- หน้าแรก
- ราชบุตรเขย โง่ อันดับหนึ่ง
- 209 - การปรึกษาหารือ
209 - การปรึกษาหารือ
209 - การปรึกษาหารือ
209 - การปรึกษาหารือ
หลี่ซื่อหลงชะงักเล็กน้อยก่อนจะยิ้มและกล่าวว่า "ข้าพอจะเดาออกแล้วว่าพวกเจ้าสามคนมาทำอะไรกัน ที่แท้ก็มาขอความเมตตาให้ฉินโม่ พวกเจ้าไม่ควรมารบกวนพระมารดาของเจ้าในตอนนี้ นางกำลังตั้งครรภ์!"
"ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ" กงซุนฮองเฮายิ้มและกล่าวว่า "อวี้หลานเองก็ไม่ค่อยได้เข้าวัง พวกนางมาคุยกับหม่อมชั้น ถือว่าเป็นการช่วยคลายความเหงาด้วย!"
"พระบิดา ฉินโม่ถูกลงโทษไปแล้ว จะปล่อยเขาได้หรือไม่?" หลี่อวี้ซู่กล่าว
"ยังปล่อยตอนนี้ไม่ได้!" หลี่ซื่อหลงตอบ "ให้เขาอยู่ข้างในอีกสักสองสามวัน เพื่อให้เขาได้คิดทบทวนการกระทำของตัวเอง!"
หลี่อวี้หลานเต็มไปด้วยความกังวล นางอยากจะไปดูฉินโม่ที่กรมอาญามานานแล้ว แต่ด้วยสถานะของนาง หากไปความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายอาจจะถูกเปิดเผย
อีกทั้งนางก็ไม่มีข้ออ้างที่จะไปดูฉินโม่
ดังนั้น นางจึงทำได้เพียงแค่กังวลใจอยู่เงียบๆ เท่านั้น
หลี่อวี้ซู่ทำหน้ายู่ "เรื่องแค่นี้เอง แต่กลับชกคนจนตำแหน่งขุนนางหายไป!"
กงซุนฮองเฮาส่งสายตาให้หลี่ซื่อหลง ซึ่งหลี่ซื่อหลงก็เข้าใจในทันทีจึงกล่าวว่า "เขาจะเป็นสามีของเจ้า เจ้าต้องคอยดูแลเขาให้ดี!"
หลี่อวี้ซู่ได้แต่ก้มศีรษะ ถอนหายใจลึก "หากพระบิดาอยากให้ลูกดูแลเขา ก็ต้องปล่อยตัวเขาก่อน!"
"ข้าจะปล่อยเขา แต่ไม่ใช่ตอนนี้ อีกไม่กี่วันข้าจะปล่อย หากเจ้าไม่วางใจ ก็ไปเยี่ยมเขาเองสิ" หลี่ซื่อหลงกล่าว
หลี่อวี้ซู่เงียบและอารมณ์ไม่ดี แม้หลี่อวี้หลานและหลี่ลี่หรงจะพูดดีด้วย หลี่ซื่อหลงก็ไม่ยอมผ่อนปรน ในที่สุดเขาก็กล่าวว่า "พอแล้ว พวกเจ้าสามคนออกไปก่อน ข้ามีเรื่องจะปรึกษากับพระมารดาของเจ้า!"
"พระบิดา!"
"ออกไปก่อน!"
หลี่อวี้หลานดึงมือหลี่อวี้ซู่แล้วส่ายหน้าเป็นสัญญาณให้นางหยุดเถียงกับหลี่ซื่อหลง
หลี่อวี้ซู่รู้สึกขัดใจ แต่ก็ต้องกล้ำกลืนและกล่าวว่า "ลูกทูลลา!"
จากนั้นนางก็อุ้มน้องสิบเก้าและเดินออกไป หลี่อวี้หลานก็ตามออกไปเช่นกัน
หลังจากทั้งสามคนออกไป หลี่ซื่อหลงก็ส่ายศีรษะและกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย "ลูกคนนี้ช่างดื้อจริงๆ!"
กงซุนฮองเฮายิ้มและกล่าวว่า "ฝ่าบาทไม่เห็นหรือว่าอวี้ซู่เปลี่ยนไปแค่ไหน?"
หลี่ซื่อหลงพยักหน้า "ใช่ นางพูดอะไรบางอย่างในตำหนักไท่จี๋เมื่อวานที่ทำให้ข้าประหลาดใจ!"
"อวี้ซู่ดูเหมือนจะเริ่มชอบฉินโม่แล้ว!"
"จริงหรือ? นางไม่เกลียดฉินโม่หรอกหรือ?"
