- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 317 - ความดีใจที่เกินคาด
317 - ความดีใจที่เกินคาด
317 - ความดีใจที่เกินคาด
317 - ความดีใจที่เกินคาด
การกลับมาของฉินโม่เสมือนเป็นการโยนก้อนหินขนาดใหญ่ลงในผืนน้ำที่สงบนิ่ง ทันทีนั้นเองคลื่นลูกใหญ่ก็พลุ่งพล่านขึ้นมา ทั่วทั้งเมืองหลวงถึงกับเงียบกริบ
หลี่หยงเมิ่งที่กำลังออกค้นหาฉินโม่อยู่นอกเมือง พอได้ยินเสียงระเบิด น้ำตาก็ไหลพราก "เป็นเจ้าโง่ เป็นเจ้าโง่กลับมาแล้วแน่นอน!"
โต้วอี้อ้ายที่กำลังค้นหาในเขตล่าง วิ่งลงจากชั้นบนด้วยความรีบร้อน เท้าเกิดพลั้งพลาดล้มลงบนพื้น ก่อนจะรีบคลานออกไป "เป็นฉินโม่ เป็นฉินโม่กลับมาแล้วแน่นอน!"
พี่น้องตระกูลเฉิงก็กระโดดขึ้นม้าทันที
พวกเขาทั้งสองคนมีมิตรภาพกับฉินโม่ที่สั่งสมมาตั้งแต่เด็ก แม้จะยังไม่เห็นตัวฉินโม่ แต่พวกเขาก็รู้ดีว่า หากมีใครกล้าขว้างระเบิดอย่างไม่เกรงกลัวเช่นนี้ในเมืองหลวง นอกจากฉินโม่แล้วคงไม่มีใครอื่น!
พวกเขารีบขี่ม้าไป โต้วอี้อ้ายตะโกนตามหลัง "รอกันด้วยสิ รอกันด้วย!"
หลี่เยว่ที่กำลังคิดหาทางกู้ชื่อให้ไฉ่เส้าก็ถูกเสียงระเบิดทำให้ตกตะลึง หลี่ซุนกงเป็นผู้พิพากษาหลัก เขาเป็นผู้พิพากษารอง เขารู้ดีว่าพระบิดาหมายความว่าอย่างไร
หลี่ซุนกงดูท่าทีไม่รีบร้อน แต่หลี่เยว่กลับไม่อาจนั่งนิ่งได้ เขาไม่รู้ว่าหลี่ซุนกงกำลังวางแผนอะไรอยู่ ถามก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน เขาจึงลุกขึ้นแล้วหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ "เร็ว รีบไปดูว่าเสียงดังมาจากที่ไหน เร็วเข้า!"
ในใจเขามีลางสังหรณ์บางอย่าง แต่ไม่กล้ายืนยัน ทันใดนั้น ข้ารับใช้ก็กลับมาพร้อมรอยยิ้มดีใจ "ท่านอ๋อง ข่าวดีขอรับ ข่าวใหญ่มาก ราชบุตรเขยฉิน ราชบุตรเขยฉินกลับมาแล้ว ตอนนี้เขากำลังระเบิดจวนลู่กว๋อกงขอรับ!"
หลี่เยว่จับเขาแน่น "ว่าอะไรนะ เจ้าโง่กลับมาแล้ว เจ้าดูเองกับตาใช่หรือไม่?"
"ใช่ขอรับ ข้าเห็นกับตาแน่นอนว่าเป็นราชบุตรเขย ไม่มีผิดแน่!"
หลี่เยว่หัวเราะอย่างสุดใจจนถึงกับน้ำตาไหล "ดี ดี ระเบิดให้มันพังไปนานแล้ว สมควรโดนพวกสัตว์นรกนี่!"
"เร็ว เตรียมม้า!"
หลี่เยว่โยนสิ่งของในมือทิ้งทันที การกลับมาของฉินโม่ทำให้แผนการใส่ร้ายจากตระกูลไฉ่ต่อฉินโม่พังทลายไปเอง
หลี่ซุนกงก็ได้ยินเสียงระเบิดเช่นกัน จึงออกมาถามอย่างลังเล "นั่นเป็นเจ้าโง่ฉินหรือไม่?"
"ใช่แล้ว เสด็จอา เป็นเจ้าโง่แน่ๆ หลานขอตัวไปก่อน ที่นี่ต้องฝากท่านดูแลด้วย!"
