เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

21 - แบมือขอเงินคนอื่นนั่นคือคนไร้ค่า

21 - แบมือขอเงินคนอื่นนั่นคือคนไร้ค่า

21 - แบมือขอเงินคนอื่นนั่นคือคนไร้ค่า


21 - แบมือขอเงินคนอื่นนั่นคือคนไร้ค่า

ได้ฟังดังนั้น หลี่ซื่อหลงมองฉินโม่ด้วยแววตาอ่อนโยนขึ้น "ต่อไปหากขาดเงินก็มาเอาที่เรา(เจิ้น) เราจะให้เงินเจ้าจับจ่าย เจ้าเป็นถึงทายาทตระกูลกว๋อกง อนาคตยังเป็นถึงเขยและทหารผู้คุ้มครองของต้าเฉียน หากยังต้องออกไปทำมาหากิน หาไม่แล้วจะมิถูกหัวเราะเยาะหรือ?"

ในแผ่นดินต้าเฉียน การค้าขายถือเป็นอาชีพต่ำ ราชบุตรเขยคนหนึ่ง หากต้องไปหาเงินใครเล่าจะไม่หัวเราะเยาะจนตาย?

"มีสิ่งใดน่าขันหรือ หาเงินด้วยฝีมือตนเองนั่นต่างหากเรียกว่าความสามารถ ยื่นมือขอเงินคนอื่น นั่นคือสิ่งที่คนไร้ประโยชน์กระทำ ใครกำหนดว่าราชบุตรเขยจะหาเงินไม่ได้!"

เมื่อฟังผิวเผินคล้ายเป็นถ้อยคำหมิ่นแคลน แต่หากคิดให้ลึก กลับแฝงด้วยความองอาจเด็ดเดี่ยว

"มิใช่เราดูแคลนเจ้า แต่เพียงเจ้าจะหาเงินได้จริงหรือ?" หลี่ซื่อหลงมองฉินโม่ด้วยแววสงสัย

"ย่อมได้ เพียงข้าปรารถนา เงินจะไหลมาเทมาเอง!"

"ช่างโอหังเสียจริง!"

กงซุนอู๋จี้แค่นเสียง "แม้หม้อไฟนี้จะน่าแปลก แต่ก็ไม่ต่างจากหม้อทัพ กล่าวให้ตรงก็คือการนำสิ่งต่างๆ มาปนรวมกัน ชาวบ้านที่ใดเล่าที่มิได้กินสิ่งนี้?"

ฉินโม่หยัน "พูดไปท่านก็ไม่เข้าใจหรอก!"

"มิใช่ไม่เข้าใจ แต่เป็นเจ้าเองที่พูดไม่ออกสิ!"

กงซุนอู๋จี้เสียงเย็น "หรือเจ้าคิดจะอาศัยตำแหน่งไปกดขี่ราษฎร รีดไถเอาเลือดเนื้อจากพวกเขา?"

โอ้โห เจ้าแก่เจ้าเล่ห์ นี่ก็จะเริ่มใส่ร้ายเขาแล้ว

ฉินโม่มองอีกฝ่ายด้วยแววดูแคลน "ท่านควรใช้สมองบ้าง หากข้ารีดไถราษฎร ท่านพ่อตายังไม่โบยข้าให้ก้นบานหรือ?"

กงซุนอู๋จี้หน้าแดงก่ำ "เจ้าว่าใครไม่มีสมอง?"

"ข้าว่าท่านสิไม่มีสมอง!"

พูดจบ เขาก็ทำท่าหวาดกลัว แอบไปซ่อนหลังกงซุนฮองเฮา "ท่านแม่ยาย ช่วยข้าด้วย ข้ากลัวเขาจะตีข้า!"

กงซุนฮองเฮาทั้งขำทั้งจนใจ "อย่าห่วง ท่านลุงจะไม่ตีเจ้าแน่ เพียงแต่ต่อไปเจ้าต้องพูดกับลุงอย่างเคารพ หากไม่เช่นนั้นแม้แต่เรา(เปิ่นกง)เองก็จะลงโทษเจ้า!"

ช่างเป็นตัวตลกแท้ๆ

หลี่ซื่อหลงส่ายหน้า เขาจึงเลิกคิดจะให้ฉินโม่มอบสูตรหม้อไฟ

เขาครุ่นคิดแล้วสั่ง "คนมา ไปนำเงินห้าร้อยตำลึงจากคลังในวังส่งไปยังตระกูลฉิน!"

"ท่านพ่อตา ไม่ต้องลำบากผู้อื่นดอก ส่งเงินให้ข้าเลยก็สิ้นเรื่อง!"

"ให้เจ้า?"

หลี่ซื่อหลงแค่นเสียง "ไม่มีวันเสียหรอก!"

ว่าแล้วสะบัดแขนเสื้อจากไป เหมือนถือทิฐิเล็กน้อย

"เฮอะ ขี้เหนียวแท้พ่อตา แค่ห้าร้อยตำลึง ยังกล้าเอามาอวด เราตระกูลฉินแม้ยากจน แต่ไม่ถึงกับทนรับความอัปยศนี้!"

ผู้คนแทบสำลักน้ำลาย เจ้านี่ช่างกล้าพูดเสียจริง ไม่ต้องว่าเงินห้าร้อยตำลึง แม้แต่เพียงพระราชดำรัสชมเชย ก็ถือเป็นพระกรุณาแล้ว!

ไม่นานเสียงกริ้วของหลี่ซื่อหลงก็ดังจากที่ไกล "ดี เช่นนั้นเงินห้าร้อยตำลึงก็ไม่ต้องให้!"

