เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

256 - คำว่า ‘เศร้า’ เพียงพอหรือยัง!

256 - คำว่า ‘เศร้า’ เพียงพอหรือยัง!

256 - คำว่า ‘เศร้า’ เพียงพอหรือยัง!


256 - คำว่า ‘เศร้า’ เพียงพอหรือยัง!

“อย่าเข้ามานะ!” ฉินโม่กรีดร้อง

“เจ้าโง่จะหนีแล้ว จับเขาไว้!” หลี่หยงเมิ่งร้องเสียงดัง จากนั้นมีหลายคนเข้ามาควบคุมตัวฉินโม่ไว้

“โอ้! เจ้านี่แรงเยอะจริง พวกเราตั้งหลายคนยังจับแทบไม่อยู่เลย!” หลิวหรูเจี้ยนกล่าว

“เสี่ยวไฉ่ ช่วยง้างปากของฉินโม่!” หลี่หยงเมิ่งสั่ง

ไฉ่หรงจับปากของฉินโม่ไว้ “พี่ฉินอดทนหน่อย หลับไปแล้วเดี๋ยวพวกเราก็กลับบ้าน!”

ฉินโม่โมโหจนอยากจะชกคน “ข้ามาที่นี่เพื่อวาดรูป อย่ามาบังคับให้ข้าดื่มเหล้า!”

“อย่าดื้อรั้นนัก เจ้ามาที่นี่แล้ว ไม่ได้เห็นหญิงงามก็นับว่ามาอย่างเปล่าประโยชน์ พวกเรามาที่นี่เพื่องานแต่งของหลี่เยว่ ในฐานะสหายต้องมีการเสียสละบ้าง”

“พวกเจ้าเห็นสาวแล้วลืมเพื่อนหรือ…”

เหล้าที่หอเทียนเซียงช่างแย่จริงๆ! กว่าที่ฉินโม่จะเมาก็กรอกเหล้าไปหลายขวดแล้ว

“อดทนหน่อยเจ้าโง่ ดื่มจนเมาแล้วเราจะได้ดูหญิงงามคนนั้นกัน” หลิวหรูเจี้ยนกล่าวกระตุ้น

“ข้าไม่ดื่มแล้ว ข้าเมาแล้ว!”

“ไม่! เจ้าไม่ได้เมา!”

“เหล้าเผาดาบที่แรงกว่านี้เจ้ายังดื่มคนเดียวได้เป็นขวด เหล้านี่ต่อให้ลืมสิบขวดเจ้าก็ไม่มีทางเมา!” หลี่หยงเมิ่งยังกลัวว่าฉินโม่จะไม่เมาพอ จึงรินเหล้าให้อีก

จนกระทั่งฉินโม่เรอออกมาเสียงยาว พวกเขาถึงได้ปล่อยมือจากเขา

ในใจฉินโม่โมโหเต็มที่ เขาแจกนิ้วกลางให้กับทุกคน “พวกเจ้าเตรียมตัวไว้ การแต่งกลอนมันจะไปยากอะไร!”

หลายคนต่างมองสบตากันและกล่าวว่า “สำเร็จแล้ว!”

แต่คำกล่าวของฉินโม่กลับทำให้คุณชายคนอื่นๆ ที่กำลังหาวิธีเอาชนะใจหญิงงามคำรามออกมาด้วยความโกรธ

“ปากกล้าจริงๆ!”

“เจ้าเป็นใครกัน ข้างในนี้ไม่มีใครที่ไม่มีฝีมือ!”

ฉินโม่เดินเข้าไปอย่างไม่แยแส มาถึงบันไดซึ่งมีหญิงสาวสองคนยืนเฝ้าประตูอยู่

ฉินโม่ถาม “แต่งกลอนมีข้อกำหนดอะไรไหม?”

สาวใช้ตอบ “หัวข้อคือความโดดเดี่ยวเจ้าค่ะ”

ฉินโม่ชะงัก คำถามนี้มีความหมายลึกซึ้งแน่นอนว่ามันสามารถคัดกรองผู้ที่มีสติปัญญาอย่างแท้จริงออกจากคนทั่วไปได้

แม้บางคนจะแต่งกลอนได้ แต่สุดท้ายมันยังคงไม่โดนใจจนทำให้พวกเขาถูกเชิญเข้าไปข้างในอยู่ดี

“เขียนกลอนได้ไหม?”

“ได้เจ้าค่ะ”

สาวใช้พยักหน้า

“ดี ฟังกันให้ดีนะ!”

ฉินโม่กล่าวเสียงดังเพื่อดึงดูดความสนใจ ผู้คนที่มองเห็นเหตุการณ์ต่างมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม

แต่เมื่อฉินโม่เริ่มต้นบทแรก ทุกคนถึงกับสะดุ้ง

ฉินโม่กล่าวว่า “ตามหา…อ้างว้าง…หนาวเหน็บ…วังเวง โศกเศร้า เจ็บปวด ไร้สุข ฤดูที่ความหนาวยังแทรกความอุ่นเป็นครั้งคราว เป็นช่วงเวลาที่ทรมานที่สุด เหล้าอ่อนจอกสองไม่อาจทานแรงลมยามเย็นที่พัดผ่าน!”