"ฉินโม่ไม่ได้หน้าตาขี้เหร่ เพียงแค่เขาเป็นคนใจร้อนเท่านั้น แต่ฝีมือการทำอาหารของเขาก็ไม่เลว และเมื่อเขาเมา นางก็เห็นว่าเขามีความสามารถ นางเริ่มชอบเขา ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก"
กงซุนฮองเฮารู้สึกพอใจในตัวฉินโม่มาก "เด็กคนนี้ถึงแม้จะชอบต่อสู้ แต่เขาไม่เคยไปหาสิ่งบันเทิงหรือทำตัวเหลวไหล ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องราวไม่ดีของเขาเลย แสดงให้เห็นว่าตระกูลฉินอบรมสั่งสอนเขาอย่างดี"
"นั่นแหละที่ทำให้ข้ากังวล หากเขาเป็นเหมือนสามีของเกาหยาง ข้าคง" หลี่ซื่อหลงถอนหายใจยาว
กงซุนฮองเฮาจับมือเขาและปลอบใจว่า "โต้วต้า(เจ้าใหญ่แซ่โต้วหมายถึงโต้วอี้อ้าย)ตอนนี้ก็เล่นอยู่กับฉินโม่ ข้าเชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงได้ คนเรานั้นได้รับอิทธิพลจากคนรอบข้าง ข้าเชื่อว่าเด็กคนนี้มีความสามารถ!"
หลี่ซื่อหลงพยักหน้า "วันนี้ไฉ่เส้ามาขอความกรุณาให้ข้าพระราชทานสมรส ข้าเองก็ปวดหัวจริงๆ!"
"ไฉ่เส้าจากตระกูลไฉ่?" กงซุนฮองเฮาถามอย่างประหลาดใจ แม้นางจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ก็รู้ดีว่าตระกูลไฉ่เป็นใครในแผ่นดินต้าเฉียน
"ใช่แล้ว ไฉ่เส้าวันนี้มาแสดงความภักดีต่อข้า ซึ่งข้าเองก็ประหลาดใจไม่น้อย!"
"แล้วไฉ่เส้าขอพระราชทานสมรสกับบุตรชายตระกูลไหน?"
"ฉินโม่!"
กงซุนฮองเฮาตื่นตะลึง "ฉินโม่คนไหน? ในเมืองหลวงยังมีฉินโม่คนอื่นอีกหรือ?"
"ก็ฉินโม่ของพวกเรานี่แหละ!" หลี่ซื่อหลงหัวเราะอย่างเหนื่อยหน่าย "ดูเหมือนไฉ่เส้าจะสนใจเขาจริงๆ!"
กงซุนฮองเฮาขมวดคิ้วเล็กน้อย "หม่อมฉันเกรงว่าคงไม่ใช่ไฉ่เส้าที่สนใจเขาหรอก วันนั้นในงานวันคล้ายวันเกิดเล็กๆ ของหม่อมฉัน อวี้หลานพาบุตรีคนเล็กของตระกูลไฉ่มาด้วย หม่อมชั้นสังเกตเห็นว่าหนึ่งในนางเองที่ดูจะสนใจฉินโม่!"
ในใจของนางได้แต่ถอนหายใจ ฉินโม่มีความสามารถมากเกินไป โดยเฉพาะความสามารถในบทกวีของเขาซึ่งเพียงพอจะโยกคลอนจิตใจของหญิงสาวทุกคน
นางเห็นอย่างชัดเจน ในตอนที่ฉินโม่เอ่ยกลอนนี้ออกมา ดวงตาของหญิงสาวจำนวนมากมองเขาอย่างคลั่งไคล้ ราวกับจะกินเขาให้ได้!
"แล้วเจ้าคิดว่าข้าควรจะยอมรับหรือไม่?" หลี่ซื่อหลงถาม
กงซุนฮองเฮาถอนหายใจเบาๆ "ฝ่าบาท พระองค์มาถามหม่อมฉันทำไม ถ้าหม่อมฉันบอกว่าไม่เห็นด้วย ฝ่าบาทก็จะไม่เห็นด้วยจริงๆ หรือ?"
หลี่ซื่อหลงหัวเราะเบาๆ "ข้ารู้ว่าเหนียนหนูเข้าใจข้ามากที่สุดและรู้ใจข้ามากที่สุดเช่นกัน!"