หลี่ซุนกงยิ้มรับ "ดี ข้าจะไปที่คุกหลวงเพื่อแจ้งข่าวดีนี้ให้ไฉ่โหวทราบ!"
"ขอบคุณท่านอา!" หลี่เยว่โค้งคำนับก่อนจะวิ่งออกไป
หลี่ซุนกงถอนหายใจ "ข้ารู้แล้วว่าคนเจ้าเล่ห์คนนี้ไม่น่าจะตายง่ายๆ ขนาดโยนเข้าไปในค่ายคนเถื่อน เขายังอาจตั้งตัวขึ้นมาเป็นต้าข่านได้ด้วยซ้ำ!"
เขารีบเดินทางไปยังคุกหลวงทันที
ไฉ่เส้ากับไฉ่หรงถูกขังอยู่ในห้องเดียวกัน เป็นห้องที่ฉินโม่เคยอยู่ ทั้งสองอยู่ในสภาพสบายดี ทั้งอาหารและเครื่องดื่มพร้อม มีเตาผิงให้ความอบอุ่น และมีเวลาว่างให้พักผ่อนและอ่านหนังสือ แม้พื้นที่จะไม่กว้างนัก
อีกด้านหนึ่งคือไฉ่ซือเถียน ซึ่งใช้ผ้าหนาๆ ปิดบัง และจัดให้เป็นห้องเล็กๆ เนื่องจากเป็นหญิงสาวจึงมีการจัดแยกเพื่อความสะดวก
ไฉ่เส้ากำลังเขียนอยู่พอเห็นหลี่ซุนกงก็วางพู่กันทันที "ท่านเฉิงอ๋อง!"
"ไฉ่โหว ข่าวดี!" หลี่ซุนกงเดินเข้ามายิ้มแย้ม คุกนี้มีระบบกันเสียงที่ดี เสียงระเบิดจากภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้ พวกเขาจึงไม่ได้ยินเสียงนั้น
"ท่านเฉิงอ๋อง ข่าวดีอะไร?"
ไฉ่หรงที่อยู่ข้างๆ ก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
"ขอแสดงความยินดีกับไฉ่โหว ลูกเขยของท่านยังมีชีวิตอยู่!"
ไฉ่เส้าตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะจับเสาคุกแน่น "จริงหรือ?"
“จริงๆ ตอนนี้เขากำลังระเบิดจวนลู่กว๋อกงจนแทบพังราบไปแล้ว!”
เพียงสิ้นเสียง หลี่ซุนกงก็หัวเราะดังลั่น “ฮ่าๆๆ... บุตรีของพ่อ เจ้าได้ยินหรือไม่ สามีของเจ้ายังมีชีวิตอยู่!”
ไฉ่หรงดีใจจนแทบจะเกาหูเกาหัว แม้เขาจะรู้จักกับฉินโม่ไม่นาน แต่ในใจเขานั้น ฉินโม่เป็นทั้งพี่ชายและพี่เขย เป็นคนที่เข้าใจและไว้ใจเขาได้เสมอ หากจะเปรียบความสัมพันธ์ของพวกเขา ก็คงไม่เกินไปนักที่จะใช้คำว่า "สหายแท้ยิ่งกว่าญาติพี่น้อง!"
“น้องสาม เจ้าได้ยินไหม พี่ฉินยังมีชีวิตอยู่ เขายังไม่ตาย!”
จนกระทั่งเสียงสะอื้นจากห้องข้างๆ ดังขึ้น ไฉ่หรงจึงเช็ดน้ำตา “ดี ดีเหลือเกิน!”
ไฉ่ซือเถียนคุกเข่าลงกับพื้นและก้มศีรษะขอบคุณสวรรค์ “ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์!” ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา นางร้องไห้จนน้ำตาแทบเหือดแห้งไปหมด แต่เมื่อมาถึงคุกหลวง นางไม่กล้าร้องไห้ออกมา กลัวว่าพ่อและพี่ชายจะได้ยิน
ตอนนี้ฉินโม่กลับมาอย่างปลอดภัย หัวใจของนางที่กังวลอยู่ตลอดก็ผ่อนคลายลงเสียที
ในเวลาเดียวกัน ประตูใหญ่ของตำหนักต้าหานถูกเปิดออก หลี่หยวนรีบก้าวออกมาด้วยความดีใจ “ใครกันที่ขว้างระเบิด เป็นเจ้าโง่คนนั้นกลับมาแล้วใช่ไหม เว่ยเหล่าโกว (สุนัขเฒ่าแซ่เว่ย) รีบไปดูให้ข้าที!”
