- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 260 - งานแต่งของหลี่เยว่
260 - งานแต่งของหลี่เยว่
260 - งานแต่งของหลี่เยว่
260 - งานแต่งของหลี่เยว่
รุ่งเช้าวันถัดมา ฉินโม่ยังคงหลับสนิทอยู่ในที่นอน ก็ถูกฉินเซียงหรูลากตัวออกมาจากผ้าห่ม
“ยังจะหลับอีก? เจ้าลืมไปแล้วหรืออย่างไรว่าวันนี้ต้องทำอะไร รีบลุกขึ้นมาได้แล้ว หลี่หยงเมิ่งกับพวกเขารออยู่ข้างนอก!”
ฉินโม่เหลือบมองออกไปข้างนอก ฟ้ายังมืดสนิท “แค่แต่งงาน ไม่เห็นต้องตื่นแต่เช้าเลย”
“เช้า?!”
ฉินเซียงหรูหยิบแส้ขึ้นมา “จะลุกหรือไม่ลุก?”
“ลุกแล้วลุกแล้ว!”
ฉินโม่ใส่เสื้อผ้าอย่างไม่เต็มใจนัก พอเปิดประตูออกมาก็ถูกหลี่หยงเมิ่งกับพวกดึงตัวออกไปทันที “เจ้าโง่ วันนี้เจ้ามีเรื่องต้องทำเยอะเลยนะ ต้องไปจูงม้าให้หลี่เยว่ด้วย มีอีกหลายอย่างที่เจ้าต้องจัดการ”
“เฮ้อ ดูสิ ทำหน้าเหมือนยังไม่ตื่นเต็มที่เลย เมื่อวานเล่นหนักไปหน่อยหรือ?” เฉินต้าเป่าแซวพร้อมกับหัวเราะ “ยังหนุ่มยังแน่น ทำไมถึงดูไม่ไหวแล้วล่ะ?”
“เฮ้ย! ใครว่าข้าไม่ไหว?” ฉินโม่โกรธทันที “นี่มันยังเช้ามืดอยู่เลย ใครจะไม่ง่วงนอน? เมื่อวานข้ายุ่งจนดึกเลยนะ!”
“พอแล้วๆ อย่าทะเลาะกันเลย” ไฉ่หรงรีบห้ามทัพ
“วันนี้เป็นวันมงคล รีบเข้าไปในวังกันเถอะ!”
พวกเขาพากันรีบเข้าไปในวัง ปกติจะมีการประชุมเช้าตรู่ แต่หลี่ซื่อหลงเลื่อนประชุมออกไปและเปิดประตูด้านข้างของวังให้พวกเขาเข้ามา
สำหรับประตูใหญ่ของตำหนักหน้านั้น จะเปิดให้เฉพาะเวลาที่ฮ่องเต้สมรสกับฮองเฮา หรือไท่จื่อแต่งงานกับพระชายาเท่านั้น
ในราชวงศ์ต้าเฉียน แม้ว่าเหล่าโอรสฮ่องเต้จะโตแล้ว แต่ก็ยังพักอยู่ในวังจนกว่าจะแต่งงานและย้ายไปพำนักที่คฤหาสน์ของตนเองซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลวง ส่วนวันของพวกเขาจะตั้งอยู่ในแคว้นที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ ซึ่งในกรณีของหลี่เยว่หลังจากแต่งงานแล้วเขาจะต้องย้ายไปอยู่ในคฤหาสน์ของเขาด้านนอกวังเช่นกัน
เมื่อทุกคนเดินไปถึงตำหนักอันหนานก็พบว่าหลี่เยว่กำลังถูกผู้คนมากมายกำลังรุมล้อมแต่งตัวให้
ทุกคนต่างหัวเราะขำพรืดออกมาเมื่อเห็นสภาพของหลี่เยว่
หลี่เยว่อยู่ในชุดแดงสดและมีการทาหน้าขาวหนายิ่งกว่าฉาบปูน แก้มก็ยังถูกปัดสีแดงจนดูเหมือนนักแสดงงิ้ว
“อย่าหัวเราะ! สภาพของพวกเจ้าตอนแต่งงานก็คงไม่แตกต่างกัน?” หลี่เยว่เองก็อายไม่น้อย เพราะการเป็นชายแท้แล้วต้องมาแต่งหน้าทาแป้งแบบนี้
“หลี่เยว่ เจ้าดูเหมือนกระต่าย(หมายถึงชายขายบริการ)จริงๆ!” ฉินโม่อดไม่ได้ที่จะกล่าวเมื่อรอยยิ้ม
“ไปๆ เจ้านั่นแหละที่เหมือนกระต่าย!” หลี่เยว่ฮึดฮัด “เจ้าโง่ ข้าจะบอกเจ้าว่าวันนี้เจ้าเองก็มีภาระหน้าที่มากเลยนะ!”