คลังหลวงว่างเปล่า แม้แต่ทรัพย์ส่วนพระองค์ก็มีน้อยนัก

เขายังกัดฟันนำเงินห้าร้อยตำลึงออกมาให้!

แต่กลับถูกฉินโม่เยาะเย้ย เช่นนี้หลี่ซื่อหลงยังจะไว้หน้าอีกหรือ?

เหล่าองค์ชายองค์หญิงต่างจ้องเขม็งใส่ฉินโม่ "เจ้าโง่ เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่คือพระกรุณาเพียงใด คลังหลวงว่างเปล่า พระบิดายอมควักเงินส่วนพระองค์ให้เจ้า ทั้งในวังยังต้องรัดเข็มขัดกันกิน แม้แต่เบี้ยรายเดือนของพวกเราก็ไม่เกินร้อยตำลึง เจ้ากลับบ่นว่าน้อย!"

"เจ้าหากพูดไม่เป็น ก็หุบปากเสียเถิด!"

"ออกไป คราวหน้าอย่าเข้าวังอีก เราไม่อยากเห็นหน้าเจ้า!"

ฉินโม่เกาศีรษะ อ้อ ที่แท้เป็นเช่นนี้ ดูแล้วพ่อตาคนนี้ก็ยังถือว่าดีกับเขาอยู่ไม่น้อย

เขามองกงซุนฮองเฮาอีกครั้ง ก็พบว่านางแต่งกายเรียบง่าย ของกินก็สามัญนัก ที่แท้แผ่นดินนี้ขาดแคลนเงินทองแล้ว

เขาคิดแผนขึ้นมาในใจ "บางที อย่างนี้ อาจทำให้ฮ่องเต้ยกเลิกงานแต่งก็เป็นได้!"

หลังจากออกจากห้องครัวหลวง หลี่เยว่ก็ยังคงมีความรู้สึกหงุดหงิดอยู่ตลอด

ฉินโม่เดินเข้ามากอดคอเขา "อยากจะทำธุรกิจกับข้าหรือเปล่า?"

"เลิกล้อเล่นดีกว่า เจ้าโง่!"

หลี่เยว่ตอนนี้มีความเศร้าโศกจนไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้ว

อีกอย่าง ถ้าต้องทำธุรกิจกับฉินโม่ ผู้คนทั้งแผ่นดินคงคิดว่าเขาติดเชื้อปัญญาอ่อนมาจากฉินโม่อย่างแน่นอน

"เฮ้อ พี่ชายคนนี้อุตส่าห์หวังดีจะชวนเจ้าไปหาเงิน แต่เจ้ากลับไม่รู้สำนึกเสียบ้าง"

หลี่เยว่กลอกตา "อย่าบอกนะว่าเจ้าคิดจะทำธุรกิจหม้อไฟ ฟังข้าสักครั้ง ธุรกิจนี้ทำไปไม่รุ่งหรอก!"

"เจ้าน่ะรู้อะไร!"

ฉินโม่เหลือบตามองหลี่เยว่ "ข้าจะกล่าวสั้นๆ เจ้าจะทำไม่ทำ?"

"ข้าไม่มีเงิน!" หลี่เยว่ตอบอย่างกระอักกระอ่วน

เขาเป็นเพียงอ๋องที่ไม่มีตำแหน่งขุนนาง ได้เงินเดือนแค่เดือนละร้อยตำลึง เงินจำนวนนี้ยังต้องเลี้ยงขันทีและนางกำนัลจำนวนมาก มันจะไปพอยาไส้อะไร

ผู้ที่มีเงินมากจริงๆ คือไท่จื่อและองค์ชายสี่ แม้แต่องค์หญิงบางคนที่ได้รับความโปรดปรานก็มีเงินมากกว่าเขา

"ก็เพราะเจ้าไม่มีเงินน่ะสิถึงต้องหาเงิน เจ้าเป็นถึงองค์ชายแต่ไปไหนมาไหนกลับไม่มีเงินติดตัว ไม่รู้สึกอับอายบ้างหรือ?"

ฉินโม่ยุยงจากด้านข้าง "เจ้ายากจนขนาดนี้ในอนาคตจะเอาอะไรไปเลี้ยงคุณหนูตระกูลหลิว"

หลี่เยว่สะดุ้ง แล้วรีบยกมือปิดปากฉินโม่ "เลิกกล่าวเหลวไหลเสียที ข้ากับหรูอวี้บริสุทธิ์ใจต่อกัน จะมีเรื่องแบบนั้นได้อย่างไร!"

"โฮ่ เรียกนางว่าหรูอวี้อย่างสนิทสนมเลยนะ!"

ฉินโม่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

หลี่เยว่เริ่มรู้สึกไม่พอใจ "ใช่ แล้วมันจะทำไม? พระบิดากับพระมารดาตกลงกันไปแล้ว หากข้าพูดอะไรออกไปสุดท้ายคนที่เดือดร้อนจะเป็นหรูอวี้เอง!"

"เจ้ามันไร้ค่าจริงๆ เจอปัญหาอะไรก็เอาแต่หลบอยู่ข้างหลัง แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะก้าวหน้าได้?"

ฉินโม่กล่าวด้วยความดูถูก "แม้แต่หญิงของตัวเองเจ้าก็ปกป้องไม่ได้ ข้าละอายแทนเจ้าเสียจริง!"

"เจ้า!"

หลี่เยว่จ้องฉินโม่ด้วยความโกรธ ในใจเขาราวกับถูกมีดกรีด แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่หัวเราะอย่างขมขื่น "เจ้าพูดถูก ข้าปกป้องนางไม่ได้จริงๆ"

………..

จบบทที่ 21 - แบมือขอเงินคนอื่นนั่นคือคนไร้ค่า

คัดลอกลิงก์แล้ว