัวพวกเจ้าทุกคน!” หลี่ซื่อหลงรู้สึกอับอายที่ต้องถูกตำหนิต่อหน้าขุนนาง เขาเสียหน้าไปหมดสิ้น
หลี่ซุนกงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ฝ่าบาท เมื่อครู่กระหม่อมเพียงครุ่นคิดถึงวิธีสอบสวนคนในตระกูลโหว มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือ?”
หลี่ซื่อหลงพอใจในคำถามของหลี่ซุนกง “ไม่มีอะไรหรอก ไฉ่อ้ายชิง ครั้งนี้เจ้าต้องอดทน ข้าจะประกาศความบริสุทธิ์ของเจ้าไปทั่วแผ่นดิน และเพื่อเป็นการชดเชยความยุติธรรมครั้งนี้ข้าจะเลื่อนตำแหน่งให้เจ้าเป็นกว๋อกงระดับสาม”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!” ไฉ่เส้าคำนับขอบคุณ
“ลุกขึ้นเถิด!”
หลี่ซื่อหลงหันไปมองไฉ่หรงอีกครั้ง “ไฉ่หรง การตามหาฉินโม่ถือเป็นความดีความชอบ ข้าจะเลื่อนตำแหน่งให้เจ้าเป็นผู้บัญชาการกองพันราชองครักษ์!
ไฉ่ซือเถียน แต่งตั้งเจ้าเป็นฮูหยินอันดับหนึ่ง(ท่านผู้หญิง) เฝ้าพระราชทานรางวัลพิเศษให้สี่ฤดูกาลต่อปี”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!” ไฉ่ซือเถียนรีบขอบคุณด้วยความยินดี
ตำแหน่งนี้เทียบเท่ากับภรรยาหลวงของกว๋อกงซึ่งนับว่าเป็นจุดสูงสุดที่สตรีจะได้รับ
“ไปพักผ่อนเถอะ!”
ขณะนั้น ฉินโม่อยู่ที่ตำหนักต้าหาน ในห้องซาวน่า
หลี่หยวนใช้ถังน้ำอุ่นหลายถังในการเช็ดตัวฉินโม่ จนเมื่อคราบสกปรกหลุดออกไปจึงเห็นบาดแผลบนร่างของฉินโม่ หลี่หยวนถอนหายใจ “เจ้ายังสามารถหลบหนีมาได้ ถือว่าเป็นโชคดีท่ามกลางเคราะห์ร้ายจริงๆ!”
“ท่านปู่ ข้าจะบอกท่านตามตรง ตอนนั้นข้าคิดว่าข้าจะต้องตายแน่ ทั้งหนาวทั้งหิว ยังเป็นไข้
ข้ามีความคิดเพียงหนึ่งเดียวคือรอดชีวิตกลับบ้าน เพื่อมาดูแลท่านปู่ เพื่อเล่นไพ่นกกระจอกกับท่าน จากนั้นจะได้เปิดร้านไพ่นกกระจอกและโรงเล่านิทานขึ้นมาเพื่อให้ท่านได้มีที่พักผ่อนในบั้นปลายชีวิต!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลี่หยวนรู้สึกซาบซึ้งใจ “ทุกคนต่างบอกว่าเจ้าโง่ แต่ในสายตาของข้า เจ้าไม่ใช่โง่ เจ้าเป็นคนซื่อบริสุทธิ์! แต่อย่าโทษพระบิดาของเจ้าเลย หากจะโทษใคร ก็โทษข้าดีกว่า ข้านี่แหละที่แนะนำให้ยกเลิกการหมั้นหมายกับองค์หญิงเจ็ด เพราะข้ามองออกว่าพวกเจ้าสองคนไม่ลงรอยกัน
องค์หญิงเจ็ดถูกเลี้ยงดูมาด้วยความเอาใจ ส่วนเจ้าก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมากดขี่ง่ายๆ ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจทำลายการหมั้นหมายนี้เสีย!”
ฉินโม่ชะงักเล็กน้อย
เขารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง นึกไม่ถึงว่าท่านปู่จะเป็นคนดีเช่นนี้!