“เข้าใจแล้ว เร็วๆ เถอะ!” ฉินโม่กล่าว
“เร็ว? ไม่ได้เร็วขนาดนั้น!”
หลี่เยว่ออกคำสั่ง เหล่าหญิงรับใช้ก็เข้ามาดึงตัวฉินโม่ หลี่หยงเมิ่ง และเฉินต้าเป่าไปพร้อมกัน
“จะทำอะไรน่ะ?”
“วันนี้เป็นวันมงคลของเยว่อ๋องพวกท่านจะแต่งแบบนี้ไม่ได้หรอก ต้องแต่งหน้าด้วย!”
“หา!”
ฉินโม่อุทานเสียงหลง เขาเพิ่งหัวเราะหลี่เยว่มาหมาดๆ ตอนนี้ตนเองต้องมาเจอแบบนี้บ้าง “ข้าไม่อยากแต่งหน้า!”
แต่หลังจากการต่อต้านไปมาก็ทำให้ฉินโม่ได้สัมผัสประสบการณ์การแต่งหน้าครั้งแรกในชีวิต
ทุกคนกลายเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำที่ทาหน้าขาวแก้มแดงราวกับก้นลิง!
ฉินโม่ถึงกับพูดไม่ออก
หลี่เยว่หัวเราะจนกลิ้งไปมา “ตอนนี้พวกเจ้าไม่ขำแล้วหรือ!”
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ วันนี้เป็นวันมงคล มีความสุขก็พอแล้ว!"
เมื่อแต่งหน้าพร้อมแล้ว หลี่เยว่ก็ไปที่ตำหนักต้าหานเพื่อถวายพระพรต่ออดีตฮ่องเต้ จากนั้นก็ไปยังตำหนักหลี่เจิ้งเพื่อถวายพระพรกงซุนฮองเฮา และสุดท้ายไปหาแม่ของตนเอง
มารดาของหลี่เยว่เป็นสตรีที่อ่อนโยนยิ่งนัก วันนี้นางแต่งกายด้วยชุดมงคลและตื่นแต่เช้าเพื่อรอหลี่เยว่
นางมองเขาด้วยน้ำตาคลอ “ลูกแม่!”
“พระมารดา วันนี้ลูกจะแต่งงานแล้ว!” หลี่เยว่คุกเข่าลงต่อหน้าแม่ด้วยความรู้สึกตื้นตัน
“ดีจริงๆ ลูกแม่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว” นางประคองให้เขาลุกขึ้น “ขอให้เจ้าประสบความสำเร็จ พาหญิงสาวตระกูลหลิวมาพบแม่เร็วๆ!”
“ลูกทราบแล้วพระมารดา!”
หลังจากกล่าวลามารดา หลี่เยว่ก็เดินทางไปยังศาลบรรพชนซึ่งหลี่ซื่อหลงก็มารออยู่แล้ว
จากนั้นก็มีพิธีบูชาบรรพชนอันยาวนาน ซึ่งกว่าจะเสร็จก็เกือบเที่ยงวัน
เมื่อพิธีเสร็จสิ้น ฮ่องเต้หลี่ซื่อหลงจึงตรัสกับหลี่เยว่ว่า “จงไปเถิด นำเจ้าสาวกลับมาและทำหน้าที่สืบทอดวงตระกูลของเรา จงแนะนำให้นางปฏิบัติตามหลักแห่งสตรี และรักษาไว้ซึ่งประเพณีของบรรพชน ดูแลให้นางปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอและอย่าได้หย่อนยาน”
หลี่เยว่ตอบ “กระหม่อมไม่กล้าลืมพระบัญชา!”