เปิดกลอนด้วยคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันเจ็ดประโยค

ทุกคนต่างตะลึง

ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง

ฉินโม่ยังกล่าวต่อ “ดอกไม้เหลืองทั่วพื้นทับถมกันแล้วร่วงโรย มีใครที่จะสามารถเด็ดดอกเหล่านี้ออกได้อีก?”

“นั่งเฝ้าหน้าต่างคนเดียวในความมืด ยามฝนปรอยในพลบค่ำ ทีละหยดๆ ท่วงทำนองนี้จะอธิบายเพียงคำว่าเศร้าได้เพียงพอแล้วหรือ?”

สิ้นคำสุดท้าย ทุกคนต่างตะลึงงัน

ช่างเป็นวลีที่ว่า “คำว่าเศร้าเพียงพอแล้วหรือ!”

คนที่มองฉินโม่อย่างดูแคลนกลับก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ

บทกวีนี้หากแต่งเป็นบทเพลงจะต้องโด่งดังทั่วเมืองหลวงอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาแล้วถามว่า “ขอถามนามสหายได้หรือไม่?”

“หลี่ชิงเจาแห่งตงซาน!” ฉินโม่ไม่บอกชื่อจริงกลัวว่าจะถูกบิดาและพ่อตาหักขาเอาได้

“ยินดีที่ได้พบ พี่หลี่!” ทุกคนแสดงความนับถือ

หลี่หยงเมิ่งและสหายต่างโล่งอก โชคดีที่เจ้าโง่ไม่ได้บอกชื่อจริง

หากมีคนล่วงรู้ว่าพวกเขาเจ็ดมาเที่ยวสถานเริงลม คงไม่รอดจากการตำหนิทั้งจากบิดาและขุนนางผู้ใหญ่

“ยินดีๆ!” ฉินโม่โค้งคำนับแล้วหันไปหาสาวใช้ที่เฝ้าบันได “บทกลอนนี้พอจะเข้าตาคุณหนูใหญ่ของพวกเจ้าหรือไม่?”

สาวใช้เข้าใจดีถึงคุณค่าของบทกลอนนี้ เป็นผลงานหายากไม่อยากจะทำให้เสียเวลา จึงรีบโค้งคำนับ “คุณชายกรุณารอสักครู่!”

จากนั้นสาวใช้คนหนึ่งก็ขึ้นบันไดไป

ในเวลานั้น หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งซึมอยู่ในห้อง บทกลอนนี้เราก็เป็นชีวิตของนางเอง

“บทกลอนนี้ ช่างแต่งได้ดีจริงๆ!” โจวม่านอวิ๋นรู้สึกเหมือนหัวใจถูกทิ่มแทง มองชายร่างใหญ่ข้างๆ และกล่าวว่า “เจ้าไปได้แล้ว”

“เจ้าจะพบคนแต่งบทกลอนคนนั้นหรือ?”

“ใช่!”

โจวม่านอวิ๋นพยักหน้า “กลับไปบอกป้าหยางว่า เงินข้าจะส่งให้ไม่ช้านี้ และให้ป้าหยางวางใจ ม่านอวิ๋นไม่ลืมภารกิจของตน!”

“เจ้าเข้าใจดีก็ดี สักวันหนึ่งเจ้าจะได้ยืนอยู่ใต้แสงอาทิตย์อย่างสง่าผ่าเผย” ชายคนนั้นพูดจบก็กระโดดออกจากหน้าต่างไป

ในตอนนั้นประตูห้องถูกเคาะ “คุณหนู มีคนแต่งบทกลอนข้าคัดสำเนามาแล้ว!”

โจวม่านอวิ๋นถาม “คนแต่งกลอนนั้นแซ่ไหนชื่ออะไร อายุเท่าใด?”

“หลี่ชิงเจาแห่งตงซาน! อายุประมาณยี่สิบปี!”

“เป็นชื่อที่ดีจริงๆ!” โจวม่านอวิ๋นพยักหน้า “เชิญท่านหลี่ขึ้นมาพบข้า!”

“แต่คุณหนู คนผู้นั้นดื่มไปไม่น้อยนะคะ!”

“ไม่เป็นไร!”

โจวม่านอวิ๋นคิดในใจ คนที่ดื่มแล้วยังแต่งกลอนเศร้าสร้อยได้ขนาดนี้ คงมีเรื่องราวมากมาย

ยิ่งไปกว่านั้นบทกลอนนี้เขียนในมุมมองของสตรีอีกด้วย

สาวใช้รีบลงบันได “ท่านหลี่ คุณหนูเชิญท่านขึ้นไปพบ!”

ว้าว!

ทุกคนต่างอิจฉาจนดวงตาแดงก่ำ

หลายคนรออยู่นานเพื่อพบคุณหนูโจวเพียงครั้งเดียว

พวกเขารีดสมองพยายามเขียนกลอนที่ดีที่สุดออกมาแต่ก็ยังไม่เป็นผล สุดท้ายกลับมีใครบางคนตัดหน้าไปแล้ว

บทกลอนล้ำเลิศที่เขียนในมุมมองของสตรีนี้ไม่ได้มาจากสตรีผู้โดดเดี่ยว แต่กลับเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งรังสรรค์ออกมา แม้แต่ชายที่ได้ยินก็ยังรู้สึกถึงความโดดเดี่ยว

………..

จบบทที่ 256 - คำว่า ‘เศร้า’ เพียงพอหรือยัง!

คัดลอกลิงก์แล้ว