“ฝ่าบาท กระหม่อมจะรีบไปเดี๋ยวนี้!” แม้เว่ยจงจะอายุมากแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นยอดฝีมือของวังหลวง ในเวลาไม่นานเขาก็หายรับไปทันที
หลี่หยวนถือหนังสือเล่มหนึ่งไว้ในมือ เป็นบทต่อที่เขาเขียนเพิ่มเติมในเรื่อง "ไซอิ๋ว" อย่างไรก็ตาม เรื่องราวกลับไม่สนุกเหมือนที่ฉินโม่เล่า เขาตั้งใจจะฉีกหนังสือทิ้ง แต่เมื่อคิดอีกที ก็ตัดสินใจเก็บไว้ “เจ้าโง่ เจ้ามีวาสนาได้ดูผลงานใหญ่ของข้าด้วยตัวเองแล้ว!”
เขารอคอยอยู่ในตำหนักต้าหาน ไม่ยอมออกไปเพราะกลัวว่าหากฉินโม่ยังไม่กลับมาจริงๆ จะต้องดีใจเก้อ
ไม่นานนัก เว่ยจงก็กลับมาพร้อมรายงานโดยไม่มีอาการเหนื่อยหอบ “ฝ่าบาท เขากลับมาแล้ว ราชบุตรเขยฉินกลับมาแล้ว ตอนนี้เขากำลังขว้างระเบิดอยู่ด้านนอกขอรับ!”
“ฮ่าๆๆ ข้ารู้อยู่แล้ว เจ้าเด็กนั้นไม่มีทางตายง่ายๆ!” หลี่หยวนหัวเราะอย่างมีความสุข ความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดหลายวันก็พลันหายไปสิ้น “ไปกันเถอะ เว่ยเหล่าโกว!”
ในตำหนักหลี่เจิ้ง กงซุนฮองเฮาที่กำลังเย็บปักผ้าอยู่สะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงดัง เข็มทิ่มนิ้วจนเห็นเลือด นางรีบเอานิ้วใส่ปากเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ เสียงระเบิดที่ดังก้องทำให้กงซุนฮองเฮาขมวดคิ้ว “ด้านนอกวังเกิดอะไรขึ้น ทำไมเสียงดังเช่นนี้ จะมีเรื่องวุ่นวายอะไรอีก แม้แต่ในวังก็ไม่สงบ!”
เฟิงจิ่นเดินไปที่มุมหนึ่ง กระซิบกับขันทีคนหนึ่ง เขารีบวิ่งออกไป ทันทีที่กลับมา เขาก็วิ่งเข้ามาพร้อมเสียงร้องตะโกน “เหนียงเหนียง ข่าวดี ข่าวดีอันยิ่งใหญ่!”
“เจ้าคนไม่รู้กาลเทศะ เอะอะโวยวายเช่นนี้ ไม่กลัวหัวหลุดหรือ!” เฟิงจิ่นจ้องขันทีหนุ่มอย่างดุดัน
กงซุนฮองเฮาถามขึ้นว่า “เรื่องดีอะไร?”
“กราบทูลฮองเฮา ราชบุตรเขยฉินกลับมาแล้ว ตอนนี้กำลังระเบิดคนพวกนั้นอยู่ จวนลู่กว๋อกงจบสิ้นแล้ว!” ขันทีหนุ่มรายงานด้วยสีหน้าเบิกบาน
ในวังหลวงนี้ มีน้อยครั้งที่พวกขันทีจะไม่ชอบฉินโม่
ผ้าปักในมือของกงซุนฮองเฮาร่วงลงพื้น นางดีใจเกินคาด “เจ้าว่าอะไร ลูกเขยของข้ากลับมาแล้วหรือ?”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ คนที่ทำเรื่องนี้ก็คือราชบุตรเขยฉินนั่นเอง!”
………………
เวลาไม่พอไปทำเรื่องอื่นก่อนนะครับเดี๋ยวจะลงให้ประมาณ 21.00 น