จากนั้นเขาก็ขึ้นขี่ม้า ที่หน้าอกประดับด้วยลูกบอลผ้าสีแดงขนาดใหญ่ ฉินโม่ทำหน้าที่จูงม้า ขบวนยกไปตามถนนเป็นที่ครึกครื้นอย่างยิ่ง
ตลอดทาง หิมะถูกกวาดออกจนหมด สองข้างทางมีริ้วผ้าสีแดงสดปลิวไสว
ชาวบ้านที่มายืนรอริมทางต่างอวยพรให้หลี่เยว่ด้วยความเคารพ เพราะเมื่อเกิดภัยแล้งใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ หลี่เยว่ได้ช่วยเหลือโดยตั้งมูลนิธิเพื่อการกุศล และเป็นที่รักของผู้คนทั่วเมืองหลวง
หลี่เยว่เองก็รู้สึกซาบซึ้งใจ เขายกมือขึ้นคำนับชาวบ้านไปตลอดทาง ความสุขเอ่อล้นในหัวใจ
ขบวนแห่ก็เดินทางมาถึงจวนจูกว๋อกง ซึ่งถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีสด แต่ที่หน้าประตูมีบรรดาหญิงชราหลายคนต่างถือไม้กระบองยืนรออยู่ที่หน้าจวน
“รีบปกป้องเยว่อ๋อง!” ฉินโม่ตะโกนเสียงดัง ทำให้หลี่หยงเมิ่งกับคนอื่นๆ รีบล้อมหลี่เยว่ไว้ทันที จากนั้นเราหญิงชราภายในจวนจูกว๋อกงต่างก็ใช้ไม้หวดตีพวกเขาอย่างเบามือ
นี่เรียกว่าพิธี “ต้อนรับลูกเขย” ทุกคนต่างหัวเราะอย่างสนุกสนาน
ฉินโม่โดนไม้ฟาดไปหลายทีจนหัวโขกบวมขึ้นมา แต่กลับต้องเก็บอารมณ์ไม่แสดงความโกรธ ในงานมงคลเช่นนี้เขาจะแสดงความโกรธออกมาได้อย่างไร?
พอผ่านไปได้ เสื้อผ้าของพวกเขาก็ยุ่งเหยิงไปหมด
“อย่าล้วงมั่วซั่วสิ ท่านป้า!” ฉินโม่แทบจะร้องไห้ออกมา
พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคเข้าไปได้ และที่ต้อนรับอยู่ด้านในคือไหเหล้าจำนวนมาก เหล้าใสบริสุทธิ์ น่าจะเป็นเหล้าซานเล่อเจียง หรือไม่ก็เหล้าเผาดาบแรงๆ
หลิวหรูเจี้ยนยืนยิ้มอยู่ข้างหน้าพร้อมกับน้องชายหลายคน ขวางทางเข้าไว้ “ทางนี้ข้าเปิด ต้นไม้นี้ข้าปลูก หากอยากผ่านไป เจ้าต้องดื่มเหล้านี้ให้หมด!”
ทุกคนหน้าถอดสี “เสี่ยวหลิวฟังพี่ชายเถอะ เหล้าอย่าดื่มมาก เดี๋ยวเสียฤกษ์มงคล!”
“ไม่ได้หรอก!”
หลิวหรูเจี้ยนยิ้มขื่น “แม่ข้าบอกว่า ถ้าไม่ดื่มก็ผ่านไม่ได้!”
ฉินโม่เกาหัว มองไปยังหลี่หยงเมิ่งกับคนอื่นๆ “ทำอย่างไรได้ล่ะ พี่น้อง ต้องลุยแล้ว!”
“ข้าขอเริ่มก่อน!”
หลี่หยงเมิ่งเดินเข้าไปยกถ้วยแล้วกระดกลงคอ
เฉินต้าเป่ากับพี่น้องร่วมใจแน่วแน่ ส่วนโต้วอวี้อ้ายซึ่งเป็นขี้เมาอยู่แล้วยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง
ฉินโม่ยกถ้วยเหล้าขึ้น แตะริมปากพอให้เปียกแล้วกล่าว “ดื่มหนึ่งจอกก่อนคำนับ!”
พวกเขากระดกเหล้าไปหลายสิบถ้วยจนหมด แต่ไม่มีใครหน้าแดงหรือหายใจหอบเลย ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉินโม่เตะหลี่หยงเมิ่งและคนอื่นๆ “ข้าให้พวกเจ้ามารับเจ้าสาว ไม่ใช่มาดื่มเหล้าจริงจัง!”
เฉินต้าเป่าเรอออกมาด้วยเสียงดัง “เหล้านี่อร่อยจริง!”
หลี่เยว่หัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “พอแล้ว รับตัวเจ้าสาวสำคัญกว่า!”
หลิวหรูเจี้ยนก็ไม่ขัดขวางอีก พวกเขาเดินมาถึงห้องของเจ้าสาว ซึ่งตรงหน้าพวกเขามีด่านใหม่ขวางอยู่
………………