เขาถึงได้เข้าใจว่าทำไมหลี่ซื่อหลงจึงเปลี่ยนนิสัยไป กลายเป็นว่าท่านปู่เป็นคนอยู่เบื้องหลัง
“ท่านปู่ ขอบคุณท่าน ข้ากลัวว่าตัวเองจะเป็นเหมือนเสี่ยวโต้ว ท่านคงไม่ทราบ วันที่เสี่ยวโต้วร้องไห้มาหาข้า ใบหน้าเขาถูกข่วนจนเป็นแผลเหวอะหวะ
ข้ารู้สึกเจ็บปวดใจ ใบหน้าของบุรุษก็เหมือนตราสัญลักษณ์ ถูกผู้หญิงทำร้ายจนสภาพนั้น ใครจะไม่รู้สึกสงสาร? ที่สำคัญนับตั้งแต่แต่งงานกันมาเขายังคงถูกองค์หญิงทุบตีและด่าว่าทุกวัน
...ใครจะไม่รู้สึกสงสาร? ที่สำคัญยังตีด่าไม่ได้ จะกล่าวอะไรนิดหน่อยก็ถูกขู่ฆ่า ไม่ทำให้คนเจ็บช้ำน้ำใจหรือ?”
“เจ้ากล่าวมีเหตุผล!”
หลี่หยวนพยักหน้า “แต่ข้ากับเจ้ามีวาสนากัน พระบิดาของเจ้าก็ไม่อยากเสียลูกเขยดีๆ เช่นเจ้าไป ครั้งนี้ข้าจะเป็นคนคัดเลือกด้วยตนเอง จะจะต้องเลือกองค์หญิงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความกตัญญูเป็นภรรยาไปสักคน”
“ท่านปู่ อย่าเลย ข้าคิดว่ายังไม่พร้อม ข้ามีปมฝังใจเกี่ยวกับองค์หญิง ขอให้ข้าได้พักก่อน!”
“เจ้าพักของเจ้าไป ข้าจะหาของข้า ไม่เป็นไร ข้าได้ยินมาว่าบิดาของเจ้ายังไม่ได้จัดพิธีสวมหมวกให้เจ้าเลย พอปีหน้าเลือกวันดี ข้าจะทำพิธีนี้ให้เจ้า และจะเปิดหนังสือบทกวีเลือกชื่อที่ไพเราะให้เจ้าด้วย!”
“ต้องเท่ ดูดี และมีความหมายลึกซึ้ง ให้ฟังแล้วรู้ทันทีว่าข้าเป็นผู้ที่หล่อเหลาและมีอุดมคติอันงาม!” ฉินโม่หัวเราะอย่างใสซื่อ
“พลั่วะ!”
หลี่หยวนหยิบขันน้ำขึ้นมาเคาะหัวฉินโม่อย่างแรง
เมื่อมองดูฉินโม่แล้ว หลี่หยวนรู้สึกดีใจจากใจจริง “คืนนี้อย่าเพิ่งกลับเลย นอนพักที่วังเถอะ!”
“ไม่ได้หรอกท่านปู่ ข้าต้องกลับบ้าน บิดาข้าคิดถึงข้า ภรรยาข้าก็คิดถึงข้า อีกสักพักข้าจะไปหาพระมารดาด้วย ข้าไม่อยู่หลายวัน ไม่รู้ว่าพระมารดาเป็นอย่างไรบ้าง
จะได้กินข้าวตรงเวลาไหม วันๆ ยังนั่งทำงานเย็บปักถักร้อยอีกหรือเปล่า”
หลี่หยวนฟังฉินโม่กล่าววาจาเรื่อยเปื่อยแล้วกล่าวว่า “ต้องไปเยี่ยมนางสักหน่อย พระมารดาของเจ้าเป็นคนอ่อนโยน คิดถึงลูกเหมือนดั่งชีวิต
ตั้งแต่เจ้าหายตัวไป นางแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ กังวลใจไม่หยุด”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินโม่ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและรีบเช็ดตัว “ท่านปู่ ข้าแช่น้ำพุต่อไป ข้าจะไปเยี่ยมพระมารดา!”
…………..