"อย่างไรก็ตาม ตระกูลฉินนั้นมีคนในครอบครัวไม่มาก อีกทั้งหม่อมฉันก็เคยเห็นหญิงสาวตระกูลไฉ่คนนี้ นางน่ารักอ่อนโยน หากเป็นภรรยารองก็ดูจะเหมาะสมอยู่ไม่น้อย!" กงซุนฮองเฮากล่าว
หลี่ซื่อหลงพยักหน้าเห็นด้วย ความคิดเรื่องภรรยารองนี้ตรงกับความคิดของเขาเอง ไม่แปลกใจเลยที่เขากับกงซุนฮองเฮารู้ใจกันดี แค่เขาพูดประโยคเดียว นางก็สามารถเดาสิ่งที่เขาคิดได้อีกเก้าประโยค
ตระกูลไฉ่แม้จะไม่มีอำนาจทางการเมือง แต่เป็นเชื้อพระวงศ์เดิม หากกล่าวกันตามตรงก็นับว่าเป็นญาติของเขาเช่นกัน การให้บุตรสาวตระกูลไฉ่เป็นอนุภรรยานั้นดูไม่เหมาะสม
ภรรยารองนั้นมีตำแหน่งสูงกว่าอนุภรรยาแต่ต่ำกว่าภรรยาเอก ซึ่งมีสถานะเทียบเท่ากับตำแหน่งพระชายารองของเหล่าองค์ชาย
"แต่หม่อมฉันไม่แน่ใจว่าฉินโม่จะยินยอมหรือไม่ อีกทั้งตระกูลฉินจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้หรือเปล่า? ตระกูลฉินนั้นเป็นตระกูลที่พิเศษ หากเกิดปัญหาอาจจะโดนกีดกันได้ง่ายๆ!"
"ข้อนี้ข้าก็เป็นกังวลเช่นกัน" หลี่ซื่อหลงขมวดคิ้ว "แต่ตระกูลไฉ่ที่เข้ามาสวามิภักดิ์อย่างจริงใจเช่นนี้ ย่อมเป็นประโยชน์ต่อข้า!"
"ฝ่าบาทจะใช้ตระกูลไฉ่อย่างไร หม่อมฉันไม่อยากรู้และไม่ควรยุ่งเกี่ยว เพียงแต่ขออย่าให้ไปกระทบกับฉินโม่และบุตรสาวของเราก็พอ!" กงซุนฮองเฮากล่าวอย่างเฉลียวฉลาด นางเป็นทั้งผู้หญิงและเป็นแม่ ไม่มีทางที่นางจะมองเห็นผลประโยชน์ของแผ่นดินมากไปกว่าผลประโยชน์ของครอบครัว
หลี่ซื่อหลงพยักหน้า "อีกสักครู่ฉินเซียงหรูจะมาที่นี่ ข้าจะคุยกับเขาและดูว่าเขาว่าอย่างไร!"
"ฉินกว๋อกงขอเข้าเฝ้า!"
ทันใดนั้นเสียงของขันทีดังขึ้นจากด้านนอก หลี่ซื่อหลงกล่าวว่า "ดูสิ พูดถึงฉินเซียงหรู เขาก็มาเลย!"
ฉินเซียงหรูเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมฝ่าบาทถึงให้เขามาที่ตำหนักหลี่เจิ้งแทนที่จะเป็นตำหนักไท่จี๋
"กระหม่อมถวายบังคมฝ่าบาท ถวายพระพรฮองเฮา!"
"ลุกขึ้นเถิด เชิญนั่ง!"
"ขอบพระทัยฝ่าบาท!" ฉินเซียงหรูนั่งลงบนเบาะนุ่มอย่างนอบน้อม "ฝ่าบาททรงเรียกกระหม่อมมา มีเรื่องใดจะสั่งการหรือ?"
หลี่ซื่อหลงไม่ปิดบังอะไร เขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ทำให้ฉินเซียงหรูตกตะลึงอย่างมาก
ฝ่าบาทเป็นพ่อสื่อให้บุตรสาวตระกูลไฉ่ และเจ้าบ่าวก็คือบุตรชายของเขา!
โอ้โห! การสู่ขอนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หากจัดการไม่ดี ชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาเป็นเวลาหลายปีคงพังทลายลงหมดแน่ๆ
เขาคิดจะปฏิเสธในทันที แต่เมื่อลองคิดทบทวนอย่างละเอียด เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
เขารู้ดีว่าหลี่ซื่อหลงพยายามดึงไฉ่เส้าเข้าร่วมมาโดยตลอด เพราะนั่นหมายถึงแกนหลักของราชวงศ์เดิมจะพังทลายลงทันที
และตอนนี้ ไฉ่เส้าก็ยอมเข้ามาสวามิภักดิ์เอง ถือว่าเป็นการเติมเต็มความปรารถนาของหลี่ซื่อหลง
………………